ตอนที่ 2 : เจอกันอีกครั้ง…ในฐานะที่ไม่คาดคิด

2281 Words
แสงแดดร้อนแรงยามสายของกรุงเทพมหานครสะท้อนกับกระจกอาคารสูงระฟ้าใจกลางย่านสาทรจนเกิดประกายระยิบระยับแสบตา ตึกสูงตระหง่านเบื้องหน้าคือสำนักงานใหญ่ของ "The Sense Group" อาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และไลฟ์สไตล์ระดับท็อปของประเทศ ความยิ่งใหญ่และหรูหราของสถานที่แห่งนี้ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาดูตัวเล็กลงถนัดตา "ชมดาว" ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้ากระจกบานหมุนอัตโนมัติ ร่างบางในชุดนักศึกษาถูกระเบียบเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตากลัดกระดุมทุกเม็ด กระโปรงทรงสอบยาวคลุมเข่าสีดำ และรองเท้าคัทชูหุ้มส้นที่ขัดจนมันวับ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จนสุด เพื่อระงับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า วันนี้คือวันสำคัญ... วันแรกของการฝึกงานในฐานะนิสิตชั้นปีที่ 4 และเป็นก้าวแรกสู่โลกของการทำงานจริง "เริ่มใหม่นะดาว..." เธอกระซิบบอกตัวเองเสียงเบาหวิวเหมือนกำลังร่ายมนตร์สะกดจิต "ลืมเรื่องที่พัทยาไปซะ ที่นี่คือกรุงเทพฯ ชีวิตจริงเริ่มต้นที่นี่ ผู้หญิงใจแตกคนนั้นไม่มีตัวตนอีกแล้ว" เธอยกมือขึ้นทาบอก พยายามข่มภาพความทรงจำของค่ำคืนอันเร่าร้อนริมทะเลให้จางหายไป ย้ำเตือนตัวเองว่า 'นางสาวชมดาว' คนนี้ คือนิสิตฝึกงานผู้มุ่งมั่นที่มาเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ไม่ใช่ผู้หญิงที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับคนแปลกหน้าคนนั้น เมื่อรวบรวมความกล้าได้แล้ว เธอจึงก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไปสู่โถงล็อบบี้อันกว้างขวาง พื้นหินอ่อนสีขาวนวลทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เพดานสูงโปร่งประดับด้วยโคมไฟระย้ารูปทรงโมเดิร์น พนักงานหนุ่มสาวในชุดทำงานดูดีเดินขวักไขว่ด้วยความมั่นใจ บรรยากาศแห่งความเป็นมืออาชีพแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณู การพบเจอที่โลกหยุดหมุน ห้องประชุมใหญ่บนชั้น 25 ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับการปฐมนิเทศนิสิตฝึกงานประจำปี อุณหภูมิในห้องเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเต็มกำลัง ขัดแย้งกับฝ่ามือของชมดาวที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ เธอเลือกที่นั่งแถวกลางๆ ค่อนไปทางด้านหลัง หวังจะทำตัวให้กลมกลืนและเป็นจุดสนใจน้อยที่สุด "แก... ได้ข่าวว่าปีนี้ท่านประธานจะมาเปิดงานเองเลยนะ" เสียงกระซิบกระซาบจากนิสิตสาวต่างสถาบันที่นั่งข้างๆ ดังลอดเข้ามาให้ได้ยิน "จริงดิ! เห็นเขาลือกันว่าหล่อมาก เทพบุตรเดินดินเลยนะแก แถมยังโสดด้วย" "โอ๊ย ตื่นเต้นอ่ะ อยากเห็นตัวจริงจังเลย" ชมดาวได้แต่ยิ้มบางๆ ตามมารยาท ไม่ได้ร่วมวงสนทนาด้วย ในใจเธอภาวนาขอให้พิธีการจบลงโดยเร็ว เพื่อจะได้แยกย้ายไปประจำแผนก เธอไม่อยากเจอใครทั้งนั้น โดยเฉพาะ... คนที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึก "ลำดับต่อไป..." เสียงพิธีกรสาวสวยประกาศผ่านไมโครโฟน ดึงความสนใจของทุกคนในห้องให้เงียบกริบ "ขอเชิญทุกท่านพบกับบุคคลสำคัญที่เป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนองค์กรของเรา ผู้บริหารหนุ่มวิสัยทัศน์ไกล... ขอเสียงปรบมือต้อนรับ คุณ ธีร์ เทวารักษ์ CEO ของ The Sense Group ค่ะ!" สิ้นเสียงประกาศ ประตูบานใหญ่ด้านข้างเวทีถูกเปิดออกอย่างผ่าเผย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มคัตติ้งเนี้ยบกริบก้าวเดินออกมาด้วยความมั่นใจ ทุกย่างก้าวของเขาดูทรงพลัง มั่นคง และน่าเกรงขาม ใบหน้าคมคายที่เคยดูผ่อนคลายในวันพักผ่อน บัดนี้ถูกฉาบด้วยมาดขรึมและแววตาเฉียบขาดสมตำแหน่งผู้นำสูงสุด วินาทีที่เขาหยุดยืนกลางเวทีและหันมาเผชิญหน้ากับทุกคน แสงไฟสปอตไลท์ส่องกระทบใบหน้านั้นจนเด่นชัด หัวใจของชมดาวกระตุกวูบอย่างรุนแรงราวกับถูกกระชาก ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ...เขา! เป็นไปไม่ได้... ภาพความทรงจำในคืนนั้นไหลย้อนกลับมาฉายซ้ำราวกับเขื่อนแตก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อ้อมกอดที่รัดรึง กลิ่นกายหอมกรุ่น และรสจูบที่ร้อนแรงจนแทบหลอมละลาย... ผู้ชายคนนั้น คนที่เธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยเพียงชั่วข้ามคืน คือ 'ธีร์' CEO ของบริษัทที่เธอมาฝึกงาน! โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน หูของเธออื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงปรบมือกึกก้อง สิ่งเดียวที่เธอรับรู้คือสายตาคมกริบคู่นั้นที่กำลังกวาดมองไปรอบห้องด้วยท่าทีสงบนิ่ง ก่อนที่สายตานั้นจะชะงัก... และหยุดนิ่งอยู่ที่เธอ ระยะห่างระหว่างเวทีกับเก้าอี้แถวกลางดูเหมือนจะหดสั้นลงจนเหลือเพียงคืบ ธีร์นิ่งไปชั่วขณะ แววตาที่เคยราบเรียบฉายแววตกตะลึงวูบหนึ่ง คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเหมือนไม่อยากเชื่อสายตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจระคนยินดีที่ปิดไม่มิด มุมปากของเขากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย... รอยยิ้มที่ทำให้ชมดาวรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไปทั้งตัว เขาจ้องมองเธอเขม็ง ราวกับต้องการยืนยันว่าผู้หญิงในชุดนักศึกษาแสนเรียบร้อยตรงหน้า คือคนเดียวกับแม่เสือสาวพราวเสน่ห์ที่หายตัวไปในเช้าวันนั้น ชมดาวรีบก้มหน้าหลบสายตา มือไม้เย็นเฉียบจนสั่นเทา เธออยากจะหายตัว แทรกแผ่นดินหนีไปจากตรงนี้เสียเดี๋ยวนี้ "สวัสดีครับน้องๆ นิสิตฝึกงานทุกคน..." เสียงทุ้มลึกของเขาดังกังวานผ่านลำโพง สะกดให้ทุกคนต้องตั้งใจฟัง "ยินดีต้อนรับสู่ The Sense Group... ที่นี่เราไม่ได้มองหาแค่คนที่ทำงานเก่ง แต่เรามองหาคนที่มี 'Passion'... คนที่กล้าจะเสี่ยง และกล้าที่จะเป็นตัวเองอย่างแท้จริง" คำว่า 'Passion' ของเขาดูเหมือนจะเน้นเสียงหนักแน่นเป็นพิเศษ และชมดาวรู้สึกเหมือนเขากำลังพูดกับเธอ... แค่เธอคนเดียว การเผชิญหน้า ทันทีที่การปฐมนิเทศจบลง ชมดาวไม่รอช้า เธอรีบคว้ากระเป๋าและแทรกตัวเดินออกจากห้องประชุมเป็นคนแรกๆ โดยไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนใหม่ที่เพิ่งคุยกัน เธอเดินจ้ำอ้าวไปตามทางเดินยาวที่ปูพรมสีเทา หวังเพียงจะไปให้ถึงลิฟต์โดยสารและหนีไปให้พ้นจากสถานการณ์น่าอึดอัดนี้ "เดี๋ยวครับ... คุณ" เสียงเรียกทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ไม่ต้องหันไปมองเธอก็จำได้แม่นยำว่าเป็นเสียงใคร แต่ขาของเธอกลับก้าวไม่ออกราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนตร์สะกด เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินอ้อมมายืนดักหน้า ขวางทางหนีของเธอไว้ ชมดาวจำต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ธีร์ในชุดสูทเต็มยศดูสูงส่งและห่างไกลกว่าผู้ชายริมหาดคนนั้นมากนัก แต่แววตาของเขายังคงเหมือนเดิม... แววตาที่มองทะลุเปลือกนอกเข้าไปถึงความรู้สึกข้างใน "ผมจำคุณได้..." เขามองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ รอยยิ้มมุมปากที่เธอเคยหลงใหลปรากฏขึ้นจางๆ "โลกกลมกว่าที่คิดนะ... คุณชมดาว" "ท่านประธานคงจำผิดคนแล้วค่ะ" เธอตอบเสียงแข็ง พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ปั้นหน้าให้ดูเป็นการเป็นงานที่สุด "ดิฉันเพิ่งมาที่นี่วันแรก เราไม่เคยเจอกันมาก่อนค่ะ" ธีร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ท่าทางขบขันกับการโกหกหน้าตายของเธอ เขาขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนชมดาวได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ "คุณแน่ใจเหรอ?" เขาลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ เพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคนท่ามกลางฝูงชนที่เริ่มทยอยเดินออกมา "คืนนั้นที่พัทยา... คุณไม่ได้บอกชื่อก็จริง แต่ผมจำทุกอย่างเกี่ยวกับคุณได้แม่น... โดยเฉพาะ 'กลิ่น' ของคุณ" คำพูดสองแง่สองง่ามของเขาทำให้แก้มเนียนใสของชมดาวซับสีเลือดขึ้นมาทันที เธอเม้มปากแน่นก่อนจะตัดสินใจพูดตรงๆ เพื่อตัดบท "ถ้าคุณหมายถึงเรื่องนั้น... เราตกลงกันแล้วนี่คะ ว่ามันจบไปแล้ว และเราจะไม่มีอะไรต่อกัน มันเป็นแค่ความผิดพลาดชั่ววูบ" "ความผิดพลาด?" ธีร์ทวนคำเสียงสูง แววตาขี้เล่นจางหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่ทำให้คนมองรู้สึกหวาดหวั่น "สำหรับผมมันไม่ใช่ความผิดพลาด... และนั่นมันข้อตกลงของคุณฝ่ายเดียว" เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้ง "สำหรับผม... มันไม่ง่ายอย่างที่คิด และผมดีใจที่เราได้เจอกันอีก" เกมกระดานของเจ้านาย ฝันร้ายของชมดาวยังไม่จบลงแค่นั้น ในเช้าวันจันทร์ถัดมา เมื่อรายชื่อแผนกฝึกงานถูกติดประกาศบนบอร์ดประชาสัมพันธ์ ชมดาวไล่สายตาหาชื่อตัวเองด้วยใจระทึก เธอระบุความประสงค์ขอฝึกในแผนกการตลาดเพราะตรงกับสายที่เรียนมา แต่เมื่อพบชื่อของตัวเอง มันกลับไม่ได้อยู่ในหมวดการตลาดอย่างที่หวัง ชื่อ 'นางสาวชมดาว' ปรากฏเด่นหราอยู่ที่บรรทัดบนสุด... สังกัด: ทีมบริหารโครงการพิเศษ (Strategic Special Project) ผู้ดูแล: สำนักงานประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO Office) "เฮ้ย! แกดูสิ ยัยคนนั้นน่ะ ได้ไปอยู่ทีมท่านประธานเฉยเลย" "จริงเหรอ? ทีมนั้นเขารับแต่พวกหัวกะทิไม่ใช่เหรอ หรือว่าเป็นเด็กเส้น?" "หน้าตาก็สวยดีนะ สงสัยใช้..." เสียงซุบซิบดังฮือฮาไปทั่วกลุ่มเด็กฝึกงานและพนักงานประจำ สายตาตั้งคำถาม ริษยา และเคลือบแคลงสงสัยถูกส่งมาที่เธอราวกับห่าธนู ชมดาวได้แต่ยืนนิ่ง กัดริมฝีปากแน่น นี่มันการกลั่นแกล้งชัดๆ เขาจงใจดึงเธอเข้าไปอยู่ใกล้ตัว! ตลอดสัปดาห์แรก ชมดาวพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด เธอทำงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายอย่างตั้งใจ ส่งงานผ่านพี่เลี้ยงหน้าห้อง หลีกเลี่ยงการเดินผ่านห้องกระจกบานใหญ่ที่เป็นห้องทำงานส่วนตัวของธีร์ และภาวนาอย่าให้ต้องเจอหน้าเขาแบบตัวต่อตัว แต่ในบริษัทแห่งนี้... ดูเหมือนจะไม่มีที่ไหนที่สายตาของพญาอินทรีจะส่องไปไม่ถึง เย็นวันศุกร์ ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มมืดลงแล้ว พนักงานส่วนใหญ่ทยอยกลับบ้านจนออฟฟิศเงียบสงัด เหลือเพียงแสงไฟสลัว ชมดาวยังคงง่วนอยู่กับการจัดเรียงเอกสารสำคัญในห้องประชุมเล็กเพียงลำพัง เพื่อเตรียมสำหรับการประชุมบอร์ดในวันจันทร์ แกร๊ก... เสียงลูกบิดประตูหมุนเบาๆ ก่อนที่ประตูห้องจะถูกผลักเข้ามาโดยไม่มีเสียงเคาะ ชมดาวสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมอง ร่างสูงในชุดเชิ้ตสีขาวที่พับแขนเสื้อขึ้นอย่างลวกๆ และปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นลำคอแกร่ง ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ ธีร์นั่นเอง... เขาเดินเข้ามาในห้อง ปิดประตูตามหลัง และเสียง คลิก เบาๆ ของการกดล็อกลูกบิดดังขึ้นก้องในความเงียบ บรรยากาศในห้องอึดอัดขึ้นทันตาเห็น ออกซิเจนเหมือนจะน้อยลงกะทันหัน ชมดาววางแฟ้มในมือลง หัวใจเต้นรัวแรงด้วยความตื่นตระหนก ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะประชุมตัวยาว "คุณหนีหน้าผมทำไม?" เขาถามพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ สายตาคมกริบจับจ้องที่ใบหน้าตื่นตระหนกของเธอ "หลบหน้าผมมาห้าวันแล้วนะ คิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าคุณพยายามหลบเลี่ยง" "ดิฉันแค่ทำงานตามหน้าที่ค่ะ" เธอตอบเสียงสั่น พยายามไม่สบตา "งานยุ่งมาก ก็เลยไม่ได้... ไม่ได้มีโอกาสเจอท่านประธาน" "งานยุ่ง? หรือคุณกลัว?" เขาถามจี้จุด "ถ้าท่านประธานไม่มีงานด่วน ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ นี่มันเลยเวลางานแล้ว" ชมดาวพยายามเบี่ยงตัวจะเดินหนี แต่ธีร์ไวกว่า เขาใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างเท้าลงกับขอบโต๊ะ กักขังร่างบางไว้ในวงแขนของเขา ไม่ให้เธอหนีไปไหนได้ "คุณยังไม่ได้ตอบคำถามผม" เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดแก้มเธอ ปลุกเร้าความทรงจำวาบหวามให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง "คุณกลัวอะไรชมดาว... กลัวผม หรือกลัวใจตัวเอง?" "ฉัน... ฉันไม่ได้กลัว" เธอเถียงข้างๆ คูๆ พยายามดันอกเขาให้ออกห่าง แต่มันแข็งแกร่งราวกับกำแพงหิน "เราควรปล่อยเรื่องคืนนั้นให้จบไปแล้วค่ะ! ตอนนี้คุณเป็นเจ้านาย ฉันเป็นแค่เด็กฝึกงาน มันไม่เหมาะสม และฉันไม่อยากให้ใครมองว่าฉันใช้เต้าไต่" ธีร์หัวเราะหึในลำคอ มือหนาละจากขอบโต๊ะเอื้อมมาจับข้อมือเล็กของเธอไว้ นิ้วโป้งไล้เบาๆ ที่ชีพจรซึ่งกำลังเต้นตุบๆ ราวกับจะย้ำเตือนว่าร่างกายเธอก็ปฏิกิริยากับเขามากแค่ไหน "คุณแน่ใจเหรอ... ว่ามันจบ?" เขาถามย้ำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ชวนให้ขนลุกซู่ "จบค่ะ" เธอยืนยันเสียงแข็ง แม้ข้างในจะหวั่นไหว "แต่ผมยังไม่จบ..." นัยน์ตาของธีร์ลุกโชนไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด มันร้อนแรงและดุดันยิ่งกว่าคืนนั้นที่ริมทะเล เขาขยับหน้าเข้าไปใกล้ใบหูเธอ กระซิบถ้อยคำที่ทำให้ชมดาวรู้ว่าชีวิตการฝึกงานของเธอต่อจากนี้ จะไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไป "และผม... ไม่คิดจะจบกับคุณง่ายๆ แน่นอน ชมดาว เตรียมตัวรับมือได้เลย"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD