ฮองเฮามืออาชีพ 1
ข้าตายอีกแล้ว!!!
ชั่วพริบตาที่ดวงตาคู่งามค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น สมองของนางยังมึนงงสับสน ความทรงจำสุดท้ายที่ผ่านเข้ามา... คืนวันอภิเษก
เจ้าบ่าว ฮ่องเต้เฟิงเจี้ยนหมิง
เจ้าสาว ฮองเฮามู่หรงเจวียน
หลังจากเริ่มได้สติเต็มที่ สมองน้อย ๆ ของนางเริ่มกลับมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ สาวน้อยเหลียวมองไปรอบตัว บรรยากาศช่างคุ้นเคย รอบด้านดูคุ้นตาอย่างประหลาด ริมฝีปากเล็ก ๆ เริ่มเอ่ยพึมพำเบา ๆ กับสิ่งที่เห็นรอบตัว
“หมอกจาง ๆ เหมือนมีม่านน้ำปกคลุมไปทั่ว สิ่งที่มองเห็นกึ่งมัวกึ่งชัด คล้ายความจริงคล้ายความฝัน ไม่อาจแยกได้อย่างชัดเจน ไหนจะเป็นสะพานที่มองเห็นแต่ทางเข้า แต่กลับมองไม่เห็นปลายทางว่าจุดหมายจะไปสิ้นสุดที่ใด”
ดวงตาของสาวน้อย พยายามเพ่งมองหมอกควันพร่าเลือนตรงหน้าอย่างตั้งใจ ก่อนจะไปหยุดที่หญิงชราท่าทางใจดีผู้หนึ่ง ท่านยายผู้นั้น นั่งอยู่หน้าสะพาน พร้อมกับยื่นถ้วยชามใบหนึ่งให้ทุกคนที่กำลังจะเดินข้ามสะพานไป
“สะพานเน่ยเหอ ยายเมิ่งกับน้ำแกงลืมเลือนของนาง!” สาวน้อยพึมพำออกมาอย่างตกใจ
เด็กสาวนึกว่านางต้องมีเหงื่อกาฬไหลออกมาท่วมแผ่นหลัง ใบหน้าผุดเม็ดเหงื่อกลมโตแน่แล้ว แต่ในความเป็นจริง... นอกจากอากาศที่หวานเอียน เยียบเย็นไปด้วยหมอกควันอ่อนจางราวกับม่านน้ำ ก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นอีก
“อย่าบอกนะว่า…ว่า…ข้าตายอีกแล้ว” เจียวเจียวกรีดร้องออกมาด้วยความขัดใจ
เสียงที่ดังขึ้นด้านหลัง ยิ่งยืนยันว่าความคิดของนางนั้นถูกต้อง “ใช่ เจ้าตายอีกแล้ว ตายเป็นครั้งที่สองในคืนวันวิวาห์ของตนเอง”
ยมทูตหัววัวพูดพลางส่ายหัวอย่างเอือมระอาในความไม่เอาไหนของนาง สายตาที่มองมาคล้ายกับบอกว่า นางเป็นเพียงตัวโง่งมที่ไร้ความสามารถผู้หนึ่ง
“เหตุใดเจ้าจึงใช้โอกาสสิ้นเปลืองเช่นนี้ ผู้อื่นพลาดพลั้งตายไปแล้วชาติหนึ่ง ย่อมได้รับบทเรียนไม่มากก็น้อย อุตส่าห์โชคดีได้โอกาสย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตอีกครั้ง เจ้ากลับทำตัวโง่งม ไม่รู้จักรักถนอมโอกาส ไม่รู้จักรักษาชีวิตไว้ให้ดี เกิดใหม่สองชาติ ล้วนแต่มีจุดจบเช่นเดิม” ยมทูตหัวม้าบ่นออกมายืดยาว
ด้วยเรื่องของนางเพียงผู้เดียว ทั้งเขาและยมทูตหัววัวต่างวุ่นวาย ไหนจะต้องไปรับวิญญาณของนาง พานางย้อนเวลากลับไปเกิดใหม่บนโลกมนุษย์
แต่ละวันใช่ว่าจะมีเพียงวิญญาณของนางเพียงผู้เดียวเสียเมื่อไร คนตายในแต่ละวันมีนับร้อยนับพัน วิญญาณที่พวกเขาต้องไปรับ มีมากยิ่งกว่าขนวัวเก้าตัวเสียอีก แต่เรื่องของนางกลับทำให้พวกเขาเสียเวลาไม่จบไม่สิ้น
“ไป…ไป เตรียมตัวย้อนเวลาไปเกิดใหม่ ขอเตือนเจ้าด้วยความหวังดี ชาติที่สามนี้เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของเจ้าแล้ว หากเจ้ายังคงพบจุดจบเช่นเดิม ตายในวันมงคลอีกครั้ง...ครั้งนี้ทั้งเจ้า ทั้งบิดาของเจ้า ไม่มีใครช่วยพวกเจ้าได้แล้ว” ยมทูตหัวม้าเอ่ยอย่างหงุดหงิด
“ฮึ! สวรรค์เมตตาเจ้าถึงเพียงนี้ อุตส่าห์ให้โอกาสเจ้าได้ย้อนเวลากลับไปเกิดใหม่ถึงสามชาติ ข้าหวังว่าชาติที่สาม...ชาติสุดท้าย เจ้าจะไม่ทำตัวโง่งมเฉกเช่นสองชาติที่ผ่านมา…” ยมทูตหัววัว เอ่ยเตือนนางด้วยความหวังดี
ก่อนที่ทั้งคู่จะไปส่งนางข้ามสะพานเน่ยเหอ วิญญาณสาวน้อยเจียวเจียว ก็หยุดเดินเอาดื้อ ๆ
“ช้าก่อน ในเมื่อชาติที่สามที่กำลังจะกลับไปเกิดใหม่นี้ เป็นชาติสุดท้าย โอกาสสุดท้ายของข้าแล้ว เช่นนั้นขอเวลาข้าคิดทบทวนให้ดี ๆ สักเที่ยว ก่อนจะไปเกิดใหม่เถิด”
สองยมทูตหันมามองสบตากันอย่างปรึกษา ก่อนจะพยักหน้าโดยง่าย แต่ไม่ลืมเอ่ยกำชับเรื่องเวลากับนางอีกรอบ
“เจ้ามีเวลาเพียงสามชั่วยามเท่านั้น ไม่อาจชักช้าไปกว่านี้ได้ วิญญาณทุกดวง หากอยากย้อนเวลาไปจุติใหม่ในร่างเดิม ไม่อาจข้ามพ้นวันได้ จะต้องเกิดใหม่ให้แล้วเสร็จ ในวันที่เจ้าเสียชีวิตเท่านั้น มู่หรงเจวียนในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสสุดท้ายกับเจ้าแล้ว จงคิดทบทวนให้ดี อย่าได้จบชีวิตง่าย ๆ ซ้ำรอยเดิมอีก”
เจียวเจียว หรือก็คือ ฮองเฮามู่หรงเจวียน กล่าวขอบคุณแล้วไม่กล้าชักช้า นางเดินไปนั่งกอดเข่าใต้ต้นเฟิงต้นหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากสะพานเน่ยเหอมากนัก
หากนางไม่มัวแต่หมกมุ่นครุ่นคิดถึงเรื่องของตน นางคงเห็นหญิงชรา เจ้าของน้ำแกงลืมเลือนอันเลื่องชื่อ มองมาที่นาง แล้วยิ้มให้อย่างเอ็นดู
“เจียวเจียวเอ๊ย! เจ้าจะโง่เง่าไปถึงไหน เกิดมาสองชาติ ตายที่เดิม วันเวลาเดิม ๆ ทั้งสองชาติ มิใช่ว่า...ผู้ลงมือสังหารเจ้า จะเป็นคนเดิมด้วยหรอกนะ หากเป็นเช่นนั้นจริง ป่านนี้ มือสังหารคงหัวเราะเยาะในความไม่เอาไหนของเจ้าจนท้องคัดท้องแข็งแล้ว”
“หากถูกคนสังหารคนเดิม ลงมือฆ่าด้วยรูปแบบเดิม ตายเหมือนเดิมถึงสามชาติ เช่นนั้นแล้ว ข้าจะไม่ดูโง่เง่า ไม่ต่างจากลาบื้อไปหน่อยหรือ” เจียวเจียวครุ่นคิด แล้วถอนหายใจอย่างหนักใจ
“ไม่ได้! โอกาสสุดท้าย ชาติสุดท้ายแล้ว ข้าจะยอมให้ท่านพ่อต้องมาตรอมใจตาย เพราะลูกอกตัญญูอีกไม่ได้!” สาวน้อยปลุกเร้า ให้กำลังใจตนเองอย่างฮึกเหิม
ผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วยาม สาวน้อยได้แต่ซุกหน้าลงกับเข่าทั้งสองข้างของตนอย่างไม่ยินยอม เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
จะไม่ให้วิญญาณสาวเหี่ยวเฉาหมดเรี่ยวแรงได้อย่างไร ก็ในเมื่อตั้งแต่เริ่มตั้งสติ นึกย้อนไปถึงอดีตที่ผ่านมาสองชาติของตนอย่างจริงจัง แต่เวลาผ่านไปถึงหนึ่งชั่วยาม นอกจากหมอกมืดดำในจิตใจแล้ว ในหัวของเจียวเจียว กลับเต็มไปด้วยคำถาม
“ปัญหามันอยู่ตรงไหน แล้วใครคือผู้บงการสังหารข้า หรือว่าจะเป็น...เขา?”
หรือข้าจะโง่เง่าจนเกินเยียวยาแล้วจริง ๆ
สาวน้อยเอามือเขกศีรษะตนเองแรง ๆ 'โอ๊ย! นึกว่าเป็นวิญญาณจะไม่เจ็บ ที่ไหนได้เจ็บจะตายแล้ว'
“หากเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับบิดา ให้ข้าต้องดวงจิตแหลกสลาย ไม่ต้องย้อนเวลากลับไปเกิดใหม่ได้ก็คงดี ข้าชักจะเหนื่อยเสียแล้วสิ เป็นฮองเฮามาสองชาติแล้ว ย่ำแย่เกินทน พอกันที!”