ตอนที่ 25 คลื่นใต้น้ำ

2606 Words
แสงอรุณรุ่งแห่งวันใหม่ค่อยๆ สาดส่องผ่านม่านหมอกยามเช้าของเมืองหลวง ทาบทาลงบนหลังคากระเบื้องที่แตกบิ่นของเรือนหลักแห่งจวนเผิงกวงโหว เสียงนกกระจอกจิ๊บๆ ดังเจื้อยแจ้วประสานกับเสียงลมพัดใบไม้ไหว ทว่าสำหรับไป๋ลี่ถิง ยอดนักขายมือทองในร่างคุณหนูสามผู้เพิ่งจะผ่านพ้นค่ำคืนแห่งการจารกรรมระดับชาติมาหมาดๆ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ชวนให้รู้สึกสุนทรีย์เลยแม้แต่น้อย นางขยับตัวบิดขี้เกียจบนเตียงไม้เก่าๆ จนกระดูกสันหลังลั่นเสียงดังกรอบแกรบประดุจข้าวเกรียบที่ถูกเหยียบย่ำ นางหาวหวอดใหญ่ สลัดความงัวเงียทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเด้งตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยความกระตือรือร้นเกินเบอร์ ดวงตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับประดุจนักลงทุนที่กำลังจะเปิดเช็คผลประกอบการของตลาดหุ้นในเช้าวันจันทร์ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแฝงความกวนประสาทประดับอยู่บนริมฝีปากบางเฉียบ วันนี้นางไม่ต้องออกไปเดินเร่ขยี้ตาหาสแกนคนรวยที่ไหน เพราะนางมีสายลับหมายเลขศูนย์ศูนย์เจ็ด หรือ เครื่องดักฟังรุ่นป้าข้างบ้าน ในร่างแมลงสาบสุดอัปลักษณ์ ที่ถูกส่งไปฝังตัวอยู่ใต้เตียงของอนุหมินตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว "นี่ ระบบผู้ช่วยสุดที่รัก ตื่นมารับใช้ประธานบริษัทได้แล้ว เปิดช่องสัญญาณวิทยุเอฟเอ็มคลื่นความถี่เรือนตะวันตกให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้ ข้าอยากจะรู้เหลือเกินว่าพวกสัมภเวสีนั่นจะเริ่มสวดมนต์แช่งชักหักกระดูกข้าตั้งแต่ไก่โห่เลยหรือไม่" ไป๋ลี่ถิงส่งกระแสความคิดทักทายระบบในหัวด้วยน้ำเสียงที่สดใสและคึกคักอย่างถึงที่สุด "ติ๊ง ระบบเซลส์มือทองทะลวงจักรวาลกำลังประมวลผลคำสั่ง... ขอแจ้งให้ทราบว่าระบบไม่ได้หลับใหลประดุจมนุษย์ผู้เกียจคร้าน ระบบสแตนด์บายรอรับใช้โฮสต์อยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง กำลังเชื่อมต่อสัญญาณเสียงจากเครื่องดักฟังแมลงสาบ 007... การเชื่อมต่อสำเร็จ ระดับความชัดเจนของเสียงอยู่ในระดับ 8K ซาวด์แทร็กกระแทกแก้วหู ขอให้โฮสต์เพลิดเพลินกับการแอบฟังอย่างมีจริยธรรม" สิ้นเสียงแจ้งเตือนอันราบเรียบและแฝงความประชดประชันของระบบ เสียงซ่าๆ คล้ายคลื่นวิทยุก็ดังขึ้นในโสตประสาทของไป๋ลี่ถิงเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่ภาพเสียงเหตุการณ์สดๆ จากห้องนอนของอนุหมินจะดังทะลุทะลวงเข้ามาในหัวของนางอย่างชัดเจนแจ๋วแหวว ราวกับนางไปนั่งยองๆ อยู่ใต้เตียงเตียงนั้นด้วยตนเอง "โอ๊ยยย นังพวกบ่าวไร้สมอง! ข้าบอกกี่ครั้งแล้วว่าน้ำล้างหน้าต้องผสมกลิ่นดอกกุ้ยฮวาให้หอมกรุ่น ไม่ใช่น้ำเปล่าเหม็นกลิ่นตะไคร่น้ำเช่นนี้! พวกเจ้าอยากให้ใบหน้าอันงดงามของข้าต้องมีริ้วรอยหรืออย่างไร!" เสียงแหลมปรี๊ดบาดแก้วหูประดุจนกหวีดนรกของอนุหมินดังระเบิดขึ้นเป็นประโยคแรก ทำเอาไป๋ลี่ถิงถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับตนเองเบาๆ เพื่อบรรเทาความปวดร้าวในโสตประสาท เสียงข้าวของถูกปาลงพื้นแตกกระจายดังเพล้งตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงร้องไห้กระซิกๆ ของสาวใช้ที่ถูกด่าทอ "แล้วนี่มันโจ๊กข้าวฟ่างบ้าบออันใดกัน ทำไมมันถึงได้ใสแจ๋วประดุจน้ำล้างเท้าเช่นนี้! พวกห้องครัวมันแอบยักยอกข้าวสารไปขายหรืออย่างไร ทำไมถึงไม่ตุ๋นรังนกมาให้ข้ากิน! ข้าเป็นถึงมารดาของคุณหนูรองนะ พวกมันกล้าดีอย่างไรมาลดทอนคุณภาพอาหารของข้า!" "ฮูหยินหมินโปรดระงับโทสะด้วยเจ้าค่ะ... เอ่อ... พ่อบ้านหวังแจ้งว่าช่วงนี้งบประมาณของจวนฝืดเคือง ประกอบกับเมื่อวานเพิ่งจะ... เอ่อ... เพิ่งจะถูกคุณหนูสามเบิกเงินก้อนใหญ่ไป อาหารการกินจึงต้องลดหลั่นลงมาตามสัดส่วนเจ้าค่ะ" เสียงตะกุกตะกักของนังชุนฮวา สาวใช้ผีพนันคนสนิทตอบกลับด้วยความหวาดกลัว "นังเด็กสารเลวไป๋ลี่ถิง! นังมารหัวขน! เป็นเพราะมันคนเดียวที่ทำให้เรือนของข้าต้องตกระกำลำบาก มันแกล้งล้มทับน้ำรังนกใส่ลูกสาวข้ายังไม่พอ ยังกล้ามาปล้นเงินของข้าไปอีก ข้าเจ็บแค้นจนแทบจะกระอักเลือดอยู่แล้ว! สักวันข้าจะสับมันเป็นหมื่นๆ ชิ้นแล้วเอาไปโยนให้สุนัขกิน!" อนุหมินกรีดร้องด่าทอด้วยความอาฆาตมาดร้าย เสียงกระแทกหมัดลงบนโต๊ะเครื่องแป้งดังปังๆ ไป๋ลี่ถิงนั่งฟังเสียงก่นด่าแช่งชักหักกระดูกเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ไร้ซึ่งความโกรธเคืองหรือหวาดผวาใดๆ นางหยิบขนมเปี๊ยะชิ้นเล็กๆ ที่ฮูหยินไป๋เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอารมณ์ดีประดุจกำลังนั่งชมละครงิ้วคณะโปรด "ติ๊ง ระบบขออนุญาตแสดงความคิดเห็นแทรก... โฮสต์ทนฟังเรื่องไร้สาระและคำด่าทอที่หยาบคายเช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใดกัน ข้อมูลที่ได้รับมีเพียงเสียงบ่นเรื่องน้ำล้างหน้า โจ๊กข้าวฟ่าง และการด่าทอด้วยอารมณ์ริษยา ไม่เห็นจะมีแผนการระดับชาติหรือความลับทางการค้าอันใดหลุดรอดออกมาเลยแม้แต่น้อย ระบบรู้สึกเบื่อหน่ายและสูญเสียพลังงานในการประมวลผลข้อมูลขยะเหล่านี้อย่างยิ่ง ขอเสนอให้ปิดการเชื่อมต่อชั่วคราวเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ทางจิตวิญญาณ" ระบบส่งเสียงประท้วงด้วยความรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด ปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกตั้งโปรแกรมมาให้วิเคราะห์แต่ตัวเลขและแผนธุรกิจ ไม่สามารถทำความเข้าใจความสุนทรีย์ในการสอดแนมเรื่องซุบซิบนินทาของมนุษย์ได้ ไป๋ลี่ถิงกลืนขนมเปี๊ยะลงคอ ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อล้างปาก นางส่ายหน้าเบาๆ และเริ่มเปิดคลาสบรรยายวิชาจิตวิทยาการขายขั้นสูงให้ระบบผู้ช่วยที่ยังอ่อนต่อโลกฟังด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเหนือชั้น "จุ๊ๆๆ ระบบเอ๋ยระบบ เจ้าช่างเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่มองเห็นแต่เปลือกนอกจริงๆ เจ้าสอบตกวิชาพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างร้ายแรงเลยนะรู้ตัวหรือไม่" นางยืดแผ่นหลังตั้งตรง ท่วงท่าเปลี่ยนจากคุณหนูชิลๆ กลายเป็นประธานกรรมการบริษัทที่กำลังสั่งสอนพนักงานฝึกหัด "ในโลกของการทำธุรกิจและการแข่งขันที่ดุเดือด นักขายที่ดีและทรงประสิทธิภาพที่สุด ไม่ใช่นักขายที่เอาแต่นำเสนอสินค้า แต่คือ ผู้ฟัง ที่อดทนและแหลมคมที่สุดต่างหากล่ะ สิ่งที่เจ้าเรียกว่าข้อมูลขยะและคำด่าทอไร้สาระนั้น ในสายตาของข้า มันคือขุมทรัพย์มหาศาล มันคือสิ่งที่วงการการตลาดเรียกว่า Pain Point หรือ จุดเจ็บปวด ของลูกค้าและคู่แข่งอย่างไรเล่า!" ระบบเงียบไปชั่วขณะ ราวกับกำลังรอฟังคำอธิบายที่สมเหตุสมผลกว่านี้ "เจ้าลองวิเคราะห์ตามข้านะ" ไป๋ลี่ถิงเริ่มแจกแจงรายละเอียดอย่างเป็นฉากๆ "อนุหมินกำลังโวยวายเรื่องน้ำล้างหน้าและโจ๊กข้าวฟ่างที่ใสเป็นน้ำล้างเท้า นั่นแปลว่าสภาวะทางการเงินของเรือนตะวันตกกำลังเกิดอาการช็อตอย่างรุนแรง พ่อบ้านหวังคงไม่กล้าปล่อยเงินกงสีมาให้พวกนางใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายอีกแล้วเพราะกลัวข้าจะไปถล่มห้องบัญชีอีก เมื่อคนเราเคยชินกับความสุขสบายระดับพรีเมียม แต่จู่ๆ ต้องมาถูกลดเกรดลงเป็นอีโคคลาส ความเครียดและความไม่พอใจจะพุ่งสูงปรี๊ด นี่คือสัญญาณเตือนว่าพวกนางกำลังเข้าตาจน และเมื่อสุนัขจนตรอก มันจะเริ่มคิดหาวิธีการที่สกปรกและรุนแรงที่สุดในการกัดเอาคืนเพื่อแย่งชิงผลประโยชน์กลับมา" นางขยับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ดวงตาทอประกายวิบวับ "การที่นางเอาแต่ด่าทอข้าด้วยความแค้นฝังลึก นั่นแสดงว่าในหัวของนางตอนนี้ยังตื้อตันและยังคิดแผนการโจมตีที่เป็นรูปธรรมไม่ออก ความโกรธทำให้คนโง่ลงเสมอ ข้าจึงต้องอดทนฟังเสียงแหลมๆ นี้ต่อไป เพื่อรอจับจังหวะที่ยัยดอกไม้ขาวพี่หญิงรองของข้า ผู้ซึ่งมีสมองฉลาดแกมโกงกว่ามารดาของตน จะเสนอไอเดียหรือกลยุทธ์ใดๆ ออกมา การรู้ก่อนล่วงหน้าว่าคู่แข่งกำลังจะปล่อยแคมเปญอะไร คือกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การบล็อกและตลบหลังให้พวกมันล้มละลายย่อยยับแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด เจ้าเข้าใจหลักการตลาดเชิงลึกนี้แล้วหรือยังไอ้ระบบมือใหม่" "ติ๊ง ระบบกำลังอัปเดตฐานข้อมูลตรรกะมนุษย์... ยอมรับในความหน้าด้านและความคิดที่ซับซ้อนประดุจเขาวงกตของโฮสต์ ระบบจะทำการรักษาการเชื่อมต่อและดักฟังต่อไปโดยไม่บ่นอีก เพื่อรอฟังจุดเจ็บปวดที่โฮสต์ต้องการ" ไป๋ลี่ถิงยักคิ้วอย่างผู้ชนะ นางปล่อยให้เสียงบ่นด่าของอนุหมินดังแว่วเป็นแบ็คกราวด์มิวสิคในหัวต่อไปอย่างสบายใจ ในขณะที่ตัวนางเองก็ลุกขึ้นแต่งตัวเพื่อออกไปสังเกตการณ์ความเป็นไปในโลกแห่งความเป็นจริงเบื้องนอก ตลอดทั้งวัน แสงแดดสาดส่องลงมาอย่างอบอุ่น ไป๋ลี่ถิงแสร้งทำทีเป็นเดินออกไปสูดอากาศและชมสวนดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาของจวน นางอาศัยจังหวะนี้ลอบสังเกตพฤติกรรมของพี่หญิงรองไป๋ลี่ชานอย่างเงียบๆ คลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัวอยู่นั้นมักจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หากไม่สังเกตให้ดี ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือ ไป๋ลี่ชานในชุดกระโปรงสีกลีบบัวอ่อนโยน กำลังเดินนวยนาดไปตามระเบียงทางเดินพร้อมกับรอยยิ้มที่งดงามและอ่อนหวานที่สุดเท่าที่สตรีผู้หนึ่งจะพึงมีได้ นางไม่ได้แสดงอาการบาดเจ็บจากเหตุการณ์หกล้มเมื่อวานเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังทำตัวเป็นแม่พระผู้ใจบุญ แวะเวียนไปทักทายบรรดาสาวใช้และบ่าวไพร่ที่กำลังกวาดลานจวนด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะนุ่มนวลประดุจเสียงพิณ "พวกเจ้าทำงานหนักกันเลยนะ อากาศร้อนระอุเช่นนี้ อย่าลืมพักดื่มน้ำกันบ้างเล่า หากขาดเหลือสิ่งใดก็มาบอกข้าได้ ข้าจะพยายามเจียดเงินส่วนตัวไปหาซื้อมาให้พวกเจ้านะ" ไป๋ลี่ชานเอ่ยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ก่อนจะหยิบเอาเศษเหรียญทองแดงสองสามอีแปะยัดใส่มือสาวใช้ที่กำลังทำความสะอาดอย่างมีเมตตาธรรม บรรดาบ่าวไพร่ต่างพากันซาบซึ้งใจแทบจะก้มลงกราบแทบเท้าคุณหนูรอง พวกเขามองตามแผ่นหลังที่บอบบางของนางด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเทิดทูนบูชา เสียงสรรเสริญเยินยอดังระงมไปทั่วบริเวณ "คุณหนูรองช่างเป็นสตรีที่ประเสริฐเลิศเลอที่สุดในจวนโหวแห่งนี้จริงๆ จิตใจงดงามราวกับพระโพธิสัตว์ ไม่เหมือนคุณหนูสามที่วันๆ เอาแต่ทำหน้าบูดบึ้งและก้าวร้าวกับผู้ใหญ่ หากใครได้คุณหนูรองไปเป็นภรรยา คงจะโชคดีไปเจ็ดชั่วโคตรแน่ๆ" เสียงซุบซิบนินทาที่จงใจให้ลอยเข้าหู ไป๋ลี่ถิงได้ยินอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ แต่แทนที่ยอดเซลส์สาวจะรู้สึกโกรธเกรี้ยวหรือน้อยเนื้อต่ำใจ นางกลับยืนกอดอกพิงต้นเสา แค่นเสียงหัวเราะ หึ ออกมาทางจมูกด้วยความสมเพชเวทนาอย่างที่สุด "ช่างเป็นการทำพีอาร์ สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่ลงทุนต่ำแต่ได้ผลกำไรทางใจสูงปรี๊ดเสียจริงๆ" ไป๋ลี่ถิงพึมพำกับตนเอง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ยัยดอกไม้ขาวนี่รู้ดีว่าการจะทำสงครามระยะยาว ต้องอาศัยมวลชนเป็นฐานกำลังสนับสนุน นางจึงออกตระเวนแจกจ่ายความเห็นอกเห็นใจจอมปลอมและเศษเงินอีแปะเพื่อซื้อใจบ่าวไพร่ ให้พวกมันกลายเป็นกระบอกเสียงและเครื่องมือในการปล่อยข่าวลือเข้าข้างนาง แสร้งทำเป็นสตรีผู้อ่อนแอและแสนดีท่ามกลางความลำบาก เพื่อขัดเกลาตัวเองให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง และเหยียบย่ำภาพลักษณ์ของข้าให้กลายเป็นนางมารร้ายที่คอยรังแกนาง การสร้างสตอรี่แบบนี้แหละที่พวกชาวบ้านหูเบาชอบนักชอบหนา" อาชิงที่ยืนอยู่ข้างๆ กำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจแทนเจ้านาย "คุณหนูสามเจ้าคะ พวกบ่าวไพร่พวกนี้ช่างตาบอดนัก มองไม่ออกหรือว่าคุณหนูรองกำลังเสแสร้งแกล้งทำ พวกเราควรจะไปด่าประจานนางให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีหรือไม่เจ้าคะ" ไป๋ลี่ถิงส่ายหน้าเบาๆ ยกมือขึ้นตบไหล่สาวใช้เพื่อเรียกสติ "นิ่งเสียเถิดอาชิง การเดินเข้าไปด่าคนกลางวงล้อมของผู้ที่หลงศรัทธา ก็เหมือนกับการเดินเข้าไปให้ฝูงซอมบี้รุมทึ้ง รังแต่จะทำให้ภาพลักษณ์มารร้ายของข้าดูสมจริงมากยิ่งขึ้นตามที่นางต้องการ ปล่อยให้นางเล่นละครและแจกยิ้มโปรยทานไปเถอะ การแสดงละครงิ้วที่ต้องเกร็งกล้ามเนื้อหน้าตลอดเวลาแบบนี้ มันเหนื่อยและผลาญพลังงานมหาศาลนัก พอตกดึกเมื่อกล้องตัด... เอ้อ เมื่อไม่มีใครมองเห็น ตัวตนที่แท้จริงของนางก็จะถูกปลดปล่อยออกมาเอง" ดวงตาของไป๋ลี่ถิงทอประกายวาววับไปด้วยความเจ้าเล่ห์และล้ำลึก นางมองทะลุเปลือกนอกอันแสนหวานของไป๋ลี่ชานเข้าไปถึงความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่ภายใน "ปลาไหลที่แสร้งทำตัวเป็นมังกร ต่อให้ดิ้นรนว่ายน้ำให้ดูสง่างามเพียงใด สุดท้ายมันก็ยังคงเป็นปลาไหลที่ชอบมุดอยู่ในโคลนตมอยู่วันยังค่ำ ข้าจะยอมปล่อยให้นางร่ายรำไปตามจังหวะเพลงของนางก่อน รวบรวมความมั่นใจให้เต็มเปี่ยม และเมื่อถึงยามวิกาลที่เงียบสงัด เมื่อนั้นแหละที่เจ้าแมลงสาบ 007 ของข้าจะได้ทำงานอย่างคุ้มค่าตัวที่สุด" หญิงสาวหมุนตัวเดินกลับเข้าเรือนหลักด้วยท่วงท่าที่สง่างามและผ่อนคลายประดุจคนที่กำลังเตรียมตัวป๊อปคอร์นรอดูหนังฟอร์มยักษ์รอบดึก นางไม่ได้รู้สึกหวั่นวิตกกับคลื่นใต้น้ำที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้เลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน นางกลับรู้สึกตื่นเต้นและกระหายที่จะได้รับฟังความลับดำมืดที่สองแม่ลูกฝั่งตะวันตกกำลังจะสุมหัวกันคิดค้นขึ้นมา เวลาเดินผ่านไปอย่างเชื่องช้า แสงอาทิตย์ค่อยๆ ลับขอบฟ้า ถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดของยามราตรี ไป๋ลี่ถิงอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้านอน นางสั่งให้อาชิงออกไปพักผ่อนและห้ามรบกวน ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงอก หลับตาลงอย่างช้าๆ แล้วกำหนดสมาธิเชื่อมต่อกับระบบดักฟังอีกครั้ง "เอาล่ะ ระบบจอมขี้เกียจ ปลุกเจ้าแมลงสาบ 007 ให้ตื่นตัวเต็มร้อย บัดนี้โรงละครสัตว์แห่งความริษยาได้ปิดม่านลงชั่วคราวแล้ว ได้เวลาที่จิ้งจอกเก้าหางจะเผยหางที่แท้จริงออกมาเสียที เปิดวอลลุ่มเสียงให้สุด ข้าพร้อมจะรับฟังแผนการตลาดสกปรกของคู่แข่งแล้ว!" ในความมืดมิดใต้เตียงของอนุหมิน ไฟสีแดงดวงเล็กจิ๋วที่ก้นของแมลงสาบจำลองสว่างวาบขึ้นถี่ๆ หนวดของมันขยับรับคลื่นเสียงที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในห้องอย่างเตรียมพร้อม มหกรรมการแอบฟังระดับวีไอพีที่เดิมพันด้วยความอยู่รอดของธุรกิจครอบครัวจวนโหว กำลังจะเข้าสู่ช่วงไคลแมกซ์ที่ดุเดือดและน่าติดตามที่สุด ยอดเซลส์สาวฉีกยิ้มกว้างในความมืด รอคอยการเปิดเผยความลับที่จะกลายเป็นอาวุธร้ายแรงที่สุดในมือของนางอย่างใจจดใจจ่อ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD