ตอนที่ 13 มหกรรมมุดรูสุนัข

2630 Words
แสงแดดในยามสายเริ่มทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ สาดส่องทะลุผ่านหลังคากระเบื้องที่แตกเป็นรูโหว่ของโรงครัวเก่าซอมซ่อประจำเรือนหลักแห่งจวนเผิงกวงโหว ไป๋ลี่ถิงกำลังยืนจังก้าอยู่หน้าเตาไฟที่ถูกทิ้งร้างมาเนิ่นนานจนมีหยากไย่เกาะเต็มไปหมด สองมือที่เคยขาวผ่องเรียวสวยบัดนี้กำลังล้วงกอบเอาเศษเขม่าสีดำปี๋ที่ก้นเตาขึ้นมาขยี้จนเป็นผงละเอียด นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะลงมือละเลงเขม่าดำมืดเหล่านั้นลงบนใบหน้างดงามของตนเองอย่างไม่นึกเสียดายภาพลักษณ์กุลสตรีเลยแม้แต่น้อย รอยด่างดำถูกป้ายไปตามพวงแก้ม หน้าผาก และปลายจมูกรั้นๆ จนดูมอมแมมประดุจลูกแมวตกท่อระบายน้ำ สาวใช้ตัวน้อยนามว่าอาชิงยืนมองการกระทำอันวิปริตผิดเพี้ยนของผู้เป็นนายด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดประดุจไก่ต้มสุก สองมือของนางยกขึ้นทาบอก ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า น้ำตาหยดใสๆ เริ่มเอ่อคลอขึ้นมาอีกรอบ "คุณหนูสาม ท่านทำอันใดลงไปเจ้าคะ ใบหน้าอันงดงามของท่านเปื้อนขี้เถ้าดำสกปรกไปหมดแล้ว หากใครมาเห็นเข้าจะเอาไปติฉินนินทาได้นะเจ้าคะ ท่านรีบไปล้างหน้าเถิดเจ้าค่ะ บ่าวจะไปตักน้ำมาให้" ไป๋ลี่ถิงหันขวับมามองสาวใช้คนสนิท นางตวัดสายตาคมกริบที่บัดนี้ดูตลกขบขันเพราะกรอบตาที่ดำปี๋ประดุจหมีแพนด้า นางยกมือขึ้นกอดอก ท่วงท่าเย่อหยิ่งทว่าขัดกับสภาพเสื้อผ้าบุรุษตัวโคร่งที่นางเพิ่งจะไปแอบขโมยมาจากกองผ้าเก่าของบ่าวไพร่ชายในจวน เสื้อสีเทาหม่นตัวนั้นใหญ่หลวมโพรกจนนางต้องเอาเชือกกล้วยมาผูกรัดเอวเอาไว้กะทัดรัด ส่วนเส้นผมที่เคยสยายยาวก็ถูกมวกเกล้าขึ้นไปเป็นมวยสูงบนกระหม่อมและใช้เศษผ้าสีหม่นพันทับเอาไว้อย่างลวกๆ "เจ้าหยุดร้องไห้ฟูมฟายเดี๋ยวนี้เลยนะอาชิง การทำธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติ มันต้องรู้จักปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ ข้ากำลังจะออกไปเดินเร่ขายของในตลาดที่มีแต่ฝูงชนพลุกพล่าน หากข้าแต่งตัวเป็นคุณหนูสามจวนโหวผู้งดงามเดินนวยนาดออกไป มีหวังได้ถูกพวกนักเลงหัวไม้หรือพวกคุณชายเสเพลมาดักฉุดคร่าไปทำมิดีมิร้ายก่อนจะได้ขายของเป็นแน่แท้ อีกอย่าง หากบิดาผู้หูเบาของข้ารู้ว่าลูกสาวแอบหนีออกไปเป็นแม่ค้าเร่ คงได้อกแตกตายแล้วสั่งโบยข้าจนหลังลายแน่ๆ การปลอมตัวเป็นเด็กหนุ่มยาจกคลุกฝุ่นเช่นนี้แหละคือเกราะป้องกันภัยชั้นยอดที่สุดของยอดนักขาย" อาชิงสูดน้ำมูกเสียงดังฟืด นางยังคงไม่เข้าใจตรรกะอันล้ำลึกของคุณหนูสาม แต่ก็ไม่กล้าขัดใจ นางก้มมองตะกร้าสานใบเล็กในมือที่บรรจุก้อนหินสีเทาอมเขียวผิวขรุขระเอาไว้ ก้อนหินที่ถูกตั้งชื่อเสียหรูหราอลังการว่าศิลาบรรพกาลสะกดวิญญาณ นางได้แต่ลอบถอนหายใจยาวให้กับชะตากรรมที่ต้องมาเดินตามเจ้านายเสียสติ "แล้วเราจะออกไปทางใดกันเจ้าคะ ประตูใหญ่หน้าจวนมีเวรยามเฝ้าอยู่แน่นหนา ประตูหลังก็มีพวกบ่าวไพร่ของอนุหมินคอยสอดแนมอยู่ตลอดเวลา หากพวกเราเดินออกไปโต้งๆ ต้องถูกจับได้แน่นอนเจ้าค่ะ" ไป๋ลี่ถิงแสยะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คราบเขม่าดำบนแก้มปริแตกออกเป็นเส้นๆ นางยักคิ้วหลิ่วตาให้สาวใช้ด้วยความมาดมั่นเต็มพิกัด "เจ้าคิดว่ายอดนักขายระดับตำนานอย่างข้าจะไม่มีแผนสำรองอย่างนั้นหรือ ตามข้ามา" พูดจบนางก็หมุนตัวเดินนำหน้าอาชิงมุ่งตรงไปยังกำแพงทิศตะวันตกของเรือนหลัก ซึ่งเป็นจุดที่ลับตาคนและเต็มไปด้วยหญ้าคาขึ้นรกชัฏสูงท่วมหัว บริเวณนี้ถูกทิ้งร้างมานานหลายปีจนแทบไม่มีผู้ใดกล้าเฉียดใกล้เพราะกลัวงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ไป๋ลี่ถิงเดินแหวกกอหญ้าหนาทึบเข้าไปอย่างไม่สะทกสะท้าน สองมือของนางปัดป่ายกิ่งไม้และใยแมงมุมที่ขวางหน้าออกไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่หน้ากำแพงอิฐเก่าๆ ที่มีรอยแตกร้าวและตะไคร่น้ำเกาะเต็มไปหมด นางย่อตัวลงนั่งยองๆ ก่อนจะใช้สองมือแหวกกอหญ้าที่โคนกำแพงออก เผยให้เห็นช่องโหว่ขนาดพอดีตัวคนมุดผ่านได้ ช่องโหว่นั้นมีขอบอิฐที่สึกกร่อนและมีรอยเท้าสัตว์เล็กๆ ย่ำผ่านไปมา กลิ่นอับชื้นและกลิ่นดินโคลนลอยคละคลุ้งออกมาแตะจมูก "นี่คือเส้นทางลับระดับวีไอพีที่ข้าค้นพบเมื่อเช้านี้ รูสุนัขลอดอันแสนวิเศษที่จะพาพวกเราไปสู่ความมั่งคั่ง" อาชิงเบิกตากว้างอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนแมลงวันเข้าไปได้ทั้งฝูง สาวใช้ตัวน้อยทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นดิน ส่ายหน้าไปมาอย่างเอาเป็นเอาตาย "มะ ไม่เอาเจ้าค่ะคุณหนูสาม ท่านเป็นถึงกุลสตรีสายเลือดตรงแห่งจวนโหวอันทรงเกียรติ จะให้ท่านมาคลานมุดรูสุนัขออกไปนอกจวนได้อย่างไร หากสวรรค์เบื้องบนรับรู้เข้าต้องลงทัณฑ์พวกเราแน่ๆ บ่าวไม่ยอมให้ท่านทำเรื่องเสื่อมเสียเกียรติยศเช่นนี้เด็ดขาดเจ้าค่ะ" ไป๋ลี่ถิงกลอกตาขึ้นมองบนท้องฟ้าด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ นางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหันมากดไหล่ของสาวใช้ให้หยุดดิ้นรน "เกียรติยศมันกินแทนข้าวได้หรือไม่เล่าอาชิง เกียรติยศที่เจ้าเทิดทูนนักหนามันเคยเสกเป็ดย่างให้พวกเรากินใหม มันเคยปกป้องท่านแม่จากการถูกพวกอนุภรรยาจิกหัวด่าหรือไม่ ความจริงก็คือเกียรติยศจอมปลอมพวกนั้นมันมีไว้หลอกคนโง่เท่านั้นแหละ สำหรับยอดเซลส์อย่างข้า การคลานมุดรูสุนัขเพื่อออกไปเจรจาธุรกิจกอบกู้ความยากจน มันคือความเสียสละอันยิ่งใหญ่ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกเอาไว้ต่างหาก เจ้าจงส่งตะกร้าหินมาให้ข้า แล้วคลานตามออกมาเงียบๆ ห้ามส่งเสียงร้องโวยวายเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่" น้ำเสียงของนางหนักแน่นและเฉียบขาดจนอาชิงต้องหุบปากฉับ สาวใช้จำใจส่งตะกร้าสานให้เจ้านายด้วยมือที่สั่นเทา ไป๋ลี่ถิงรับตะกร้ามาถือไว้แน่น นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อทำใจรับกลิ่นเหม็นสาบ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนคว่ำกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยเศษใบไม้แห้งและฝุ่นผง นางค่อยๆ กระดึ๊บร่างกายมุดเข้าไปในรูสุนัขอย่างทุลักทุเล เสื้อผ้าบุรุษตัวโคร่งเกี่ยวเข้ากับเศษอิฐจนขาดเป็นรอยแหว่ง ดินโคลนเปรอะเปื้อนไปทั่วทั้งตัว แต่ความมุ่งมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ต่อบทลงโทษของระบบทำให้ยอดนักขายไม่ยอมถอยหลัง นางออกแรงฮึดดันตัวเองจนทะลุผ่านกำแพงออกมาสู่อิสรภาพภายนอกได้สำเร็จ ไป๋ลี่ถิงยันตัวลุกขึ้นยืนหอบหายใจแฮกๆ นางปัดฝุ่นและเศษหญ้าออกจากเสื้อผ้าอย่างลวกๆ ก่อนจะหันไปดึงแขนอาชิงที่กำลังคลานตามออกมาด้วยใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและขี้มูก "เอาล่ะ เช็ดน้ำตาทิ้งเสีย เราเสียเวลามามากพอแล้ว ภารกิจหาเงินหนึ่งตำลึงกำลังรอเราอยู่ เดินตามข้ามาติดๆ" สองนายบ่าวในคราบเด็กหนุ่มยาจกและเด็กรับใช้มอมแมมเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยแคบๆ เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาผู้คน จนกระทั่งทะลุออกมาสู่ถนนสายหลักที่มุ่งหน้าไปยังใจกลางเมืองหลวง ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำเอาไป๋ลี่ถิงถึงกับดวงตาเป็นประกายวาววับ ตลาดย่านการค้าที่คึกคักที่สุดในเมืองหลวงช่างยิ่งใหญ่อลังการและเต็มไปด้วยสีสัน เสียงตะโกนร้องเร่ขายสินค้าของบรรดาพ่อค้าแม่ค้าดังกึกก้องเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมของซาลาเปานึ่งร้อนๆ กลิ่นเป็ดย่างหมูย่างเคลือบน้ำผึ้ง และกลิ่นเครื่องเทศฉุนจัดลอยปะปนกันอยู่ในอากาศจนชวนให้ท้องร้องโครกคราก สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงที่ตกแต่งด้วยป้ายผ้าสีสันสดใส โคมไฟกระดาษลวดลายวิจิตรบรรจงถูกแขวนประดับประดาเพื่อดึงดูดสายตาลูกค้า ผู้คนเดินขวักไขว่เบียดเสียดกันราวกับฝูงมด มีทั้งชาวบ้านธรรมดาที่สวมเสื้อผ้าหยาบๆ บัณฑิตหนุ่มในชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา คหบดีร่างอ้วนท้วนสวมผ้าไหมทอทอง และคุณชายหน้าหยกที่เดินกรีดกรายพร้อมกับบ่าวไพร่คุ้มกัน จิตวิญญาณของยอดนักขายในตัวไป๋ลี่ถิงลุกโชนขึ้นมาอย่างรุนแรง นางสูดกลิ่นอายของการจับจ่ายใช้สอยเข้าปอดด้วยความเบิกบานใจ ตลาดแห่งนี้แหละคือสมรภูมิรบที่แท้จริงของนาง ท่ามกลางฝูงชนนับพันนับหมื่นคนนี้ จะต้องมีเศรษฐีหน้าโง่สักคนที่พร้อมจะโยนเงินหนึ่งตำลึงแลกกับก้อนหินศักดิ์สิทธิ์ของนางเป็นแน่ นางหันไปส่งสัญญาณให้อาชิงยืนหลบอยู่ริมกำแพงร้านขายผ้าแพรพรรณ เพื่อไม่ให้เกะกะขวางทางเดินผู้คน ส่วนตัวนางเองก็ก้าวออกไปยืนจังก้าอยู่ริมถนนด้วยท่วงท่าที่มั่นคง นางกวาดสายตามองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว สมองเริ่มประมวลผลหาเป้าหมายที่เหมาะสม ได้เวลาทดสอบประสิทธิภาพของอาวุธลับแล้ว นางคิดในใจด้วยความตื่นเต้น นางหรี่ดวงตาลงเล็กน้อย เพ่งสมาธิไปที่บริเวณศีรษะของกลุ่มคนที่เดินสวนมา และทันใดนั้นเอง ภาพเบื้องหน้าก็เกิดการเปลี่ยนแปลง แสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ กรอบข้อความโปร่งแสงลอยเด้งขึ้นมาเหนือมวยผมและหมวกของทุกคนที่เดินผ่านสายตาของนาง ตัวเลขจำนวนเงินและสถานะทางการเงินวิ่งสลับกันอย่างรวดเร็วประดุจสายน้ำหลาก ไป๋ลี่ถิงจ้องมองชายชราหลังค่อมที่เดินถือตะกร้าผักผ่านมาเป็นคนแรก สถานะทางการเงิน มีเศษเงินแดงสามอีแปะซ่อนอยู่ในซอกรองเท้า โอกาสหลอกสำเร็จ ศูนย์เพราะแกหูตึงและคิดว่านางเป็นขอทาน นางเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหนี เลื่อนสายตาไปจับจ้องสตรีวัยกลางคนที่สวมกระโปรงสีสดใสและใส่ปิ่นปักผมเงินแท้เดินนวยนาดเข้ามา สถานะทางการเงิน ภรรยารองของนายอำเภอ ทรัพย์สินติดตัวห้าสิบอีแปะ โอกาสหลอกสำเร็จ สองในร้อยส่วน เพราะนางเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวขั้นสุดยอด ซื้อผักกาดหอมยังต้องต่อราคาจนแม่ค้าร้องไห้ ไป๋ลี่ถิงถอนหายใจยาว นางเริ่มตระหนักได้ว่าการหาคนที่มีเงินถึงหนึ่งตำลึงพกติดตัวมาเดินตลาดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่น้อย ในยุคที่ผู้คนส่วนใหญ่หาเช้ากินค่ำ เงินหนึ่งตำลึงคือความมั่งคั่งที่ไม่อาจเอื้อมถึง นางกวาดสายตาสแกนผู้คนต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ บัณฑิตหนุ่มรูปงามเดินถือพัดจีบด้วยท่าทางสง่างาม สถานะทางการเงิน ดูดีแต่เปลือกนอก ในกระเป๋ามีเพียงตั๋วจำนำเสื้อผ้าหน้าหนาว โอกาสหลอกสำเร็จ ศูนย์เพราะเขาฉลาดเกินกว่าจะซื้อก้อนหิน แม่ทัพหนุ่มร่างบึกบึนเดินนำหน้าขบวนทหาร สถานะทางการเงิน เบี้ยหวัดรายเดือนถูกภรรยาริบไปหมดสิ้น มีเงินซ่อนในขอบกางเกงสิบอีแปะ โอกาสหลอกสำเร็จ ศูนย์แถมมีสิทธิ์โดนเตะก้านคอหากไปทำให้เขารำคาญ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้ ดวงอาทิตย์ที่เคยตั้งฉากอยู่กลางศีรษะเริ่มคล้อยต่ำลงไปทางทิศตะวันตก แสงแดดแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มอมทองสาดส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าของไป๋ลี่ถิง เหงื่อเม็ดโตร่วงหล่นจากหน้าผากลงมาตามพวงแก้ม นางยืนสแกนกระเป๋าตังค์ผู้คนจนดวงตาเริ่มพร่ามัวและปวดกระบอกตาอย่างรุนแรง ตัวเลขที่ลอยอยู่กลางอากาศเริ่มซ้อนทับกันจนปวดหัว นางลองเปลี่ยนกลยุทธ์ เดินเลาะไปตามหน้าร้านเครื่องประดับหรูหรา ร้านขายของเก่า และเหลาอาหารชื่อดัง หวังว่าจะเจอคหบดีหรือคุณชายกระเป๋าหนักเดินออกมา แต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง คนที่มีเงินมากพอที่จะจ่ายหนึ่งตำลึงได้ ล้วนแต่มีโอกาสหลอกสำเร็จต่ำเตี้ยเรี่ยดิน พวกเขามีเล่ห์เหลี่ยมทางการค้าและระแวดระวังตัวสูงเกินกว่าจะเชื่อเรื่องราวศิลาบรรพกาลของนาง ส่วนคนที่ดูซื่อบื้อหลอกง่าย ก็ดันเป็นพวกยาจกที่ไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อซาลาเปากินประทังหิว ความจริงอันโหดร้ายของการทำธุรกิจในยุคโบราณกระแทกเข้าแสกหน้ายอดนักขายอย่างจัง สภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองและความเหลื่อมล้ำทางสังคมทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของนางแคบลงจนแทบมองไม่เห็น นางเริ่มเดินวนไปวนมาอยู่หน้าร้านขายซาลาเปาด้วยความงุ่นง่านขัดใจ สองขาที่เดินเตาะแตะมาครึ่งค่อนวันเริ่มหมดเรี่ยวแรงจนเดินเตะขากันเองขาขวิดเซถลาไปชนกับเสาไม้หน้าร้านอย่างแรง "โอ๊ย บ้าเอ๊ย ทำไมมันถึงได้ยากเย็นเข็ญใจขนาดนี้" นางสบถออกมาเสียงดังพลางยกมือขึ้นกุมหน้าผากที่กระแทกเสา อาชิงรีบวิ่งเข้ามาประคองด้วยความเป็นห่วง "คุณหนูสาม ท่านเจ็บหรือไม่เจ้าคะ พวกเรากลับจวนกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ บัดนี้ดวงอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว หากท่านโหวรู้ว่าพวกเราแอบหนีออกมา ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ เจ้าค่ะ" คำเตือนของอาชิงทำเอาไป๋ลี่ถิงสะดุ้งสุดตัว นางเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีหม่น ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงแล่นปราดจับขั้วหัวใจ หากดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเมื่อใด และนางยังขายก้อนหินบ้าบอนี่ไม่ได้ บทลงโทษสุดหฤโหดของระบบก็จะทำงานทันที นางไม่อยากกลายเป็นคนบ้าปากเบี้ยวทำตาเหลือกและเห่าหอนเป็นสุนัขบ้าต่อหน้าบุรุษรูปงามเด็ดขาด ภาพความอับอายขายหน้าลอยเด่นขึ้นมาในหัวจนนางต้องสะบัดศีรษะขับไล่มันออกไป “ติ๊ง ระบบขอแจ้งเตือนเวลาที่เหลือในการทำภารกิจเคพีไอ โฮสต์เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วยามก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกดินอย่างสมบูรณ์ กรุณาเร่งมือเข้าเถิดยอดนักขายผู้เก่งแต่ปาก บทลงโทษกำลังวอร์มกล้ามเนื้อใบหน้าของโฮสต์รออยู่นะ” เสียงเยาะเย้ยของระบบที่ดังขึ้นในหัวเปรียบเสมือนการราดน้ำกรดลงบนแผลสดที่กำลังอักเสบ ไป๋ลี่ถิงกัดฟันกรอดจนแทบแตก นางกำมือแน่นจนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ความกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนแทบหายใจไม่ออก "หุบปากไปเลยไอ้ระบบกวนส้น ข้ายังไม่แพ้เว้ย ข้าคือจูน เซลส์สาวผู้ไม่เคยปล่อยให้ยอดขายหลุดมือ ข้าจะต้องหาเหยื่อรายนั้นให้เจอให้ได้ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินเมืองหลวงค้นหา ข้าก็จะทำ" นางตะโกนก้องในใจด้วยความบ้าคลั่ง นางผละออกจากอ้อมแขนของอาชิง ยืดแผ่นหลังตั้งตรงอีกครั้งด้วยเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย ดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยเบิกกว้างขึ้น สแกนกวาดมองผู้คนที่เริ่มบางตาลงเรื่อยๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD