บรรยากาศยามสายสาดแสงอบอุ่นลงมากระทบหลังคาเรือนหลักที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ไป๋ลี่ถิงก้าวเท้าเดินออกจากห้องนอนของตนเองด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจอย่างล้นเหลือ แผ่นหลังของนางตั้งตรงสง่างาม ใบหน้าที่เคยซีดเซียวและอมทุกข์บัดนี้ประดับไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แฝงความกวนประสาทเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม อาชิง สาวใช้ตัวน้อยเดินตามหลังผู้เป็นนายมาติดๆ ในมือของสาวใช้หอบหิ้วตะกร้าสานใบเล็กที่มีก้อนหินสีเทาอมเขียววางนิ่งอยู่ตรงกลาง อาชิงหน้าซีดเผือด ไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่าเหตุใดคุณหนูสามถึงได้นำก้อนหินเปื้อนดินมาขัดสีฉวีวรรณเสียจนเงาวับ แล้วยังสั่งให้ใส่ตะกร้าราวกับเป็นของล้ำค่าที่จะนำไปเสนอขายให้ฮ่องเต้
ในขณะที่สองนายบ่าวกำลังจะก้าวพ้นเขตลานเรือนหลัก เสียงกริ่งกังวานใสประดุจแก้วเจียระไนก็ดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาทของไป๋ลี่ถิง มันไม่ใช่เสียงที่ลอยมาตามสายลม แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นจากภายในส่วนลึกของสมองนางเอง
“ติ๊ง ระบบเซลส์มือทองทะลวงจักรวาลขอประกาศอัปเดตสถานะการทำงานอย่างเป็นทางการ”
เสียงราบเรียบและไร้อารมณ์ของระบบดังขึ้น ไป๋ลี่ถิงชะงักฝีเท้ากะทันหัน นางยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้เอ่ยปากพูดสิ่งใดออกมาเพื่อไม่ให้อาชิงที่เดินตามมาด้านหลังตกใจ แต่นางใช้กระแสความคิดตอบโต้กลับไปในหัวอย่างรวดเร็วและดุเดือด
“อัปเดตสถานะอันใดอีกเล่าไอ้ระบบหน้าเลือด เมื่อเช้าเจ้าเพิ่งจะมอบหมายภารกิจสุดหฤโหดปราบเซียนให้ข้าเอาห้อนหินข้างทางไปหลอกขายชาวบ้านในราคาหนึ่งตำลึงเงิน ตอนนี้ข้ากำลังจะออกไปทำยอดขายให้เจ้าแล้ว เจ้ายังมีเรื่องอันใดมาขัดจังหวะการทำมาหากินของข้าอีก เวลาของยอดนักขายเป็นเงินเป็นทอง เจ้าเข้าใจหรือไม่”
ระบบเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที ราวกับกำลังประมวลผลความปากดีของโฮสต์ผู้นี้ ก่อนจะส่งเสียงตอบกลับมาด้วยถ้อยคำที่ทำเอาเส้นเลือดตรงขมับของนางเต้นตุบๆ
“ระบบตรวจพบว่าโฮสต์มีความมุ่งมั่นในการทำภารกิจที่สูงส่งเกินระดับสติปัญญา เพื่อไม่ให้โฮสต์ต้องออกไปเดินเร่ขายก้อนหินอย่างคนโง่เขลาเบาปัญญาและถูกชาวบ้านในเมืองหลวงรุมประชาทัณฑ์ ระบบจึงทำการปลดล็อกระดับขั้นพื้นฐานที่สุดให้แก่โฮสต์ ขอแสดงความยินดีด้วย บัดนี้โฮสต์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Level 1 เซลส์ฝึกหัด อย่างเป็นทางการแล้ว”
คำว่าเซลส์ฝึกหัดทำเอาไป๋ลี่ถิงแทบจะสะดุดลานดินหน้าเรือนล้มหน้าขมำ นางสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์เดือดพล่านที่กำลังปะทุขึ้นในอก ในอดีตชาตินางคือจูน สุดยอดพนักงานขายระดับท็อปของภูมิภาค ผู้กวาดรางวัลนักขายดีเด่นมานับไม่ถ้วน ไม่เคยมีลูกค้าคนไหนหลุดรอดเงื้อมมือของนางไปได้ แต่วันนี้นางกลับถูกโปรแกรมง่อยๆ ในหัวตีตราว่าเป็นเพียงแค่เด็กฝึกหัดที่เพิ่งหัดเดินในวงการธุรกิจ นี่มันหยามเกียรติยศกันเกินไปแล้ว
“ข้าคือปรมาจารย์ด้านการปิดยอดขายนะไอ้ระบบ เจ้ามีตาหามีแววไม่ มาเรียกข้าว่าเซลส์ฝึกหัดได้อย่างไร ประวัติการทำงานของข้าหรูหรากว่าทองคำแท่งเสียอีก”
ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและกวนส้นเท้าอย่างถึงที่สุด
“ประวัติการทำงานในอดีตชาติของโฮสต์ไม่สามารถนำมาเบิกเป็นเงินตราในยุคสมัยนี้ได้ ความจริงอันโหดร้ายก็คือ บัดนี้โฮสต์เป็นเพียงคุณหนูสามจวนโหวที่ยากจนข้นแค้นและไม่มีเครดิตทางการค้าใดๆ ทั้งสิ้น การเริ่มต้นจากศูนย์คือสัจธรรมของการข้ามมิติ โฮสต์ควรจะภูมิใจที่ระบบไม่จัดให้โฮสต์อยู่ในระดับขยะเปียกทางการตลาด”
ไป๋ลี่ถิงขบกรามแน่นจนปวดร้าว นางรู้ดีว่าเถียงกับปัญญาประดิษฐ์จอมกวนประสาทนี้ไปก็ไร้ประโยชน์ สิ่งเดียวที่จะทำให้นางหลุดพ้นจากสถานะอันน่าสมเพชนี้ได้ คือการทำภารกิจให้สำเร็จและโกยเงินมาฟาดหน้าระบบให้จงได้ นางสูดลมหายใจเข้าอีกครั้ง ปรับอารมณ์ให้เยือกเย็นลงเยี่ยงนักธุรกิจมืออาชีพที่พร้อมรับฟังข้อเสนอ
“เอาล่ะ ข้าจะยอมรับตำแหน่งต่ำต้อยนี้ไปก่อนชั่วคราว ถ้างั้นในฐานะที่ข้าเป็นพนักงานระดับที่หนึ่งของเจ้า บริษัทของเจ้ามีสวัสดิการหรือเครื่องมืออันใดมาสนับสนุนการขายให้ข้าบ้าง ข้าไม่เชื่อหรอกนะว่าเจ้าจะส่งข้าออกสู่สมรภูมิการค้าด้วยมือเปล่ากับก้อนหินโง่ๆ หนึ่งก้อนโดยไม่มีอาวุธติดตัวเลย”
ระบบส่งเสียงสัญญาณติ๊งเบาๆ คล้ายกับการกดปุ่มตกลงบนแป้นพิมพ์ ก่อนจะเริ่มอธิบายกฎเกณฑ์และวิธีการใช้งานเครื่องมือเบื้องต้นอย่างเป็นระบบระเบียบ
“เพื่อเป็นการสนับสนุนเซลส์ฝึกหัดให้สามารถเอาชีวิตรอดในตลาดอันโหดร้าย ระบบได้ทำการติดตั้งและปลดล็อกฟังก์ชันพิเศษฟังก์ชันแรกให้แก่โฮสต์ ฟังก์ชันนี้มีชื่อเรียกว่า สแกนกระเป๋าตังค์ เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าระดับสุดยอดที่จะช่วยให้โฮสต์ไม่ต้องเปลืองน้ำลายไปกับผู้ที่ไม่มีกำลังซื้อ”
ไป๋ลี่ถิงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความสนใจทั้งหมดของนางพุ่งเป้าไปที่คำว่าสแกนกระเป๋าตังค์ทันที ในฐานะนักขาย นางรู้ดีว่าขั้นตอนที่ยากลำบากและสูญเสียเวลามากที่สุดในการทำงาน คือการคัดกรองลูกค้า การหาตัวลูกค้าที่แท้จริงที่มีทั้งความต้องการและมีเงินพร้อมจ่ายนั้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร บางครั้งต้องนั่งเจรจาหว่านล้อมอยู่นานนับชั่วยามกว่าจะค้นพบว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงเศรษฐีจอมปลอมที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่ามัดจำ หากฟังก์ชันนี้สามารถช่วยนางคัดกรองคนได้จริง มันก็คืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดในโลกธุรกิจ
“มันทำงานอย่างไร อธิบายมาให้ละเอียดที่สุด อย่าข้ามแม้แต่ขั้นตอนเดียว”
นางเร่งเร้าในใจด้วยความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิด
“วิธีการใช้งานนั้นง่ายดายยิ่งกว่าการปอกกล้วยเข้าปาก ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ โฮสต์เพียงแค่เพ่งสายตามองไปยังบุคคลเป้าหมายที่โฮสต์ต้องการประเมินฐานะ กำหนดสมาธิไว้ที่บริเวณศีรษะของบุคคลผู้นั้นชั่วครู่ ระบบจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากลักษณะกายภาพ ร่องรอยการใช้ชีวิต และออร่าแห่งความมั่งคั่งที่แผ่ออกมาจากตัวบุคคลนั้น จากนั้นระบบจะแสดงผลลัพธ์เป็นตัวเลขและข้อความโปร่งแสงลอยอยู่เหนือศีรษะของเป้าหมาย ข้อมูลที่จะปรากฏประกอบไปด้วยจำนวนทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ หนี้สินที่ปิดบังไว้ และสถานะทางการเงินโดยรวม เพื่อให้โฮสต์สามารถตัดสินใจได้ทันทีว่าบุคคลผู้นี้คู่ควรแก่การเสียเวลาเจรจาด้วยหรือไม่”
สุดยอด นี่มันเครื่องคัดกรองลูกค้าเกรดพรีเมียมชัดๆ
ไป๋ลี่ถิงแทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความปีติยินดี นางไม่ต้องเสียเวลาไปหว่านแหจับปลาซิวปลาสร้อยอีกต่อไป นางสามารถเล็งเป้าหมายระดับปลาวาฬได้โดยตรง นี่คือการทำการตลาดแบบเจาะจงเป้าหมายที่ล้ำยุคที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคว้นนี้
ในขณะที่นางกำลังตื่นเต้นกับของเล่นชิ้นใหม่อยู่นั้นเอง หางตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นร่างของสตรีผู้หนึ่งกำลังเดินกระย่องกระแย่งมาตามระเบียงทางเดิน สตรีผู้นั้นคือชุนฮวา สาวใช้คนสนิทของอนุหมิน ผู้ซึ่งมักจะทำตัวเย่อหยิ่งจองหองและชอบส่งสายตาเหยียดหยามมาให้เรือนหลักอยู่เสมอ ชุนฮวากำลังเดินประคองถาดใส่ขนมกุ้ยฮวาที่ส่งกลิ่นหอมฉุยไปยังเรือนของเจ้านายตนเอง ใบหน้าของสาวใช้ผู้นี้เชิดขึ้นสูง แววตาเต็มไปด้วยความทะนงตัวราวกับตนเองเป็นคุณหนูเสียเอง
ไป๋ลี่ถิงแสยะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้างดงามดูอันตรายและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน โอกาสในการทดสอบประสิทธิภาพของสุดยอดนวัตกรรมมาถึงเร็วกว่าที่คิด นางหันหน้าไปทางชุนฮวา หยุดเดินชั่วขณะ อาชิงที่เดินตามมาก็รีบหยุดตามด้วยความงุนงง
"คุณหนูสาม มีอันใดหรือเจ้าคะ" อาชิงกระซิบถามเสียงเบา
"ชู่ว อาชิง เจ้าเงียบก่อน ข้ากำลังจะใช้เคล็ดวิชาลับประจำตระกูลที่เพิ่งค้นพบ"
ไป๋ลี่ถิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังจนอาชิงต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากตนเองแน่น
นางหันกลับไปมองชุนฮวาที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ไป๋ลี่ถิงหรี่ดวงตากลมโตลงเล็กน้อย เพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่บริเวณเหนือศีรษะของสาวใช้จอมหยิ่งยโสผู้นั้น นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รอคอยให้ระบบทำงาน
เพียงอึดใจเดียว ทัศนวิสัยเบื้องหน้าของไป๋ลี่ถิงก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ภาพของชุนฮวาและระเบียงทางเดินยังคงชัดเจนเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือแสงเรืองรองสีฟ้าอ่อนที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นเหนือมวยผมของสาวใช้ผู้นั้น แสงสีฟ้าก่อตัวกันเป็นกรอบสี่เหลี่ยมโปร่งแสง คล้ายกับป้ายประกาศของทางการ แต่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศโดยไม่มีสิ่งใดค้ำยัน ภายในกรอบสี่เหลี่ยมนั้นมีตัวอักษรและตัวเลขสีทองเรืองแสงวิ่งขึ้นมาทีละบรรทัดพร้อมกับเสียงติ๊งเบาๆ ในหัวของนาง
ชื่อเป้าหมาย ชุนฮวา สาวใช้เรือนอนุหมิน
ทรัพย์สินสุทธิ 2 อีแปะ และเศษก้อนกรวดในถุงเงิน
หนี้สิน 50 อีแปะ จากการแอบเล่นพนันน้ำเต้าปูปลาที่ท้ายจวน
สถานะทางการเงิน ยาจกซินโดรมระดับวิกฤต กำลังวางแผนจะขโมยปิ่นปักผมของอนุหมินไปขายใช้หนี้ในอีกสามวันข้างหน้า
ระดับความเป็นไปได้ในการซื้อสินค้า 0 เปอร์เซ็นต์ โฮสต์ไม่ควรเปลืองน้ำลายแม้แต่หยดเดียว
เมื่ออ่านข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศจบ ไป๋ลี่ถิงก็ต้องยกมือขึ้นตะครุบปากตนเองเพื่อกลั้นเสียงหัวเราะที่แทบจะระเบิดออกมาอย่างสุดความสามารถ ร่างกายของนางสั่นเทิ้มไปด้วยความขบขันจนอาชิงต้องมองด้วยความหวาดผวา
สวรรค์ นี่มันวิเศษเกินไปแล้ว นังชุนฮวาที่วันๆ เอาแต่เชิดหน้าชูคอทำตัวประดุจเศรษฐีนี เดินกรีดกรายมองเหยียดพวกเรามาตลอด ที่แท้ก็เป็นแค่ผีพนันที่ล้มละลายจนเหลือเงินติดตัวแค่สองอีแปะ ซ้ำยังคิดทรยศเจ้านายเตรียมจะขโมยของไปขายล้างหนี้อีกต่างหาก เปลือกนอกที่ดูหรูหราอลังการถูกฉีกทึ้งออกจนหมดสิ้นด้วยระบบสแกนกระเป๋าตังค์อันนี้ ความลับสวรรค์แตกกระจายไม่มีชิ้นดี
ชุนฮวาเดินผ่านมาถึงจุดที่ไป๋ลี่ถิงยืนอยู่ สาวใช้จอมหยิ่งปรายตามองคุณหนูสามและอาชิงด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ นางทำทีเป็นยกชายแขนเสื้อขึ้นปิดจมูกราวกับได้กลิ่นเหม็นเน่าลอยมาจากตัวของไป๋ลี่ถิง
"อุ๊ยตาย คุณหนูสาม วันนี้แต่งตัวซอมซ่อเช่นนี้ จะออกไปขอทานที่ตลาดหรือเจ้าคะ ระวังอย่าให้คนนอกเขารู้เชียวนะเจ้าคะว่าท่านเป็นคนของจวนเผิงกวงโหว ประเดี๋ยวท่านโหวจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"
ชุนฮวาเอ่ยเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงแหลมสูงดัดจริต ก่อนจะหัวเราะคิกคักในลำคออย่างพึงพอใจที่ได้ข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า
หากเป็นไป๋ลี่ถิงคนเดิม คงได้แต่ก้มหน้างุดน้ำตาคลอเบ้าและปล่อยให้นางเดินจากไป แต่สำหรับยอดเซลส์ที่มีข้อมูลลับของศัตรูอยู่ในมืออย่างครบถ้วน นางไม่มีทางปล่อยให้เหยื่อเดินหนีไปได้อย่างลอยนวล
"แหม ชุนฮวา เจ้าก็ช่างมีน้ำใจเป็นห่วงชื่อเสียงของท่านพ่อข้าเสียจริงนะ"
ไป๋ลี่ถิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบจนน่าขนลุก นางก้าวเท้าเข้าไปขวางทางเดินของสาวใช้ผู้นั้น ใบหน้างดงามโน้มเข้าไปใกล้จนชุนฮวาต้องผงะถอยหลังด้วยความตกใจ
"ข้าอาจจะแต่งตัวซอมซ่อเหมือนขอทานก็จริง แต่อย่างน้อยกระเป๋าเงินของข้าก็ยังมีเงินเบี้ยหวัดสามสิบตำลึงก้อนโตนอนนิ่งอยู่ ไม่เหมือนบ่าวไพร่บางคนที่แต่งตัวด้วยผ้าแพรพรรณเนื้อดี แต่ในถุงเงินกลับมีเศษเหรียญทองแดงแค่สองอีแปะกับก้อนกรวดโง่ๆ อ้อ แล้วก็ยังติดหนี้พนันน้ำเต้าปูปลาพวกยามเฝ้าประตูด้านหลังอีกตั้งห้าสิบอีแปะ ข้าล่ะสงสัยจริงๆ ว่าถ้านางไม่หาเงินไปใช้หนี้ภายในสามวัน นางจะเอาปิ่นปักผมลายมังกรของใครไปเร่ขายกันหนอ"
คำพูดที่เจาะลึกทะลุทะลวงไปถึงก้นบึ้งของความลับอันดำมืด ทำเอาถาดขนมกุ้ยฮวาในมือของชุนฮวาร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังเพล้ง ขนมชิ้นสวยงามกระจายเกลื่อนกลาดเปื้อนฝุ่นดิน ใบหน้าที่พอกแป้งจนขาววอกของชุนฮวาบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือดประดุจกระดาษชำระ ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงอย่างถึงที่สุด ร่างกายสั่นสะท้านราวกับจับไข้จับสั่น
"คะ... คุณหนูสาม ทะ... ท่านพูดเรื่องอันใดกัน ข้าน้อยไม่รู้เรื่อง ข้าน้อยไม่เคยเล่นพนัน ไม่เคยคิดจะขโมยของอนุหมินเลยนะเจ้าคะ ท่านอย่ามากล่าวหาข้าน้อยมั่วซั่วนะเจ้าคะ"
ชุนฮวาละล่ำละลักปฏิเสธเสียงหลง แต่น้ำเสียงที่สั่นเครือและหยาดเหงื่อที่ผุดพรายเต็มหน้าผากนั้นกลับเป็นการสารภาพความผิดอย่างชัดเจนที่สุด นางก้าวถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว ไม่เข้าใจเลยว่าคุณหนูสามผู้แสนจะขี้ขลาดและเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ไปล่วงรู้ความลับระดับคอขาดบาดตายของนางมาได้อย่างไร มันราวกับว่าคุณหนูสามมีตาทิพย์ที่สามารถมองทะลุเข้าไปในจิตใจของนางได้
ไป๋ลี่ถิงกอดอกจังก้า แค่นเสียงหัวเราะหยันในลำคออย่างผู้มีชัย นางก้มลงมองซากขนมกุ้ยฮวาบนพื้นสลับกับใบหน้าซีดเผือดของสาวใช้จอมหยิ่ง
"ข้าจะกล่าวหามั่วซั่วหรือไม่ ความจริงย่อมรู้อยู่แก่ใจ เจ้ารีบเก็บกวาดเศษขยะพวกนี้แล้วไสหัวกลับไปเรือนของเจ้าเสียเถิด อ้อ แล้วอย่าลืมระวังตัวด้วยล่ะ หากอนุหมินรู้ว่าสาวใช้คนสนิทที่นางไว้ใจที่สุด กำลังจะจ้องฉกของมีค่าของนางไปขายล้างหนี้ ข้าว่าสภาพของเจ้าคงจะน่าดูชมไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว"
นางทิ้งท้ายด้วยคำขู่ที่เย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ ชุนฮวารีบทิ้งตัวลงคุกเข่าลนลานเก็บเศษขนมและชามกระเบื้องที่แตกกระจายใส่ถาดด้วยมือที่สั่นระริก ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาคุณหนูสามอีกต่อไป เมื่อเก็บเศษขยะเสร็จสิ้น นางก็รีบผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งหน้าตั้งเตลิดเปิดเปิงกลับไปยังเรือนฝั่งตะวันออกอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งให้ความเย่อหยิ่งจองหองที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น
อาชิงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านหลังถึงกับอ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปได้ สาวใช้ตัวน้อยกระพริบตาปริบๆ มองคุณหนูของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนบูชาและตื่นตะลึงระคนกัน
"คุณหนูสาม ท่าน... ท่านเก่งกาจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ท่านรู้ได้อย่างไรว่านังชุนฮวามันติดหนี้พนันแถมยังจะขโมยของอนุหมินอีก ท่านมีหูทิพย์ตาทิพย์หรือเจ้าคะ"
ไป๋ลี่ถิงหมุนตัวกลับมาหาอาชิง นางยักคิ้วหลิ่วตาให้สาวใช้คนสนิทอย่างกวนประสาทที่สุด ก่อนจะส่งรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจระดับจักรวาลไปให้
"เรื่องพวกนี้มันเป็นทักษะการวิเคราะห์ขั้นสูงของนักธุรกิจระดับบริหารน่ะอาชิง คนเรามักจะซ่อนความจริงไว้ภายใต้เปลือกนอกที่สวยงามเสมอ แต่สายตาของข้ามันเฉียบคมยิ่งกว่าเหยี่ยว ข้ามองทะลุเปลือกจอมปลอมพวกนั้นไปจนถึงก้นกระเป๋าเงินของพวกมันได้สบายๆ"
นางพูดโอ้อวดอย่างหน้าไม่อายพลางยกมือขึ้นลูบปลายคางตนเองอย่างภาคภูมิใจ ระบบสแกนกระเป๋าตังค์นี่มันคือของขวัญจากสวรรค์ที่แท้จริง นางสามารถใช้มันเพื่อข่มขวัญศัตรู หรือหาจุดอ่อนของคู่แข่งเพื่อนำมาต่อรองผลประโยชน์ได้อย่างแนบเนียน นี่แหละคือความได้เปรียบที่ไร้คู่ต่อกร
เพื่อให้แน่ใจในความเสถียรของระบบ ไป๋ลี่ถิงตัดสินใจทดสอบฟังก์ชันนี้อีกครั้งกับเป้าหมายที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด นางหันขวับไปจ้องหน้าอาชิงเขม็ง เพ่งสมาธิไปที่เหนือศีรษะของสาวใช้ตัวน้อยผู้ซื่อสัตย์
อาชิงสะดุ้งเฮือกเมื่อถูกเจ้านายจ้องมองด้วยสายตาที่ดุดันและจริงจัง นางรีบก้มหน้าลงต่ำด้วยความประหม่า สองมือบีบเข้าหากันแน่น
เพียงชั่วอึดใจ กรอบข้อความสีฟ้าอ่อนก็สว่างวาบขึ้นเหนือมวยผมของอาชิง
ชื่อเป้าหมาย อาชิง สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์และสู้ชีวิต
ทรัพย์สินสุทธิ 0 อีแปะ ไม่มีแม้แต่ฝุ่นผงของเงินตรา
หนี้สิน 0 อีแปะ จนเกินกว่าที่เจ้าหนี้หน้าไหนจะยอมให้กู้ยืม
สถานะทางการเงิน สู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับ ภักดีต่อโฮสต์เกินร้อยแต่กระเป๋าตังค์ว่างเปล่ายิ่งกว่าคลังหลวงยามสงคราม
ระดับความเป็นไปได้ในการซื้อสินค้า ติดลบ 100 เปอร์เซ็นต์ โฮสต์โปรดเมตตาหาน้ำหาข้าวให้นางกินประทังชีวิตแทนการพยายามขายของ
ไป๋ลี่ถิงอ่านข้อความนั้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกจุกอุกในอก ความสงสารและเห็นใจแล่นปราดเข้ามาจับขั้วหัวใจ อาชิงเป็นเด็กสาวที่ซื่อสัตย์และคอยปกป้องร่างนี้มาตลอด แม้ในยามที่ยากลำบากที่สุดก็ไม่เคยทอดทิ้งไปไหน แต่นางกลับต้องมาทนตกระกำลำบาก ไม่มีแม้แต่เศษเงินจะซื้อขนมกินเล่นเหมือนเด็กสาววัยเดียวกัน นี่คือความล้มเหลวของการดูแลพนักงานที่ผู้บริหารอย่างนางยอมรับไม่ได้
นางค่อยๆ เอื้อมมือไปจับไหล่ที่สั่นเทาเล็กน้อยของอาชิง บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและคำสัญญาอันแน่วแน่ แววตาของไป๋ลี่ถิงเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความอ่อนโยนและจริงจังอย่างหาที่สุดไม่ได้
"อาชิง เจ้าจงเงยหน้าขึ้นมาฟังข้า"
อาชิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเจ้านาย ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจ
"เจ้าไม่ต้องกลัวข้า ข้าแค่กำลังมองดูอนาคตของพวกเราอยู่ และข้าก็เห็นอย่างชัดเจนว่า นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ชีวิตที่ยากจนข้นแค้นและต้องทนกินข้าวต้มใส่น้ำล้างบ่อปลาของพวกเราได้จบสิ้นลงแล้ว เจ้าจงจำคำพูดของข้าไว้ให้ดี ข้า ไป๋ลี่ถิง ยอดนักขายมือทอง จะเป็นคนพาเจ้าและท่านแม่ก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของความมั่งคั่ง ข้าจะทำให้กระเป๋าเงินของเจ้าตุงจนแทบจะปริแตก จะทำให้เจ้าได้ใส่เสื้อผ้าแพรพรรณที่งดงามที่สุด และจะทำให้พวกที่เคยดูถูกเราต้องคลานเข่าเข้ามากราบกรานขอร้องพวกเรา นี่คือคำสัญญาของสุดยอดนักขายที่ไม่เคยผิดคำพูด"
อาชิงพยักหน้าหงึกหงักอย่างแรง น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลอาบสองแก้ม นางไม่รู้ว่าคุณหนูของตนจะทำได้อย่างไร แต่น้ำเสียงที่หนักแน่นและแววตาที่มุ่งมั่นนั้น ทำให้นางเชื่อมั่นในตัวคุณหนูสามอย่างหมดหัวใจ
ไป๋ลี่ถิงเข้าใจหลักการทำงานและประโยชน์อันมหาศาลของฟังก์ชันสแกนกระเป๋าตังค์อย่างถ่องแท้แล้ว มันไม่ใช่แค่เครื่องมือคัดกรองลูกค้า แต่มันคือเข็มทิศที่จะนำทางนางไปสู่การเป็นเศรษฐีนีอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน นางมีอาวุธที่ทรงพลังที่สุดอยู่ในมือแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงแค่การนำก้อนหินธรรมดาๆ ในตะกร้าสานไปหลอกขาย... เอ้อ ไปนำเสนอขายให้แก่เหยื่อผู้โชคร้ายที่มีเงินหนาที่สุดในตลาดเมืองหลวงเท่านั้น
"เอาล่ะ อาชิง ปาดน้ำตาทิ้งเสีย เราเสียเวลามามากพอแล้ว หยิบตะกร้าสินค้าพรีเมียมของเราขึ้นมา แล้วตามข้ามาติดๆ วันนี้เราจะไปเดินกรีดกรายที่ตลาดใหญ่ เราจะไปล่าวาฬยักษ์ที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ที่สุดในเมืองหลวงกัน เตรียมตัวรับชมมหกรรมการขายที่โลกต้องจารึกไว้ได้เลย ลุย!"
นางประกาศกร้าวด้วยเสียงอันดัง กางแขนออกกว้างราวกับแม่ทัพที่กำลังสั่งการเคลื่อนพล ก่อนจะหมุนตัวเดินนำหน้าออกจากจวนเผิงกวงโหวไปด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเย่อหยิ่งประดุจนางพญา อาชิงรีบคว้าตะกร้าสานวิ่งตามไปติดๆ การผจญภัยของเซลส์สาวระดับจักรวาลและระบบสุดป่วนได้เปิดม่านขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว เป้าหมายแรกคือการปิดยอดขายก้อนหินหนึ่งก้อนด้วยราคาหนึ่งตำลึงเงิน ภารกิจที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้ กำลังจะถูกพลิกแพลงด้วยวาทศิลป์อันแยบยลและสมองอันปราดเปรื่องของนาง ใครจะเป็นเศรษฐีหน้าโง่คนแรกที่ตกเป็นเหยื่อของการตลาดสุดแหวกแนวนี้ มหกรรมความฮาและความกวนประสาทกำลังรออยู่เบื้องหน้าแล้ว