ดวงตะวันยามบ่ายคล้อยเริ่มทอแสงสีส้มอมแดงสาดส่องลงมาอาบไล้ทั่วบริเวณตลาดใจกลางเมืองหลวง อากาศที่เคยร้อนอบอ้าวเริ่มบรรเทาลงเล็กน้อย ทว่าความร้อนรุ่มภายในจิตใจของไป๋ลี่ถิงกลับพุ่งทะยานสูงขึ้นจนแทบจะทะลุจุดเดือด หญิงสาวในคราบเด็กหนุ่มยาจกผู้มีใบหน้ามอมแมมเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าดำกำลังยืนหอบหายใจฮักฮักอยู่ริมกำแพงอิฐเก่าคร่ำคร่า สองขาที่เดินเตาะแตะตระเวนสแกนหาลูกค้ามาค่อนวันเริ่มสั่นเทาประดุจลูกนกแรกเกิดที่เพิ่งหัดเดิน ความเมื่อยล้าเกาะกินไปถึงกระดูกดำจนนางแทบอยากจะทรุดตัวลงไปนอนแผ่หลาบนพื้นดินให้รู้แล้วรู้รอด
ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายเจิดจ้าด้วยความหวัง บัดนี้แดงก่ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการเพ่งสายตาใช้งานระบบประเมินถุงเงินอย่างหนักหน่วง นางกวาดสายตามองผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาเบื้องหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเลื่อนลอย ไม่ว่านางจะหันหน้าไปทางทิศใด ตัวเลขที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของผู้คนเหล่านั้นก็มีแต่ความว่างเปล่า ไม่ก็เป็นเพียงเศษเงินอีแปะที่รวมกันแล้วยังซื้อซาลาเปาไส้หมูสับได้ไม่ถึงครึ่งลูก ความหวังที่จะหากระเป๋าเงินที่ตุงพอจะจ่ายเงินหนึ่งตำลึงเพื่อซื้อก้อนหินข้างทางช่างริบหรี่เสียยิ่งกว่าแสงหิ่งห้อยในคืนพายุฝนฟ้าคะนอง
ไป๋ลี่ถิงยกมือที่เปื้อนฝุ่นขึ้นมาปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามหน้าผาก นางสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอดเพื่อระงับความหงุดหงิดที่กำลังตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เวลาในการทำภารกิจกำลังนับถอยหลังลงไปทุกขณะ หากดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าเมื่อใดและนางยังไม่สามารถปิดยอดขายก้อนหินบ้าบอนี่ได้ บทลงโทษสุดหฤโหดที่จะเปลี่ยนนางให้กลายเป็นคนเสียสติปากเบี้ยวและเห่าหอนประดุจสุนัขบ้าจะต้องทำงานอย่างแน่นอน แค่คิดภาพตนเองต้องทำหน้าตาอัปลักษณ์เช่นนั้นต่อหน้าธารกำนัล ขนอ่อนบริเวณท้ายทอยของนางก็ลุกชันขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
"สวรรค์ นี่ท่านจงใจกลั่นแกล้งข้าใช่หรือไม่ ส่งข้ามาเกิดใหม่ทั้งที ทำไมไม่ส่งข้าไปเกิดเป็นลูกสาวเศรษฐีที่มีเงินทองกองท่วมหัว ทำไมต้องส่งข้ามาเป็นคุณหนูตกอับแถมยังยัดเยียดระบบหน้าเลือดที่บังคับให้ข้ามาเดินเร่ขายก้อนหินคลุกฝุ่นนี่ด้วย ข้าเดินจนขาขวิดพันกันเป็นเกลียวเชือกแล้วนะ ยังไม่เห็นวี่แววของคนโง่ที่รวยพอจะซื้อหินก้อนนี้ได้เลยสักคนเดียว"
นางบ่นพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความคับแค้นใจอย่างแสนสาหัส อาชิงสาวใช้ตัวน้อยที่ยืนหลบมุมอยู่ข้างๆ ได้แต่มองเจ้านายด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสารระคนหวาดผวา นางไม่เข้าใจเลยว่าคุณหนูสามกำลังบ่นถึงสิ่งใด แต่สภาพที่ทรุดโทรมและท่าทางคุ้มคลั่งของคุณหนูสามก็ทำให้อาชิงไม่กล้าปริปากเอ่ยสิ่งใดออกมาเพื่อขัดจังหวะ
ทว่าในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังจะกลืนกินจิตใจของยอดนักขายจนหมดสิ้น ท่ามกลางเสียงจอแจของตลาดและเสียงถอนหายใจอันเหนื่อยล้าของนาง จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังกังวานและทรงพลังประดุจเสียงระฆังสวรรค์ก็ดังระเบิดขึ้นภายในหัวของไป๋ลี่ถิงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง แจ้งเตือนด่วน แจ้งเตือนระดับสูงสุด ระบบประเมินถุงเงินตรวจพบเป้าหมายระดับทองคำบริสุทธิ์เคลื่อนที่เข้ามาในรัศมีทำการ ขอให้โฮสต์เตรียมตัวรับแรงกระแทกจากความมั่งคั่งที่กำลังจะถาโถมเข้ามาเดี๋ยวนี้”
เสียงของระบบในครั้งนี้ไม่ได้ราบเรียบและไร้อารมณ์เหมือนเช่นเคย แต่มันแฝงไปด้วยความตื่นเต้นและกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าระบบเองก็กำลังตื่นตาตื่นใจกับความร่ำรวยของเป้าหมายที่เพิ่งปรากฏตัวขึ้น
ไป๋ลี่ถิงสะดุ้งสุดตัวจนแผ่นหลังที่เคยงองุ้มตั้งตรงดิกประดุจไม้บรรทัดเหล็ก ความเหนื่อยล้าและความท้อแท้ที่เกาะกินจิตใจเมื่อครู่ถูกปัดเป่ากระเด็นหายไปในพริบตาเดียว ดวงตากลมโตที่เคยหรี่ปรี่ปรือเบิกกว้างขึ้นจนแทบจะฉีกขาด นัยน์ตาสีดำขลับเปล่งประกายเจิดจ้าประดุจพยัคฆ์ร้ายที่เพิ่งได้กลิ่นคาวเลือดของเหยื่ออันโอชะ นางรีบหันขวับไปตามทิศทางที่ระบบส่งสัญญาณแจ้งเตือนมาทันที
เบื้องหน้าของนาง ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ท่ามกลางฝูงชนที่เดินเบียดเสียดกันไปมา ร่างสูงสง่าของบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งกำลังเยื้องย่างก้าวเดินฝ่าฝูงชนเข้ามาด้วยท่วงท่าที่โดดเด่นและสะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่ง บุรุษผู้นี้สวมชุดคลุมยาวที่ตัดเย็บจากผ้าไหมน้ำแข็งสีน้ำเงินเข้มเหลือบเงิน เนื้อผ้าพลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดินราวกับสายน้ำที่กำลังไหลเอื่อย ลวดลายพยัคฆ์เหินเมฆาที่ปักด้วยดิ้นทองคำแท้บริเวณสาบเสื้อและชายกระโปรงสะท้อนแสงแดดยามเย็นจนส่องประกายระยิบระยับบาดตาบาดใจ บนศีรษะของเขาสวมกวานรวบผมที่ทำจากหยกขาวเนื้อบริสุทธิ์ไร้รอยตำหนิ เพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่ามูลค่าของมันสามารถซื้อคฤหาสน์หลังใหญ่ในเมืองหลวงได้สบายๆ
ใบหน้าของบุรุษผู้นี้หล่อเหลาคมคายประดุจเทพบุตรจำแลงลงมาจุติบนโลกมนุษย์ คิ้วเข้มพาดเฉียงดุจกระบี่ชั้นยอดรับกับดวงตาเรียวยาวที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์และซุกซน จมูกโด่งเป็นสันตรงสง่างาม ริมฝีปากบางเฉียบได้รูปประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ดูยียวนกวนประสาทและเย่อหยิ่งอยู่ในที ในมือขวาของเขาถือพัดจีบที่ทำจากกระดูกงาช้างฉลุลายวิจิตรบรรจง โบกพัดไปมาด้วยท่วงท่าที่เกียจคร้านและดูเป็นคุณชายเสเพลที่ไม่เคยต้องหยิบจับงานหนักใดๆ ในชีวิต
ระบบไม่ได้ปล่อยให้ไป๋ลี่ถิงต้องเสียเวลาคาดเดาตัวตนของเหยื่อรายนี้ หน้าต่างข้อมูลโปร่งแสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นมากลางอากาศเหนือศีรษะของบุรุษหนุ่มรูปงามทันที แสงสีทองนั้นเจิดจ้าเสียจนไป๋ลี่ถิงต้องหยีตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับการมองเห็น ตัวอักษรสีแดงเข้มวิ่งปรากฏขึ้นบนหน้าต่างข้อมูลอย่างรวดเร็ว
เป้าหมายระดับทองคำบริสุทธิ์ ฉินจื่อเสวียน องค์ชายเจ็ดแห่งราชวงศ์ฉิน ฉายาคุณชายเสเพลอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง สถานะทางการเงิน มั่งคั่งล้นฟ้า ร่ำรวยจนสวรรค์ยังต้องอิจฉา ทรัพย์สินที่มีอยู่สามารถซื้อตลาดแห่งนี้ได้ทั้งตลาดโดยไม่ต้องกระพริบตา จำนวนเงินสดที่พกติดตัวในขณะนี้ หนึ่งหมื่นสองพันตำลึงทอง
ตัวเลขหนึ่งหมื่นสองพันตำลึงทองที่ลอยเด่นหราอยู่เหนือศีรษะขององค์ชายเจ็ดทำเอาไป๋ลี่ถิงถึงกับหยุดหายใจไปชั่วขณะ หัวใจของนางเต้นรัวแรงและเร็วขึ้นประดุจรัวกลองรบในสมรภูมิ นี่มันไม่ใช่แค่ปลาวาฬยักษ์ แต่มันคือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งที่เดินหลงทางมาให้เชือดถึงที่ รัศมีความรวยของเขากระแทกเข้าตาของนางอย่างจังจนแทบจะทำให้ตาบอด รังสีแห่งเงินตราที่แผ่กระจายออกมาจากทุกอณูบนร่างกายของเขาช่างหอมหวนและยั่วยวนจิตวิญญาณของยอดนักขายเสียเหลือเกิน
ไป๋ลี่ถิงลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ สมองอันปราดเปรื่องของนางเริ่มวิเคราะห์เป้าหมายตรงหน้าอย่างรวดเร็วและเฉียบขาดประดุจเครื่องจักรคำนวณผล นางกวาดสายตามองการแต่งกาย ท่วงท่าการเดิน และรอยยิ้มยียวนบนใบหน้าของฉินจื่อเสวียนอย่างละเอียดถี่ถ้วน
"แต่งตัวหรูหราฟู่ฟ่าตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อโอ้อวดบารมี เดินทอดน่องแกว่งพัดไปมาราวกับโลกทั้งใบเป็นสนามเด็กเล่นส่วนตัว รอยยิ้มบนใบหน้าก็ดูเจ้าสำราญและขาดความจริงจัง ลักษณะเช่นนี้แหละคือแบบฉบับของคุณชายเสเพลผู้มีเงินล้นฟ้าแต่สมองกลวงโบ๋ พวกเศรษฐีหน้าใหม่หรือพวกเชื้อพระวงศ์ที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ มักจะใช้จ่ายเงินทองอย่างสุรุ่ยสุร่ายเพื่อสนองความต้องการชั่ววูบและเพื่อรักษาหน้าตาของตนเอง พวกเขาไม่สนใจหรอกว่าสินค้าจะมีประโยชน์จริงหรือไม่ ขอเพียงแค่มันแปลกประหลาด มีเรื่องราวที่น่าตื่นเต้น และสามารถทำให้พวกเขารู้สึกเหนือกว่าผู้อื่นได้ พวกเขาก็พร้อมที่จะโปรยเงินซื้ออย่างไม่ลังเล"
นางสรุปผลการวิเคราะห์เป้าหมายในใจด้วยความพึงพอใจอย่างถึงที่สุด องค์ชายเจ็ดผู้นี้ช่างเหมาะสมที่จะเป็นเหยื่อรายแรกของนางเสียยิ่งกว่าสิ่งใด แม้ระบบจะเคยเตือนว่าเขาอาจจะเจ้าเล่ห์และหลอกยาก แต่นางกลับมองว่าเปลือกนอกที่ดูเสเพลและรักสนุกของเขานี่แหละคือช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่นางสามารถเจาะทะลวงเข้าไปกอบโกยเงินทองได้อย่างง่ายดาย สำหรับยอดเซลส์ระดับโลกอย่างนาง การหลอกล่อให้คุณชายรักสนุกยอมจ่ายเงินหนึ่งตำลึงเพื่อซื้อความแปลกใหม่ มันช่างง่ายดายเสียยิ่งกว่าการพลิกฝ่ามือ
"หนึ่งตำลึงเงินสำหรับเขาก็คงไม่ต่างอะไรกับเศษฝุ่นที่ติดอยู่ใต้พื้นรองเท้า ข้าจะใช้ความหน้าด้านและวาทศิลป์อันล้ำเลิศของข้า กระชากเศษฝุ่นก้อนนั้นออกมาจากกระเป๋าของเขาให้จงได้ สวรรค์อุตส่าห์ส่งภูเขาทองคำมาเดินเตาะแตะอยู่ตรงหน้า หากข้าปล่อยให้หลุดมือไป ข้าก็สมควรถูกระบบลงโทษให้ปากเบี้ยวไปตลอดชีวิตแล้ว"
ความฮึกเหิมและความกล้าหาญพุ่งพล่านทะลักจุดเดือด ไป๋ลี่ถิงรู้ดีว่าโอกาสทองเช่นนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ นางจะต้องลงมือปฏิบัติการเดี๋ยวนี้และตอนนี้ ก่อนที่เป้าหมายระดับทองคำจะเดินคลาดสายตาและหายไปในฝูงชน
ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะพุ่งตัวออกไปขวางหน้าองค์ชายเจ็ดนั้นเอง สายตาของนางก็พลันเหลือบไปเห็นว่าตะกร้าสานที่บรรจุศิลาบรรพกาลสะกดวิญญาณยังคงอยู่ในมือของอาชิงที่ยืนหลบอยู่มุมกำแพงด้านหลัง ซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายก้าว หากนางมัวแต่วิ่งกลับไปเอาตะกร้า มีหวังองค์ชายเจ็ดคงเดินผ่านไปไกลลิบแล้วเป็นแน่แท้
"เวลาไม่คอยท่า ยอดนักขายต้องรู้จักประยุกต์ใช้วัตถุดิบใกล้ตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด"
นางพึมพำกับตัวเองด้วยความเด็ดเดี่ยว สายตาคมกริบกวาดมองลงไปยังพื้นดินที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงและเศษขยะริมถนนอย่างรวดเร็ว และราวกับสวรรค์เป็นใจ สายตาของนางไปสะดุดเข้ากับก้อนหินก้อนหนึ่งที่ตกทิ้งขว้างอยู่ใกล้กับปลายเท้าของนางพอดี
ก้อนหินก้อนนี้มีขนาดเท่าผลส้มจี๊ด รูปทรงบิดเบี้ยวไม่สมมาตร ผิวหยาบกระด้างและเต็มไปด้วยคราบดินโคลนสีน้ำตาลเข้มเกาะกรังจนดูสกปรกมอมแมม หากมองด้วยสายตาคนปกติ มันก็คือเศษหินโง่ๆ ที่ไม่มีค่าแม้แต่จะนำไปถมที่ดิน แต่ในสายตาของไป๋ลี่ถิงในยามที่เข้าตาจนและอารมณ์กำลังพลุ่งพล่าน ก้อนหินก้อนนี้กลับดูมีเสน่ห์ลึกลับและเปี่ยมไปด้วยศักยภาพที่จะเปลี่ยนให้กลายเป็นของวิเศษระดับตำนานได้ในพริบตา
ไม่มีความลังเลใดๆ ทั้งสิ้น ไป๋ลี่ถิงย่อตัวลงก้มลงไปคว้าก้อนหินสกปรกก้อนนั้นขึ้นมาเกาะกุมไว้ในฝ่ามืออย่างรวดเร็ว นางไม่แม้แต่จะเสียเวลาเอาชายเสื้อเช็ดคราบดินโคลนออกเสียด้วยซ้ำ เพราะนางตระหนักได้ว่ายิ่งหินดูเก่าแก่ มอมแมม และผ่านการกรำแดดกรำฝนมามากเท่าใด มันก็ยิ่งช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเรื่องราวหลอกลวงที่นางกำลังจะปั้นแต่งขึ้นมาได้มากเท่านั้น
"เจ้าหินขี้เรื้อนเอ๋ย ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เจ้าคือศิลาอุกกาบาตสะกดวิญญาณแห่งขุนเขาบรรพกาล ของวิเศษที่ตกลงมาจากสรวงสวรรค์เพื่อมอบโชคลาภให้แก่ผู้ที่มีวาสนาเท่านั้น เจ้าจงร่วมมือกับข้าเพื่อสูบเงินจากคุณชายเสเพลผู้นี้ให้สำเร็จ หากเราทำได้ ข้าสัญญาว่าจะนำเจ้าไปเลี่ยมทองคำและวางตั้งบูชาไว้บนหิ้งอย่างดีเลยทีเดียว"
นางส่งกระแสจิตพูดคุยกับก้อนหินในมือด้วยความบ้าคลั่ง สองขาที่เคยสั่นเทาด้วยความเมื่อยล้าเมื่อครู่ บัดนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยเรี่ยวแรงมหาศาลที่เกิดจากความโลภและความอยากเอาชนะระบบ ไป๋ลี่ถิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดแผ่นหลังตั้งตรง เชิดหน้าขึ้นสูงด้วยท่วงท่าที่หยิ่งผยองและลึกลับประดุจนักพรตผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน
"เอาล่ะองค์ชายเจ็ด เตรียมตัวรับมือกับสุดยอดกลยุทธ์การขายที่กวนประสาทที่สุดในแคว้นนี้ได้เลย มารดาจะปั่นหัวเจ้าให้หมุนติ้วจนยอมควักเงินออกมาแทบไม่ทันเลยคอยดู"
นางตะโกนก้องในใจด้วยความฮึกเหิม ก่อนจะออกแรงถีบตัวพุ่งทะยานพุ่งตรงเข้าไปกลางฝูงชนอย่างรวดเร็วและดุดันประดุจลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง ร่างบางในคราบเด็กหนุ่มมอมแมมแหวกฝูงชนที่เดินขวักไขว่ไปมาอย่างไม่เกรงใจผู้ใด นางก้าวเท้ายาวๆ กระโจนพรวดเดียวเข้าไปยืนขวางหน้าขบวนขององค์ชายเจ็ดฉินจื่อเสวียนอย่างอาจหาญและไม่กลัวตาย
การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของนางทำเอาบ่าวไพร่และผู้ติดตามขององค์ชายเจ็ดถึงกับชะงักงันด้วยความตกตะลึง ทหารองครักษ์ที่เดินประกบอยู่ด้านข้างรีบชักกระบี่ออกจากฝักดังชิ้ง เตรียมพร้อมที่จะฟาดฟันผู้บุกรุกที่บังอาจมาขวางทางเสด็จ ทว่าฉินจื่อเสวียนกลับยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามปรามลูกน้องของตนเอาไว้เสียก่อน บุรุษหนุ่มรูปงามหยุดฝีเท้าลงช้าๆ เขาหุบพัดจีบในมือดังฉับ ก่อนจะก้มหน้าลงมองร่างมอมแมมที่ยืนจังก้าขวางทางอยู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนขบขัน
ไป๋ลี่ถิงไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่นต่อคมกระบี่ที่จ่ออยู่ห่างจากคอหอยเพียงไม่กี่ชุ่นเลยแม้แต่น้อย นางยืดอกขึ้นอย่างสง่างาม ริมฝีปากที่เปื้อนเขม่าดำคลี่รอยยิ้มลึกลับที่ดูเย่อหยิ่งและทรงอำนาจ มือขวาที่กำก้อนหินขี้เรื้อนเอาไว้แน่นค่อยๆ ยกขึ้นมาผายออกไปเบื้องหน้าองค์ชายเจ็ดอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าของนางดูราวกับผู้ฝึกตนที่กำลังจะมอบของวิเศษล้ำค่าให้แก่ศิษย์ผู้มีวาสนา
มหกรรมการเจรจาต่อรองเพื่อบังคับขายเศษหินในราคาหนึ่งตำลึงเงินได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางสายตาของฝูงชนที่เริ่มจับจ้องมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ยอดนักขายมือทองในคราบยาจกกำลังจะงัดเอาวาทศิลป์อันแยบยลและทักษะการปั่นหัวระดับโลกออกมาใช้เพื่อรีดไถเงินจากองค์ชายเสเพลผู้มีรัศมีความรวยกระแทกตา การดวลฝีปากที่ตลกขบขันและเต็มไปด้วยความกวนประสาทกำลังจะระเบิดขึ้น ณ บัดนี้!