ตอนที่ 15 เผชิญหน้าปลาวาฬทองคำ

2508 Words
บรรยากาศยามเย็นของตลาดใจกลางเมืองหลวงที่เคยคึกคักพลุกพล่านไปด้วยผู้คน บัดนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงสาดส่องลงมากระทบแผ่นหินปูถนน ฝุ่นผงที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศดูราวกับหยุดนิ่งไปชั่วอึดใจ เมื่อร่างเล็กจ้อยในชุดเสื้อผ้าบุรุษตัวโคร่งที่เต็มไปด้วยรอยขาดวิ่นและคราบดินโคลน กระโจนพรวดเดียวออกจากฝูงชนเข้ามาขวางหน้าขบวนเสด็จอันหรูหราอลังการขององค์ชายเจ็ดฉินจื่อเสวียนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ไป๋ลี่ถิงในคราบเด็กหนุ่มยาจกที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าดำปี๋ ยืนแยกขากว้างเล็กน้อย สองมือไพล่หลัง ยืดแผ่นหลังตั้งตรงสง่างามประดุจขุนเขาที่ไม่อาจสั่นคลอน ท่วงท่าของนางขัดแย้งกับสภาพเสื้อผ้าอันซอมซ่ออย่างสิ้นเชิง ดวงตากลมโตที่เปล่งประกายเจิดจ้าจับจ้องไปยังบุรุษรูปงามเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละ นางเพ่งมองทะลุผ่านความหรูหราของเนื้อผ้าไหมทอทองคำ ทะลุผ่านกวานหยกขาวบริสุทธิ์บนศีรษะของเขา และพุ่งเป้าตรงไปยังรัศมีความรวยที่เปล่งประกายกระแทกตานางจนแทบจะตาบอด "บังอาจ เจ้าเด็กขอทานชั้นต่ำ กล้าดีอย่างไรมาขวางทางเสด็จขององค์ชาย ถอยออกไปเดี๋ยวนี้ หากไม่อยากหัวหลุดจากบ่า" เสียงตวาดกร้าวและดุดันดังกึกก้องมาจากองครักษ์ร่างยักษ์ที่เดินนำหน้าขบวน ชายฉกรรจ์ผู้มีแผลเป็นทางยาวพาดผ่านใบหน้าก้าวเท้าตึงตังเข้ามาหาไป๋ลี่ถิงด้วยความเกรี้ยวกราด มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ที่เอวแน่น เสียงโลหะเสียดสีกันดังกังวานบาดหูเมื่อกระบี่เหล็กกล้าถูกชักออกจากฝักครึ่งคืบ ประกายคมมีดสะท้อนแสงแดดยามเย็นวาววับหมายจะข่มขวัญเด็กหนุ่มผู้โง่เขลาให้หวาดกลัวจนล้มพับไปกับพื้น ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบด้านต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดผวา หลายคนก้าวถอยหลังหลบฉากออกไปให้ไกลที่สุดเพราะเกรงว่าจะถูกลูกหลง อาชิงสาวใช้ตัวน้อยที่แอบดูอยู่ริมกำแพงถึงกับทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าตัวสั่นงันงก น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มด้วยความเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าคุณหนูสามของนางจะต้องถูกบั่นคอขาดกระเด็นในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน ทว่าไป๋ลี่ถิงกลับไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่นต่อคมกระบี่ที่จ่ออยู่ห่างจากคอหอยเพียงไม่กี่ชุ่นเลยแม้แต่น้อย ยอดนักขายมือทองผู้เคยเผชิญหน้ากับลูกค้าระดับมหาเศรษฐีจอมเหวี่ยงมาแล้วทั่วสารทิศ มีหรือจะมาตกใจกับแค่ยามรักษาความปลอดภัยในยุคโบราณ นางยังคงยืนนิ่งเฉย ริมฝีปากที่เปื้อนเขม่าดำคลี่รอยยิ้มลึกลับที่ดูเย่อหยิ่งและทรงอำนาจ นางหลับตาลงช้าๆ ทำทีเป็นไม่ใส่ใจต่อภัยคุกคามถึงชีวิต ราวกับผู้บำเพ็ญเพียรที่ละทิ้งทางโลกไปแล้วสิ้น ในจังหวะที่องครักษ์ร่างยักษ์กำลังจะชักกระบี่ออกมาจนสุดฝักเพื่อสั่งสอนยาจกผู้โอหัง พัดจีบกระดูกงาช้างฉลุลายวิจิตรบรรจงก็ถูกยื่นมาแตะที่ท่อนแขนอันเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างแผ่วเบา แต่กลับแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้องครักษ์ผู้นั้นต้องชะงักงันและรีบดันกระบี่กลับเข้าฝักทันที "ช้าก่อน อาหลง อย่าเพิ่งวู่วาม ทำให้ตลาดต้องแปดเปื้อนคาวเลือดไปไยเล่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลทว่าแฝงไปด้วยความเกียจคร้านและยียวนกวนประสาทดังขึ้นจากเบื้องหลัง ฉินจื่อเสวียนก้าวเท้าออกมายืนเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่มมอมแมม บุรุษรูปงามผู้มีฉายาว่าคุณชายเสเพลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงโบกพัดจีบในมือไปมาเบาๆ สายลมอ่อนๆ พัดพาเอากลิ่นหอมของไม้จันทน์และเครื่องหอมราคาแพงลอยมากระทบจมูกของไป๋ลี่ถิง ฉินจื่อเสวียนหรี่ดวงตาเรียวยาวที่แฝงประกายเจ้าเล่ห์ลงเล็กน้อย เขากวาดสายตามองสำรวจร่างเล็กจ้อยตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า เสื้อผ้าบุรุษที่หลวมโพรกจนต้องเอาเชือกกล้วยมามัดเอว คราบเขม่าดำที่ถูกป้ายอย่างลวกๆ บนใบหน้า และที่สำคัญที่สุดคือดวงตากลมโตที่สุกใสและเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญจนเกินพอดี ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีความต่ำต้อยเจียมตัวเยี่ยงขอทานทั่วไป แต่มันกลับเต็มไปด้วยประกายความทะเยอทะยานและความโลภที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด "น่าสนใจยิ่งนัก เด็กขอทานที่กล้าขวางทางม้าในเมืองหลวง หากไม่เสียสติไปแล้ว ก็คงมีจุดประสงค์แอบแฝงที่ยิ่งใหญ่เป็นแน่แท้ เจ้ามีธุระอันใดกับเปิ่นหวางหรือ เจ้าหนูน้อย" ฉินจื่อเสวียนเอ่ยถามพลางคลี่รอยยิ้มมุมปากที่สามารถหลอมละลายหัวใจสตรีได้ทั้งเมืองหลวง ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับทำให้ไป๋ลี่ถิงแอบลอบเบ้ปากในใจ นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้กำลังเสแสร้งทำตัวเป็นคุณชายผู้ใจกว้างและรักสนุก แต่ภายในใจของเขาคงกำลังประเมินนางอยู่เป็นแน่ ไป๋ลี่ถิงไม่รอช้า นางลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลังทางการค้า นางกระแอมไอเคลียร์ลำคอให้โล่ง ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อแล้วดึงเอาก้อนหินสีเทาอมเขียวผิวขรุขระที่นางเพิ่งจะก้มลงเก็บมาจากข้างทางเมื่อครู่นี้ออกมา ชูขึ้นสูดอากาศเบื้องหน้าฉินจื่อเสวียนด้วยท่วงท่าที่อลังการประดุจกำลังนำเสนอของล้ำค่าที่สุดในสามโลก "เรียนคุณชายผู้สูงศักดิ์ ข้าน้อยหาใช่ขอทานไร้บ้านไม่ แต่ข้าน้อยคือศิษย์สายเอกของท่านปรมาจารย์ผู้เร้นกายอยู่บนยอดเขาคุนหลุน วันนี้ที่ข้าน้อยยอมละทิ้งการบำเพ็ญเพียรลงมายังโลกโลกีย์ ก็เพื่อตามหาผู้มีบุญญาบารมีที่สวรรค์กำหนดไว้ และเมื่อครู่นี้ ทันทีที่คุณชายก้าวลงจากรถม้า รัศมีมังกรทองที่เปล่งประกายออกมาจากตัวคุณชายก็กระแทกตาข้าน้อยเข้าอย่างจัง ข้าน้อยจึงรู้ได้ทันทีว่า คุณชายคือผู้ที่คู่ควรจะได้ครอบครองสิ่งศักดิ์สิทธิ์ชิ้นนี้" ไป๋ลี่ถิงร่ายยาวด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานและเต็มเปี่ยมไปด้วยจังหวะจะโคนของการเล่าเรื่อง นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อยเพื่อให้คำพูดซึมลึกเข้าไปในความสนใจของผู้ฟัง ก่อนจะใช้มืออีกข้างชี้ไปยังก้อนหินสกปรกในมืออย่างทะนุถนอม "สิ่งนี้มิใช่ก้อนหินธรรมดาสามัญที่คุณชายจะพบเห็นได้ทั่วไป แต่มันคือศิลาอุกกาบาตสะกดวิญญาณแห่งขุนเขาบรรพกาล ของวิเศษที่ร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ในคืนที่ดาวตกนับพันดวงส่องสว่าง มันได้ดูดซับพลังปราณแห่งฟ้าดินมายาวนานนับหมื่นปี ท่านปรมาจารย์ของข้าน้อยได้ใช้เวลาถึงเก้าสิบเก้าวันเก้าสิบเก้าคืนในการปลุกเสกและสลักอักขระเวทมนตร์ลงไป ผู้ใดได้ครอบครองศิลาก้อนนี้ จะช่วยปัดเป่ารังควาน เสริมสร้างสง่าราศี และที่สำคัญที่สุด มันจะช่วยดึงดูดโชคลาภเงินทองให้ไหลมาเทมาประดุจสายน้ำหลาก ไม่ว่าคุณชายจะจับจ่ายใช้สอยสิ่งใด เงินทองก็จะงอกเงยทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี" ชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบๆ ต่างพากันอ้าปากค้างและเริ่มส่งเสียงซุบซิบฮือฮากันอย่างตื่นเต้น หลายคนพยายามชะเง้อคอเพื่อขอดูศิลาวิเศษให้ชัดๆ ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นก้อนหินผิวขรุขระที่ดูสกปรกมอมแมมเหมือนหินรองตีนทั่วไป หลายคนก็เริ่มส่ายหน้าและหัวเราะเยาะในความช่างกล้าของเด็กหนุ่มยาจก ทว่าผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับการนำเสนอขายโดยตรงอย่างฉินจื่อเสวียน กลับไม่ได้แสดงอาการหัวเราะเยาะหรือโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย องค์ชายเจ็ดผู้มีเบื้องหน้าเป็นคุณชายเสเพลผู้รักการพนันและสุรานารี แต่เบื้องหลังกลับเป็นถึงนายท่านผู้กุมบังเ**ยนเครือข่ายการค้าลับที่ใหญ่ที่สุดในแคว้น สมองของเขาเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและชั้นเชิงทางการค้าที่เฉียบขาด ชายหนุ่มเพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้ทะลุปรุโปร่งไปถึงกระดูกดำของเด็กหนุ่มตรงหน้าแล้ว รอยเขม่าดำที่ถูกทาอย่างจงใจเพื่อปกปิดผิวพรรณที่แท้จริง ก้อนหินข้างทางที่ยังมีเศษดินโคลนสดใหม่ติดอยู่ตามซอก และเรื่องราวอภินิหารที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างสวยหรูเกินจริง ทุกอย่างล้วนบ่งบอกอย่างชัดเจนว่านี่คือการต้มตุ๋นหลอกลวงระดับอนุบาล ทว่าสิ่งที่ทำให้ฉินจื่อเสวียนรู้สึกทึ่งและสนใจอย่างประหลาด กลับไม่ใช่ตัวสินค้าลวงโลกนั้น แต่มันคือผู้ที่กำลังยืนนำเสนอขายอยู่ต่างหาก เด็กคนนี้มีความกล้าหาญจนเข้าขั้นบ้าบิ่น กล้าเอาหินข้างทางมาหลอกขายให้องค์ชายกลางตลาด ซ้ำยังมีทักษะการพูดที่ลื่นไหล น้ำเสียงหนักแน่น แววตาไม่มีความลังเลหรือหลุกหลิกแม้แต่น้อย ท่วงท่าการนำเสนอดูน่าเชื่อถือเสียจนหากคนหูเบามาฟังคงต้องยอมควักเงินซื้ออย่างแน่นอน ชายหนุ่มลอบชื่นชมในใจ ศิลปะการล่อลวงเช่นนี้ หากนำไปขัดเกลาและใช้ในทางที่ถูกที่ควร เด็กคนนี้คงกลายเป็นพ่อค้าที่ยิ่งใหญ่ได้อย่างไม่ยากเย็น "น่าสนุกเสียนี่กระไร นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้พบเจอเรื่องบันเทิงใจเช่นนี้ ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าเด็กจอมต้มตุ๋นผู้นี้จะงัดไม้ตายอันใดออกมาใช้อีก หากข้าแกล้งทำเป็นคล้อยตาม" ฉินจื่อเสวียนคิดในใจด้วยความสนุกสนาน เขาตัดสินใจเก็บซ่อนความเฉียบแหลมของตนเองเอาไว้ภายใต้หน้ากากของคุณชายเสเพลผู้โง่เขลา ชายหนุ่มหุบพัดจีบลงและทำทีเป็นเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นหลงใหล เขาก้าวเข้าไปใกล้ไป๋ลี่ถิงอีกหนึ่งก้าว ชะโงกหน้าเข้าไปพิจารณาก้อนหินขี้เรื้อนในมือของนางอย่างพินิจพิเคราะห์ "โอ้โห ศิลาอุกกาบาตสะกดวิญญาณแห่งขุนเขาบรรพกาลกระนั้นหรือ ช่างเป็นชื่อที่ฟังดูยิ่งใหญ่อลังการและทรงพลังเสียนี่กระไร ข้าก็ว่าอยู่ว่าเหตุใดช่วงนี้ข้าถึงรู้สึกดวงไม่ค่อยดี เล่นพนันน้ำเต้าปูปลาทีไรก็เสียเงินให้พวกขุนนางเฒ่าทุกที ที่แท้ข้าก็ขาดแคลนของวิเศษมาเสริมบารมีนี่เอง มองดูรอยขรุขระบนหินก้อนนี้สิ มันช่างดูคล้ายกับเกล็ดมังกรโบราณไม่มีผิดเพี้ยน แล้วรอยเปื้อนสีน้ำตาลนั่นเล่า หรือว่าจะเป็นคราบเลือดของอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสยบเอาไว้" ฉินจื่อเสวียนแสร้งทำเป็นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นและชี้ไปยังคราบดินโคลนบนก้อนหินอย่างจริงจัง ไป๋ลี่ถิงแทบจะหลุดหัวเราะก๊ากออกมาเมื่อเห็นปฏิกิริยาตอบรับที่เกินความคาดหมายของเป้าหมาย ปลาวาฬทองคำตัวนี้ช่างกินเบ็ดง่ายดายเสียยิ่งกว่าการปอกกล้วยเข้าปาก นางลอบโห่ร้องด้วยความยินดีในใจ สมองอันชาญฉลาดรีบปั่นแต่งเรื่องราวตามน้ำไปอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้โอกาสทองหลุดลอย "คุณชายช่างมีสายตาที่แหลมคมยิ่งนัก สมแล้วที่เป็นผู้มีบุญญาบารมี รอยเปื้อนสีน้ำตาลที่คุณชายเห็นนั้น มิใช่คราบเลือดอสูรหรอกขอรับ แต่มันคือรอยไหม้เกรียมที่เกิดจากการต้านทานสายฟ้าแห่งสวรรค์ในขณะที่ท่านปรมาจารย์กำลังทำพิธีเบิกเนตรศิลา มันคือสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งและพลังอำนาจอันไร้ขีดจำกัด หากคุณชายได้ครอบครองมัน ข้าน้อยขอรับรองด้วยเกียรติของสำนักคุนหลุนเลยว่า การพนันทุกวงที่คุณชายลงเล่น จะมีแต่คำว่าชนะจนเจ้ามือต้องร้องขอชีวิต" ไป๋ลี่ถิงใช้วาทศิลป์หว่านล้อมอย่างสุดความสามารถ นางสังเกตเห็นประกายความสนุกสนานในดวงตาของบุรุษรูปงามตรงหน้า นางรู้ดีว่าคนรวยระดับนี้มักจะชอบความท้าทายและการใช้เงินเพื่อความบันเทิงใจ การอ้างเรื่องโชคลาภในการพนันคือจุดอ่อนสำคัญที่คุณชายเสเพลทุกคนต้องยอมสยบ ฉินจื่อเสวียนพยักหน้าหงึกหงักอย่างพึงพอใจ เขาทำทีเป็นลูบปลายคางตนเองอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงความปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยม "ยอดเยี่ยม เป็นของวิเศษที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ข้าถูกใจศิลาก้อนนี้ยิ่งนัก เจ้าศิษย์น้อย สำนักคุนหลุนของเจ้าต้องการสิ่งใดเป็นการแลกเปลี่ยนเล่า ในเมื่อมันเป็นของล้ำค่าปานนี้ ข้าเชื่อว่าเจ้าคงไม่ยอมยกให้ข้าเปล่าๆ เป็นแน่ บอกราคาของเจ้ามาได้เลย เปิ่นหวางมีเงินทองมากมายก่ายกองพร้อมที่จะทุ่มไม่อั้นเพื่อของวิเศษชิ้นนี้" เข้าทางยอดนักขายมือทองอย่างจัง ไป๋ลี่ถิงพยายามกดมุมปากที่กำลังจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้างเอาไว้ นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แสร้งทำสีหน้าเคร่งขรึมและเสียสละอย่างสุดซึ้ง "คุณชายผู้ประเสริฐ ของวิเศษเช่นนี้ไม่สามารถประเมินค่าเป็นเงินทองได้หรอกขอรับ หากจะให้ตีราคา มันย่อมมีค่าควรเมือง แต่ด้วยคำสั่งของท่านปรมาจารย์ที่ให้ข้าน้อยลงมาโปรดสัตว์ ข้าน้อยจึงขอเพียงแค่ค่าทำนุบำรุงศาลเจ้าบนยอดเขาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อเป็นปัจจัยในการสร้างกุศลร่วมกันของคุณชาย เพียงแค่... หนึ่งตำลึงเงิน... เท่านั้นขอรับ" นางเอ่ยตัวเลขหนึ่งตำลึงเงินออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำและหนักแน่น นางรู้ดีว่าตัวเลขนี้สูงเกินกว่ามูลค่าที่แท้จริงของก้อนหินไปนับล้านเท่า แต่นางก็ต้องเสี่ยงเดิมพันเพื่อทำภารกิจที่ระบบบ้าบอบังคับเอาไว้ให้สำเร็จ เมื่อคำว่าหนึ่งตำลึงเงินหลุดออกจากปากของเด็กหนุ่มยาจก บรรดาชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกตะลึงระคนขบขัน หลายคนเริ่มสบถด่าทอเด็กหนุ่มว่าหน้าด้านและโลภมากเกินมนุษย์มนา ก้อนหินเน่าๆ ก้อนเดียวกล้าเรียกราคาตั้งหนึ่งตำลึงเงิน นี่มันปล้นกันกลางแดดชัดๆ องครักษ์ร่างยักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังฉินจื่อเสวียนก็ทนไม่ไหว ก้าวเท้าออกมาหมายจะตวาดด่า แต่ฉินจื่อเสวียนก็ยกพัดขึ้นห้ามไว้อีกครั้ง บุรุษหนุ่มรูปงามจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตของไป๋ลี่ถิง เขามองเห็นความมุ่งมั่นและความทะเยอทะยานที่ซ่อนอยู่ภายใต้คราบความสงบนิ่งนั้น เขาตระหนักได้ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้กำลังล้อเล่น แต่กำลังตั้งใจที่จะรีดไถเงินหนึ่งตำลึงจากเขาจริงๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD