ตอนที่ 28 ล่อเสือเข้าจั่น

3230 Words
แสงแดดยามบ่ายแผดเผาลงมาบนหลังคากระเบื้องของจวนเผิงกวงโหวจนเกิดไอร้อนระอุเต้นระริกอยู่เหนือพื้นดิน บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดและอบอ้าวประดุจเตาอบขนาดมหึมา บรรดาบ่าวไพร่ต่างพากันหลบมุมงีบหลับอยู่ตามใต้ร่มไม้และซอกอาคารเพื่อหนีความร้อน ทว่าภายในเรือนหลักของฮูหยินเอก ไป๋ลี่ถิงยอดนักขายมือทองกลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนนต่อสภาพอากาศ นางกำลังเดินวนไปวนมากลางห้องโถงด้วยท่วงท่ากระฉับกระเฉงประดุจนักลงทุนที่กำลังเตรียมตัวเปิดประมูลโครงการระดับชาติ ดวงตากลมโตเปล่งประกายเจิดจ้าและเต็มเปี่ยมไปด้วยแผนการอันล้ำลึกที่ถูกร่างเอาไว้ในสมองอย่างเป็นระบบระเบียบ หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบเรือนพักที่เงียบสงบ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ฮูหยินไป๋ผู้เป็นมารดา ซึ่งกำลังนั่งปักสะดึงด้วยใบหน้าซีดเซียวและมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายตามไรผม อาชิงสาวใช้ตัวน้อยนั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้างคอยพัดวีให้เจ้านายอย่างแข็งขัน ไป๋ลี่ถิงคลี่รอยยิ้มกว้างขวางและสว่างไสวที่สุดเท่าที่จะทำได้ นางก้าวเท้าเดินเข้าไปหามารดาด้วยท่วงท่าของเซลส์สาวที่กำลังจะนำเสนอแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวระดับวีไอพี "ท่านแม่เจ้าคะ การอุดอู้ซึมเซาอยู่แต่ในเรือนหลักที่คับแคบและร้อนอบอ้าวเช่นนี้ จะส่งผลเสียต่อการหมุนเวียนของพลังปราณในร่างกายนะเจ้าคะ เราต้องออกไปเดินรับลมชมวิวเพื่อเปิดรับกระแสโชคลาภให้ไหลเวียนเข้ามา วันนี้อากาศดีเลิศประเสริฐศรี ข้าว่าเราพากันไปเดินเล่นที่สวนหลังจวนกันเถิดเจ้าค่ะ" ฮูหยินไป๋ชะงักมือที่กำลังถือเข็มปักผ้า นางเงยหน้าขึ้นมองบุตรสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความงุนงงสับสน "ถิงเอ๋อร์ แม่ไม่เข้าใจคำพูดแปลกประหลาดของเจ้าเลยสักคำ แต่อากาศภายนอกร้อนระอุแทบจะเผาผิวหนังให้ไหม้เกรียมเช่นนี้ หากเราออกไปเดินตากแดด แม่เกรงว่าจะเป็นลมล้มพับไปเสียก่อนนะลูก เรานั่งพักผ่อนอยู่ในเรือนอย่างสงบเจียมเนื้อเจียมตัวเช่นเดิมไม่ดีกว่าหรือ" ไป๋ลี่ถิงส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว นางไม่ยอมให้มารดาปฏิเสธข้อเสนออันยอดเยี่ยมนี้เด็ดขาด เพราะแผนการเปิดบ้านล่อโจรของนางจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเรือนหลักแห่งนี้ไม่มีผู้ใดอยู่โยงเฝ้าสถานที่ นางเอื้อมมือไปจับแขนของมารดาแล้วออกแรงดึงเบาๆ เพื่อเป็นการบังคับกลายๆ "โธ่ ท่านแม่ไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ ข้าจะให้อาชิงกางร่มคันใหญ่ที่สุดบังแดดให้ท่านอย่างสุดความสามารถ สวนหลังจวนแม้จะรกร้างไปบ้างแต่ก็ยังมีต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ไปเถิดเจ้าค่ะ ถือเสียว่าเป็นการไปเดินสำรวจพื้นที่เพื่อวางผังเมืองใหม่เตรียมรับความมั่งคั่งให้จวนของเราในอนาคต หากท่านมัวแต่นั่งอยู่ตรงนี้ โชคลาภก็จะเดินหนีไปหมดนะเจ้าคะ" เมื่อถูกบุตรสาวรบเร้ากึ่งลากกึ่งจูงด้วยเหตุผลที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้ ฮูหยินไป๋ก็จำต้องวางสะดึงลงและลุกขึ้นยืนตามอย่างเสียไม่ได้ อาชิงรีบวิ่งไปหยิบร่มกระดาษเคลือบน้ำมันคันเก่ามากางออกอย่างรู้หน้าที่ สองนายบ่าวและหนึ่งอดีตเซลส์สาวเดินเรียงรายกันออกจากเรือนหลัก มุ่งหน้าตรงไปยังสวนรกร้างทางทิศตะวันตกของจวน ทิ้งให้เรือนพักอันกว้างขวางว่างเปล่าและเงียบสนิท ไร้ซึ่งการป้องกันใดๆ ทั้งสิ้นประดุจการเปิดประตูคลังสมบัติทิ้งไว้เพื่อเชื้อเชิญให้หัวขโมยเดินเข้ามาหยิบฉวยตามอำเภอใจ เมื่อขบวนของฮูหยินเอกเดินมาถึงใต้ร่มไม้ใหญ่ในสวนหลังจวน ไป๋ลี่ถิงก็แสร้งทำเป็นยกมือขึ้นตบหน้าผากตนเองเบาๆ นางทำตาโตและทำปากจู๋ประดุจเพิ่งนึกเรื่องสำคัญระดับคอขาดบาดตายขึ้นมาได้ "แย่แล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าลืมหยิบถุงหอมปรับอากาศที่ข้าเพิ่งปรุงเสร็จออกมาด้วย หากขาดสิ่งนั้นไป การเดินชมสวนของข้าคงจะหมดอรรถรสเป็นแน่แท้ ท่านแม่กับอาชิงนั่งพักรอข้าอยู่ตรงแคร่ไม้ใต้ต้นไม้นี้ก่อนนะเจ้าคะ ห้ามเดินไปไหนเด็ดขาด ข้าจะรีบวิ่งกลับไปหยิบที่เรือนแล้วจะรีบกลับมาหาเจ้าค่ะ" ฮูหยินไป๋ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากทัดทานสิ่งใด ไป๋ลี่ถิงก็หมุนตัวหันหลังวิ่งตึกตักออกไปอย่างรวดเร็วประดุจม้าศึกที่หลุดจากคอก นางวิ่งอ้อมหลบสายตาของมารดาและสาวใช้เข้าไปในดงพุ่มไม้สูงท่วมหัว ก่อนจะเปลี่ยนท่วงท่าจากการวิ่งเป็นการเดินย่องอย่างเงียบเชียบและระมัดระวังที่สุด นางลัดเลาะไปตามเงาของกำแพงจวนและพุ่มดอกไม้ที่ขึ้นรกชัฏ มุ่งหน้าย้อนกลับมายังบริเวณเรือนหลักของตนเอง เมื่อเข้าใกล้เขตเรือนหลัก ไป๋ลี่ถิงก็ย่อตัวลงต่ำจนแทบจะกลายเป็นท่าคลานเข่า นางเลือกจุดซุ่มซ่อนตัวที่ยอดเยี่ยมที่สุด นั่นคือหลังกอดอกมะลิกอใหญ่ที่อยู่ห่างจากหน้าต่างห้องนอนของนางเพียงไม่กี่ก้าว กอดอกมะลินี้มีใบหนาทึบและสามารถมองลอดช่องว่างระหว่างกิ่งไม้เพื่อสอดส่องดูความเคลื่อนไหวบริเวณลานหน้าเรือนได้อย่างชัดเจนแจ๋วแหวว นางทรุดตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นดินที่เปียกชื้นเล็กน้อย กลิ่นดินและกลิ่นเหม็นเขียวของใบไม้ลอยมาแตะจมูก กองทัพมดแดงและยุงลายเริ่มพากันบินมารุมกัดตามแขนขาของนางอย่างหิวโหย ทว่ายอดนักขายมือทองกลับกัดฟันข่มความคันเอาไว้อย่างสุดความสามารถ นางส่งกระแสจิตด่าทอพวกแมลงเหล่านั้นในใจว่า พวกเจ้าช่างทำตัวเหมือนเจ้าหนี้นอกระบบที่คอยตามทวงหนี้ไม่รู้จักเวล่ำเวลาเสียจริง แต่เพื่อผลกำไรก้อนโตที่กำลังจะมาเยือน ข้าจะยอมบริจาคเลือดให้พวกเจ้ากินฟรีๆ สักมื้อก็แล้วกัน เวลาผ่านไปเพียงชั่วก้านธูปไหม้ ความอดทนของนางก็สัมฤทธิ์ผล หูของนางแว่วเสียงฝีเท้าที่พยายามก้าวเดินอย่างแผ่วเบาแต่กลับดูเงอะงะเก้งก้างดังมาจากทางเดินหินชนวน ไป๋ลี่ถิงเพ่งสายตามองลอดผ่านใบมะลิออกไป สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างของเสี่ยวหง สาวใช้คนสนิทอีกคนของพี่หญิงรองไป๋ลี่ชาน กำลังเดินย่องเข้ามาในลานเรือนหลักด้วยท่วงท่าที่ชวนให้รู้สึกขบขันมากกว่าจะดูเป็นนักย่องเบามืออาชีพ เสี่ยวหงทำตัวโค้งงอประดุจกุ้งต้ม หันซ้ายแลขวาลุกลี้ลุกลนอยู่ตลอดเวลา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดระแวง เหงื่อเม็ดโตร่วงหล่นจากหน้าผากลงมาตามพวงแก้ม มือขวาของนางล้วงเข้าไปในสาบเสื้อกุมบางสิ่งบางอย่างเอาไว้แน่นจนข้อปูดโปน นางก้าวเท้าทีละก้าวราวกับกำลังเดินอยู่บนพื้นน้ำแข็งที่พร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อ ไป๋ลี่ถิงที่แอบซุ่มดูอยู่ถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ นางวิจารณ์การกระทำของศัตรูในใจอย่างเมามันส์ ช่างเป็นการโจรกรรมที่ดูถูกสติปัญญาของผู้พบเห็นยิ่งนัก เดินย่องท่าทางพิรุธจัดประดุจขโมยไก่ในคณะงิ้วเช่นนี้ หากมีผู้ใดเดินผ่านมาเห็นเข้า ต่อให้ไม่มีของกลางในมือก็ต้องถูกจับส่ง관ทัณฑ์ฐานมีพฤติกรรมน่าสงสัยอย่างแน่นอน ยัยดอกไม้ขาวพี่หญิงรองช่างไม่มีวิสัยทัศน์ในการคัดเลือกพนักงานมาปฏิบัติงานระดับชาติเอาเสียเลย ส่งคนซื่อบื้อเช่นนี้มาทำงานสำคัญ รังแต่จะทำให้บริษัทของพวกนางต้องพบกับความล่มจม เสี่ยวหงเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนของไป๋ลี่ถิง นางผลักบานประตูไม้เบาๆ เมื่อพบว่ามันไม่ได้ลงกลอนตามที่สายลับสืบมา นางก็ลอบถอนหายใจยาวพรืดด้วยความโล่งอก ก่อนจะแทรกตัวผลุบเข้าไปภายในห้องอย่างรวดเร็ว ไป๋ลี่ถิงไม่รอช้า นางค่อยๆ คลานเข่าออกจากกอดอกมะลิ เคลื่อนตัวไปแอบอยู่ใต้ขอบหน้าต่างห้องนอนของตนเองอย่างเงียบเชียบที่สุด นางใช้นิ้วชี้แตะน้ำลายจิ้มลงบนกระดาษกรุหน้าต่างจนเปียกชุ่ม แล้วค่อยๆ เจาะให้เป็นรูเล็กๆ ขนาดพอมองลอดเข้าไปได้ ทักษะการถ้ำมองนี้ช่างเป็นประโยชน์ยิ่งนักเมื่อนำมาใช้จับผิดคู่แข่งทางการค้า สายตาของนางมองทะลุผ่านรูเล็กๆ นั้นเข้าไปภายในห้องนอน เสี่ยวหงกำลังยืนตัวสั่นอยู่กลางห้อง นางมองซ้ายมองขวาเพื่อหาสถานที่ซ่อนของที่เหมาะสมที่สุด ไป๋ลี่ถิงลอบยิ้มกริ่มในใจ เพราะนางได้ทำการจัดฉากเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่หัวขโมยผู้นี้เอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เดิมทีไป๋ลี่ถิงตั้งใจจะเปิดลิ้นชักตู้เอาไว้ล่อใจ แต่เมื่อทบทวนดูตามหลักจิตวิทยาของคนทั่วไปแล้ว การเอาของมีค่าระดับปิ่นทองพระราชทานไปวางแหมะไว้ในลิ้นชักที่เปิดอ้าซ่านั้น มันดูจงใจและไร้ศิลปะเกินไป หากบิดาผู้โง่เขลามาค้นเจอ อาจจะสงสัยได้ว่ามีคนตั้งใจนำมาวางทิ้งไว้ นางจึงเปลี่ยนแผนการจัดดิสเพลย์สินค้าใหม่ทั้งหมด นางได้ทำการจัดที่นอนของตนเองใหม่ โดยพับผ้าห่มไปกองไว้ด้านหนึ่ง และจงใจใช้ลิ่มไม้ชิ้นเล็กๆ สอดรองไว้ใต้ฟูกนอนฝั่งที่ติดกับผนังห้อง ทำให้ฟูกนอนบริเวณนั้นเผยออ้าขึ้นมาเล็กน้อย เกิดเป็นช่องว่างสลัวๆ ที่ดูลึกลับและเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมาย มันเป็นจุดที่มองเห็นได้ง่ายหากตั้งใจหา แต่ก็ดูแนบเนียนพอที่จะทำให้คนโง่เชื่อว่าเป็นที่ซ่อนลับของหัวขโมยตัวจริง และก็เป็นไปตามที่ยอดเซลส์สาวคาดการณ์เอาไว้ เสี่ยวหงกวาดสายตามองไปรอบห้องอยู่เพียงชั่วอึดใจ สายตาของสาวใช้ผู้นั้นก็ไปสะดุดเข้ากับรอยเผยอของฟูกนอนบนเตียงอย่างจัง เสี่ยวหงทำหน้าตาราวกับคนหลงทางในทะเลทรายที่เพิ่งค้นพบแหล่งน้ำโอเอซิส นางรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปที่เตียงนอน ล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อแล้วดึงเอาห่อผ้าแพรสีแดงขนาดกะทัดรัดออกมา มือของเสี่ยวหงสั่นระริกขณะที่นางยัดห่อผ้าสีแดงใบนั้นเข้าไปในช่องว่างใต้ฟูกนอนอย่างเร่งรีบ เมื่อยัดของเข้าไปลึกจนสุดแขนแล้ว นางก็ดึงเอาลิ่มไม้เล็กๆ ที่ไป๋ลี่ถิงจงใจรองเอาไว้ออกมาทิ้งลงบนพื้น ทำให้ฟูกนอนทับแบนราบลงไปปิดบังห่อผ้าสีแดงนั้นจนมิดชิด แนบเนียนไร้ร่องรอยประดุจไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน เสี่ยวหงยกมือขึ้นลูบหน้าอกตนเอง ปล่อยลมหายใจออกมายาวเหยียดด้วยความโล่งใจที่ภารกิจเสร็จสิ้น นางหันหลังกลับและวิ่งพรวดพราดออกจากห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว ในจังหวะที่ก้าวข้ามธรณีประตู ปลายเท้าของนางดันไปสะดุดเข้ากับขอบไม้จนเสียหลักล้มคะมำลงไปกองกับพื้นดินหน้าเรือนเสียงดังตุบ ทว่าสาวใช้ผู้ตื่นตระหนกก็ไม่ใส่ใจความเจ็บปวด นางรีบตะกายลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากอาณาเขตเรือนหลักประดุจสุนัขที่ถูกสาดด้วยน้ำร้อน ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันที่ลอยตลบอบอวล ไป๋ลี่ถิงที่แอบซุ่มอยู่ใต้หน้าต่างมองตามแผ่นหลังของสาวใช้ที่วิ่งหนีหางจุกตูดไปจนลับตา นางส่ายหน้าเบาๆ ด้วยความระอาใจกับการทำงานที่ขาดความเป็นมืออาชีพของทีมงานฝ่ายศัตรู นางนั่งนับตัวเลขในใจอย่างช้าๆ เพื่อรอคอยให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดแอบซุ่มดูอยู่บริเวณนี้อีก เมื่อตัวเลขในใจนับถึงหนึ่งร้อย ไป๋ลี่ถิงก็ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน นางปัดเศษดินและเศษใบไม้ออกจากกระโปรงสีเทาซีดของตนเองอย่างใจเย็น ยืดแผ่นหลังตั้งตรงสง่างาม จัดระเบียบเสื้อผ้าและเส้นผมให้เข้าที่เข้าทาง ท่วงท่าที่เคยหลบซ่อนตัวประดุจหัวขโมยบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจประดุจประธานบริษัทที่เพิ่งกวาดซื้อหุ้นของคู่แข่งมาได้ทั้งหมด นางก้าวเท้าเดินกลับเข้ามาภายในห้องนอนของตนเองอย่างช้าๆ และมั่นคง บรรยากาศภายในห้องยังคงเงียบสงบและดูเป็นปกติทุกประการ ทว่าสำหรับไป๋ลี่ถิง ห้องนี้ได้กลายเป็นเวทีประลองปัญญาที่นางเป็นผู้ควบคุมจังหวะการแสดงทั้งหมดเอาไว้ในกำมือแล้ว หญิงสาวเดินตรงดิ่งไปที่เตียงนอนไม้เก่าๆ ของตนเอง นางก้มลงมองบริเวณฟูกนอนที่ถูกทับจนแบนราบ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม "มาเถิด ข้าจะขอตรวจสอบคุณภาพสินค้าของคู่แข่งเสียหน่อยว่ามันจะเลิศเลอสมคำร่ำลือหรือไม่" นางพูดพึมพำกับตนเองพลางสอดมือเข้าไปใต้ฟูกนอน คลำหาสิ่งของแปลกปลอมเพียงชั่วอึดใจ ปลายนิ้วของนางก็สัมผัสเข้ากับเนื้อผ้าแพรลื่นๆ นางออกแรงดึงห่อผ้าสีแดงนั้นออกมาจากใต้ฟูกอย่างง่ายดาย ไป๋ลี่ถิงนำห่อผ้าสีแดงมาวางไว้บนโต๊ะกลางห้อง นางค่อยๆ คลี่ปมผ้าออกอย่างทะนุถนอมประดุจนักประเมินราคาอัญมณีที่กำลังตรวจสอบสมบัติล้ำค่า ทันทีที่ผ้าแพรเปิดอ้าออก สิ่งที่นอนนิ่งอยู่ภายในก็เผยโฉมให้เห็นเต็มสองตา มันคือปิ่นทองคำแท้ขนาดใหญ่ที่มีน้ำหนักตึงมือบ่งบอกถึงความบริสุทธิ์ของทองคำ ส่วนหัวของปิ่นถูกสลักเสลาเป็นรูปมังกรทะยานเมฆาอย่างวิจิตรบรรจง เกล็ดมังกรทุกเกล็ดถูกแกะสลักอย่างละเอียดอ่อนประณีต ดวงตาของมังกรประดับด้วยทับทิมสีแดงสดเม็ดเล็กจิ๋วที่ส่องประกายวาววับ นี่คือปิ่นทองพระราชทานของบิดา สิ่งของที่เป็นตัวแทนแห่งเกียรติยศและอาจกลายเป็นตั๋วเดินทางสู่ลานประหารหากนางแก้ต่างให้ตนเองไม่ได้ ไป๋ลี่ถิงหยิบปิ่นทองขึ้นมาถือไว้ในระดับสายตา นางหรี่ตาลงเล็กน้อย เริ่มต้นกระบวนการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อบกพร่องของสินค้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุด การจะหักล้างข้อกล่าวหาในศาลเตี้ยของจวนที่กำลังจะเกิดขึ้น นางไม่สามารถใช้เพียงแค่วาทศิลป์น้ำท่วมทุ่งได้ นางจำเป็นต้องมีข้อมูลเชิงประจักษ์และหลักฐานทางกายภาพที่แน่นหนาเพื่อตบหน้าพวกคนตอแหลให้หงายหลังตึง นางหมุนปิ่นทองไปมาในมือ เพ่งมองทุกซอกทุกมุมประดุจใช้แว่นขยายตาเหยี่ยวส่องดูเพชร ทันใดนั้นเอง สายตาอันแหลมคมของยอดเซลส์สาวก็ไปสะดุดเข้ากับร่องรอยบางอย่างที่คนทั่วไปอาจจะมองข้าม "หึ สินค้ามีตำหนินี่นา ช่างเป็นการจัดการคลังสินค้าที่หละหลวมเสียจริง" นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด ที่บริเวณลวดลายเกล็ดมังกรช่วงกลางลำตัวของปิ่นทอง มีคราบขี้ผึ้งสีขาวขุ่นเก่าๆ เกาะติดฝังแน่นอยู่ตามร่องแกะสลักอย่างชัดเจน คราบขี้ผึ้งนี้เป็นสิ่งที่ใช้สำหรับขัดเคลือบเงาเครื่องทองที่ถูกเก็บรักษาไว้ในกล่องไม้เป็นเวลานานโดยไม่ถูกนำออกมาใช้งาน หากปิ่นชิ้นนี้ถูกขโมยมาเพื่อเตรียมนำไปขายต่อ หัวขโมยที่มีสติปัญญาปกติย่อมต้องนำไปเช็ดถูทำความสะอาดเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์และลบร่องรอยการเก็บรักษาทิ้งไปแล้ว ทว่าปิ่นชิ้นนี้กลับมีคราบขี้ผึ้งเกาะกรังประดุจเพิ่งถูกหยิบออกมาจากกล่องเก็บสมบัติสดๆ ร้อนๆ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนางใช้นิ้วลูบไปที่ส่วนปลายแหลมของปิ่น นางก็พบว่ามันปราศจากรอยขีดข่วนหรือคราบน้ำมันจากเส้นผมใดๆ ทั้งสิ้น บ่งบอกชัดเจนว่าปิ่นชิ้นนี้ไม่เคยถูกนำมาเสียบประดับบนศีรษะของผู้ใดเลย มันเป็นเพียงของโชว์ที่ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักลับของบิดาอย่างทะนุถนอมที่สุด "การเตรียมสินค้ามาป้ายสีโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดให้ดี ถือเป็นความผิดพลาดระดับอนุบาลของพวกมือใหม่หัดเลว หากข้าเป็นหัวขโมย ข้าคงไม่เอาของที่มีคราบขี้ผึ้งชัดเจนเช่นนี้มาซุกซ่อนไว้เฉยๆ โดยไม่ทำความสะอาดหรอก และที่สำคัญที่สุด การเอาของมีค่าระดับนี้มาซ่อนไว้ใต้ฟูกนอนของตนเอง มันช่างเป็นการกระทำที่โง่เขลาและไร้ตรรกะสิ้นดี ไม่มีขโมยหน้าไหนในโลกจะเอาของกลางมาซุกไว้ในห้องนอนที่ตนเองหลับนอนทุกคืนเพื่อรอให้คนมาค้นเจอหรอก" ไป๋ลี่ถิงประมวลผลข้อมูลและเตรียมสคริปต์สำหรับการตอบโต้เอาไว้ในหัวอย่างเป็นฉากๆ นางจดจำลักษณะของคราบขี้ผึ้งและรอยตำหนิต่างๆ เอาไว้จนขึ้นใจ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นอาวุธชิ้นสำคัญที่จะใช้แทงทะลุหัวใจของสองแม่ลูกจอมมารยาให้แหลกสลายไม่มีชิ้นดี นางจัดการห่อปิ่นทองคำพระราชทานกลับเข้าไปในผ้าแพรสีแดงตามเดิม แล้วนำมันกลับไปยัดไว้ใต้ฟูกนอนในตำแหน่งเดิมอย่างแม่นยำทุกองศา นางจงใจปล่อยให้ขอบผ้าสีแดงโผล่ออกมาพ้นขอบฟูกเล็กน้อยเพื่อให้พวกบ่าวไพร่ที่บิดาจะนำมาค้นห้องสามารถมองเห็นได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลามานั่งรื้อค้นให้ข้าวของของนางต้องพังเสียหาย เมื่อเตรียมเวทีการแสดงเสร็จสมบูรณ์ ไป๋ลี่ถิงก็ลุกขึ้นยืนกอดอกจังก้ากลางห้อง รอยยิ้มเย็นเยียบและทรงอำนาจปรากฏขึ้นบนใบหน้า ดวงตาของนางทอประกายวาววับไปด้วยไฟแห่งการต่อสู้ "เอาล่ะ พวกสัมภเวสีฝั่งตะวันตกทั้งหลาย สินค้าของพวกเจ้าถูกจัดวางขึ้นชั้นโชว์เรียบร้อยแล้ว ข้าได้ปูพรมแดงเตรียมสถานที่จัดงานเปิดตัวความตอแหลเอาไว้รอต้อนรับพวกเจ้าอย่างสมเกียรติ รีบๆ ไปฟ้องท่านพ่อให้แห่ขบวนกันมาค้นห้องข้าเร็วๆ เข้าเถิด ยอดนักขายมือทองคนนี้กำลังคันปากอยากจะพรีเซนต์สินค้าเพื่อทุบหม้อข้าวของคู่แข่งให้แหลกละเอียดจะแย่อยู่แล้ว ลานประหารศาลเตี้ยแห่งนี้ ข้าจะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์และปิดบัญชีพวกเจ้าด้วยตัวของข้าเอง!" เสียงประกาศกร้าวในใจของไป๋ลี่ถิงดังกึกก้องประดุจเสียงลั่นกลองรบ มหกรรมการฉีกหน้ากากดอกไม้ขาวและการหักล้างข้อกล่าวหาด้วยวาทศิลป์ขั้นเทพกำลังจะระเบิดขึ้นในไม่ช้า จวนเผิงกวงโหวแห่งนี้จะต้องจารึกชื่อของคุณหนูสามในฐานะผู้ปราบมารร้ายด้วยตรรกะและเหตุผลที่กวนประสาทที่สุดในปฐพี!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD