สายลมพัดโชยมากระทบผิวกาย หอบเอาใบไม้หมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดย่อมอยู่ตรงริมกำแพงทิศตะวันตกของจวนเผิงกวงโหว ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามบ่ายคล้อย บริเวณช่องโหว่ขนาดเล็กที่ฐานกำแพงซึ่งถูกเรียกขานอย่างเป็นทางการว่ารูสุนัขลอด ปรากฏความเคลื่อนไหวที่แสนจะทุลักทุเลและไร้ซึ่งความสง่างามโดยสิ้นเชิง ร่างของไป๋ลี่ถิง ยอดนักขายมือทองผู้เพิ่งจะไปสร้างวีรกรรมต้อนเถ้าแก่จินแห่งแคว้นเป่ยจนมุมและปิดดีลมหาโหดให้แก่องค์ชายเจ็ดได้สำเร็จ กำลังพยายามตะเกียกตะกายคลานสี่ขามุดลอดกลับเข้ามาในอาณาเขตบ้านของตนเอง
ทว่าการมุดรูสุนัขในวันนี้กลับยากลำบากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา สาเหตุไม่ใช่เพราะรูสุนัขหดเล็กลง แต่เป็นเพราะบริเวณหน้าอกและเอวของนางถูกยัดทะนานไปด้วยถุงผ้าต่วนสีดำขนาดใหญ่ถึงสามถุง ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยก้อนตำลึงเงินและตั๋วเงินจำนวนมหาศาลที่นางเพิ่งจะไปรีดไถ เอ้อ รับเป็นค่าคอมมิชชั่นและค่าเหนื่อยล่วงหน้ามาจากองค์ชายจอมเสเพล น้ำหนักของเงินทองที่ถ่วงอยู่ตามร่างกายทำให้นางเคลื่อนไหวเชื่องช้าประดุจเต่าคลานจมปลักโคลน
"โอ๊ย ติด ติดพุงย้วยๆ ของกระเป๋าเงิน ดันเข้าไปสิโว้ย"
ไป๋ลี่ถิงบ่นอุบอิบพร้อมกับออกแรงแขนยันพื้นดินจนเส้นเลือดปูดโปน นางสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด แขม่วหน้าท้องจนแทบจะติดกระดูกสันหลัง แล้วออกแรงกระดึ๊บร่างกายเฮือกสุดท้ายจนหลุดพรวดเข้ามาภายในเขตจวนได้สำเร็จ ร่างของนางกลิ้งหลุนๆ ไปคลุกกับกองใบไม้แห้ง ฝุ่นดินสีแดงเปรอะเปื้อนไปทั่วชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มที่นางใช้ปลอมตัวเป็นบุรุษ ทว่าบนใบหน้าที่มอมแมมนั้นกลับประดับไปด้วยรอยยิ้มแสยะที่กว้างขวางและเจิดจ้าที่สุดในสามโลก
นางยันกายลุกขึ้นยืน ปัดเศษใบไม้ที่ติดอยู่ตามเส้นผมและเสื้อผ้าออกอย่างลวกๆ สองมือตบลงบนถุงเงินที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าเสียงดังป้าบๆ ด้วยความภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ การเจรจาการค้ากับเถ้าแก่จินที่ใครต่อใครพากันส่ายหน้าหนี นางกลับใช้เวลาเพียงแค่สองวันในการปั่นหัวตาแก่หน้าเลือดผู้นั้นให้หลงทิศหลงทาง ใช้ตรรกะการขายแบบต้อนให้จนมุม ทำลายความมั่นใจของคู่แข่งจนเถ้าแก่จินต้องเป็นฝ่ายร้องขอร้องให้นางยอมเซ็นสัญญามอบสัมปทานเหมืองแร่เหล็กให้แก่องค์ชายเจ็ดแต่เพียงผู้เดียว ชัยชนะครั้งนี้ช่างหอมหวนและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความมั่งคั่งประดุจมหาเศรษฐีนีที่เพิ่งนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จ
ไป๋ลี่ถิงเดินเชิดหน้าชูตา ยืดแผ่นหลังตั้งตรงสง่างามประดุจนางพญาหงส์ แม้สภาพภายนอกจะดูเหมือนขอทานที่เพิ่งไปฟัดกับสุนัขข้างถนนมาก็ตาม นางก้าวเท้ายาวๆ ลัดเลาะไปตามทางเดินหินชนวน มุ่งหน้าตรงไปยังเรือนหลักอย่างรวดเร็วและกระฉับกระเฉง รังสีแห่งความรวยที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวนางทำเอาบรรดาบ่าวไพร่ที่เดินสวนทางมาต้องรีบก้มหัวหลบทางให้โดยอัตโนมัติ ไม่มีผู้ใดกล้าสบตาหรือเอ่ยปากทักทายนางมารร้ายแห่งการค้าผู้นี้เลยแม้แต่คนเดียว
เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องโถงของเรือนหลัก นางก็ใช้เท้าถีบบานประตูไม้ให้เปิดอ้าออกเสียงดังสนั่น ภายในห้องนั้น ฮูหยินไป๋ผู้เป็นมารดากำลังนั่งขมวดคิ้วจดจ่ออยู่กับสมุดบัญชีรายรับรายจ่ายของจวนที่มีแต่ตัวเลขติดลบแดงเถือก ส่วนอาชิงสาวใช้ตัวน้อยก็กำลังนั่งคุกเข่าพัดวีไล่ยุงให้เจ้านายด้วยใบหน้าที่หิวโหยและซีดเซียว สองนายบ่าวสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นการปรากฏตัวอย่างอุกอาจของไป๋ลี่ถิง
"ถิงเอ๋อร์ เจ้าหายไปไหนมาทั้งวัน สภาพของเจ้าเหตุใดจึงดูไม่ได้เช่นนี้ลูกแม่"
ฮูหยินไป๋ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ รีบเดินเข้าไปหาบุตรสาวพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาหมายจะซับคราบดินโคลนบนใบหน้าให้
ทว่าไป๋ลี่ถิงกลับยกมือขึ้นห้ามมารดาเอาไว้ นางเดินเต๊ะจุ๊ยเข้าไปที่โต๊ะกลางห้อง ล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อและดึงเอาถุงผ้าต่วนสีดำทั้งสามถุงออกมาโยนกระแทกลงบนโต๊ะไม้เสียงดังโครมคราม น้ำหนักของโลหะมีค่าที่อยู่ภายในทำให้โต๊ะไม้เก่าๆ ถึงกับลั่นเอี๊ยดอ๊าดประท้วง ปากถุงผ้าที่ผูกไว้หลวมๆ คลายออก เผยให้เห็นก้อนตำลึงเงินสีขาวบริสุทธิ์และตั๋วเงินปึกหนาเตอะที่อัดแน่นอยู่จนล้นทะลักออกมานอกถุง แสงแดดยามเย็นที่สาดส่องเข้ามากระทบกับก้อนเงินจนเกิดประกายวิบวับบาดตาบาดใจ
"ท่านแม่ เลิกทำหน้าเศร้าหมองจมจ่อมอยู่กับกองหนี้สินเหล่านั้นได้แล้วเจ้าค่ะ บัดนี้ประธานกรรมการบริหารของท่านได้นำสภาพคล่องทางการเงินก้อนมหึมามาอัดฉีดเข้าสู่ระบบบริษัทเรือนหลักของเราแล้ว!"
ไป๋ลี่ถิงประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงดังกังวานและเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจบารมีประดุจผู้กุมชะตาโลก
"เงินก้อนนี้คือผลกำไรจากการที่ข้าไปปิดดีลงานระดับชาติมาได้สำเร็จ มันขาวสะอาด บริสุทธิ์ และปราศจากข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น ท่านแม่จงนำเงินก้อนนี้ไปจัดการบัญชีของจวนให้เรียบร้อย อุดรอยรั่วทุกจุด จ่ายหนี้สินที่พวกอนุภรรยาก่อเอาไว้ให้หมดสิ้น และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เรือนหลักของเราจะต้องกลับมายิ่งใหญ่และอุดมสมบูรณ์ที่สุด อาชิง เจ้าจงวิ่งไปที่เหลาอาหารที่แพงที่สุดในเมืองหลวง สั่งเป็ดย่างหนังกรอบ หมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว หูฉลามน้ำแดง และรังนกตุ๋นโสมระดับพรีเมียมมาจัดโต๊ะชุดใหญ่ที่สุด วันนี้เราจะจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จให้กระเพาะอาหารฉีกกันไปข้างหนึ่งเลย!"
ฮูหยินไป๋เบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ร่างกายของนางแข็งทื่อประดุจรูปสลักหินศิลา มือที่ถือผ้าเช็ดหน้าสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ นางมองดูกองเงินภูเขาขนาดย่อมบนโต๊ะสลับกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้มกวนประสาทของบุตรสาว ความตกตะลึงระคนตื่นเต้นทำให้นางหน้ามืดวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม จนอาชิงที่น้ำลายสอหยดแหมะลงบนพื้นไปแล้ว ต้องรีบพุ่งตัวเข้ามาประคองเจ้านายเอาไว้
"คะ... คุณหนูสาม นี่มันเงินมากมายมหาศาลปานนี้ ท่านไปปล้นคลังหลวงมาหรือเจ้าคะ บ่าวไม่เคยมองเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต" อาชิงละล่ำละลักถามด้วยดวงตาที่ลุกวาวเป็นประกายรูปตำลึงเงิน
"ปล้นคลังหลวงอันใดกัน นังเด็กปากเสีย นี่คือหยาดเหงื่อแรงกายและมันสมองอันชาญฉลาดของข้าล้วนๆ รีบไปจัดการตามที่ข้าสั่งเดี๋ยวนี้ หากชักช้าข้าจะหักเงินเดือนเจ้า"
ไป๋ลี่ถิงตวาดอย่างไม่จริงจังนัก พลางโบกมือไล่สาวใช้ให้รีบไปทำหน้าที่ อาชิงรีบพยักหน้ารับคำรัวๆ ก่อนจะวิ่งควบออกไปจากเรือนหลักด้วยความเร็วที่เหนือกว่าม้าศึก มุ่งหน้าสู่เหลาอาหารด้วยความหิวโหยที่ผลักดันทุกฝีก้าว
เพียงชั่วเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม โต๊ะอาหารกลางห้องโถงเรือนหลักก็ถูกเนรมิตให้กลายเป็นงานเลี้ยงระดับฮ่องเต้ อาหารคาวหวานเลิศรสส่งกลิ่นหอมหวนยั่วน้ำลายลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ไป๋ลี่ถิงที่เพิ่งจะอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดกระโปรงตัวเก่ง นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสบายอารมณ์ ในมือของนางถือชิ้นน่องเป็ดย่างหนังกรอบสีน้ำตาลทองชุ่มฉ่ำ นางอ้าปากเตรียมจะกัดชิมรสชาติแห่งความสำเร็จให้หนำใจ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ฟันคมๆ ของนางกำลังจะปะทะเข้ากับหนังเป็ดอันกรุบกรอบ เสียงสัญญาณประหลาดก็ดังกังวานก้องขึ้นมาภายในก้นบึ้งของโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงระฆังหรือเสียงฆ้อง แต่มันเป็นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่แหลมสูงและกวนประสาทประดุจเสียงนาฬิกาปลุกในเช้าวันจันทร์ที่ไม่มีใครอยากตื่น
"ติ๊ง! แจ้งเตือนด่วนจากระบบเซลส์มือทองทะลวงจักรวาล!"
เสียงที่ดังทะลุทะลวงเข้ามาในสมองอย่างกะทันหัน ทำเอาไป๋ลี่ถิงสะดุ้งสุดตัวจนตัวลอย น่องเป็ดย่างในมือร่วงหลุดลงไปกระแทกกับขอบจานเสียงดังเคร้ง หญิงสาวสำลักน้ำลายตนเองจนหน้าแดงก่ำ ไอคอกแคกอย่างรุนแรงจนฮูหยินไป๋ต้องรีบนำน้ำชามาให้ดื่มและลูบหลังให้อย่างตื่นตระหนก
"แค่กๆ ไอ้ระบบบ้า! เจ้าจะมาส่งเสียงเตือนอันใดตอนที่คนกำลังจะกินข้าวฮะ! ข้าเกือบจะเอาชีวิตมาทิ้งเพราะน่องเป็ดติดคอแล้วรู้หรือไม่!"
ไป๋ลี่ถิงส่งกระแสความคิดด่าทอระบบในหัวอย่างเกรี้ยวกราด มือขวาทุบอกตนเองป้าบๆ เพื่อให้หายใจได้คล่องขึ้น
"ระบบขออภัยที่ขัดจังหวะการบริโภคอาหารอันแสนจะตะกละตะกลามของโฮสต์ แต่ทว่านี่คือวาระแห่งชาติที่ไม่อาจรอช้าได้ ระบบได้ทำการประมวลผลและตรวจสอบยอดขายสะสม รวมถึงค่าประสบการณ์ความหน้าด้านและความกะล่อนปลิ้นปล้อนของโฮสต์อย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว บัดนี้ ระบบขอยืนยันอย่างเป็นทางการว่า โฮสต์ได้บรรลุเป้าหมายยอดขายผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับองค์กรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!"
เสียงของระบบเปลี่ยนจากความราบเรียบเป็นความกระตือรือร้นและตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด หน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนเด้งพรวดขึ้นมาเบื้องหน้าสายตาของไป๋ลี่ถิง บดบังภาพอาหารเลิศรสบนโต๊ะจนมิดชิด บนหน้าต่างนั้นปรากฏหลอดพลังงานสีทองที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นไปจนเต็มหลอด พร้อมกับตัวเลขสถิติยอดขายที่หมุนวนอย่างรวดเร็วประดุจตู้สล็อตแมชชีนที่กำลังจะแจกรางวัลแจ็กพอต
"ขอแสดงความยินดีด้วย! ความสามารถในการต้มตุ๋นลูกค้าระดับพรีเมียมอย่างองค์ชายเจ็ด และการใช้ฝีปากต้อนเถ้าแก่จินจนมุม ได้ส่งผลให้โฮสต์ได้รับค่าประสบการณ์มหาศาล ระบบขอดำเนินการอัปเกรดสถานะของโฮสต์ ณ บัดนี้!"
สิ้นคำประกาศอันยิ่งใหญ่ของระบบ ทันใดนั้นเอง ภายในจิตสำนึกและจินตนาการของไป๋ลี่ถิงก็บังเกิดภาพปรากฏการณ์ที่แสนจะวิจิตรพิสดารและกวนประสาทขั้นสุดยอด มันไม่ใช่แสงสว่างศักดิ์สิทธิ์หรือรัศมีแห่งเทพเซียน แต่มันคือภาพของพลุกระดาษสีรุ้ง แสงเลเซอร์วิบวับ และไฟดิสโก้เธคที่กะพริบสลับสีไปมาอย่างบ้าคลั่ง สว่างวาบขึ้นมาในหัวของนางประดุจกำลังยืนอยู่กลางผับชื่อดังในโลกอนาคต เสียงแตรวงบรรเลงเพลงฉลองชัยชนะที่เพี้ยนและหนวกหูที่สุดดังกึกก้องประดุจคณะเชิดสิงโตที่เมาเหล้าขาวมาเต็มคราบ
"โอ๊ย! ตาข้าจะบอด หูข้าจะหนวก! ไอ้ระบบเฮงซวย ปิดเอฟเฟกต์ฉลองบ้าบอพวกนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ! ข้าปวดหัวจนสมองจะระเบิดอยู่แล้ว!"
ไป๋ลี่ถิงยกมือขึ้นกุมขมับทั้งสองข้าง นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดจากการถูกยัดเยียดงานฉลองทางจิตวิญญาณที่เกินพอดี อาชิงและฮูหยินไป๋มองดูท่าทางทุรนทุรายของคุณหนูสามด้วยความงุนงงสับสน พวกนางไม่เห็นภาพและไม่ได้ยินเสียงใดๆ นอกจากเห็นเจ้านายยกมือขึ้นกุมหัวแล้วทำหน้าตาบิดเบี้ยว
"ระบบปฏิเสธการยกเลิกเอฟเฟกต์ นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติขององค์กรในการเชิดชูเกียรติพนักงานดีเด่น โฮสต์จงตั้งใจฟังและรับมอบตำแหน่งใหม่ด้วยความภาคภูมิใจเสียเถิด!"
เสียงของระบบดังก้องฝ่าเสียงแตรวงที่หนวกหู ตัวอักษรสีทองอร่ามขนาดมหึมาค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางหน้าต่างโฮโลแกรม ทีละตัว ทีละตัว พร้อมกับเสียงประกาศที่หนักแน่นและทรงพลัง
"สถานะปัจจุบันได้รับการอัปเกรดเรียบร้อยแล้ว ขอต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ Level 2 เทเลเซลส์ร้อยสาย หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการติดต่อสื่อสารและปิดการขายระยะไกลด้วยวาทศิลป์ที่สามารถสะกดจิตผู้ฟังให้เคลิบเคลิ้มจนลืมปฏิเสธ!"
เมื่อเอฟเฟกต์พลุกระดาษและแสงเลเซอร์ค่อยๆ จางหายไป ไป๋ลี่ถิงก็ลดมือที่กุมขมับลง นางกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความวิงเวียน อาการปวดหัวเริ่มทุเลาลง ทิ้งไว้เพียงความงุนงงและสงสัยกับชื่อตำแหน่งใหม่ที่เพิ่งจะได้รับมาอย่างเป็นทางการ
"เทเลเซลส์ร้อยสายอย่างนั้นหรือ"
นางพึมพำกับตนเองในใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเป็นปม
"ในโลกอนาคตที่ข้าจากมา เทเลเซลส์คือพวกพนักงานขายที่นั่งอยู่ในคอกสี่เหลี่ยม สวมหูฟังและเอาแต่โทรศัพท์ตื๊อขายประกันหรือบัตรเครดิตให้ลูกค้าจนโดนด่าเปิงมานักต่อนัก แล้วในยุคโบราณที่ไม่มีแม้แต่เสาสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีสายไฟ ไม่มีอินเทอร์เน็ตเช่นนี้ ข้าจะไปเป็นเทเลเซลส์โทรหาผู้ใดได้เล่า หรือว่าเจ้าจะให้ข้าใช้กระแสจิตโทรเลขไปด่าลูกค้าต่างแคว้นอย่างนั้นหรือ ช่างเป็นตำแหน่งที่ดูไร้ประโยชน์และผิดยุคผิดสมัยเสียนี่กระไร"
ระบบแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคออย่างผู้มีชัย ก่อนจะเริ่มอธิบายสรรพคุณของฟังก์ชั่นใหม่ด้วยความหยิ่งยโส
"โฮสต์อย่าได้ดูถูกเทคโนโลยีของระบบเซลส์มือทองทะลวงจักรวาล คำว่าเทเลเซลส์ในที่นี้ มิได้หมายความว่าโฮสต์จะต้องถือโทรศัพท์มือถือโทรหาผู้คน แต่เมื่อโฮสต์ก้าวเข้าสู่เลเวลสอง โฮสต์จะได้รับการปลดล็อกทักษะพิเศษที่เรียกว่า 'คลื่นเสียงสะกดจิตระยะไกล' โฮสต์สามารถส่งข้อความเสียงหรือกระแสจิตเชิงพาณิชย์ พุ่งตรงเข้าสู่โสตประสาทของเป้าหมายที่โฮสต์เคยสบตาหรือเคยเจรจาด้วยมาก่อนได้ ในรัศมีสิบลี้! ไม่ว่าลูกค้าจะหลบซ่อนอยู่ที่ใด โฮสต์ก็สามารถกระซิบนำเสนอสินค้าหรือข่มขู่ทวงหนี้ให้พวกเขาได้ยินชัดเจนประดุจโฮสต์ไปยืนกระซิบอยู่ข้างหูเลยทีเดียว!"
ไป๋ลี่ถิงเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า รูม่านตาขยายกว้างด้วยความตื่นเต้นและตื่นตะลึงอย่างถึงที่สุด ฟังก์ชั่นคลื่นเสียงสะกดจิตระยะไกล! นี่มันคือสุดยอดนวัตกรรมแห่งการทำการตลาดแบบกวนประสาทที่นางใฝ่ฝันหาชัดๆ! ลองจินตนาการดูสิว่า หากนางสามารถส่งเสียงไปหลอกหลอนพวกพ่อค้าหน้าเลือด หรือส่งกระแสจิตไปทวงหนี้พวกขุนนางที่ชอบเบี้ยวจ่ายเงินในยามที่พวกเขากำลังนอนหลับอุตุอยู่บนเตียง มันจะสร้างความหวาดผวาและกดดันทางจิตวิทยาได้มหาศาลเพียงใด นางสามารถแทรกซึมเข้าไปในสมองของคู่แข่งและปั่นป่วนประสาทของพวกเขาได้โดยไม่ต้องก้าวเท้าออกจากจวนเลยแม้แต่ก้าวเดียว!
"ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมที่สุด! นี่สิถึงจะสมกับเป็นรางวัลของการเลื่อนขั้น ข้าเริ่มเห็นเส้นทางสู่ความร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีชัดเจนขึ้นมาแล้ว ฟังก์ชั่นนี้มันออกแบบมาเพื่อคนหน้าหนาและชอบกลั่นแกล้งผู้อื่นอย่างข้าโดยเฉพาะเลย!"
ยอดเซลส์สาวหัวเราะร่วนอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่ง ความกระหายในผลกำไรและอำนาจการต่อรองพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด ทว่า... ท่ามกลางความปีติยินดีที่กำลังสูบฉีดอยู่ในสายเลือด สัญชาตญาณของการเป็นผู้ที่ถูกระบบกดขี่มาตั้งแต่ต้น ก็เริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยแผ่วๆ ขึ้นมาในมุมมืดของความคิด
นางรู้ดีว่าในโลกของการทำธุรกิจ ไม่มีของฟรีที่ได้มาโดยไม่ต้องลงแรง และระบบหน้าเลือดที่เต็มไปด้วยความกวนประสาทผู้นี้ ย่อมไม่มีทางมอบอาวุธระดับเทพให้แก่นางโดยปราศจากเงื่อนไขหรือภารกิจพิลึกพิลั่นอย่างแน่นอน การอัปเกรดเป็นเลเวลสอง ย่อมหมายถึงบททดสอบและตัวชี้วัดความสำเร็จหรือเคพีไอ (KPI) ที่มหาโหดและท้าทายศีลธรรมมากยิ่งขึ้นไปอีก นางอาจจะต้องไปเร่ขายของวิเศษให้ฮ่องเต้ หรืออาจจะต้องไปตั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงเงินคนทั้งแคว้นก็เป็นได้
"ระบบ... เจ้าจงบอกมาตามตรงเถิด"
ไป๋ลี่ถิงหรี่ตาแคบลง ส่งกระแสจิตสอบถามด้วยความหวาดระแวง
"การที่ข้าได้เลื่อนขั้นและได้ทักษะใหม่ที่ทรงพลังถึงเพียงนี้ เจ้าคงไม่ได้เตรียมภารกิจบ้าบอคอแตกอะไรมารอเชือดข้าอยู่ใช่หรือไม่ ข้าเพิ่งจะทำงานใหญ่ระดับชาติเสร็จ ข้าสมควรได้รับการพักผ่อนและเสวยสุขบนกองเงินกองทองสักเดือนสองเดือนนะ"
เสียงหัวเราะของระบบดังสะท้อนขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเยือกเย็นและแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ขั้นสุดยอด
"โฮสต์ผู้ชาญฉลาดของข้า ในโลกของทุนนิยม การหยุดพักก็คือการก้าวถอยหลัง เมื่อโฮสต์มีศักยภาพที่สูงขึ้น เป้าหมายการทำยอดขายก็ย่อมต้องถูกปรับเพดานให้สูงขึ้นตามไปด้วย ขอให้โฮสต์เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเป็นเทเลเซลส์ร้อยสายอย่างเต็มรูปแบบ เพราะภารกิจถัดไปที่ระบบกำลังจะอนุมัติให้โฮสต์ทำนั้น รับรองว่าจะต้องปั่นป่วน กวนประสาท และท้าทายหน้าบางๆ... เอ้อ หน้าหนาๆ ของโฮสต์อย่างที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนอย่างแน่นอน ขอให้โฮสต์เพลิดเพลินกับมื้ออาหารมื้อนี้ให้เต็มที่ เพราะนับจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป การโทรศัพท์... เอ้อ การส่งกระแสจิตป่วนเมืองหลวงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!"
ไป๋ลี่ถิงกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคออย่างฝืดเคือง น่องเป็ดย่างที่เพิ่งจะหยิบขึ้นมาใหม่ดูจืดชืดไร้รสชาติไปในพริบตา ความตื่นเต้นที่จะได้ใช้ฟังก์ชั่นใหม่ตีคู่สูสีมากับความหวั่นใจและความกดดันมหาศาล นางรู้ตัวดีว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตของคุณหนูสามแห่งจวนเผิงกวงโหวจะไม่มีวันกลับไปสงบสุขและน่าเบื่อหน่ายอีกต่อไป มหกรรมการขายขำและชิงไหวชิงพริบระดับแอดวานซ์ได้เปิดม่านขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ และยอดเซลส์อย่างนางก็ต้องเตรียมตัวรับแรงกระแทกจากภารกิจพิลึกพิลั่นที่กำลังจะพุ่งชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!