เสียงฝีเท้าของอัญชันกระทบพื้นไม้ดัง ตึก…ตึก…ตึก ก่อนจะหยุดที่หน้าประตูห้อง เธอผลักประตูเข้ามา ปิดมันลงแรงจนเสียงสะท้อนก้องไปทั่วคฤหาสน์
“ทำไมเขาถึงต้องทำเหมือนฉันไม่มีค่าแบบนี้ด้วย…”
หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ พลางถอดสร้อยที่ธันวาเคยให้ขว้างลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิด น้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นในตาแต่เธอกลั้นไว้ไม่ให้ไหล
มือเรียวคว้าเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เขาทิ้งไว้ก่อนหน้านั้นมากอดไว้แน่น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ ผสมกลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ ที่คุ้นเคยทำให้หัวใจเธอเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่
ในขณะเดียวกัน ธันวายังคงยืนอยู่ตรงโถงบันได เขามองไปยังประตูห้องของเธอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เขาเป็นผู้ชายที่ไม่เคยต้อง “ขอโทษ” ใครในชีวิต ไม่เคยแคร์ใครจริงจัง
แต่ครั้งนี้…เขารู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียบางอย่างที่ไม่อยากเสียไป
เขากำมือแน่น ก่อนเดินขึ้นบันไดทีละขั้นด้วยจังหวะหนักแน่น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“อัญชัน เปิดประตูหน่อย”
เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้น แต่ไม่มีคำตอบกลับมา
เขาหันลูกบิดเบา ๆ ประตูไม่ได้ล็อก…
ธันวาเดินเข้าไปช้า ๆ แสงจากโคมไฟสีส้มอ่อนส่องให้เห็นร่างบางที่นั่งหันหลังอยู่บนเตียง ผมยาวสลวยปกไหล่บาง เสื้อกล้ามสีขาวที่เธอใส่ยิ่งทำให้เขาใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
“ออกไป ฉันไม่อยากคุยด้วย” เธอพูดทั้งที่ยังหันหลังให้
เขาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองก้าว
“ฉันแค่จะอธิบาย”
“ไม่จำเป็น!” อัญชันหันขวับมามอง ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาคลอแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น
“คุณทำเหมือนฉันไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรเลย ทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่คุณต้องการเท่านั้นเหรอ?”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะบังคับ…” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ
“แต่ฉันแค่—ไม่อยากให้เธอไปไหน”
คำพูดนั้นทำให้อัญชันนิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจเหมือนหยุดเต้น เธอหลุบตาลง แต่ยังพยายามรักษาท่าทีไว้
“ไม่อยากให้ไปเพราะอะไรคะ…เพราะกลัวเสียของเล่นไปงั้นเหรอ?” เธอย้อน
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากบาง ๆ “ของเล่นเหรอ…ถ้ามันเป็นแค่นั้น ทำไมฉันถึงหยุดคิดถึงเธอไม่ได้เลยล่ะ”
เขาก้าวเข้าใกล้อีก จนอัญชันต้องถอยหลังไปชนกำแพง
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาในระยะประชิด ใบหน้าหล่อเหลาของเขาอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาเป่ารดข้างแก้มจนรู้สึกได้
“คุณมันพูดเก่งแต่ไม่เคยทำให้เชื่อเลย”
“งั้นเธออยากให้ฉันพิสูจน์ยังไงล่ะ…” เขากระซิบเบา เสียงทุ้มต่ำชวนให้ใจสั่น
มือหนาของเขายกขึ้นช้า ๆ แตะที่ปลายคางของเธอ แล้วเชยหน้าให้เงยขึ้นสบตา เขามองลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ราวกับพยายามค้นหาคำตอบจากข้างใน
“อย่ามาทำแบบนี้นะ…” อัญชันพูดเสียงสั่น “ฉัน…ไม่อยากเข้าใจผิดอีกแล้ว”
“ฉันไม่ได้ให้เธอเข้าใจผิด…” เขากระซิบใกล้หู “แต่ให้เข้าใจให้ถูกต่างหาก”
หัวใจของเธอเต้นถี่จนแทบหลุดจากอก เขาโน้มหน้าเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนลมหายใจของทั้งคู่ผสานกัน
ปลายนิ้วของเขาไล้เบา ๆ ที่กรอบหน้าเธอ ทำให้ผิวกายร้อนวาบขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เวลาราวกับหยุดเดิน…
และในวินาทีนั้น —
เสียงโทรศัพท์ของธันวาดังขึ้น ครืดดดดด! ทำลายความเงียบทั้งหมด
เขาชะงัก ถอยออกมาครึ่งก้าว เสียงเรียกเข้ายังดังไม่หยุด เขามองหน้าเธออีกครั้ง ราวกับลังเลว่าจะวางสายดีไหม
แต่สุดท้ายเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบสั้น ๆ “มีอะไร” แล้วกดวางทันที
เขามองเธออีกครั้ง น้ำเสียงแผ่วลงกว่าเดิม “ไว้คุยกันต่อ”
ธันวาหมุนตัวเดินออกจากห้อง ทิ้งให้อัญชันยืนพิงกำแพง หน้าแดง หัวใจสั่นไม่หยุด เธอยกมือแตะริมฝีปากตัวเองเบา ๆ
“เมื่อกี้…ถ้าเขาไม่หยุด…มันคงเลยไปมากกว่านั้นแน่ๆ”
เธอทิ้งตัวลงบนเตียง เอามือกุมหน้าไว้ หัวใจยังเต้นแรงไม่หยุด
ภาพใบหน้าของเขายังวนเวียนอยู่ในหัว — ทั้งสายตาที่มอง ทั้งเสียงทุ้มต่ำ และสัมผัสนั้นที่ยังติดอยู่บนผิวเธอไม่จาง
ด้านนอก ธันวายืนพิงประตู เงยหน้าขึ้นหลับตาแน่น พยายามหายใจลึกเพื่อสงบใจ
แต่ในหัวเขามีเพียงภาพของผู้หญิงคนเดียว…
“เธอกำลังทำให้ฉันเสียการควบคุม อัญชัน…”