EP.4

1979 Words
พี่ปายหันมาเหลือบมองฉันพอดีเหมือนกัน แล้วพอพบว่าฉันก็กำลังมองเขาอยู่ เขาก็จ้องฉันนิ่งไม่ได้หันกลับไป แล้วนาทีนั้นมันเหมือนถูกแรงดึงดูดทางสายตา เกิดกระแสไฟฟ้าจูนกันกลางอากาศ ทำให้เราจ้องมองสบตากันเงียบๆ นานเป็นครึ่งนาที เงียบจนฉันได้ยินเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงขึ้นมาอย่างชัดเจน “จูบได้ไหม” พี่ปายเอ่ยปากถาม ฉันนั่งนิ่งมองเขาไม่ได้ตอบตกลงหรือปฏิเสธ ยอมรับกำลังมีความรู้สึกไม่ต่างกันกับเขา บางทีอาจจะเป็นเพราะมีเรื่องตอนเช้าช่วยขับเคลื่อนอีกแรงฉันจึงไม่คิดจะปฏิเสธ ด้วยระยะห่างระหว่างฉันกับพี่ปายกว้างเกือบเมตรครึ่ง พอเขาขยับมาหาโดยไม่ได้ลุกยืน ฉันจึงถูกเขาจูบในท่าแปลกๆ ฉันนั่งส่วนเขาอยู่ในท่าคลานมือวางเท้ากับพื้น พอริมฝีปากเย็นๆ ทาบลงมาสัมผัส แววตาที่กำลังสั่นไหวระริกของฉันก็หลับตาลง ฉันเงยหน้าเล็กน้อยรับจุมพิตอันแผ่วเบาของเขา จากนั้นพอริมฝีปากเย็นชื้นเริ่มบดลงมาแรงขึ้นฉันก็ขยับตอบสนอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันถูกจูบ เพราะฉันเคยมีแฟนแล้ว ย่อมเคยทำเรื่องแบบนี้มาก่อน แล้วมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันจูบกับพี่ปายด้วย ดังนั้นพอถูกพี่ปายจูบฉันจึงรู้ว่าต้องขยับตอบรับการสัมผัสของเขายังไง จากเริ่มแรกที่เพียงสัมผัสกันเบาๆ บดคลึงปัดป่ายกันไปมา สักพักมันก็เริ่มกลายเป็นดูดดึงดุนดัน จากนั้นมันก็กลายเป็นการสัมผัสที่มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม เมื่อฉันเปิดริมฝีปากออกยอมให้เขายื่นลิ้นแทรกเข้ามาตวัดพัวพัน พอมันยิ่งดูดดื่มและเร้าร้อน ฉันก็ขยับแขนขึ้นคล้องคอของพี่ปายเอาไว้ พี่ปายขยับเปลี่ยนท่าไปนั่งแล้วยกฉันขึ้นมานั่งบนขาของเขาเพื่อปรับให้ท่าทางของเราง่ายต่อการจูบกันมากขึ้น ฉันกอดคอพี่ปายแน่นบดเบียดแลกลิ้นพัวพันกับเขาไปมาอย่างเร่าร้อน สะโพกรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่กำลังดุนดันขึ้นมา “ไม่ได้” ฉันจับมือพี่ปายแล้วห้ามอย่างรีบร้อน เมื่อเขาวางมือตัวเองบนก้อนเนื้อบนหน้าอกคัพบีของฉัน ก่อนหน้านี้บิกีนี่ตัวจิ๋วเพิ่งถูกเขารั้งลงอย่างง่ายดายจนฉันสะดุ้ง “ทำไม” พี่ปายเอ่ยถามด้วยลมหายใจหนักหน่วง เขามองฉันอย่างไม่เข้าใจ ฉันดึงมือพี่ปายออกอย่างร้อนรนเมื่อรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังเผชิญอยู่ ก่อนจะลุกออกจากตัวเขาแล้วถอยห่าง