ตอนที่ 23 อาวุธลับจากระบบ

2725 Words
ไป๋ลี่ถิงก้าวเท้ากระแทกส้นปึงปังกลับเข้ามาภายในห้องนอนของเรือนหลักด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวประดุจน้ำในสระบัวเน่าหน้าเรือน บานประตูไม้เก่าคร่ำคร่าถูกปิดลงเสียงดังสนั่นจนฝุ่นผงบนขื่อคานร่วงกราวลงมาสู่พื้นกระดาน หญิงสาวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้บุนวมที่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดประท้วงน้ำหนักตัว นางยกมือขึ้นกอดอกแน่น คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปมหลวมๆ ได้ เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ ด้วยความหงุดหงิดที่อัดอั้นอยู่ในอก อาชิงสาวใช้ตัวน้อยที่รีบวิ่งตามเข้ามาติดๆ ถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง รีบรินน้ำชาหลงจิ่งอุ่นๆ ใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบแล้วนำมาประคองส่งให้เจ้านายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย "คุณหนูสามดื่มน้ำชาดับกระหายก่อนเถิดเจ้าค่ะ เมื่อครู่นี้ท่านต้องออกแรงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจนคอแทบแตก บ่าวเกรงว่าเส้นเสียงของท่านจะอักเสบเอาได้นะเจ้าคะ" ไป๋ลี่ถิงรับถ้วยชามาถือไว้ นางไม่ได้จิบอย่างละเมียดละไมเหมือนเช่นเคย แต่กลับกระดกน้ำชาสีอำพันรวดเดียวจนหมดถ้วยประดุจนักเลงสุราซดเหล้าขาว ก่อนจะกระแทกถ้วยเปล่าลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ทำเอาอาชิงสะดุ้งเฮือกจนตัวโยน หญิงสาวระบายลมหายใจออกทางปากอย่างแรง แววตาคมกริบเปล่งประกายวาวโรจน์ไปด้วยไฟแห่งความแค้นทางการค้า นางรู้ดีอยู่เต็มอกว่าสงครามประสาทที่เพิ่งจบลงไปเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่การหยั่งเชิงเบาๆ จากฝั่งตรงข้ามเท่านั้น "เจ้าคิดว่าพี่หญิงรองของเจ้าจะยอมล่าถอยไปง่ายๆ เพียงเพราะแผนการลื่นล้มรังนกหกใส่ตัวพังพินาศไม่เป็นท่าอย่างนั้นหรือ อาชิงเอ๋ย เจ้าช่างอ่อนต่อโลกของมารยาหญิงและกลยุทธ์การตลาดแบบโจมตีคู่แข่งเสียเหลือเกิน สตรีที่สามารถแสร้งทำตัวอ่อนแอเพื่อแย่งชิงบุรุษของน้องสาวตนเองได้อย่างหน้าตาเฉย ย่อมไม่มีทางยอมรับความพ่ายแพ้จากการถูกฉีกหน้าเพียงครั้งเดียว นางจะต้องกลับไปสุมหัวกับอนุหมินผู้เป็นมารดา วางแผนการใหญ่ที่ชั่วร้ายและแยบยลยิ่งกว่าเดิมเพื่อมาขยี้เรือนหลักของเราให้จมดินอย่างแน่นอน ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของการเตรียมตัวตอบโต้ที่ลอยคละคลุ้งมาจากเรือนฝั่งตะวันตก" นางบ่นพึมพำด้วยความหงุดหงิดพลางใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัวเร็ว สมองอันปราดเปรื่องของยอดเซลส์สาวกำลังทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อหาหนทางรับมือ การนั่งรอให้ศัตรูมาเคาะประตูหน้าบ้านแล้วค่อยหาทางแก้ปัญหานั้นเป็นวิถีของพวกขี้แพ้ ในโลกของการทำธุรกิจ ผู้ใดกุมข้อมูลข่าวสารของคู่แข่งได้มากกว่า ผู้นั้นย่อมเป็นผู้กุมชัยชนะ นางต้องการรู้ว่าสองแม่ลูกคู่นั้นกำลังคิดจะทำสิ่งใดต่อไป จะปล่อยข่าวลือทำลายชื่อเสียง จะจ้างคนมาวางยาพิษในอาหาร หรือจะใช้วิธีสกปรกอันใดมาตัดหน้าขโมยลูกค้าของนางไปอีก นางต้องหาทางล่วงรู้ความลับเหล่านั้นให้จงได้ "อาชิง เจ้าออกไปเฝ้าอยู่หน้าประตูเรือน ห้ามให้ผู้ใดเข้ามารบกวนข้าอย่างเด็ดขาด ข้าต้องการความสงบเพื่อเข้าฌานบำเพ็ญเพียรคิดค้นสุดยอดกลยุทธ์รับมือกับพวกมารร้าย" ไป๋ลี่ถิงออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด อาชิงรีบพยักหน้ารับคำแล้วก้าวถอยหลังออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงบานประตูให้ปิดสนิทมิดชิด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดแอบมองอยู่ หญิงสาวก็ถอนหายใจยาว พยุงร่างของตนเองไปล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงไม้เก่าๆ หลับตาลงช้าๆ แล้วกำหนดจิตเพ่งสมาธิเข้าไปในความว่างเปล่าภายในหัวของตนเอง "นี่ ระบบหน้าเลือดตื่นได้แล้ว ข้ามีเรื่องด่วนจะขอเบิกของจากคลังสินค้า" นางส่งกระแสจิตเรียกผู้ช่วยส่วนตัวสุดกวนประสาทด้วยน้ำเสียงที่ห้วนจัด เพียงชั่วอึดใจเดียว เสียงกังวานใสที่ราบเรียบไร้อารมณ์ก็ดังสะท้อนขึ้นมาในโสตประสาทของนาง "ระบบเซลส์มือทองทะลวงจักรวาลพร้อมให้บริการตลอดเวลา ขอความกรุณาโฮสต์เรียกขานด้วยถ้อยคำที่สุภาพและให้เกียรติองค์กรด้วย วันนี้โฮสต์ต้องการให้ระบบช่วยเหลือสิ่งใดหรือ จะเบิกทักษะการพูดน้ำท่วมทุ่งไปใช้หลอกด่าพี่สาวต่างมารดาอีกรอบ หรือจะขอเบิกยาดมไปแก้อาการวิงเวียนศีรษะจากการแสดงละครบทพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวจนเกินพอดีดีเล่า" ไป๋ลี่ถิงคิ้วกระตุกยิกๆ กับคำประชดประชันที่แทงใจดำอย่างจัง นางสูดลมหายใจระงับความอยากจะด่าทอตอบกลับไป เพราะตอนนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือการหาอาวุธมาต่อกรกับศัตรู "ข้าไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับเจ้า เปิดคลังเก็บของของข้าเดี๋ยวนี้ ข้าจำได้ว่าตอนที่ข้าทำยอดขายบังคับก้อนหินข้างทางผ่านเกณฑ์บรรลุเป้าหมายเลเวลหนึ่ง นอกจากทักษะรอยยิ้มพิมพ์ใจสลายทรัพย์แล้ว ข้ายังได้รับรางวัลเป็นไอเทมวิเศษอีกชิ้นหนึ่งที่ข้ายังไม่ได้กดรับและยังไม่ได้ดูด้วยซ้ำว่ามันคือสิ่งใด ข้าต้องการไอเทมชิ้นนั้นตอนนี้ เผื่อว่ามันจะมีประโยชน์ในการสืบข่าวจากเรือนฝั่งตะวันตกบ้าง" "รับทราบคำสั่ง กำลังเปิดคลังสมบัติของเซลส์ฝึกหัดเลเวลหนึ่ง กรุณารอรับการถ่ายโอนสิ่งของในสาม สอง หนึ่ง" สิ้นเสียงของระบบ แสงสีฟ้าอ่อนก็สว่างวาบขึ้นในห้วงจิตสำนึกของนาง ก่อนที่ของแข็งขนาดเล็กบางอย่างจะหล่นปุลงมาสัมผัสกับฝ่ามือที่วางแบอยู่บนหน้าท้องของนาง ไป๋ลี่ถิงลืมตาขึ้นมาทันทีด้วยความตื่นเต้น นางค่อยๆ ยกมือขึ้นมาตรงหน้าเพื่อพิจารณาสุดยอดอาวุธลับที่สวรรค์ประทานมาให้เป็นรางวัลแห่งความพยายาม ทว่า ทันทีที่สายตาของนางปรับโฟกัสจนเห็นชัดเจนว่าสิ่งที่นอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือคือสิ่งใด ร่างกายของยอดนักขายมือทองก็เย็นวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เลือดในกายจับตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ริมฝีปากอ้าค้างเตรียมจะกรีดร้อง แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมานอกจากเสียงครางฮือในลำคอ สิ่งที่วางอยู่บนฝ่ามือขาวผ่องของนาง คือแมลงสาบตัวอ้วนพีขนาดเท่าหัวแม่มือผู้ชาย มันมีลำตัวสีน้ำตาลไหม้เป็นมันวาววับสะท้อนแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ปีกคู่หลังมีรอยหยักเสมือนจริงจนน่าขนลุก ขาทั้งหกข้างมีหนามแหลมเล็กๆ ยื่นออกมาอย่างชัดเจน และที่เลวร้ายที่สุดคือ หนวดคู่ยาวบนหัวของมันกำลังขยับสั่นระริกไปมาราวกับมีชีวิตจิตใจ ทุกระเบียดนิ้ว ทุกรายละเอียด มันคือแมลงสาบที่สมบูรณ์แบบและน่าขยะแขยงที่สุดเท่าที่มนุษยชาติเคยพบเจอมา "กรี๊ดดดดดดดดดดดดด" ในที่สุดเสียงกรีดร้องที่ดังกึกก้องปานฟ้าถล่มแผ่นดินทลายก็ระเบิดออกมาจากลำคอของไป๋ลี่ถิง นางสะบัดมืออย่างแรงสุดชีวิตราวกับโดนของร้อนจัด โยนเจ้าแมลงสาบอัปมงคลนั้นลอยละลิ่วข้ามห้องไปตกแหมะอยู่ตรงมุมกำแพงเสียงดังแปะ หญิงสาวกระโดดลุกขึ้นยืนบนเตียง รวบชายกระโปรงขึ้นมากอดไว้แน่นจนเห็นข้อเท้า สั่นเทาไปทั้งตัวด้วยความหวาดกลัวและรังเกียจอย่างถึงที่สุด ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวเหยเกจนหมดสิ้นเค้าโครงของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ "ไอ้ระบบบ้า ไอ้ระบบเฮงซวย เจ้าส่งตัวประหลาดอันใดมาให้ข้า นี่มันแมลงสาบ นี่มันคือศัตรูตัวฉกาจของมวลมนุษยชาติ เจ้าส่งขยะเน่าเหม็นเช่นนี้มาให้ข้าทำไม ข้าขอเบิกอาวุธวิเศษ ไม่ได้ขอเบิกสัตว์พาหะนำโรค เอามันออกไป เอามันออกไปจากห้องข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ" นางส่งกระแสจิตด่าทอระบบด้วยความบ้าคลั่ง น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อคลอเบ้า ในโลกอนาคตที่นางจากมา สิ่งเดียวนอกจากความจนที่ยอดเซลส์อย่างนางหวาดกลัวจนขึ้นสมองก็คือแมลงสาบที่บินได้ การต้องมาเผชิญหน้ากับมันในระยะประชิดเช่นนี้ถือเป็นการทำร้ายจิตใจกันอย่างรุนแรงที่สุด เสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ฟังดูเย็นชาแต่แฝงความสะใจอย่างเต็มเปี่ยมดังก้องขึ้นในหัวของนางทันที "โฮสต์กรุณาสงบสติอารมณ์และเลิกทำท่าทางขยะแขยงประดุจคนเสียสติกระโดดเหยียบถ่านร้อนๆ เสียที ระบบไม่ได้ส่งสัตว์พาหะนำโรคไปให้โฮสต์ สิ่งที่โฮสต์เพิ่งจะโยนทิ้งไปอย่างไม่ไยดีนั้น คือสุดยอดรางวัลจากความสำเร็จในการทำยอดขายเลเวลหนึ่ง มันคือ เครื่องดักฟังรุ่นป้าข้างบ้าน อุปกรณ์จารกรรมข้อมูลระดับพรีเมียมที่ถูกออกแบบมาเพื่อการสอดแนมโดยเฉพาะต่างหากเล่า" "เครื่องดักฟังรุ่นป้าข้างบ้านกระนั้นหรือ" ไป๋ลี่ถิงชะงักงัน หยุดกระโดดเร่าๆ อยู่บนเตียง นางขมวดคิ้วแน่นด้วยความสับสน ปรายสายตามองไปยังมุมกำแพงที่เจ้าแมลงสาบตัวนั้นนอนหงายท้องแอ้งแม้งอยู่ ขาของมันยังคงขยับไปมาเล็กน้อยราวกับเป็นกลไก "เครื่องดักฟังบ้าบออันใดถึงได้มีรูปร่างหน้าตาอัปลักษณ์น่าสะอิดสะเอียนเหมือนแมลงสาบทุกเส้นขนเช่นนี้ เจ้าจงใจกลั่นแกล้งข้าใช่หรือไม่ ทำไมไม่ทำให้มันเป็นรูปผีเสื้อแสนสวย เป็นรูปนกน้อยน่ารัก หรือเป็นรูปดอกไม้ประดับแจกัน ทำไมต้องเป็นแมลงสาบ ข้าไม่เข้าใจตรรกะการออกแบบสินค้าของบริษัทเจ้าเลยจริงๆ มันเป็นการออกแบบที่ทำลายความพึงพอใจของลูกค้าอย่างย่อยยับที่สุด" นางเถียงกลับอย่างไม่ลดละ ยังคงยืนกอดกระโปรงอยู่บนเตียงไม่ยอมก้าวเท้าลงมาเหยียบพื้น "โฮสต์ต่างหากที่ไร้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นความยอดเยี่ยมของการออกแบบรูปลักษณ์สินค้าชิ้นนี้" ระบบอธิบายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในผลงาน "โฮสต์ลองใช้สมองอันชาญฉลาดที่อ้างว่าเป็นยอดนักขายคิดวิเคราะห์ดูสิ หากเครื่องดักฟังถูกสร้างเป็นรูปผีเสื้อแสนสวย เมื่อโฮสต์แอบนำไปวางไว้ในเรือนของศัตรู พวกสาวใช้ที่รักความสวยงามก็คงจะจับมันไปปักผม หรือไม่ก็เอาไปให้เจ้านายชื่นชม หากเป็นรูปดอกไม้ ก็คงถูกเก็บไปทิ้งเมื่อมันไม่เหี่ยวเฉาตามกาลเวลา แต่การพรางตัวตามธรรมชาติให้เป็นแมลงสาบนั้น คือสุดยอดศิลปะแห่งการกลมกลืน ไม่มีผู้ใดในจวนเก่าๆ ผุพังเช่นนี้จะมาใส่ใจแมลงสาบหนึ่งตัวที่คลานอยู่ตามซอกมุมกำแพง หากพวกสาวใช้พบเห็น อย่างมากพวกนางก็แค่กรีดร้องแล้ววิ่งหนี หรือไม่ก็พยายามจะเอาไม้กวาดมาตี ซึ่งโฮสต์ไม่ต้องกังวลไป เพราะวัสดุที่ใช้ทำเครื่องดักฟังชิ้นนี้ทนทานต่อแรงกระแทกมหาศาล ต่อให้ถูกเหยียบย่ำด้วยรองเท้าเกี๊ยะไม้ มันก็ไม่มีทางพังทลายลงได้ มันคือสายลับที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะถูกส่งมาสอดแนม" คำอธิบายอันยืดยาวและมีเหตุผลรองรับอย่างหนักแน่นของระบบ ทำเอาไป๋ลี่ถิงถึงกับเถียงไม่ออก นางค่อยๆ ลดมือที่กอดกระโปรงลง สมองเริ่มประมวลผลข้อดีของการใช้แมลงสาบเป็นเครื่องมือจารกรรมข้อมูล มันก็จริงอย่างที่ระบบว่า ในยุคโบราณที่ไม่มีเทคโนโลยีใดๆ การมีแมลงสาบคลานอยู่ตามเรือนไม้ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาสามัญที่สุด ไม่มีใครจะมานั่งสงสัยว่าแมลงสาบตัวนี้กำลังบันทึกเสียงสนทนาของพวกตนอยู่ มันช่างเป็นนวัตกรรมการพรางตัวที่แยบยลจนน่าขนลุกจริงๆ แต่ถึงกระนั้น ความขยะแขยงที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจก็ยังคงทำให้ยากที่จะทำใจยอมรับได้ง่ายๆ "ถึงเจ้าจะอธิบายสรรพคุณของมันจนเลิศเลอเพอร์เฟกต์เพียงใด แต่รูปลักษณ์ของมันก็ยังคงทำร้ายจิตใจข้าอยูดี ข้าไม่กล้าจับมันมือเปล่าหรอกนะ แค่เห็นหนวดมันขยับข้าก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัวแล้ว ข้าขอส่งคืนสินค้าเคลมเอาชิ้นใหม่ที่มีรูปร่างเป็นก้อนหินเหมือนเดิมได้หรือไม่" นางพยายามต่อรองด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง หวังจะให้ระบบเห็นใจ "องค์กรของเราไม่มีนโยบายรับคืนหรือเปลี่ยนสินค้าที่ถูกแกะกล่องแล้วทุกกรณี หากโฮสต์ไม่ต้องการใช้งาน ก็สามารถปล่อยให้มันนอนหงายท้องเป็นขยะอยู่ที่มุมห้องต่อไปได้เลย แต่ระบบขอเตือนด้วยความหวังดีว่า หากโฮสต์พลาดข้อมูลสำคัญที่พวกอนุหมินกำลังสุมหัววางแผนทำร้ายโฮสต์อยู่ในขณะนี้ โฮสต์อาจจะไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตเสวยสุขบนกองเงินกองทองอีกต่อไป การตัดสินใจขึ้นอยู่กับความกล้าหาญของยอดนักขายเองแล้ว" ระบบตัดบทอย่างเยือกเย็นและไร้เยื่อใย ทิ้งความกดดันก้อนใหญ่เอาไว้ให้ไป๋ลี่ถิงต้องเผชิญหน้าเพียงลำพัง หญิงสาวยืนนิ่งอยู่บนเตียง กัดริมฝีปากล่างแน่นจนเจ็บ สายตาจดจ้องไปยังเครื่องดักฟังรุ่นป้าข้างบ้านที่ยังคงขยับขาไปมาอยู่บนพื้น คำว่าพลาดข้อมูลสำคัญและไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตเสวยสุข ดังก้องสะท้อนไปมาอยู่ในหัวของนาง สำหรับยอดเซลส์ที่ทะเยอทะยานและหิวโหยความมั่งคั่งอย่างนาง การสูญเสียโอกาสในการเอาชนะศัตรูคือความพ่ายแพ้ที่น่ากลัวยิ่งกว่าแมลงสาบร้อยตัวรวมกัน นางอุตส่าห์ทะลุมิติมามีชีวิตใหม่ อุตส่าห์หาเงินก้อนแรกมาได้สำเร็จ นางจะมายอมแพ้ให้กับความกลัวแมลงปลอมๆ ตัวหนึ่งได้อย่างไรกัน "เพื่อเงิน เพื่อความรวย เพื่อการบดขยี้ยัยดอกไม้ขาวให้จมดิน ข้าทำได้ ข้าต้องทำได้" ไป๋ลี่ถิงพึมพำปลุกใจตนเองด้วยประโยคสุดคลาสสิกของนักขายที่กำลังจะออกไปเผชิญหน้ากับลูกค้าที่รับมือยากที่สุด นางสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด รวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดที่มี ค่อยๆ ก้าวเท้าลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง เดินย่องเข้าไปใกล้มุมกำแพงราวกับกำลังเข้าใกล้ระเบิดเวลา นางมองซ้ายมองขวา คว้าเอาเศษผ้าขี้ริ้วผืนเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งมาพันมือขวาของตนเองเอาไว้หนาเตอะจนดูเหมือนนวมชกมวย จากนั้นก็ค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ หลับตาปี๋เบือนหน้าหนีไปอีกทาง แล้วยื่นมือที่พันผ้าขี้ริ้วออกไปตะปบจับเครื่องดักฟังรูปร่างแมลงสาบขึ้นมาอย่างรวดเร็ว สัมผัสแข็งๆ และลื่นมันของเปลือกนอกที่ทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามา ทำเอานางขนลุกเกรียวไปทั้งแขน นางต้องกัดฟันกลั้นเสียงกรีดร้องเอาไว้สุดฤทธิ์ รีบจับมันพลิกกลับมาวางบนฝ่ามือที่พันผ้าหนาแน่น ลืมตาขึ้นมามองผลงานศิลปะชิ้นเอกของระบบด้วยใบหน้าที่เหยเกสุดขีด "เจ้าแมลงสาบสอดแนม จงฟังข้าให้ดี ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เจ้าคือสายลับหมายเลขหนึ่งของข้า ภารกิจของเจ้าคือการไปฝังตัวอยู่ในเรือนฝั่งตะวันตกของอนุหมิน คอยดักฟังทุกคำพูด ทุกแผนการชั่วร้ายที่พวกนางสุมหัวกันคิดขึ้นมา แล้วส่งสัญญาณกระแสจิตกลับมาบอกข้าให้หมดเปลือก ห้ามพลาดแม้แต่ประโยคเดียว เข้าใจหรือไม่" นางพูดสั่งการกับแมลงสาบปลอมในมือด้วยความจริงจังราวกับมันสามารถฟังภาษามนุษย์รู้เรื่อง เครื่องดักฟังรุ่นป้าข้างบ้านตอบสนองด้วยการขยับหนวดคู่ยาวของมันขึ้นลงสองครั้ง ราวกับเป็นการรับทราบคำสั่ง ทำเอาไป๋ลี่ถิงต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความสะอิดสะเอียนอีกรอบ "เอาล่ะ ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการวางแผนแทรกซึม ข้าจะส่งเจ้าเข้าไปในดงศัตรูได้อย่างไรโดยไม่ให้ถูกจับได้เสียก่อน"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD