กลิ่นยาฆ่าเชื้อกับแสงขาวนวลจากหลอดไฟทำให้ดวงตาของอัญชันต้องหรี่ลงช้า ๆ เสียงเครื่องวัดชีพจร “ติ๊ด…ติ๊ด…” ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ — จังหวะที่ยืนยันว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ เปลือกตาเธอสั่น ก่อนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเต็มที่ สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาด กับผ้าม่านพลิ้วเบา ๆ จากลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่าง เสียงนกร้องไกล ๆ แว่วมาเหมือนเสียงจากโลกที่เธอคิดว่าจะไม่มีวันได้ยินอีก “ที่นี่…คือที่ไหน…” เธอพึมพำ เสียงแหบพร่าเหมือนคนเพิ่งตื่นจากฝันยาวนาน ข้างเตียงมีแจกันดอกอัญชันแห้งอยู่หนึ่งดอก สีของมันซีดลงเกือบขาว ราวกับดูดเอาแสงทั้งหมดไว้ในตัว เธอพยายามขยับแขน แต่รู้สึกเหมือนมีกำแพงบาง ๆ ล้อมรอบร่างไว้ — ไม่ใช่กำแพงจริง แต่เป็น แรงต้านของมิติ ที่ยังเกาะอยู่ “อย่าฝืนมากนัก เธอยังไม่ฟื้นเต็มที่” เสียงทุ้มที่เธอจำได้ดีดังขึ้นจากมุมห้อง ธันวายืนอยู่ตรงนั้น — เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นเล็กน้อย ผมยุ่งนิด ๆ