โดยไม่ลืมดึงบิกีนี่ตัวจิ๋วกลับขึ้นไปปิดหน้าอกตัวเอง “คือ...” ฉันไม่รู้จะบอกยังไงว่าตัวเองเคยมากสุดก็แค่ถูกจูบ ดังนั้นพอรู้ว่าเขาอยากข้ามขั้นทำมากกว่านี้จึงรู้สึกร้อนรนกระวนกระวายและประหม่าแบบสุดต่อหน้าเขา ด้วยท่าทางแบบนี้เขาจึงรู้ได้ทันทีว่าฉันกำลังเป็นอะไร “จริงดิ.. ยังไม่เคยเลยหรอ” พี่ปายเลิกคิ้ว ถามฉันเหมือนไม่อยากเชื่อ “...” ฉันพยักหน้าเบาๆ หลังจากหันไปสบตากับเขาสามวินาที “รอดมาได้ไง” ฉันอึ้งไปกับคำถามนี้ ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงออกไป เพราะไม่เคยรู้สึกว่าการอยู่รอดจากเรื่องแบบนี้มาตลอดรอดฝั่งจนอายุยี่สิบเอ็ดมันจะแปลกตรงไหน จนกระทั่งเขาถามนี่แหละ “โอเค พี่รู้แล้ว กลับมานั่งเหอะ พี่ไม่ทำอะไรแล้ว” พี่ปายปรับอารมณ์ตัวเองอยู่พักหนึ่งแล้วพูดขึ้นมา ฉันมองพี่ปายนิ่ง ในใจยังแอบหวั่นเพราะก่อนหน้านี้โดนเขาจับนมไปแล้วข้างหนึ่ง จนกระทั่งเห็นว่าเขาไม่ได้มีสีหน้าหรือแววตาหื่นกระหายน่ารังเกียจแบบนั้นให้เห็น ฉันถึงได้ยอมกลับไปนั่งที่เดิม “ใส่เสื้อนี่ทับ เดี๋ยวป่วย” พอนั่งแล้ว พี่ปายก็โยนเสื้อฮู้ดแขนยาวสีเทาตัวใหญ่ที่ไม่รู้ว่าเขาไปหยิบมาจากไหนให้ฉัน ตอนแรกฉันอยากปฏิเสธ แต่ด้วยสภาพที่ทั้งเนื้อทั้งตัวสวมแค่บิกีนี่สองชิ้น ฉันจึงกลืนคำปฏิเสธลงไปแล้วหยิบเสื้อของเขามาสวมใส่ทับ ฉันไม่ได้กลัวหนาวนะ แต่กลัวจะเลยเถิดไปมากกว่าเดิมมากกว่า “ให้ชากลับได้หรือยัง” ฉันถามพี่ปายที่ตอนนี้กลับไปนั่งเงียบดูหนังต่อแล้ว “คืนนี้นอนที่นี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยกลับ” พี่ปายตอบฉันโดยไม่ได้หันมา “ทำไมคะ ชากลับเองได้นะ พี่ปายไม่ต้องไปส่งหรอก” “ไม่ได้จะไปส่งอยู่แล้ว แต่ที่บอกให้นอนที่นี่เพราะไอ้นนท์มันน่าจะเฝ้าอยู่ด้านนอก หรือจะไปต่อกับมัน” พี่ปายพูดแบบไม่ถนอมความรู้สึกของฉันเลยสักนิด แต่ด้วยน้ำเสียงที่ถามเหมือนไม่ได้คิดอะไรของเขา ฉันจึงไม่ได้เอาประโยคหลังนั่นมาใส่ใจ “ชานอนที่นี่ได้หรอ” ฉันถามอย่างไม่แน่ใจ แอบรู้สึกเกรงใจพี่ปายด้วย “อืม ห้องนอนว่างหลายห้อง เดี๋ยวพาไปเลือก” พี่ปายยังคงตอบอย่างไม่ใส่ใจ สายตาของเขายังจดจ่ออยู่ที่หน้าจอทีวี “งั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าชาค่อยกลับ” เพื่อความปลอดภัยของฉัน ฉันจึงตอบตกลง แม้ในใจจะแอบคิดมากอยู่บ้าง แต่พอเห็นว่าเขาบอกว่าไม่ทำ ก็ไม่มีท่าทีว่าทำอะไรฉันแล้วจริงๆ ใจฉันก็เหมือนจะไม่ได้ระแวงหรือกลัวอะไรเขาอีก “ทำไมพี่ปายชอบปาร์ตี้แบบนี้อ่ะ” นั่งดูหนังแบบไม่รู้เรื่องอยู่ครู่หนึ่ง ฉันก็อดถามเรื่องที่ตัวเองสงสัยกับพี่ปายอย่างอดไม่ได้ เพราะว่าเขาขึ้นชื่อเรื่องจัดปาร์ตี้ชุดว่ายน้ำเป็นอย่างมาก ชื่อเสียงด้านนี้ลือเลื่องตั้งแต่สมัยที่ยังเรียนมหาลัยมาถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่เคยแผ่ว “ครึกครื้นดี” พี่ปายหันมาตอบฉันด้วยแววตาติดยิ้ม คนที่ทำหน้าเฉยๆ มีสีหน้าแบบเดียวตลอดทั้งปีทั้งชาติแบบเขา พอยิ้มเล็กๆ ติดแววขำแบบนี้ มันก็ค่อนข้างน่ามอง ไม่สิ ค่อนข้างล่อลวงคนมองมาก “ครึกครื้น?” ฉันทวนคำตอบที่เขาให้ด้วยความแปลกใจ แอบคิดว่าเขาล้อฉันเล่นหรือเปล่า เหตุผลที่เขาชอบจัดงานปาร์ตี้ชุดว่ายน้ำเพราะชอบความครึกครื้นเนี่ยนะ “เป็นคนขี้เหงา ไม่ชอบอยู่ตัวคนเดียวหรอ” “รู้ได้ไง” พี่ปายหันมาถามฉันด้วยสีหน้าค่อนข้างแปลกใจ “ก็เดาจากคำว่าครึกครื้นของพี่นะสิ” “ก็... มั้ง” เขาตอบแบบกำกวมแล้วหันไปดูหนังต่อ “แล้วตัวเองหนีมาดูหนังแบบนี้เนี่ยนะ” ฉันถามด้วยความขำๆ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้มีใครมาบอกฉันว่าพี่ปายชอบจัดปาร์ตี้ชุดว่ายน้ำเพราะชอบความครึกครื้น ไม่ชอบอยู่ตัวคนเดียว ให้ตายฉันก็ไม่มีทางเชื่อ แต่พอตอนนี้มาเห็นเขานั่งดูหนังอย่างไม่เป็นเดือดเป็นร้อน ปล่อยให้เพื่อนตัวเองสนุกกับปาร์ตี้ด้านนอกกับสาวๆ มากมายขนาดนั้นอย่างไม่แยแสว่าต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ ฉันก็แอบเชื่อคำพูดที่ดูไม่จริงจังของเขาขึ้นมานิดๆ แล้วจริงๆ “อือ ใบชาดูหนังไม่รู้เรื่องใช่ไหม ถึงได้ชวนพี่คุยไม่หยุด” พี่ปายถามอย่างรู้ทัน “...” โดนจับได้แล้วใช่ไหม “มาพี่อธิบายให้ฟัง เรื่องนี้สนุกนะ” พี่ปายว่าแล้วเอื้อมมือมาดึงแขนฉันให้เข้าไปหาเขา “พี่จะทำอะไร” ฉันขืนตัวทันที “นั่งกอดกัน รับปากว่าจะไม่ทำมากกว่าจูบ” เขาพูดหน้าตาเฉย เหมือนคุยเรื่องปกติทั่วไปเรื่องหนึ่ง “ไม่เอาค่ะ ชาไม่ชิน” ฉันปฏิเสธ แต่โดนเขาลากไปแล้ว “เดี๋ยวก็ชิน พี่ชอบกอดไม่ชอบนั่งเฉยๆ” หา ขาดความอบอุ่นหรอ? เหมือนฉันเลย... ไม่ใช่สิ “ไม่เอา พี่ปาย ปล่อยชาก่อน” แล้วฉันก็ถูกลากไปกอดเป็นที่เรียบร้อย แล้วพอกอดกันเอาไว้แล้ว ในขณะที่ฉันตัวเกร็งอึดอัดไปทั้งร่าง พี่ปายก็วางคางตัวเองลงบนไหล่ของฉัน แล้วตั้งหน้าตั้งตาดูหนังต่อไป จากนั้นบางทีเขาก็อธิบายบางฉากของหนังว่ามันมีความเป็นมายังไง นั่นทำให้ฉันดูหนังสนุกขึ้นมาเล็กน้อย แล้วพอโดนกอดไปสักพัก ฉันก็เริ่มผ่อนคลาย จากที่นั่งตัวแข็งก็กลายเป็นเริ่มเอนพิงอกกว้างๆ ของเขาดูหนังไปจนจบเรื่อง “สนุกไหม” หนังจบแล้วพี่ปายก็หันมาถามฉัน “อืม” เออ สนุก หลังจากไม่ได้ดูหนังมานาน ฉันก็พบว่าพอดูรู้เรื่องแล้วมันก็สนุกดีเหมือนกัน “งั้นดูอีกเรื่อง” พี่ปายว่าแล้วกดเปลี่ยนเรื่อง “ไหนว่าจะออกไปข้างนอก” ฉันท้วง “ไม่อยากไปแล้ว” พี่ปายตอบแล้วหันมาจูบกันแบบไม่ให้สัญญาณใดๆ ยังดีที่เขาแค่จูบบนริมฝีปากเบาๆ รอบหนึ่งเท่านั้น แต่แค่นี้ก็ทำเอาฉันสติกระเจิงไปหลายวินาทีได้แล้ว แล้วพอฉันกับพี่ปายเริ่มดูหนังเรื่องใหม่ เขาก็หันมาจูบกันแบบเดิมเป็นพักๆ จนฉันเริ่มชินนิดๆ ซึ่งความจริงฉันควรจะท้วงเขาแต่ฉันก็ไม่ได้ทำ เพราะฉันรู้สึกว่าฉันชอบการสกินชิพแบบนี้ ขอแค่ไม่มากกว่าการจูบฉันพบว่าตัวเองรับได้ “ทำไมพี่ปายถึงได้มีเพื่อนเหี้ยแบบพี่นนท์อ่ะ พี่คนนั้นด้วย” ดูหนังกันไปพักใหญ่ ฉันก็ถามพี่ปายเรื่องเพื่อนของเขา เมื่อนึกถึงสายตาของพี่นนท์ขึ้นมาในช่วงจังหวะนี้ พี่ปายละสายตาจากหน้าจอทีวีหันมามองฉันนิ่ง จนฉันหวั่นใจว่าเขาไม่พอใจหรือเปล่าที่ฉันไปว่าเพื่อนไป “พี่ก็คนเหี้ยคนนึงไง” แล้วพอได้ฟังคำตอบแบบนี้จากเขา ก็ทำเอาฉันอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะขำพรืดออกมาอย่างทันที ฉันชนหน้าผากตัวเองกับอกของเขาแล้วขำคิกคักไม่หยุด รู้สึกว่าคำตอบของเขามันพีคมาก จังหวะโบ๊บ๊ะแบบสุด “เหม็นเหล้าไหม” ฉันถามเขาหลังจากขำจนพอใจแล้ว พี่ปายที่อมยิ้มเงียบๆ มาตลอดจึงส่ายหน้าน้อยๆ แล้วตอบว่า “ไม่เหม็น” จากนั้นริมฝีปากของเขาก็ขยับมากดจูบกันอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเพิ่มระดับความลึกซึ้งขึ้น “ดูหนังต่อเถอะ” โดนจูบไปพักหนึ่ง ฉันก็ดันเขาออกแล้วเสนอให้เราสองคนกลับไปโฟกัสที่ทีวีจอใหญ่ต่อ เพราะเรามัวแต่จูบกันจนฉันแทบจะดูหนังไม่รู้เรื่องแล้ว “อีกนิดหนึ่ง” แต่พี่ปายกลับยื่นหน้าตามมาคลอเคลียพัวพันจูบกันต่อ การจูบของเขาทำเอาฉันใจสั่นครั้งแล้วครั้งเล่า อารมณ์รุ่มร้อนถูกจุดไม่หยุด มันติดๆ ดับๆ จนกระทั่งหนังจบไปอีกเรื่อง ซึ่งตลอดเวลาที่โดนเขาจูบ สกินชิพเรื่อยๆ พี่ปายก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้นจริงๆ ถูกเขาจูบๆ หยุดๆ มาเกือบสองชั่วโมง พอหนังจบฉันจึงรู้สึกคอแห้งหิวน้ำจนสามารถกระดกลงไปติดๆ กันได้ถึงสามแก้ว ______________________________________________________
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD