ตอนที่ 20 รุ่งอรุณแห่งมหาเศรษฐีรูสุนัข

1761 Words
แสงเงินแสงทองยามเช้าค่อยๆ ฉาบไล้ขอบฟ้าเมืองหลวง ทอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างไม้เก่ากะพร่องกะแพร่งในเรือนพักของคุณหนูสามแห่งจวนเผิงกวงโหว ไป๋ลี่ถิง หรือในวิญญาณเดิมคือ จูน ยอดเซลส์มือทองจากโลกอนาคต ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้าพละกำลังที่เพิ่งฟื้นคืนกลับมาทำให้นางรู้สึกเหมือนเครื่องจักรที่ได้รับการเติมน้ำมันจนเต็มถัง นางไม่ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความโศกเศร้าเคล้าน้ำตาที่ถูกถอนหมั้นเหมือนสตรีในนิยายน้ำเน่าทั่วไป แต่นางตื่นขึ้นมาด้วยสัญชาตญาณของนักล่ากำไรที่รุนแรงกว่าปกติหลายเท่าตัว นางยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดประท้วงน้ำหนักตัว บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นดังเปรี๊ยะ สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่เสาไม้รังปลวกมุมห้อง สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่นางใช้ซุกซ่อนเงินหนึ่งตำลึงอันล้ำค่าเอาไว้เมื่อคืน ความรู้สึกอิ่มเอมใจพองฟูขึ้นในอกประดุจขนมปังที่ใส่ยีสต์เกินขนาด เงินหนึ่งตำลึงนั่นไม่ใช่แค่เศษโลหะ แต่มันคือศิลาฤกษ์แห่งอาณาจักรการค้าที่นางกำลังจะสร้างขึ้นในยุคโบราณแห่งนี้ "อรุณสวัสดิ์นะเงินจ๋า พักผ่อนให้เต็มที่ในรังปลวกนะจ๊ะ อีกไม่นานแม่จะพาเพื่อนๆ มาอยู่ด้วยจนเจ้าเหงาไม่ลงเลยเชียว" ไป๋ลี่ถิงพึมพำกับเสาไม้ด้วยรอยยิ้มที่ดูละโมบจนน่าขนลุก นางก้าวเท้าลงจากเตียง เดินตรงไปที่กระจกทองเหลืองที่เริ่มขุ่นมัว ส่องมองใบหน้าสะสวยที่บัดนี้ดูมีเลือดฝาดมากกว่าวันก่อน นางยกมือขึ้นลูบคางพลางวางแผนการใหญ่ในใจ วันนี้นางจะไม่ยอมเป็นคุณหนูผู้อ่อนแอที่รอรับเบี้ยหวัดเศษเงินจากจวนโหวที่ใกล้ล้มละลายอีกต่อไป เป้าหมายของนางคือการสะสมทุนรอนเพื่อใช้เป็นบันไดก้าวไปสู่ตำแหน่ง เจ้าแม่แห่งความมั่งคั่ง ที่ใครก็มิอาจสบประมาทได้ ในขณะที่กำลังแปรงฟันด้วยเกลือและผ้าสะอาด ไป๋ลี่ถิงก็เริ่มเปิดใช้งานสมองส่วนการตลาดขั้นสูงทันที นางเรียกหน้าต่างระบบที่แสนกวนประสาทขึ้นมาในหัวเพื่อตรวจสอบสถานะปัจจุบัน "เอาล่ะ ไอ้ระบบหน้าเลือด ขอดูฟังก์ชั่นที่ข้ามีหน่อยสิ นอกจาก สแกนกระเป๋าตังค์ กับรอยยิ้มหลอกแดกนั่นแล้ว มีอะไรที่พอจะใช้จัดการกับพวกสัมภเวสีในจวนนี้ได้บ้างไหม" ติ๊ง! เสียงระบบดังขึ้นพร้อมหน้าต่างโปร่งแสงสีเขียวอ่อนที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าโฮสต์ สถานะปัจจุบัน: ไป๋ลี่ถิง (เซลส์ฝึกหัด เลเวล 1.5) ทักษะที่มี: สแกนกระเป๋าตังค์ (มองเห็นมูลค่าทรัพย์สินในรัศมี 5 เมตร - แม่นยำร้อยละ 90) ข้อเสนอแนะจากระบบ: กรุณาอย่าเรียกผู้มีพระคุณว่าหน้าเลือด ระบบเพียงแค่ทำหน้าที่ตามโปรโตคอลการฝึกฝนยอดนักขายเท่านั้น หากโฮสต์ต้องการจัดการคนในจวน แนะนำให้ใช้ฟังก์ชั่นสแกนเพื่อตรวจสอบว่าใครมี ของดี ซุกซ่อนอยู่ แล้วใช้ทักษะการเจรจาขั้นเทพหลอกล่อออกมาเสีย ไป๋ลี่ถิงเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างใช้ความคิด "สแกนหาของดีงั้นหรือ... เยี่ยม! จวนโหวถึงจะถังแตก แต่พวกอนุหมินและพี่หญิงรองปลาไหลนั่นต้องมีสมบัติลับที่แอบจิ๊กมาจากท่านพ่อแน่ๆ ถ้าข้าสามารถสแกนจนรู้ว่าพวกนางซ่อนทองซ่อนหยกไว้ที่ไหน ข้าก็จะหาทาง ปิดการขาย เอาของพวกนั้นมาเป็นของข้าได้อย่างชอบธรรม" นางเริ่มวางแผนการอย่างละเอียดลออ การจะรับมือกับคนในจวนเผิงกวงโหวที่จ้องจะเหยียบย่ำนางและท่านแม่ที่เป็นฮูหยินเอก นางต้องไม่ใช้เพียงแค่กำลังหรือคำด่าทอ แต่ต้องใช้ ระบบทุนนิยม เข้าข่มขู่ นางจะทำให้คนพวกนี้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่า ไม่มีเงินก็เหมือนไม่มีลมหายใจ ไป๋ลี่ถิงขยับยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก แววตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ประดุจจิ้งจอกพันปี "อาชิง! เข้ามานี่สิ" ไป๋ลี่ถิงตะโกนเรียกสาวใช้คนสนิท อาชิงวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่ยังดูงัวเงีย "มีอะไรหรือเจ้าคะคุณหนู? หรือว่าก้อนเงินในรังปลวกหายไปแล้ว!" "เงินยังอยู่ดี แต่ที่กำลังจะหายไปคือความสงบสุขของพวกอนุในจวนนี้ต่างหาก" ไป๋ลี่ถิงเอ่ยพลางจัดแจงแต่งกายด้วยชุดที่ดูเรียบร้อยแต่ทะมัดทะแมง "วันนี้เจ้าเตรียมตัวให้ดี เราจะไปเดินเล่นรอบจวนกันเสียหน่อย ข้าอยากจะเห็นนักว่ากระเป๋าตังค์ของแต่ละคนในบ้านนี้มันจะหนาแค่ไหนกันเชียว" ในขณะที่ไป๋ลี่ถิงกำลังเตรียมพร้อมจิตใจที่จะเผชิญหน้ากับ KPI รอบต่อไปของระบบ ซึ่งนางคาดเดาว่ามันต้องกวนประสาทและท้าทายศีลธรรมของนางยิ่งกว่าการขายก้อนหินแน่ๆ นางกลับรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด ความท้าทายคืออาหารชั้นเลิศของยอดเซลส์ และนางก็พร้อมที่จะเขมือบมันลงท้องเพื่อแลกกับแต้มเลเวลและทองคำ ตัดภาพกลับมายังจวนองค์ชายเจ็ดอันโอ่อ่า ฉินจื่อเสวียนนั่งอยู่ริมสระบัวขนาดใหญ่ ลมยามเช้าพัดเย็นสบายหอบเอากลิ่นหอมของดอกบัวมาเตะจมูก แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจความงามรอบข้างเลยสักนิด ในมือของเขาถือจอกน้ำชาชั้นดี แต่สายตากลับจดจ้องไปยังประตูจวนราวกับกำลังเฝ้ารอคอยใครบางคน "อาหลง" ฉินจื่อเสวียนเอ่ยขึ้นลอยๆ โดยไม่หันไปมององครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลัง "ขอรับองค์ชาย?" "วันนี้ข้าอยากไปเดินตลาดที่เดิมอีกรอบ" อาหลงถึงกับทำหน้าเหวอ "ไปทำไมหรือขอรับ? หรือว่าองค์ชายติดใจอยากจะซื้อหินเพิ่มอีกสักก้อน? ข้าว่าเงินหนึ่งตำลึงเมื่อวานก็น่าจะพอสำหรับการทำถนนทั้งเมืองแล้วนะขอรับ" ฉินจื่อเสวียนหัวเราะหึๆ ในลำคอ "เจ้าจะไปรู้อะไรอาหลง หินก้อนนั้นมันมีค่ามากกว่าที่เจ้าคิดเยอะ และที่สำคัญ ข้าอยากรู้ว่า ศิษย์น้อยแห่งคุนหลุน ของข้า วันนี้จะงัดเอาของวิเศษอะไรมาหลอกขายข้าอีก สตรีผู้นั้นมีอะไรบางอย่างที่ทำให้น้ำนิ่งอย่างข้าเริ่มรู้สึกอยากจะไหลเชี่ยวขึ้นมา" ชายหนุ่มนึกถึงใบหน้ามอมแมมที่เต็มไปด้วยไหวพริบของไป๋ลี่ถิงแล้วก็เผลอยิ้มออกมา ความสนใจของเขาที่มีต่อนางไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของวาทศิลป์เพื่อการค้าเสียแล้ว แต่มันเป็นความรู้สึกท้าทายที่อยากจะปอกเปลือกคุณหนูสามจอมต้มตุ๋นผู้นี้ออกมาดูทีละชั้นๆ เขาอยากรู้นักว่าภายใต้ใบหน้าหนาๆ ประดุจกำแพงเมืองนั่น จะมีความลับอันใดซุกซ่อนอยู่บ้าง "ไปเตรียมรถม้าแบบธรรมดาที่สุด ข้าไม่อยากให้นางไหวตัวทัน ข้าจะไปดักรอดูหน้าสิบแปดมงกุฎที่รูสุนัขลอดนั่นเลยดีไหมนะ" ฉินจื่อเสวียนพูดพลางลูบปลายคาง แววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนานและมุ่งมั่น โชคชะตาของสตรีนักขายจากโลกอนาคตผู้มีระบบสุดป่วน และองค์ชายพ่อค้าเจ้าเล่ห์ผู้กุมอำนาจการค้าในเงามืด ได้ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างเป็นทางการในเช้าวันใหม่นี้เอง เส้นทางที่เต็มไปด้วยการต้มตุ๋น การชิงไหวชิงพริบ และความกวนประสาทระดับสิบกะโหลกกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มตัว โดยมีเป้าหมายคือความมั่งคั่งและความสะใจที่เงินก็ซื้อไม่ได้... แต่ถ้าซื้อได้ ไป๋ลี่ถิงก็จะขายให้แน่นอน! ไป๋ลี่ถิงเดินออกจากเรือนด้วยท่าทางมาดมั่น นางเริ่มเดินสำรวจจวนเผิงกวงโหวราวกับเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชี ทุกย่างก้าวที่นางผ่านไป สายตาของนางจะสแกนไปรอบๆ พร้อมกับเสียงระบบที่รายงานมูลค่าทรัพย์สินของผู้อื่นขึ้นมาเป็นระยะ "ติ๊ง! ตรวจพบปิ่นเงินราคาถูกในหัวของสาวใช้ฝั่งอนุหมิน มูลค่า 5 อีแปะ - ไม่ควรค่าแก่การเสียเวลา" "ติ๊ง! ตรวจพบแจกันหยกปลอมในห้องโถงกลาง มูลค่าจริงเท่ากับศูนย์ - แนะนำให้โฮสต์แกล้งทำแตกแล้วเรียกค่าเสียหาย" ไป๋ลี่ถิงหัวเราะคิกคักกับข้อเสนอแนะของระบบ "ร้ายกาจนักนะแก แต่ข้าชอบ! วันนี้แหละ ข้าจะทำให้ทุกคนในจวนโหวนี้รู้ว่า การมีศัตรูเป็นยอดเซลส์มันน่าสยดสยองเพียงใด" นางมุ่งหน้าตรงไปยังเรือนของอนุหมิน สถานที่ที่นางมั่นใจว่าจะเป็นขุมทรัพย์ชั้นดีสำหรับการทำ KPI รอบใหม่ ท่าทางที่ดูเป็นมิตรแต่แฝงไปด้วยรังสีอัมหิตทางการค้าของนาง ทำให้อาชิงที่เดินตามหลังมาถึงกับขนลุกซู่ สาวใช้ตัวน้อยรู้ดีว่า เมื่อใดที่คุณหนูของนางยิ้มแบบนี้ นั่นหมายความว่าจะมีใครบางคนต้องสูญเสียทรัพย์สินครั้งใหญ่แน่นอน ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของกำแพงจวน องครักษ์เงาของฉินจื่อเสวียนก็กำลังซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบเชียบ พวกเขาต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงงว่าเหตุใดคุณหนูสามผู้สูงศักดิ์ถึงได้เดินวนไปวนมาพลางพึมพำกับอากาศและยิ้มให้นกให้ไม้ด้วยท่าทางเหมือนคนบ้าขนาดนั้น "รายงานองค์ชาย... คุณหนูสามดูเหมือนจะเริ่มทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์บางอย่างในจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ" องครักษ์เงาส่งกระแสจิตรายงานด้วยความสับสน เมื่อข่าวนี้ส่งไปถึงหูฉินจื่อเสวียนที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ในตลาด ชายหนุ่มแทบจะพ่นน้ำชาออกมาด้วยความขบขัน "ไสยศาสตร์งั้นหรือ? ไม่หรอก... นางกำลังวางแผนหาเงินต่างหากล่ะ ข้ารอไม่ไหวแล้วที่จะได้เห็นผลงานชิ้นโบแดงชิ้นถัดไปของนาง" บทสรุปของเช้าวันแรกหลังจากการขายหินก้อนแรกสำเร็จ คือจุดเริ่มต้นของสงครามการค้าที่ไม่มีใครยอมใคร ระหว่างไป๋ลี่ถิงผู้ต้องการความเป็นใหญ่ในโลกทุนนิยมโบราณ และฉินจื่อเสวียนผู้ต้องการครอบครองทั้งการค้าและตัวของยอดนักขายผู้นี้ไว้เพียงผู้เดียว มหากาพย์การขายขำและชิงรักหักเหลี่ยมเกียรติยศได้เปิดฉากขึ้นแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD