ตอนที่ 22 การหยั่งเชิงของศัตรู

3740 Words
สายลมยามเช้าพัดเอื่อยๆ หอบเอาความสดชื่นและแสงแดดสีทองอร่ามมาเยือนจวนเผิงกวงโหว บรรยากาศภายในเรือนหลักของฮูหยินเอกที่เคยอึมครึม ซอมซ่อ และเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของไม้ผุพัง บัดนี้กลับดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างน่าประหลาด แม้โครงสร้างของเรือนจะยังคงเก่าแก่เหมือนเดิม แต่พื้นกระดานไม้กลับถูกขัดถูจนสะอาดสะอ้านไร้ฝุ่นผง แจกันดินเผาที่เคยว่างเปล่าก็มีดอกไม้ป่าสีสันสดใสเสียบประดับเอาไว้ กลิ่นหอมกรุ่นของชาหลงจิ่งชั้นดีลอยฟุ้งกระจายออกมาจากห้องโถง บ่งบอกถึงสถานะทางการเงินที่กำลังถูกสูบฉีดด้วยสภาพคล่องระดับวีไอพี ไป๋ลี่ถิง ยอดนักขายมือทองในร่างคุณหนูสาม นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าอยู่บนเก้าอี้ไม้บุนวมด้วยท่วงท่าที่สบายอารมณ์ประดุจประธานกรรมการบริษัทที่เพิ่งทำกำไรทะลุเป้าไตรมาส ในมือของนางประคองถ้วยชาเคลือบเงางาม ค่อยๆ จิบน้ำชาสีอำพันอย่างละเมียดละไม ฮูหยินไป๋ผู้เป็นมารดานั่งปักสะดึงอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง สีหน้าของฮูหยินเอกดูผ่อนคลายและมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนริมฝีปาก นับตั้งแต่ลูกสาวตัวน้อยของนางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เรือนหลักก็ไม่เคยต้องอดอยากปากแห้งอีกเลย ทว่า ความสงบสุขมักจะเป็นเพียงภาพลวงตาก่อนพายุใหญ่จะพัดกระหน่ำเสมอ "ฮูหยินใหญ่เจ้าคะ... น้องหญิงงสาม... อยู่หรือไม่เจ้าคะ" เสียงเรียกที่ดัดจนอ่อนหวานหยดย้อยประดุจน้ำผึ้งเดือนห้าผสมยาพิษ ดังแว่วมาจากหน้าประตูเรือนหลัก ไป๋ลี่ถิงชะงักถ้วยชาในมือ นางปรายหางตาไปมองยังต้นเสียง ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเย็นเยียบ สัญชาตญาณเตือนภัยระดับสูงสุดของเซลส์สาวทำงานทันที ระบบประเมินสถานการณ์ในหัวของนางดัง ติ๊ง พร้อมกับกระดานข้อมูลโปร่งแสงที่ลอยขึ้นมาตรงหน้า ผู้ที่กำลังเยื้องย่างก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาด้วยท่วงท่ากรีดกรายราวกับนางพญางิ้วคือไป๋ลี่ชาน พี่หญิงรองผู้มีฉายา ดอกไม้ขาวบริสุทธิ์ แห่งจวนโหว วันนี้นางไม่ได้สวมใส่ชุดแพรพรรณสีสันฉูดฉาดราคาแพงเหมือนเช่นเคย แต่กลับจงใจสวมใส่ชุดกระโปรงสีเทาซีดๆ ที่เนื้อผ้าดูหยาบกระด้าง ใบหน้าที่มักจะแต่งแต้มด้วยเครื่องทาหน้าชั้นดีก็ถูกทำให้ดูซีดเซียวไร้สีเลือด แววตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความน่าสงสารและเจียมเนื้อเจียมตัวอย่างที่สุด ในมือของนางประคองถาดไม้ที่มีชามกระเบื้องเคลือบวางอยู่ ภายในชามมีของเหลวสีขุ่นๆ ส่งกลิ่นคาวจางๆ ลอยออกมา ติ๊ง! ระบบสแกนกระเป๋าตังค์ทำงานอัตโนมัติ เป้าหมาย: ไป๋ลี่ชาน (พี่หญิงรองจอมมารยา) สิ่งของในมือ: รังนกเกรดต่ำสุดผสมเศษกิ่งไม้และน้ำเชื่อมราคาถูก มูลค่าประเมินไม่เกิน 3 อีแปะ (กินแล้วระวังท้องร่วง) สถานะเจตนา: กำลังใช้กลยุทธ์ ปลาไหลสวมรอย แสร้งทำตัวอ่อนแอเพื่อสืบข้อมูลและดิสเครดิตคู่แข่ง โฮสต์โปรดระวังการถูกปั่นหัว! ไป๋ลี่ถิงแทบจะหลุดขำก๊ากออกมาเมื่ออ่านรายงานจากระบบจบ นางลอบกลอกตาขึ้นบนเบาๆ ในใจก่นด่ามารยาหญิงตื้นๆ ของพี่สาวต่างมารดาผู้นี้ นี่หรือคือศัตรูตัวฉกาจที่แย่งคู่หมั้นของเจ้าของร่างเดิมไป ช่างเป็นคู่แข่งทางการตลาดที่ใช้กลยุทธ์ได้โลว์คอสต์ (Low Cost) และไร้คลาสเสียเหลือเกิน เอารังนกราคาถูกที่แทบจะเรียกได้ว่าน้ำล้างรังนกมามอบให้ฮูหยินเอกเพื่อสร้างภาพลักษณ์แม่พระผู้เสียสละ ช่างกล้าหาญหน้าด้านหน้าทนเสียนี่กระไร "อ้าว ชานเอ๋อร์ ลมรำเพยพัดสิ่งใดมาหรือ ถึงได้ทำให้มาถึงเรือนหลักของเราได้" ฮูหยินไป๋วางสะดึงในมือลง เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่พยายามรักษามารยาท แม้ในใจจะรู้สึกลำบากใจและไม่ชอบมาพากลกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันของลูกเลี้ยงผู้นี้ก็ตาม ไป๋ลี่ชานเดินกระย่องกระแย่งเข้ามาใกล้ ทำทีเป็นเซเล็กน้อยประดุจคนไร้เรี่ยวแรงจนบ่าวรับใช้ที่เดินตามมาต้องรีบเข้าไปประคอง นางค่อยๆ ย่อตัวลงคารวะฮูหยินไป๋ด้วยท่วงท่าที่ดูอ่อนช้อยและน่าสงสารที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เรียนฮูหยินใหญ่... หลายวันมานี้ ชานเอ๋อร์รู้สึกเป็นห่วงสุขภาพของฮูหยินใหญ่และน้องหญิงสามยิ่งนักเจ้าค่ะ ได้ยินว่าน้องหญิงสามเพิ่งฟื้นไข้ ชานเอ๋อร์จึงเจียดเงินเก็บอันน้อยนิดของตนเอง ไปหาซื้อรังนกตุ๋นโสมมาบำรุงร่างกายให้ฮูหยินใหญ่และน้องหญิงสาม แม้เรือนฝั่งตะวันตกของเราจะขัดสนจนชานเอ๋อร์ต้องอดมื้อกินมื้อ แต่ความกตัญญูที่ชานเอ๋อร์มีต่อฮูหยินใหญ่และน้องหญิงสามนั้นหาได้ลดน้อยลงไม่ หวังว่าท่านทั้งสองจะไม่รังเกียจของบำรุงราคาถูกถ้วยนี้นะเจ้าคะ" คำพูดที่ถูกประดิษฐ์ประดอยมาอย่างวิจิตรบรรจง หวานเลี่ยนจนมดแทบจะเดินขึ้นมาทำรังบนโต๊ะ ไป๋ลี่ชานพยายามบีบน้ำตาให้เอ่อคลอเบ้า แสดงให้เห็นถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ประดุจพระโพธิสัตว์ลงมาจุติ นางจงใจเน้นย้ำคำว่า ขัดสน และ อดมื้อกินมื้อ เพื่อเสียดสีเรือนหลักที่ช่วงนี้มีอาหารดีๆ กินทุกวัน ฮูหยินไป๋มีสีหน้ากระอักกระอ่วน นางเป็นคนซื่อและจิตใจดี เมื่อเห็นลูกเลี้ยงแสร้งทำตัวน่าสงสารก็เริ่มทำตัวไม่ถูก ไม่กล้าเอื้อมมือไปรับถาดรังนกนั้น ทว่า ไป๋ลี่ถิงยอดเซลส์ผู้เจนจัดในสงครามประสาท ไม่ยอมปล่อยให้มารดาต้องตกเป็นเหยื่อของการตลาดแบบตอแหลนี้เด็ดขาด นางผุดลุกขึ้นยืนช้าๆ ยืดแผ่นหลังตั้งตรงสง่างาม ริมฝีปากคลี่รอยยิ้มที่สว่างไสวแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบทะลุถึงกระดูก นางเดินเข้าไปรับถาดรังนกจากมือของไป๋ลี่ชานด้วยตนเอง "โอ้โห พี่หญิงรองช่างประเสริฐเลิศเลอเสียนี่กระไร ยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อนำน้ำล้าง... เอ้ย รังนกชั้นเลิศถ้วยนี้มามอบให้ท่านแม่และข้า ความเสียสละของพี่หญิงรองช่างยิ่งใหญ่จนสวรรค์ต้องหลั่งน้ำตา ข้าซาบซึ้งใจจนแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียวเจ้าค่ะ" ไป๋ลี่ถิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่วาจานั้นกลับแฝงการประชดประชันอย่างแนบเนียน นางจงใจยกชามรังนกขึ้นมาดมใกล้ๆ ก่อนจะทำจมูกฟุดฟิดและเบ้หน้าเล็กน้อยอย่างมีจริต "แหม กลิ่นของรังนกถ้วยนี้ช่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเสียจริง ราวกับผสมผสานกลิ่นอายของรากไม้ผุและน้ำเชื่อมที่เคี่ยวจนไหม้ พี่หญิงรองไปสรรหาวัตถุดิบหายากเช่นนี้มาจากตลาดมืดแห่งใดหรือเจ้าคะ ช่างน่าทึ่งจริงๆ ข้าจะรับไว้ด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง อาชิง! นำรังนกถ้วยนี้ไปอุ่นในครัวให้เดือดปุดๆ ฆ่าเชื้อโรคสักสามรอบ แล้วค่อยนำมาให้ท่านแม่ทานนะ ประเดี๋ยวท้องไส้จะปั่นป่วนเอาได้" คำพูดตอกกลับที่ฟังดูเหมือนคำชมแต่ความหมายคือการด่าว่าของห่วยแตก ทำเอาไป๋ลี่ชานถึงกับมุมปากกระตุกยิกๆ ใบหน้าที่แสร้งทำเป็นซีดเซียวเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธที่ถูกฉีกหน้าอย่างนิ่มนวล แต่นางก็ต้องฝืนกัดฟันยิ้มรับ เพื่อไม่ให้แผนการที่เตรียมมาพังทลายลง "น้องหญิงสามช่างมีอารมณ์ขันเสียจริง... ว่าแต่น้องหญิงสามเถิด" ไป๋ลี่ชานรีบเปลี่ยนเรื่องเข้าสู่ประเด็นหลักที่นางต้องการสืบทราบ นางทำทีเป็นกวาดสายตามองไปรอบๆ เรือนหลักที่ดูสะอาดสะอ้านผิดตา แสร้งทำน้ำเสียงประหลาดใจและชื่นชม "พี่เห็นว่าช่วงนี้เรือนหลักดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากนะ อาหารการกินก็อุดมสมบูรณ์จนพี่แอบได้กลิ่นเป็ดย่างลอยไปถึงเรือนตะวันตก พี่ดีใจด้วยจริงๆ ที่ฮูหยินใหญ่และน้องหญิงสามไม่ต้องตกระกำลำบากอีกแล้ว แต่พี่แอบสงสัยเหลือเกินว่า จวนของเรากำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก เบี้ยหวัดก็ถูกตัดทอน น้องหญิงสามไปได้เงินทองมากมายก่ายกองมาจากที่ใดหรือ ถึงได้นำมาปรับปรุงความเป็นอยู่ได้รวดเร็วปานนี้ หรือว่า... น้องหญิงสามไปพบเจอขุมทรัพย์ลับที่ใดเข้า แอบบอกพี่สาวคนนี้บ้างได้หรือไม่ พี่จะได้นำไปช่วยแบ่งเบาภาระของท่านพ่อบ้าง" มาแล้ว! การหยั่งเชิงเพื่อล้วงความลับทางการค้า ไป๋ลี่ถิงหรี่ตาแคบลง แววตาคมกริบประดุจเหยี่ยวจ้องทะลุเข้าไปในดวงตาที่แสร้งทำเป็นใสซื่อของพี่หญิงรอง ยัยดอกไม้ขาวนี่กำลังพยายามหลอกถามแหล่งเงินทุนของนาง เพื่อจะได้นำไปฟ้องบิดา หรือไม่ก็หาทางมาฮุบส่วนแบ่งไปเป็นของตนเอง การปล่อยให้ข้อมูลลับของบริษัทรั่วไหลไปถึงหูคู่แข่งคือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของนักธุรกิจ ยอดเซลส์สาวสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมงัดเอาสุดยอดคัมภีร์ การเจรจาน้ำท่วมทุ่ง หรือสคริปต์การตอบคำถามแบบนักการทูตที่ฟังดูหรูหราอลังการแต่ไม่มีสาระสำคัญและไม่มีข้อมูลใดๆ เป็นชิ้นเป็นอันออกมาใช้ตอบโต้ ไป๋ลี่ถิงยิ้มกว้างขวาง รอยยิ้มพิมพ์ใจสลายทรัพย์ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ นางก้าวเดินเข้าไปใกล้ไป๋ลี่ชาน ยกมือขึ้นตบหลังมือของพี่สาวเบาๆ ราวกับมีความสนิทสนมกันมาเนิ่นนาน "โอ้ พี่หญิงรองที่แสนดี ท่านช่างมีความห่วงใยต่อสภาวะเศรษฐกิจมหภาคของครอบครัวเราอย่างลึกซึ้ง ข้าขออธิบายให้ท่านฟังอย่างเปิดอกเลยนะเจ้าคะ" ไป๋ลี่ถิงเริ่มร่ายยาวด้วยน้ำเสียงที่ฉะฉาน เป็นจังหวะจะโคน ประดุจกำลังพรีเซนต์แผนธุรกิจให้ผู้ถือหุ้นฟัง "เรื่องของสภาพคล่องทางการเงินและงบประมาณดุลพัดของเรือนหลักนั้น แท้จริงแล้วมันเกิดจากการบูรณาการเชิงรุกของทรัพยากรบุคคลที่เรามีอยู่อย่างจำกัด ข้าได้ทำการประเมินความเสี่ยงและวิเคราะห์ค่าเสียโอกาสของสินทรัพย์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในเรือน จากนั้นจึงนำมาปรับโครงสร้างหนี้และเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนให้ถึงขีดสุด โดยอาศัยหลักการความร่วมมือแบบสอดประสานและการจัดการห่วงโซ่อุปทานของเสบียงอาหารให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเองเจ้าค่ะ!" ไป๋ลี่ชานยืนอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า สมองของสตรีในยุคโบราณที่วันๆ เอาแต่อ่านตำราสอนหญิงและแย่งชิงความโปรดปราน ถูกศัพท์เทคนิคทางการตลาดและคำจริตของโลกธุรกิจยุคทุนนิยมกระแทกเข้าอย่างจังจนเกิดอาการช็อต นางกระพริบตาปริบๆ พยายามประมวลผลคำพูดที่ฟังดูยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าบทสวดมนต์ของพระถังซัมจั๋ง แต่ไม่ว่าจะพยายามคิดเท่าใด นางก็ไม่เข้าใจเลยแม้แต่ครึ่งคำ "บะ... บูรณาการอันใดนะ... งบดุล... สอดประสาน... น้องหญิงสาม... เจ้ากำลังพูดภาษาต่างแคว้นหรือภาษาเทพอันใดกัน พี่ฟังไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด สรุปแล้วเจ้าได้เงินมาจากที่ใดกันแน่" ไป๋ลี่ชานพยายามตั้งสติและถามย้ำอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นในอก ไป๋ลี่ถิงหัวเราะเสียงใส ทำหน้าราวกับผู้เชี่ยวชาญที่กำลังเอ็นดูเด็กน้อยที่ถามคำถามโง่เขลา "โธ่ พี่หญิงรอง เรื่องเศรษฐศาสตร์จุลภาคและการจัดการความมั่งคั่งองค์รวม มันอาจจะเข้าใจยากสำหรับผู้ที่วันๆ เอาแต่ปักผ้าและนั่งบีบน้ำตานะเจ้าคะ เอาเป็นว่าสรุปสั้นๆ คือ ข้าใช้วิสัยทัศน์และศักยภาพที่ซ่อนเร้นในการดึงดูดกระแสเงินสดให้ไหลเข้ามาหล่อเลี้ยงเรือนหลักของเรา โดยไม่ต้องพึ่งพางบประมาณจากส่วนกลางเลยแม้แต่อีแปะเดียวเจ้าค่ะ ทั้งหมดนี้เกิดจากทฤษฎีการจัดการทรัพยากรแบบยั่งยืนล้วนๆ เลยนะเจ้าคะ หวังว่าคำอธิบายของข้าจะกระจ่างแจ้งและช่วยปลดเปลื้องความสงสัยของพี่หญิงรองได้นะเจ้าคะ" พูดจบนางก็ฉีกยิ้มหวานหยดย้อย ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันไปให้พี่สาวต่างมารดา ไป๋ลี่ชานยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เลือดในกายเดือดพล่านประดุจน้ำพุร้อน นางรู้ตัวแล้วว่านางกำลังถูกนังเด็กเมื่อวานซืนคนนี้ปั่นหัวและด่ากระทบกระเทียบว่านางโง่เขลาไร้สมองอย่างแนบเนียนที่สุด การมาสืบข่าวในวันนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่า นางไม่รู้ข้อมูลอันใดเลยนอกจากคำศัพท์แปลกประหลาดที่ทำให้นางปวดหัวแทบระเบิด เมื่อรู้ว่าการเจรจาด้วยคำพูดไม่สามารถเจาะเกราะป้องกันของไป๋ลี่ถิงได้ สมองอันเต็มไปด้วยมารยาริษยาของไป๋ลี่ชานก็รีบปรับเปลี่ยนกลยุทธ์กะทันหัน ในเมื่อสืบข่าวไม่ได้ ถ้างั้นนางก็จะใช้แผนการดิสเครดิตขั้นเด็ดขาด แผนการเล่นบทเหยื่อถูกทำร้ายเพื่อป้ายสีให้เรือนหลักดูเป็นพวกอันธพาลชั่วร้าย! "ถ้าเช่นนั้น... พี่ก็หมดห่วงแล้ว... พี่ขอตัวกลับเรือนก่อนนะเจ้าคะฮูหยินใหญ่" ไป๋ลี่ชานแสร้งทำน้ำเสียงสั่นเครือราวกับคนน้อยใจ นางย่อตัวคารวะฮูหยินไป๋อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหมุนตัวหันหลังเตรียมเดินออกจากเรือนหลัก และในเสี้ยววินาทีที่นางก้าวเท้าเดินออกไปเพียงสองก้าว ท่ามกลางพื้นกระดานไม้ที่เรียบสนิทไร้ซึ่งสิ่งกีดขวางใดๆ ทั้งสิ้น ร่างอรชรของไป๋ลี่ชานก็จงใจสะดุดอากาศธาตุจนเสียหลักโอนเอนไปด้านหน้าอย่างรุนแรง "ว้ายยยยย!" ไป๋ลี่ชานกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกเสแสร้งขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ นางจงใจปัดมือของตนเองไปกระแทกกับขอบโต๊ะอย่างแรง ทำให้ชามรังนกที่วางอยู่บนถาดกระเด็นลอยขึ้นสู่อากาศ ก่อนที่ของเหลวเหนียวเหนอะหนะและเศษกิ่งไม้จะสาดกระเซ็นลงมาราดรดชุดกระโปรงสีเทาซีดของนางจนเปียกปอน ร่างของนางล้มคะมำลงไปกองกับพื้นกระดานไม้ในท่าทางที่ดูน่าสงสารและน่าเวทนาอย่างที่สุด "โอ๊ยยย! เจ็บเหลือเกิน! น้องหญิงสาม... เหตุใดเจ้าถึงต้องขัดขาพี่ด้วย! พี่เพียงแค่มาเยี่ยมเยียนด้วยความหวังดี เหตุใดเจ้าจึงใจร้ายใจดำทำร้ายพี่ถึงเพียงนี้! ฮือๆๆๆ" ไป๋ลี่ชานเริ่มปฏิบัติการบีบน้ำตาและร้องไห้คร่ำครวญเสียงดังลั่นเรือน นางพยายามสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนว่าไป๋ลี่ถิงเป็นคนผลักหรือขัดขานางจนล้มลง เพื่อหวังจะให้บ่าวไพร่ที่อยู่ด้านนอกได้ยินและนำเรื่องนี้ไปฟ้องท่านโหวว่าคุณหนูสามรังแกคุณหนูรองที่แสนดีจนได้รับบาดเจ็บ นี่คือกลยุทธ์ขั้นเทพของแม่ดอกไม้ขาว การลงทุนเจ็บตัวเล็กน้อยเพื่อแลกกับความหายนะของศัตรู ฮูหยินไป๋ตกใจจนหน้าซีดเผือด นางทำท่าจะลุกขึ้นไปประคองลูกเลี้ยงด้วยความซื่อและหลงเชื่อในฉากละครตบตานี้ ทว่า ไป๋ลี่ถิงผู้ซึ่งมีดวงตาแหลมคมประดุจกล้องวงจรปิดระดับ 4K มองเห็นทุกการกระทำอันจอมปลอมของพี่สาวต่างมารดาอย่างทะลุปรุโปร่งมาตั้งแต่ต้น คิดจะมาเล่นฉากล้มทับน้ำรังนกเพื่อเรียกร้องความสงสารเรียกร้องค่าเสียหายกับยอดเซลส์ผู้เคยรับมือกับลูกค้าที่แกล้งลื่นล้มหน้าร้านเพื่อฟ้องร้องบริษัทมาแล้วเป็นสิบๆ คดีงั้นหรือ ฝันไปเถอะยัยปลาไหลเผือก! ในวินาทีที่ไป๋ลี่ชานเพิ่งจะอ้าปากกรีดร้องเพื่อกล่าวหา ไป๋ลี่ถิงก็ไม่รอช้า นางสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ก่อนจะแผดเสียงร้องตะโกนออกมาดังลั่นทะลุหลอดลม เสียงของนางดังกึกก้องและทรงพลังยิ่งกว่าเสียงร้องไห้ของไป๋ลี่ชานถึงสิบเท่า! "กรี๊ดดดดดดดดด! สวรรค์ช่วยด้วย! พี่หญิงรอง! ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ! เลือด! เลือดตกในหรือไม่! ล้มแรงขนาดนี้กระดูกกระเดี้ยวท่านต้องแตกหักเป็นเสี่ยงๆ แน่ๆ เลย! อาชิง! อาชิง! รีบเข้ามาช่วยพี่หญิงรองเดี๋ยวนี้!" ไป๋ลี่ถิงกระโดดพรวดเดียวเข้าไปทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ ร่างของไป๋ลี่ชานที่กำลังนอนร้องไห้ตอแหลอยู่บนพื้น นางไม่ได้เข้าไปทำร้าย แต่นางพุ่งเข้าไปกอดรัดร่างของพี่สาวเอาไว้แน่นประดุจงูเหลือมรัดเหยื่อ สองมือของนางเขย่าร่างของไป๋ลี่ชานอย่างรุนแรงจนหัวคลอนไปมา "พี่หญิงรอง! ท่านอย่าเพิ่งตายนะเจ้าคะ! ท่านหน้ามืดล้มพับไปเองต่อหน้าต่อตาข้าเลย! ข้าตกใจแทบสิ้นสติ! อาชิง! มัวยืนบื้ออยู่ทำไม! รีบออกไปตะโกนบอกคนทั้งจวนเดี๋ยวนี้ ว่าพี่หญิงรองร่างกายอ่อนแอจนกระดูกผุ เดินสะดุดลมล้มหน้าคะมำรังนกหกใส่ตัวเอง! รีบไปตามหมอหลวงมาเร็วเข้า! ตามท่านพ่อมาด้วย! บอกท่านพ่อว่าพี่หญิงรองขาดสารอาหารจนหน้ามืดล้มเอง ข้าพยายามจะคว้าตัวไว้แล้วแต่ไม่ทัน! กรี๊ดดดดด!" อาชิงสาวใช้ผู้ได้รับการฝึกฝนวิชาความหน้าหนามาจากเจ้านายมาพักใหญ่ เมื่อได้รับสัญญาณฉุกเฉิน นางก็ไม่รอช้า รีบวิ่งออกไปยืนที่หน้าประตูเรือนหลัก แล้วสูดลมหายใจแหกปากตะโกนร้องขอความช่วยเหลือด้วยระดับความดังร้อยแปดสิบเดซิเบล "ช่วยด้วยเจ้าค่าาา! คุณหนูรองหน้ามืดล้มหน้าทิ่มกระดานเองเจ้าค่าาา! คุณหนูสามพยายามช่วยสุดชีวิตแต่ไม่ทันเจ้าค่าาา! ใครก็ได้ไปตามหมอมาที คุณหนูรองอ่อนแอจนจะสิ้นใจแล้วเจ้าค่าาา!" เสียงตะโกนประสานเสียงของสองนายบ่าวเรือนหลัก ดังกึกก้องกังวานประดุจคณะงิ้วกำลังแสดงฉากโศกนาฏกรรม กลบเสียงร้องไห้คร่ำครวญแบบสตรอว์เบอร์รีของไป๋ลี่ชานจนมิดชิดไม่ได้ยินแม้แต่เสียงสะอื้น ไป๋ลี่ชานที่กำลังนอนรอให้คนมาเห็นใจ ถึงกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง สมองของนางช็อตค้างไปอย่างสมบูรณ์แบบ หูของนางอื้ออึงไปด้วยเสียงตะโกนของน้องสาวและสาวใช้ นางถูกไป๋ลี่ถิงกอดรัดและเขย่าอย่างรุนแรงจนเวียนหัวคลื่นไส้ แผนการที่จะกล่าวหาว่าถูกผลัก ถูกปัดเป่ากระจุยกระจายกลายเป็นผุยผง เพราะบัดนี้คนทั้งจวนที่กำลังวิ่งกรูเข้ามาดูเหตุการณ์ จะได้ยินเพียงแค่ประโยคที่ว่า พี่หญิงรองหน้ามืดล้มเองเพราะร่างกายอ่อนแอ และ น้องหญิงสามพยายามช่วยสุดชีวิต "ปะ... ปล่อยข้า... นัง... น้องหญิงสาม... ข้าไม่ได้..." ไป๋ลี่ชานพยายามจะดิ้นรนและส่งเสียงปฏิเสธ แต่นางกลับถูกไป๋ลี่ถิงใช้มือข้างหนึ่งกดศีรษะให้แนบลงกับอกของนางเองอย่างแนบเนียน พร้อมกับลูบหลังลูบไหล่ประดุจพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันอย่างสุดซึ้ง "โธ่ พี่หญิงรอง ท่านอย่าเพิ่งพูดอะไรเลยเจ้าค่ะ เก็บแรงเอาไว้เถิด ท่านช่างน่าสงสารเหลือเกิน เดินอยู่ดีๆ ก็สะดุดพื้นราบเรียบล้มจนรังนกราดตัวเปียกปอนไปหมด ข้าช่างปวดใจที่เห็นท่านบอบบางถึงเพียงนี้ ต่อไปข้าจะไม่ยอมให้ท่านเดินมาเรือนหลักตามลำพังอีกแล้ว ข้าจะให้คนไปหามเกี้ยวไปรับท่านเลยดีหรือไม่เจ้าคะ ฮือๆๆ" ไป๋ลี่ถิงแสร้งบีบน้ำตาหนึ่งหยดให้ไหลกลิ้งลงมาตามแก้ม การแสดงละครฉากใหญ่ที่เล่นใหญ่เกินเบอร์ยิ่งกว่าไป๋ลี่ชานร้อยเท่าพันเท่า ทำเอาบรรดาบ่าวไพร่ที่วิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ต่างพากันพยักหน้าเห็นอกเห็นใจ และชื่นชมในความรักใคร่และความมีน้ำใจของคุณหนูสามที่คอยปกป้องดูแลพี่สาวที่อ่อนแอ ส่วนไป๋จิ่งกู้ที่วิ่งหน้าตื่นตามเสียงตะโกนมา เมื่อมาถึงเห็นภาพบุตรสาวคนรองนอนซมอยู่ในอ้อมกอดของบุตรสาวคนที่สามที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเป็นห่วง เขาก็ไม่อาจหาข้ออ้างใดมาตำหนิเรือนหลักได้เลย ได้แต่สั่งให้บ่าวไพร่รีบนำตัวไป๋ลี่ชานกลับไปพักผ่อนและตามหมอมาดูอาการ ไป๋ลี่ชานถูกหามออกไปจากเรือนหลักในสภาพที่เปียกปอนไปด้วยน้ำรังนกเหนียวเหนอะหนะ ใบหน้าซีดเซียวของนางไม่ได้เกิดจากการแต่งหน้าอีกต่อไป แต่เกิดจากความโกรธแค้นและความอับอายที่ถูกน้องสาวตลบหลังด้วยแผนซ้อนแผนจนพังพินาศไม่มีชิ้นดี นางกัดฟันกรอด จ้องมองใบหน้าที่แสร้งทำเป็นเศร้าโศกของไป๋ลี่ถิงด้วยสายตาอาฆาตแค้นสุดหัวใจ เมื่อขบวนคนวุ่นวายจากไปจนหมดสิ้น บรรยากาศในเรือนหลักก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ไป๋ลี่ถิงลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่หัวเข่าออกเบาๆ รอยยิ้มเศร้าสร้อยเมื่อครู่มลายหายวับไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มแสยะที่เย็นเยียบและเต็มเปี่ยมไปด้วยชัยชนะอันหอมหวาน นางล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดมือที่ไปสัมผัสกับน้ำรังนกราคาถูกด้วยความขยะแขยง ก่อนจะหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้อาชิงที่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างๆ "เห็นหรือไม่เล่าอาชิง การรับมือกับคู่แข่งที่ชอบเล่นสกปรก เราไม่ต้องใช้ความรุนแรง เราแค่ต้อง เล่นใหญ่กว่า และ ส่งเสียงดังกว่า เพื่อควบคุมทิศทางของข่าวสารให้เป็นประโยชน์ต่อแบรนด์ของเรา ยัยดอกไม้ขาวนั่นคิดจะมาสร้างสตอรี่ดิสเครดิตข้า ข้าก็เลยเปลี่ยนบทบาทให้นางกลายเป็นคนไข้อ่อนปวกเปียกที่ต้องพึ่งพาความเมตตาจากข้าแทนเสียเลย" ไป๋ลี่ถิงหัวเราะร่วนออกมาอย่างอารมณ์ดี การหยั่งเชิงของศัตรูในครั้งนี้ถูกนางสกัดกั้นและตีกลับได้อย่างงดงามหมดจด สงครามการค้าภายในจวนโหวแห่งนี้ ยอดนักขายจากโลกอนาคตยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์เปี้ยนเอาไว้ได้อย่างไร้พ่าย และนางก็พร้อมที่จะรอรับมือกับแผนการตลาดครั้งต่อไปของฝั่งตะวันตกด้วยความบันเทิงใจอย่างที่สุด!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD