ตอนที่ 1
เด็กเชียร์เบียร์
ภีม ทายาทคนโตของตระกูล สกุลภวัฒน์กุล ที่ทำธุรกิจด้านร้านอาหารและโรงแรมชั้นนำระดับประเทศในนาม SW Group ซึ่งตอนนี้ได้มาเปิดร้านอาหารกึ่งผับและร้านหมูกระทะในโครงการ PP Community mall ซึ่งอยู่ติดกับตลาดพิบูลย์ทรัพย์ ตั้งอยู่เส้นกาญจนาภิเษกวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก
"เรียบร้อยมั้ยเป้?"
"ครับเฮีย วงดนตรีที่เราจ้างมายอมทำตามเงื่อนไขที่เราแจ้งไป ส่วนดีลเลอร์ที่เป็นตัวแทนแบรนด์เครื่องดื่มก็ส่งเด็กมาตามจำนวนที่ร้านเราต้องการครับ"
เป้ ผู้จัดการร้าน บอกกับเขา เมื่อร่างหนาเดินเข้ามาในร้าน
"ต่อไปเรื่องเด็กเสิร์ฟเด็กดริ้งด์ ร้านเราดูแลเองดีกว่า ไม่ต้องไปผูกติดกับพวกดีลเลอร์แบรนด์ต่าง ๆ หรอก เพราะควบคุมและบริหารจัดการได้ยาก"
เจ้าของร้าน เอ่ยบอก
เขาทำธุรกิจร้านอาหารมาหลายอย่าง ทั้งโรงแรมและร้านอาหารกึ่งผับและแบบสแตนอโลนนั่งกิน นั่งดื่ม รับรู้ปัญหาหลายอย่าง สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจอาหารคือเรื่องของการบริหารจัดการวัตถุดิบและคน
นั่นคือเรื่องที่ทำให้ปวดหัวที่สุด
"ครับ แต่ยังไงถ้าเป็นเด็กเชียร์เบียร์เราก็ต้องพึ่งดีลเล่อร์ของแบรนด์อยู่ดี แต่วันนี้ทางทีจีส่งเด็กเชียร์เบียร์มาห้าคนครับ สวยน่ารักมาก น่าจะเรียกลูกค้าได้เยอะนะครับเฮีย"
ภีม เปรยตามองไปยังเด็กเชียร์เบียร์ที่ลูกน้องบอก ก่อนจะสะดุดตากับร่างบางในชุดเดรสรัดรูปสีขาวที่มีโลโก้ของแบรนด์ดังติดอยู่ คิ้วหนาเข้มของเขาขมวดเข้าหากัน เมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย ซึ่งมีท่าทีตระหนกเล็กน้อย เมื่อสบตากับเขา
เธอ!! มาเป็นเด็กเชียร์เบียร์ร้านเขาเหรอเนี่ย?
"เด็กนั่น! คนขาว ๆ ที่ผมยาวถึงกลางหลัง?"
เขาถามอย่างสงสัย
"อ้อ! ชื่อน้องหม่อนครับ เห็นว่าเป็นเด็กเชียร์เบียร์ของค่ายทีจีที่เป็นดีลเลอร์ดังน่ะครับ คงมาประจำที่ร้านเราหลายวันแหละครับ และน่าจะเรียกแขกเข้าร้านเราได้เยอะเลย"
"ของทีจี?"
"ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับเฮีย?"
"บอกให้เข้าไปคุยกับฉันในห้องหน่อย"
"ได้ครับ"
.
.
ภีม เดินกลับไปมาอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวด้านบน เพื่อรอใครบางคนที่ยังไม่ขึ้นมาสักที เขารู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน จนต้องล้วงบุหรี่ออกมาจุดสูบ แล้วพ่นควันสีเทาขึ้นไปลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ระบายความอัดอั้นบางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ในใจ
ประตูถูกเคาะสองครั้งก่อนที่จะเปิดออก ร่างบางในชุดเดรสรัดรูปขาวเขียวเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าสวยพริ้มเพราของเธอมองเขาด้วยความระแวดระวัง
"เอ่ออ่า เห็นพี่เป้บอกว่าเสี่ยภีมจะคุยกับหม่อน"
เสี่ยภีม งั้นเหรอ?
ชายหนุ่มกดยิ้มมุมปาก ด้วยสรรพนามนี้มีคนที่เรียกเขาแบบนี้อยู่ไม่กี่คน แต่ตอนนี้เขาอายุสามสิบเอ็ดปีแล้ว แถมมีกิจการร้านอาหารกึ่งผับอยู่หลายที่ เรียก เสี่ยภีม ก็ดีเหมือนกัน
เขาขยี้บุหรี่ลงกับที่เขี่ย
เงยหน้าขึ้นถามเธอ
"หนูมาเป็นเด็กเชียร์เบียร์นานแล้วเหรอ? แล้วไม่ได้ทำที่ทีน่าผับแล้วเหรอครับ?"
ทีน่าผับ เป็นร้านอาหารกึ่งผับแถวรัชดา เป็นที่ที่เขาเจอตอนเธอเป็นเด็กเสิร์ฟ วินาทีแรกที่เขาเห็นร่างบางในชุดเด็กเสิร์ฟที่เรียบร้อย ใบหน้าหวานปานน้ำผึ้ง ดวงตากลมโตแฝงด้วยความประหม่าเล็กน้อยนั้นแสนมีเสน่ห์ จนทำให้เขาไม่อาจละสายตาไปที่ไหนได้
ผู้หญิงอะไรสวย เซ็กซี่
สวย จนอยากจะ...
ทั้งที่เพื่อนๆ เขาบอกแล้วว่านั่นเป็นเด็กเสิร์ฟไม่ใช่เด็กดริ้งค์ แต่ความรู้สึกอยากได้ ก็มีมากกว่าสิ่งใด
คืนนั้น ภีม ตัดสินใจเดินเข้าไปถามเธอตรง ๆ ขณะยัดแบงค์เทาบึกหนึ่งใส่มือเธอ
"ไปต่อกับฉัน เธอคิดเพิ่มเท่าไหร่?"
มือเล็กที่กำเงินจากมือเขาชะงักค้าง
ก่อนจะเงยหน้าตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อม
"หนูเป็นแค่เด็กเสิร์ฟของร้านไม่ได้รับงานนอกค่ะ เสี่ยหาคนอื่นเถอะค่ะ"
เป็นครั้งแรกที่เขาโดนผู้หญิงปฏิเสธ ปกติถึงไม่ไปใช้บริการด้านนี้ คนอย่างเขาก็มีสาว ๆ ที่พร้อมจะขึ้นเตียงและถวายตัวให้อยู่แล้ว
นั่นทำให้เขารู้สึกอยากจะเอาชนะ
จะแค่ไหนกันเชียว?
เขาวนเวียนไปทีน่าผับอยู่หลายวัน แต่คนสวยก็ไม่ใจอ่อนสักที ยังยืนยันคำเดิมว่าไม่รับไมตรีจากเขา
ก่อนที่เธอจะหายไป
และไม่เห็นว่าไปทำงานที่นั่นอีก
จนวันนี้เขามาเจอเธอที่นี่ เป็นเด็กเชียร์เบียร์ของทีจีในร้านของเขาเอง
โชคดีอะไรแบบนี้
"หนูลาออกจากที่นั่นได้สองอาทิตย์กว่าแล้วค่ะ แต่เพิ่งมาทำงานที่ทีจีได้ไม่กี่วัน หนูไม่รู้มาก่อนว่าที่นี่เป็นร้านของเสี่ย"
ธัญมล ตอบเขาไปตามตรง
เธอจำผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาคนนี้ได้ แม้เขาจะดูดีภูมิฐานเพียงใด แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าเขามีกระแสอันตรายบางอย่างที่ไม่ควรพัวพันเข้าใกล้ อีกอย่างความจริงแล้วเธอไม่ถนัดงานทางด้านนี้เท่าใด แต่ความจำเป็นของชีวิตทำให้มาสมัครเป็นเด็กเชียร์เบียร์ของทีจี
ด้วยคิดว่าการทำงานลักษณะนี้ในระยะเวลาอันสั้น อาจจะช่วยทำให้เธอสามารถหาเงินสักก้อน เพื่อให้ชีวิตเธอหลุดพ้นจากสถานการณ์บางอย่างที่แสนอึดอัดในตอนนี้ได้
และเธอจะพยายามระมัดระวังตัวที่สุดในการทำงานนี้
แต่ไม่นึกว่า ร้านที่มาทำจะเป็นร้านของเขา
"ไหนบอกไม่ชอบงานแบบนี้?"
ภีม เลิกคิ้วสูง ดวงตาคู่สีนิลยังคงจับจ้องเธอไม่วางตา
เธอยังคงสวยเหมือนเดิม และเขาก็ยังคงอยากได้เธอเหมือนเดิม
"งานของหนู ก็เหมือนกับเซลล์ขายเครื่องดื่มค่ะ ถ้าขายได้เยอะหนูก็จะได้คอมมิชชั่นจากการเชียร์ลูกค้าที่ดื่ม"
เธอเบี่ยงหน้าก้มหลบลงต่ำ
เมื่อรู้สึกได้ถึงความผ่าวร้อนไปทั่วร่าง แค่เพียงเขาไล้สายตามอง
"ถ้าอยากได้ยอดคอมเยอะ ๆ มาเป็นเด็กประจำร้านฉันซิ ไม่ต้องสังกัดดีลเล่อร์ทีจี และเธอจะได้เงินเยอะกว่าทำที่นั่นอีก"
แค่พูดว่าจะได้เงินเยอะกว่า
คนสวยก็ตาลุกวาว
"หมายถึงยังไงคะ? จะให้หม่อนมาเป็นเด็กเสิร์ฟร้านของคุณภีม แล้วจะได้ค่าแรงเท่ากับเป็นเด็กเชียร์เบียร์ของทีจีเลยเหรอคะ? ไหนพี่เป้บอกว่า เด็กเสิร์ฟที่นี่ได้ค่าแรงขั้นต่ำเองนี่นา"
เธอ ศึกษาข้อมูลมาบ้าง
พอรู้ว่าเขามีอาหารร้านอาหารอยู่หลายแห่ง แต่เธออยากทำที่นี่เพราะว่าใกล้บ้าน แต่ถ้าหากว่าเป็นค่าแรงขั้นต่ำอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอสำหรับเธอ
"ได้มากกว่าเด็กเชียร์เบียร์ทีจี"
ภีม หลุบตาต่ำลง
ขณะมองเนินอกอวบอิ่มที่เบียดชิดภายใต้เดรสรัดรูปสีขาว แค่มองผิวขาวเนียนละเอียดที่โผล่พ้นสาบเสื้อ ลำคอของเขาก็เหมือนจะเริ่มแห้งผาก ยิ่งไล้สายตาลงล่างเห็นโคนขาอ่อนและท่อนขาเรียวงามที่เบียดชิด เขาก็ยิ่งจินตนาการไปไกล
อยากรู้นัก
ว่าถ้าขาเรียวคู่นี้ตวัดรัดสะโพกสอบของเขา
ในขณะที่กำลัง...
จะเป็นยังไงหนอ?
คิดแล้วความรู้สึกบางอย่างก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ จนเขาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก
"มากกว่าจริงๆ เหรอคะ?"
เธอขยับกายเข้าไปใกล้ และเอ่ยถามด้วยท่าทางตื่นเต้น ใบหน้าสวยโน้มลงมาข้างหน้า จนเขาได้กลิ่นหอมละมุนและเห็นเนินอกอวบอิ่มขาวผ่องอย่างชัดเจน
ภีม กลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง
ก่อนจะเอ่ยบอกเธอ
"ใช่! ได้มากกว่า แต่ไม่ใช่เป็นเด็กเสิร์ฟนะ ...ต้องเป็นเด็กคนโปรดของฉันเท่านั้น"
*********