หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปที่ชมดาวรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางๆ ในอาณาจักร The Sense Group
หลังจากเหตุการณ์ประจันหน้ากันในห้องประชุมเย็นวันศุกร์นั้น ชมดาวได้เรียนรู้ศิลปะแห่งการ "หลบหลีก" ขั้นสูง เธอพยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามเข้างานเช้ากว่าปกติเพื่อเลี่ยงการเจอเขาที่หน้าลิฟต์ และรีบขอตัวออกจากห้องประชุมทันทีที่การประชุมจบลงก่อนที่เขาจะมีโอกาสเดินเข้ามาหา
แม้จะต้องทำงานอยู่ในทีมเดียวกัน แต่โชคดีที่งานของเธอส่วนใหญ่เป็นการรวบรวมข้อมูลเบื้องหลัง ทำให้ไม่ต้องเข้าไปรายงานตัวกับท่านประธานโดยตรงบ่อยนัก แต่ถึงอย่างนั้น... เธอก็ยังรู้สึกได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่คอยจับจ้องมองมาเสมอ
สายตาของราชสีห์ที่กำลังเฝ้ามองกวางน้อย... ไม่ใช่เพื่อขย้ำ แต่เพื่อรอจังหวะตะครุบเหยื่อมาไว้ในอ้อมกอด
กาแฟแก้วนั้น... และข้อความจากใครบางคน
เช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวาย ชมดาวรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาที่โต๊ะทำงานพร้อมกองเอกสารปึกใหญ่ ความเหนื่อยล้าจากการปั่นงานดึกทำให้เธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ สิ่งเดียวที่ร่างกายโหยหาตอนนี้คือคาเฟอีน
แต่เมื่อเธอมาถึงโต๊ะทำงาน สายตาของเธอก็ต้องสะดุดกับแก้วกาแฟกระดาษสีน้ำตาลเข้มที่วางรออยู่แล้ว ไอความร้อนจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมา บ่งบอกว่ามันเพิ่งถูกนำมาวางได้ไม่นาน
ไม่มีชื่อร้าน... ไม่มีการ์ด... ไม่มีโน้ตใดๆ
ชมดาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เธอหยิบแก้วขึ้นมาดม กลิ่นหอมเข้มข้นของกาแฟคั่วบดเตะจมูก และเมื่อเธอลองจิบดูเบาๆ
กาแฟดำ... ร้อนจัด... และไม่ใส่น้ำตาล
รสชาติขมปร่าที่ปลายลิ้น แต่กลับทำให้ตื่นตัวทันที นี่คือรสชาติแบบที่เธอชอบดื่มเป๊ะๆ เป็นรสนิยมส่วนตัวที่เธอไม่เคยบอกใครในที่ทำงาน เพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่เห็นเธอดื่มแต่น้ำเปล่าหรือไม่ก็น้ำผลไม้
ครืด... ครืด...
เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นเตือนข้อความเข้า ชมดาววางแก้วกาแฟลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู ข้อความจากแอปพลิเคชัน LINE เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ
ชื่อผู้ส่งคือ 'T. Thevarak'
ชมดาวตาโตด้วยความตกใจ เธอไม่เคยให้ไอดีไลน์เขานี่นา! แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าในใบสมัครฝึกงานมีข้อมูลทุกอย่างครบถ้วน
T. Thevarak: "หวังว่าคุณจะยังชอบเหมือนเดิม... ไม่หวาน ไม่นม เหมือนเช้าวันนั้นที่เราสั่งรูมเซอร์วิส"
ใบหน้าของชมดาวร้อนฉ่าขึ้นมาทันทีเมื่ออ่านจบ ประโยคสั้นๆ ที่แฝงความนัยถึงเช้าวันที่เธอหนีออกมาจากห้องเขา... เขจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ พวกนี้ได้ยังไงกัน?
นิ้วเรียวสั่นน้อยๆ ขณะพิมพ์ตอบกลับไป เธอลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ลบแล้วพิมพ์ใหม่หลายรอบ ก่อนจะตัดสินใจตอบด้วยประโยคที่รักษาระยะห่างที่สุด
Chomdao: "ขอบคุณค่ะ แต่คราวหลังไม่ต้องลำบากนะคะ เกรงใจค่ะ"
T. Thevarak: "สำหรับคุณ... ไม่มีอะไรลำบาก ตั้งใจทำงานนะครับ"
ชมดาวอ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจที่พยายามสั่งให้หยุดเต้นแรง กลับทรยศเจ้าของด้วยการเต้นระรัวยิ่งกว่ากลองรบ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ มองแก้วกาแฟตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป...
มันไม่ใช่แค่กาแฟ แต่มันคือการบอกให้รู้ว่า 'เขาใส่ใจ'
การจู่โจมที่ล็อบบี้
ไม่กี่วันต่อมา ช่วงบ่ายแก่ๆ ชมดาวได้รับมอบหมายให้นำเอกสารด่วนไปส่งที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์บริเวณล็อบบี้ชั้นล่าง เธอรับคำสั่งแล้วรีบลงลิฟต์ไปทันที หวังว่าจะรีบไปรีบกลับเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเลิกงานที่คนพลุกพล่าน
โถงล็อบบี้วันนี้ดูวุ่นวายกว่าปกติ ผู้บริหารระดับสูงหลายคนยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้า และหนึ่งในนั้น... โดดเด่นเป็นสง่าในชุดสูทสีเทาเข้ม คือ ธีร์ เทวารักษ์
ชมดาวชะงักฝีเท้า พยายามจะเดินอ้อมไปทางด้านหลังเสาเพื่อหลบสายตา แต่ดูเหมือนเรดาร์ของเขาจะทำงานดีเกินคาด ทันทีที่เธอปรากฏตัว เขาก็หันขวับมามองราวกับรู้ล่วงหน้า
ธีร์ละสายตาจากคู่สนทนา เขาพยักหน้าขอตัวอย่างสุภาพ ก่อนจะก้าวฉับๆ ตรงดิ่งมาหาเธอทันที ขาเรียวยาวของเขาก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็มาหยุดยืนขวางหน้าเธอไว้
"จะไปไหนครับ?" เสียงทุ้มถามขึ้น
"เอ่อ... เอาเอกสารมาให้ประชาสัมพันธ์ค่ะ เรียบร้อยแล้ว กำลังจะกลับขึ้นไป" เธอตอบตะกุกตะกัก พยายามไม่สบตาคมกล้าคู่นั้น
"เลิกงานแล้วใช่ไหม?" เขาเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือ
"ค่ะ... แต่เดี๋ยวฉันจะ..."
"เดี๋ยวผมไปส่ง" เขาพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงอำนาจ
"ไม่เป็นไรค่ะ!" ชมดาวรีบปฏิเสธทันควัน ดวงตาเบิกกว้าง "ฉันกลับเองสะดวกกว่าค่ะ นั่งรถไฟฟ้าแป๊บเดียวก็ถึง คอนโดอยู่แค่นี้เอง"
"ตอนนี้ฝนกำลังตั้งเค้า รถไฟฟ้าคนแน่นแน่ๆ" เขาแย้งด้วยเหตุผลที่ฟังดูดี "ไปรถผมเถอะ ทางผ่านพอดี"
"ทางผ่าน? ท่านประธานทราบเหรอคะว่าฉันพักที่ไหน" เธอเผลอย้อนถาม
ธีร์ยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้ใจคนมองสั่นไหว "ผมเป็นเจ้านายคุณนะชมดาว ข้อมูลพนักงานแค่นี้ทำไมผมจะไม่รู้... มาเถอะ อย่าดื้อ"
"แต่ว่า..."
"แต่ผมอยากไปส่ง"
ประโยคนั้นหยุดทุกคำทักท้วง เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคู่นั้นมองเธออย่างเว้าวอนแต่ก็กดดันอยู่ในที ท่ามกลางสายตาของพนักงานประชาสัมพันธ์ที่เริ่มมองมาด้วยความสนใจ ชมดาวรู้ดีว่าขืนยืนเถียงกันต่อไป คงได้เป็นหัวข้อกอสซิปในวันรุ่งขึ้นแน่ๆ
"ก็ได้ค่ะ... รบกวนด้วยนะคะ" เธอยอมจำนนในที่สุด
พื้นที่แคบๆ กับความรู้สึกที่ล้นใจ
ภายในห้องโดยสารของรถยนต์ยุโรปคันหรูเงียบกริบ ตัดขาดจากเสียงรบกวนภายนอกอย่างสิ้นเชิง เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำเคล้ากลิ่นน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นไม้กฤษณาหอมจางๆ กลิ่นเดียวกับกลิ่นกายของเขา... กลิ่นที่ทำให้ภาพความทรงจำในคืนนั้นย้อนกลับมาฉายชัดในหัวของชมดาวอีกครั้ง
ชมดาวนั่งตัวเกร็งชิดประตู มองออกไปนอกหน้าต่างดูวิวยามเย็นของกรุงเทพฯ ที่รถเริ่มติดขนัด ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาบางๆ สร้างบรรยากาศเหงาๆ ปนโรแมนติก
"คุณอึดอัดเหรอ?" ธีร์ถามขึ้นทำลายความเงียบ สายตายังคงมองตรงไปที่ถนน
"เปล่าค่ะ... แค่ไม่ชิน" เธอตอบเสียงเบา "ปกติฉันไม่ค่อยได้นั่งรถแบบนี้"
"ทำตัวตามสบายเถอะ คิดซะว่าเป็นรถของคนรู้จัก... ไม่ใช่รถเจ้านาย" เขาหันมามองเธอแวบหนึ่งช่วงรถติดไฟแดง
ชมดาวหันกลับมาสบตาเขา แสงไฟสีแดงจากท้ายรถคันหน้าส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา ขับเน้นสันกรามคมสันให้ดูดุดันแต่ก็มีเสน่ห์เหลือร้าย
"คุณคิดเหมือนผมไหม..." จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นเสียงนุ่ม "ว่าคืนนั้นที่พัทยา... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ"
ชมดาวเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง "มันคือเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นต่างหากค่ะ... มันเป็นความผิดพลาดที่เราต่างก็..."
"ผมไม่เคยคิดว่ามันเป็นความผิดพลาด" ธีร์สวนขึ้นทันควัน น้ำเสียงหนักแน่น "และผมไม่เชื่อเรื่องบังเอิญที่ทำให้เราได้มาเจอกันอีกที่นี่"
"คุณธีร์คะ..."
"คุณรู้สึกใช่ไหมชมดาว?" เขาถามจี้ใจดำ หันมาจ้องตาเธอนิ่ง "เวลาที่เราอยู่ใกล้กัน... คุณเองก็รู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึก"
เธอเงียบ... ไม่ใช่เพราะไม่มีคำตอบ แต่เพราะคำตอบนั้นมันชัดเจนจนน่ากลัว เธอรู้สึก... รู้สึกมากเกินไปจนต้องสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องตัวเอง
ธีร์ถอนหายใจเบาๆ เมื่อเห็นเธอเงียบ เขาละมือซ้ายจากพวงมาลัย เอื้อมมาวางทาบทับลงบนมือเล็กของเธอที่กำแน่นอยู่บนตัก สัมผัสอุ่นวาบแล่นปราดไปถึงหัวใจ ชมดาวสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ชักมือหนี
"ผมไม่รู้ว่าคุณกลัวอะไร..." นิ้วหัวแม่มือของเขาไล้หลังมือเธอเบาๆ อย่างปลอบโยน "แต่ผมอยากให้คุณรู้ว่า... ผมไม่เคยลืมคุณเลย แม้แต่วันเดียว"
คำสารภาพตรงไปตรงมาทำให้น้ำตาของชมดาวรื้นขึ้นมาที่ขอบตา เธอหันหน้าหนีมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนความหวั่นไหว
รถเคลื่อนตัวออกไปอีกครั้ง แต่ความอบอุ่นที่หลังมือของเธอยังคงอยู่... และมันกำลังเริ่มละลายน้ำแข็งในใจเธอทีละน้อย
การเริ่มต้นใหม่... ที่ไม่มีเงื่อนไข
ความพยายามของธีร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เย็นวันศุกร์ถัดมา เขาส่งข้อความมาชวนเธอไปทานข้าวเย็น ข้อความนั้นเรียบง่ายแต่ยากจะปฏิเสธ
T. Thevarak: "เย็นนี้ว่างไหม? ผมอยากเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยสรุปรายงานการประชุมให้เมื่อวาน... แค่กินข้าวครับ ไม่ได้คุยเรื่องงาน"
ชมดาวลังเลอยู่หน้าจอมือถือนานสองนาน ความกลัวเริ่มจางลงแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น... อยากรู้ว่าผู้ชายคนนี้จริงๆ แล้วเป็นคนยังไงกันแน่ สุดท้ายเธอก็พิมพ์ตอบตกลงไป
ร้านอาหารที่เขาพาไปไม่ใช่ร้านหรูหราบนยอดตึกระฟ้าอย่างที่เธอคิด แต่เป็นร้านอาหารไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศเงียบสงบ ลมพัดเย็นสบาย และมีแสงเทียนสลัวๆ สร้างบรรยากาศเป็นกันเอง
ตลอดมื้ออาหาร ชมดาวได้เห็นมุมใหม่ๆ ของธีร์ที่เธอไม่เคยเห็นในออฟฟิศ เขาถอดเสื้อสูทพาดไว้กับเก้าอี้ ปลดกระดุมแขนเสื้อแล้วพับขึ้นดูผ่อนคลาย เขาไม่ใช่ CEO ผู้เคร่งขรึมที่คอยสั่งงาน แต่เป็นผู้ชายอารมณ์ดี ช่างคุย และที่สำคัญ... เขาเป็นผู้ฟังที่ดีมาก
เขาถามเรื่องความฝันของเธอ เรื่องที่บ้าน เรื่องสุนัขตัวโปรด ไม่มีการพูดถึงเรื่องงาน หรือเรื่องคืนนั้นให้เธออึดอัดใจ เขาตักอาหารให้เธอ ดูแลเทคแคร์อย่างเป็นธรรมชาติจนชมดาวเผลอยิ้มออกมาหลายครั้ง
"คุณยิ้มสวยนะ..." ธีร์พูดขึ้นขณะที่พวกเขากำลังทานของหวาน
ชมดาวชะงัก ช้อนในมือค้างอยู่กลางอากาศ แก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง "ขอบคุณค่ะ... วันนี้คุณเองก็ดู... แปลกไป"
"แปลกยังไง?" เขาเลิกคิ้วถาม
"ดูไม่เหมือนท่านประธานที่บริษัทเลยค่ะ ดู... เข้าถึงง่ายกว่า"
ธีร์หัวเราะเบาๆ เขาประสานมือวางบนโต๊ะ มองเธอด้วยสายตาที่จริงจังแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
"ที่บริษัทผมมีหมวกที่ต้องสวมหลายใบ... แต่เวลาอยู่กับคุณ ผมอยากถอดหมวกพวกนั้นออกให้หมด"
เขายื่นมือข้ามโต๊ะมาหาเธอ แบมือรอคอยการตอบรับ
"ถ้าคุณให้โอกาส... ผมอยากเริ่มต้นใหม่กับคุณ" น้ำเสียงของเขาเว้าวอนและจริงใจ "ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง... ไม่ใช่ในฐานะคนแปลกหน้าคืนวันไนท์... แต่ในฐานะ 'ธีร์' ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่อยากรู้จัก 'ชมดาว' ให้มากขึ้น"
ชมดาวมองมือหนานั้นสลับกับใบหน้าคมคาย หัวใจของเธอเต้นแรง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความกลัว มันคือความหวัง... และความรู้สึกดีๆ ที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน
เธอยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงๆ ก่อนจะค่อยๆ วางมือของเธอลงบนมือของเขา
"เริ่มต้นใหม่... โดยไม่มีเงื่อนไขใช่ไหมคะ?" เธอถามย้ำเพื่อความมั่นใจ
ธีร์กระชับมือเธอไว้แน่น รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"ครับ... ไม่มีอดีต ไม่มีชื่อเรียก ไม่มีตำแหน่ง..." เขาสบตาเธอสื่อความหมายลึกซึ้ง "มีแต่ผม... กับคุณ"
สายลมยามค่ำคืนพัดผ่านมาแผ่วเบา เปลวเทียนไหววูบวาบสะท้อนในดวงตาของคนทั้งคู่ สัญญาใจถูกร่างขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางบรรยากาศแสนหวาน
ค่ำคืนนี้... ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบทรักบทใหม่ที่กำลังจะเขียนขึ้นด้วยหัวใจของพวกเขาทั้งสองคน