ตอนที่ 12 แจ้งเตือนเคพีไอสุดหฤโหด

2693 Words
แสงแดดยามสายสาดส่องลงมากระทบแผ่นหลังของไป๋ลี่ถิง หญิงสาวก้าวเดินออกจากลานกว้างของเรือนหลักด้วยท่วงท่าที่สง่างามประดุจนางพญาหงส์ที่กำลังจะสยายปีกโบยบินออกจากสุ่มไก่ผุพัง ใบหน้างดงามที่เคยซีดเซียวไร้สีเลือดบัดนี้อิ่มเอิบไปด้วยเลือดฝาดแห่งความฮึกเหิม รอยยิ้มเย่อหยิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจล้นปรี่ประดับอยู่บนริมฝีปากบางเฉียบ อาชิงสาวใช้ตัวน้อยเดินก้มหน้าก้มตาตามหลังผู้เป็นนายมาติดๆ สองมือของสาวใช้หอบหิ้วตะกร้าสานใบเล็กเอาไว้แนบอก ภายในตะกร้าใบนั้นไม่มีสิ่งใดล้ำค่า มีเพียงก้อนหินสีเทาอมเขียวผิวขรุขระขนาดเท่ากำปั้นเด็กที่เพิ่งถูกขัดสีฉวีวรรณล้างคราบดินโคลนออกจนหมดจดวางนิ่งอยู่ตรงกลาง อาชิงไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยว่าเหตุใดคุณหนูสามถึงได้สั่งให้ทะนุถนอมก้อนหินไร้ค่าก้อนนี้ราวกับมันเป็นไข่มุกราตรี ในขณะที่ส้นรองเท้าผ้าฝ้ายของไป๋ลี่ถิงกำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูจวนเผิงกวงโหวเพื่อมุ่งหน้าสู่ตลาดใหญ่แห่งเมืองหลวง เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมปรี๊ดประดุจเสียงนกหวีดเป่าอัดกระเดือกก็ดังก้องกังวานขึ้นมาภายในหัวของนางอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ติ๊ง แจ้งเตือนจากระบบเซลส์มือทองทะลวงจักรวาล ถึงเวลาแจ้งข้อบังคับเป้าหมายการขาย หรือที่โลกเก่าของโฮสต์เรียกว่า เคพีไอ ประจำตำแหน่งเซลส์ฝึกหัดระดับที่หนึ่งแล้ว ขอให้โฮสต์หยุดเดินแล้วตั้งใจฟังให้ดี” เสียงราบเรียบและไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกของระบบดังสะท้อนไปมาในสมอง ทำเอาไป๋ลี่ถิงที่กำลังเดินเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจถึงกับสะดุ้งสุดตัว สองเท้าที่กำลังก้าวเดินชะงักกึกกะทันหันจนปลายเท้าสะดุดเข้ากับก้อนกรวดบนพื้น ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อยก่อนที่นางจะรีบกางแขนออกเพื่อรักษาสมดุลอย่างทุลักทุเล ท่วงท่าอันสง่างามที่อุตส่าห์ปั้นแต่งมาตั้งแต่หน้าห้องนอนพังทลายลงย่อยยับไม่มีชิ้นดี "คุณหนูสาม ระวังเจ้าค่ะ ท่านสะดุดอันใดหรือเจ้าคะ" อาชิงร้องอุทานด้วยความตกใจ สาวใช้รีบถลันตัวเข้ามาหมายจะช่วยประคองเจ้านาย แต่ไป๋ลี่ถิงยกมือขึ้นห้ามเอาไว้เสียก่อน หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด พยายามปั้นหน้าให้กลับมาเรียบตึงดุจเดิม แม้ภายในใจจะกำลังเดือดพล่านประดุจน้ำเดือดในหม้อไฟกะทะทองแดงก็ตาม นางไม่ได้เปล่งเสียงพูดออกมาเพื่อไม่ให้อาชิงแตกตื่น แต่นางเลือกที่จะส่งกระแสความคิดโต้ตอบกลับไปหาระบบจอมกวนประสาทในหัวแทน “ไอ้ระบบเฮงซวย ข้ากำลังจะออกไปทำมาหากินสร้างเนื้อสร้างตัว เจ้าจะมาแจ้งเตือนเคพีไออันใดตอนนี้ ข้าเพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งเป็นเซลส์ฝึกหัดเมื่อครึ่งก้านธูปที่แล้ว บริษัทยังไม่ทันได้จ่ายเงินเดือนหรือให้สวัสดิการอันใดแก่ข้าเลย เจ้าจะมารีดไถยอดขายจากข้าแล้วอย่างนั้นหรือ ช่างเป็นระบบนายจ้างที่หน้าเลือดและไร้มนุษยธรรมเสียนี่กระไร” ระบบเงียบไปเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะส่งข้อความเสียงตอบกลับมาด้วยถ้อยคำที่ทำให้เส้นเลือดตรงขมับของไป๋ลี่ถิงเต้นตุบๆ อย่างบ้าคลั่ง “บริษัทที่ยิ่งใหญ่ย่อมไม่เลี้ยงดูพนักงานที่ไร้ความสามารถ การจะพิสูจน์ว่าโฮสต์คู่ควรกับตำแหน่งยอดนักขายและคู่ควรกับฟังก์ชันสแกนกระเป๋าตังค์หรือไม่ โฮสต์จะต้องผ่านการทดสอบที่ท้าทายขีดจำกัดของมนุษย์เสียก่อน ภารกิจเคพีไอแรกของโฮสต์คือ โฮสต์จะต้องทำการเจรจาหว่านล้อมและบังคับขาย ก้อนหินข้างทาง ที่อยู่ในตะกร้าของสาวใช้ด้านหลัง ให้แก่บุคคลใดก็ได้ในเมืองหลวง โดยมีข้อแม้ว่า ต้องปิดการขายให้ได้ในราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งตำลึงเงิน ภายในระยะเวลาก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกดินในวันนี้” ทันทีที่ได้ยินเงื่อนไขของภารกิจจบ ไป๋ลี่ถิงก็เบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ปากอ้าค้างจนกรามแทบหลุด สมองอันชาญฉลาดของยอดนักขายเกิดอาการขาวโพลนไปชั่วขณะ ราวกับถูกค้อนปอนด์ล่องหนทุบเข้าที่กลางแสกหน้าอย่างจัง นางยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอยู่หน้าประตูจวน ลืมเลือนไปเสียสนิทว่าตนเองกำลังจะเดินทางไปที่ใด "หนึ่งตำลึงเงิน หนึ่งตำลึงเงินเชียวนะ ตัวเลขนี้ดังก้องสะท้อนไปมาในหัวของนางราวกับเสียงระฆังวัดที่ถูกตีรัวๆ ในยุคโบราณที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ เงินหนึ่งตำลึงสามารถนำไปซื้อข้าวสารเนื้อดีได้เป็นกระสอบ ซื้อเนื้อหมูชิ้นโตได้หลายสิบชั่ง หรือแม้กระทั่งสามารถใช้เป็นค่าครองชีพของครอบครัวชาวบ้านธรรมดาได้นานนับเดือน แต่นี่ระบบจอมมารยากลับสั่งให้นางเอาก้อนหินโง่ๆ ที่เกลื่อนกลาดอยู่ตามริมถนน ก้อนหินที่แม้แต่สุนัขจรจัดยังเมินหน้าหนีเวลาปัสสาวะใส่ ไปหลอกขายให้คนอื่นในราคาที่สูงลิบลิ่วปานนั้น “นี่เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไอ้ระบบ ข้าคือยอดนักขาย ไม่ใช่นักต้มตุ๋นหลอกลวงตาทวยราษฎร์ ก้อนหินคลุกฝุ่นก้อนนั้นมันมีมูลค่าเป็นศูนย์ ศูนย์อีแปะ ศูนย์ทองแดง ไม่มีใครหน้าโง่ที่ไหนบนโลกใบนี้ยอมควักเงินหนึ่งตำลึงเพื่อซื้อของพรรค์นั้นหรอก ต่อให้ข้าจะใช้ทักษะการพูดจนน้ำลายแตกฟองเป็นสายรุ้งเจ็ดสี ก็ไม่มีทางที่ใครจะยอมจ่ายเงินให้ข้าแน่ๆ ภารกิจนี้มันเป็นไปไม่ได้ มันคือการกลั่นแกล้งกันอย่างหน้าด้านๆ ชัดๆ” ไป๋ลี่ถิงโวยวายลั่นในใจ ความโกรธเกรี้ยวและพุ่งพล่านทำให้นางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ นางคือเซลส์สาวมือทองผู้เคยปิดยอดขายกรมธรรม์ประกันชีวิตมูลค่าหลายร้อยล้าน เคยขายรถยนต์หรูหราให้มหาเศรษฐีหน้าเลือดมาแล้วนักต่อนัก แต่นั่นมันคือการขายสินค้าที่มีมูลค่าและมีประโยชน์ในตัวของมันเอง ทว่าการขายก้อนหินราคาหนึ่งตำลึงนี้มันคือการข้ามเส้นศีลธรรมทางการค้าไปไกลลิบหลุดขอบโลก “หากโฮสต์ยอมรับว่าตนเองไร้ความสามารถและเป็นเพียงพนักงานขายปลายแถวที่เก่งแต่ปาก ระบบก็พร้อมที่จะบันทึกความล้มเหลวให้เดี๋ยวนี้ แต่โปรดรับทราบไว้ด้วยว่า องค์กรของเรามีบทลงโทษสำหรับพนักงานที่ไม่สามารถทำเคพีไอได้ตามเป้าหมาย” เสียงของระบบเริ่มเปลี่ยนจากความราบเรียบเป็นความยียวนกวนประสาทอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเยาะเย้ยถากถางราวกับกำลังรอคอยความพ่ายแพ้ของนางอยู่ “บทลงโทษอันใดของเจ้า ข้าไม่กลัวหรอก อย่างมากเจ้าก็แค่ริบฟังก์ชันสแกนกระเป๋าตังค์คืนไป ข้าก็แค่กลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงคนตาบอดคลำทางหาลูกค้าเอาเองเหมือนเดิม ไม่เห็นจะมีอันใดน่ากลัวเลยสักนิด” นางเถียงกลับอย่างไม่ลดละ พยายามทำใจดีสู้เสือ แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกหวั่นเกรงกับความเจ้าเล่ห์ของปัญญาประดิษฐ์ในหัวนี้ก็ตาม “หากโฮสต์คิดว่าบทลงโทษมีเพียงแค่นั้น โฮสต์ก็ประเมินความโหดร้ายของระบบต่ำเกินไปแล้ว หากดวงอาทิตย์ตกดินแล้วโฮสต์ยังไม่สามารถขายก้อนหินได้ในราคาหนึ่งตำลึงเงิน ระบบจะทำการริบเงินเบี้ยหวัดสามสิบตำลึงที่โฮสต์เพิ่งได้มาทั้งหมดกลับคืนสู่คลังของบิดาโฮสต์ นอกจากนี้ ระบบจะบังคับใช้บทลงโทษทางกายภาพ โดยจะทำให้โฮสต์สูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้า ทุกครั้งที่โฮสต์พบเจอผู้ชายที่มีหน้าตาหล่อเหลา โฮสต์จะต้องทำตาเหลือก ปากเบี้ยว และส่งเสียงเห่าหอนประดุจสุนัขบ้าเป็นเวลาหนึ่งเค่อเต็ม บทลงโทษนี้จะคงอยู่เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็มไม่มีข้อยกเว้น” ข้อความที่ถูกถ่ายทอดออกมาตรึงร่างของไป๋ลี่ถิงให้แข็งทื่อยิ่งกว่าเดิม ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงอย่างถึงขีดสุด ดวงตากลมโตสั่นระริก ใบหน้างดงามซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด บทลงโทษบ้าบออันใดกันนี่ ริบเงินก้อนสุดท้ายที่นางมียังพอทน แต่การบังคับให้นางกลายเป็นสตรีเสียสติปากเบี้ยวแถมยังต้องเห่าหอนเป็นสุนัขบ้าต่อหน้าบุรุษรูปงาม นี่มันคือการทำลายล้างภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของกุลสตรีจวนโหวให้ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง นางคงไม่มีหน้าไปเดินตลาดหรือเจรจาการค้ากับผู้ใดได้อีกตลอดชีวิต สวรรค์ช่างสรรหาวิธีมาทรมานนางได้อย่างวิจิตรพิสดารเสียเหลือเกิน “ไอ้ระบบอำมหิต เจ้ามันไม่ใช่ผู้ช่วย แต่เจ้ามันคือยมบาลส่งมาเกิดชัดๆ เจ้าจงใจบีบบังคับให้ข้าต้องทำเรื่องชั่วร้ายหลอกลวงชาวบ้านเพื่อรักษาหน้าตาของข้าใช่หรือไม่” นางกรีดร้องในใจด้วยความคับแค้นใจอย่างแสนสาหัส แต่ระบบกลับตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายและไร้ความรู้สึกผิดใดๆ ทั้งสิ้น “ระบบเพียงแค่มอบแรงจูงใจในการทำงานให้แก่โฮสต์เท่านั้น ยอดนักขายที่แท้จริงต้องสามารถพลิกแพลงสถานการณ์และมองเห็นมูลค่าในสิ่งที่ผู้อื่นมองไม่เห็น ก้อนหินอาจจะดูไร้ค่าในสายตาของคนตาบอด แต่มันอาจกลายเป็นสมบัติล้ำค่าหากโฮสต์รู้จักสร้างเรื่องราวและปั่นหัวลูกค้าให้คล้อยตาม เวลากำลังเดินหน้าไปเรื่อยๆ โฮสต์มัวแต่ยืนด่าทอระบบอยู่ตรงนี้ก็ไม่ช่วยให้ก้อนหินขายออกได้หรอกนะ” เมื่อระบบตัดการเชื่อมต่อและเงียบเสียงไป ไป๋ลี่ถิงก็ได้แต่ยืนกัดฟันกรอดจนเกิดเสียงดังกึกๆ สองมือของนางกำแน่นจนสั่นสะท้าน ความรู้สึกเหมือนถูกต้อนให้จนมุมทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนของการเอาตัวรอดพลุ่งพล่านขึ้นมาในอก นางหลับตาลงแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติสัมปชัญญะที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาตั้งมั่น ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อถูกบีบบังคับให้ต้องเป็นนักต้มตุ๋น นางก็จะขอเป็นนักต้มตุ๋นที่สง่างามและกอบโกยกำไรได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็แล้วกัน นางลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แววตาที่เคยสับสนและหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความดุดัน คมกริบ และเปี่ยมไปด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ประดุจนางจิ้งจอกเก้าหางที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ นางหมุนตัวขวับกลับมาหาอาชิงที่ยังคงยืนทำหน้าตื่นตระหนกอยู่ด้านหลัง "อาชิง ส่งตะกร้าใบนั้นมาให้ข้า" ไป๋ลี่ถิงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดขาด อาชิงรีบยื่นตะกร้าสานส่งให้เจ้านายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย หญิงสาวก้มลงมองก้อนหินสีเทาอมเขียวในตะกร้า นางใช้มือเรียวยาวหยิบก้อนหินก้อนนั้นขึ้นมาถือไว้ในระดับสายตา พลิกไปพลิกมาเพื่อสำรวจหาร่องรอยหรือจุดเด่นที่พอจะนำมาใช้เป็นจุดขายได้ แม้ผิวของมันจะขรุขระและดูธรรมดาสามัญเพียงใด แต่ในสายตาของยอดเซลส์ที่กำลังเข้าตาจน ก้อนหินก้อนนี้กำลังจะถูกเสกให้กลายเป็นของวิเศษที่ใครๆ ก็ต้องแย่งกันครอบครอง "เจ้าก้อนหินน้อย ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เจ้าไม่ใช่เศษหินดินทรายที่รอให้เกวียนม้าเหยียบย่ำอีกต่อไป แต่เจ้าคือ ศิลาบรรพกาลสะกดวิญญาณ ที่ถูกขุดพบในถ้ำลี้ลับบนยอดเขาคุนหลุน เป็นหินศักดิ์สิทธิ์ที่ดูดซับพลังปราณฟ้าดินมานับพันปี ผู้ใดได้ครอบครองจะแคล้วคลาดปลอดภัย กิจการค้ารุ่งเรือง และมีอายุยืนยาวไปหมื่นๆ ปี" นางพึมพำกับก้อนหินด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างบ้าคลั่ง อาชิงที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ถึงกับเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปวางไข่ได้ สาวใช้ตัวน้อยเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าคุณหนูสามของตนนางเสียสติไปแล้วจริงๆ หรือว่าถูกวิญญาณนักพรตจอมหลอกลวงเข้าสิงกันแน่ "คุณหนูสาม ท่าน... ท่านพูดเรื่องอันใดเจ้าคะ หินก้อนนี้บ่าวเห็นท่านก้มลงไปเก็บมาจากพงหญ้าหลังเรือนเมื่อเช้านี้เองนะเจ้าคะ มันจะเป็นศิลาบรรพกาลอันใดกัน ท่านอย่าไปพูดเช่นนี้ให้ใครได้ยินเชียวนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวเขาจะหาว่าท่านวิปลาส" อาชิงละล่ำละลักห้ามปรามเสียงหลง พลางกวาดสายตามองซ้ายมองขวาราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแอบฟังความลับนี้เข้า ไป๋ลี่ถิงหันขวับมามองหน้าสาวใช้ นางเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเย้ยหยันและกวนประสาทผุดขึ้นบนใบหน้า นางยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากตนเองเป็นเชิงสั่งให้เงียบ "จุ๊ๆๆ อาชิงเอ๋ย เจ้าช่างเป็นเด็กน้อยที่ใสซื่อบริสุทธิ์และอ่อนต่อโลกทางการค้ายิ่งนัก ในโลกของการทำธุรกิจ ความจริงไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดเสมอไป สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ความเชื่อ และ ภาพลักษณ์ ที่เราสร้างขึ้นมาต่างหาก หากข้าบอกว่ามันคือหินข้างทาง มันก็คือหินข้างทางที่ไม่มีใครอยากได้ แต่หากข้าใช้วาทศิลป์และความน่าเชื่อถือของข้า ปั้นแต่งเรื่องราวให้มันดูสูงส่งและลึกลับ ก้อนหินก้อนนี้ก็จะกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่เศรษฐีหน้าโง่ยอมควักเงินก้อนโตเพื่อแลกมันมา" นางวางก้อนหินกลับลงไปในตะกร้าอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นก้อนทองคำบริสุทธิ์ ก่อนจะจัดระเบียบชายกระโปรงของตนเองให้เรียบร้อย ยืดแผ่นหลังตั้งตรงสง่างาม เตรียมพร้อมที่จะออกไปเผชิญหน้ากับสมรภูมิการค้าที่ไร้ความปรานี "เจ้าจงดูและเรียนรู้เอาไว้เถิดอาชิง วันนี้ข้าจะเปิดหูเปิดตาให้เจ้าได้เห็นว่า ยอดนักขายมือทองเขาสามารถรีดเลือดจากปู และเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นทองคำได้อย่างไร หน้าที่ของเจ้าคือเดินตามข้ามาเงียบๆ คอยพยักหน้าสนับสนุนทุกคำพูดของข้า และห้ามแสดงสีหน้าตกตะลึงหรือสงสัยใดๆ ออกมาเป็นอันขาด เข้าใจหรือไม่" คำสั่งที่เฉียบขาดและเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจทำเอาอาชิงต้องรีบหุบปากฉับ สาวใช้พยักหน้าหงึกหงักรับคำอย่างรวดเร็ว แม้ในใจจะยังคงหวาดหวั่นและไม่เข้าใจในแผนการอันวิจิตรพิสดารของคุณหนูสามเลยแม้แต่น้อย แต่สัญชาตญาณการเป็นบ่าวรับใช้ที่ดีบอกให้นางต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด "เอาล่ะ เป้าหมายของเราในวันนี้คือตลาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวง สถานที่ที่เต็มไปด้วยเศรษฐีกระเป๋าหนัก พ่อค้าหน้าเลือด และบรรดาคุณชายเสเพลที่มีเงินล้นฟ้าแต่ขาดแคลนสติปัญญา ข้าจะใช้ฟังก์ชันสแกนความรวย... เอ้อ ข้าหมายถึง ข้าจะใช้สายตาอันเฉียบคมของข้า มองหาเหยื่อที่เหมาะสมที่สุด เหยื่อที่มีเงินหนึ่งตำลึงมากพอที่จะโยนทิ้งเล่นได้อย่างไม่เสียดาย และเมื่อข้าล็อกเป้าหมายได้แล้ว มหกรรมการปั่นหัวและรีดไถทรัพย์สินอย่างถูกกฎหมายก็จะเริ่มต้นขึ้น" ไป๋ลี่ถิงประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวาน ดวงตากลมโตเปล่งประกายเจิดจ้าไปด้วยไฟแห่งความทะเยอทะยานและการเอาชนะ นางจะไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับระบบจอมกวนประสาท นางจะไม่ยอมถูกทำโทษให้กลายเป็นคนบ้าปากเบี้ยว และที่สำคัญที่สุด นางจะต้องเอาเงินหนึ่งตำลึงมาฟาดหน้าไอ้ระบบเฮงซวยนี้ให้จงได้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD