EP.7

2826 Words
“ปิดร้านแล้ว ไปกินข้าวกับพี่ไหม” “คะ” ฉันมองพี่ปายด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าอยู่ๆ จะถูกเขาชวนไปกินข้าว แล้วพอเห็นสีหน้านิ่งที่กำลังรอคอยคำตอบของเขา คำตอบปฏิเสธของฉันก็พลันหยุดลง ไม่ได้พูดออกไป “ทำไม รีบกลับหรอ” พอไม่ได้คำตอบ พี่ปายก็ถามเหมือนแปลกใจ “เปล่าค่ะ ไปก็ไป แต่ไม่ไปไกลนะ กินแถวนี้” ฉันตอบตกลง “ได้สิ เลือกร้านเลย” ฉันไม่กล้าคิดว่าที่พี่ปายมานั่งหลับแบบนี้เป็นเพราะเขามารอชวนฉันไปกินข้าวอะไรแบบนั้น เพราะฉันจินตนาการเข้าข้างตัวเองไม่ออก แล้วไม่อยากจะคิดไปในทำนองนั้นด้วย เรื่องที่เขาชวนฉันไปกินข้าวมันน่าจะเป็นเหตุผลบังเอิญมากกว่า บังเอิญมาหลับในร้าน แล้วบังเอิญว่าฉันอยู่ใกล้เขาตอนนี้พอดี พอหิวเขาเลยชวนฉันไปกินข้าวด้วยกัน แค่นั้น แค่นั้นแหละ อย่าไปคิดมากกว่านั้น พี่ปายไม่ใช่ผู้ชายที่ฉันจะคิดอะไรด้วยได้ เขาเป็นคนที่แบบอยู่กันคนละโลกกับฉัน เรื่องที่จะเดินทางโคจรมาตรงกันนั้นแทบไม่มีทางเป็นไปได้ ดังนั้นใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริงดีกว่า อย่าได้มโนคิดไปในทำนองนั้นกับเขาเลย หรือต่อให้ตอนนี้พี่ปายมาชวนฉันไปกินข้าว เพราะยังชอบฉันอยู่ มันก็แค่ความรู้สึกชั่วคราวของเขาเท่านั้น ถ้าไม่อยากกลายเป็นของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ฉันก็อย่าได้ลงไปเล่นเกมนี้เด็ดขาด ผู้หญิงสวยๆ รวยๆ โปรไฟล์เริ่ดๆ มากมายยังจับเขาเอาไว้ไม่อยู่เลย นับประสาอะไรกับนกกระจอกตัวน้อยๆ อย่างฉัน นี่มันชีวิตจริงนะ ไม่ใช่ซีรี่ย์โลกสวยใจฟู แล้วฉันก็ไม่ใช่ซินเดอเรลล่าเพราะไม่มีรองเท้าแก้ว แถมพี่ปายก็เป็นเจ้าชายไม่ได้ ไม่มีเจ้าชายที่ไหนชอบปาร์ตี้ชุดว่ายน้ำหรอก พี่ปายรอจนฉันปิดร้านเรียบร้อยแล้ว ฉันก็พาเขาไปกินข้าวมื้อดึกในร้านถัดไปไม่กี่ซอย ซึ่งเป็นร้านบะหมี่ที่มีอายุเกือบร้อยปี ฉันเลือกเมนูบะหมี่หยกน้ำแดงให้ตัวเอง ก่อนจะสั่งบะหมี่หมูกรอบแบบพิเศษให้กับเขา “ปกติผู้หญิงเขาไม่เลือกเมนูเส้นกัน ไม่ใช่หรอ” ส่งใบเมนูไปแล้ว พี่ปายก็ถามขึ้นมา “ทำไมล่ะ” ฉันถามอย่างแปลกใจ แล้วนึกหาเหตุผลที่ผู้หญิงไม่เลือกเมนูเส้นอย่างที่พี่ปายว่าอย่างสงสัย “มันจะเปื้อนดูไม่ดีมั้ง” คำตอบของพี่ปายออกไปทางเดาซะมากกว่า “อ่อ แต่...นี่ไม่ใช่เดทนี่ ทำไมจะต้องไปสนใจเรื่องนั้นล่ะคะ” ฉันมองพี่ปายตาปริบๆ คำพูดของฉันทำให้เขาขำ แม้จะขำอยู่แค่ในแววตาก็ตาม แล้วพอบะหมี่มาเสิร์ฟฉันก็ตั้งหน้าตั้งตากินด้วยความหิว ไม่มีอารมณ์จะมาคำนึงถึงเรื่องภาพลักษณ์ต่อหน้าผู้ชายว่าดูดีไหม เพราะตั้งแต่บ่ายมาจนถึงตอนนี้นอกจากน้ำเปล่าแล้วยังไม่มีอะไรตกถึงท้องของฉันเลย “กินเสร็จแล้วจะไปไหนต่อ” พี่ปายกินเสร็จ เขาก็ถามฉัน ฉันที่กำลังกินอยู่จึงช้อนตาขึ้นมองเขาแล้วหยิบแก้วน้ำมาดื่ม “กลับหอ” “ไปดูหนังบ้านพี่ไหม” หา... ในความคิดของฉันปรากฏเหตุการณ์ดูหนังของเราเมื่อคืนมาเป็นฉากๆ แต่ไม่ได้มีภาพหนังที่ดูไปโผล่ออกมาสักภาพ ภาพทั้งหมดที่ผุดออกมามีแต่... ภาพตอนที่คลอเคลียกับเขาในระหว่างดูหนังเท่านั้น ตึก ตึก ตึก หัวใจฉันเต้นแรง ฉันจึงดูดน้ำมากขึ้นกว่าเดิมอีกสองอึกอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะวางแก้วลงด้วยอาการใจหวิว เพราะสมองคิดไปในทางที่ดีไม่ได้เลย “ไม่ดีกว่า” ฉันตอบไปแล้วรู้สึกมวนท้องเล็กน้อย “ทำไมล่ะ” พี่ปายเลิกคิ้วจ้องฉันเหมือนแปลกใจมากที่ฉันปฏิเสธ “เหนื่อย ทำงานมาทั้งวัน” เหนื่อยก็ส่วนหนึ่งแหละ แต่เหตุผลที่แท้จริงคือ ฉันไม่อยากเอาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์นั้นอีก แค่คิดว่าต้องกลับไปอยู่ในห้องดูหนังกับเขาแล้วถูกเขาจับๆ จูบๆ อีกครั้ง หนังหัวของฉันก็ชาขึ้นมานิดๆ ทันที เมื่อคืนอาจจะไม่มีอะไรเลยเถิดไปมากกว่าจับๆ จูบๆ ก็จริง แต่ถ้าวันนี้ฉันไปอีก มันก็ไม่แน่ “ก็แค่ไปนั่งดูเฉยๆ ไหม” ไม่น่าจะแค่ไปนั่งดูเฉยๆ นะ ฉันมองพี่ปายด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าไม่เชื่อเขาเลย แล้วต้องหลบสายตาไปมองที่อื่นเมื่อพี่ปายยิ้มขำมองมาอย่างรู้ทันกัน “ไม่ดีกว่าค่ะ ดึกแล้วด้วย” “นอนบ้านพี่” ฉันกลับไปมองพี่ปายนิ่ง เมื่อรู้สึกว่าเขาเหมือนพยายามจะชวนกันไปให้ได้ “ไม่เอา” “งั้นพี่จ้าง ไปดูหนังเป็นเพื่อนหน่อย” เขาพูดแบบนี้ฉันก็ได้แต่จ้องเขาด้วยความแปลกใจมากกว่าเดิม เพราะไม่คิดว่าเขาจะถึงขั้นจ้างกันไปดูหนังเลย “ทำไมลงทุนจัง แค่เพื่อนดูหนังเอง พี่ก็โทรชวนเพื่อนสิ” “เพื่อนไม่ว่าง” ฉันเบิกตากว้างด้วยความแปลกใจมากกว่าเดิม ไม่ค่อยเชื่อว่าบรรดาเพื่อนมากมายของเขาจะว่างพร้อมกันหมด ฉันว่าเขาไม่อยากจะชวนคนอื่นมากกว่า หรือให้พูดอีกอย่างก็คือ อาจจะมีแค่ฉันที่เป็นเป้าหมายที่เขาอยากชวนไปดูหนังด้วยกัน แล้วพอคิดแบบนี้ขึ้นมาได้ มันก็คิดต่อจากนี้ดีๆ ไม่ได้เลยจริงๆ “...” ฉันจ้องพี่ปายด้วยสายตาหวาดระแวงเขา จนพี่ปายหลุดหัวเราะขำเบาๆ ออกมา “มองกันดีๆ หน่อย” เขาว่าพร้อมกับจิ้มหน้าผากฉันไปทีหนึ่ง “พี่ปาย ชาพูดตรงๆ ได้ไหม” “อืม ว่ามา..” “พี่ปาย พี่อยาก... ได้ชาหรอ” ฉันจ้องเขาตาไม่กะพริบ ถามไปแล้วใจก็เต้นตึกตักขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ “เฮ้ย...” พี่ปายอุทานเบาๆ แต่สีหน้าคือยิ้มขำ “ก็...อยากอยู่นะ แต่พี่ไม่ได้ชวนไปเพื่อเรื่องนั้นสักหน่อย ที่ชวนไปดูหนังก็แค่อยากได้คนดูหนังด้วยจริงๆ” ฉันมองเขาปริบๆ ปากอ้าแล้วก็หุบ หุบแล้วก็อ้า แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป “พี่ไม่ถนัดปลุกปล้ำนะ เรื่องแบบนั้นถ้าไม่เต็มใจทั้งสองฝ่าย พี่ไม่ทำ” พี่ปายอธิบายด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่แบบปกติมาก แต่ฉันที่เป็นคนฟังคือ หน้าร้อนเห่อ เขาพูดแบบนี้แปลว่าถ้าฉันโอเค ก็ได้งั้นสิ “ตกลงว่าไง จะตอบตกลงหรือยัง” “ไม่ค่ะ ชาเหนื่อยและง่วงจริงๆ พี่ปายชวนคนอื่นเถอะ ชาเชื่อว่ามีคนเต็มใจไปหนังดูหนังกับพี่หลายคนเลย” ได้คำตอบจากฉันไปแล้ว พี่ปายก็นิ่งไป เขาจ้องฉันอยู่หลายวินาทีก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วไม่พูดเรื่องนี้ ฉันถึงได้หายใจโล่งและคล่องขึ้นมาบ้าง หลังจากนั้นพอกินมื้อดึกด้วยกันเสร็จฉันกับพี่ปายก็พากันแยกย้าย “ก็ไม่มีอะไร รอดมาได้อยู่” ฉันตอบยัยหวายที่อยู่ในสาย [เออ ดีล่ะ เงินค่าตัวพี่หวานโอนไปให้แล้วนะ เช็กด้วย] “อืม เห็นละ ขอบคุณที่มาบอก” [พี่หวานถามว่าจะรับอีกไหม] “รับสิ” ไม่รับฉันจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเทอมล่ะ ถึงมันจะเสี่ยงก็เถอะ แต่ทำไงได้ ใกล้จะหมดเขตจ่ายค่าเทอมอีกไม่กี่วันนี้แล้ว [แน่ใจนะ] “เออ แกก็รู้ว่าฉันร้อนเงิน” [เออ ถามเผื่อว่าแกมีทางหาเงินที่ดีกว่านี้ไง] “ไม่มี หรือแกจะให้ฉันยืม” ฉันถามหวายขำๆ แต่ไม่ได้คิดจะยืมเงินหวายจริงๆ เพราะตอนนี้ฉันก็เหลือแค่หวายที่พอจะเรียกว่าเพื่อนได้ ถ้าขืนยังไปยืมเงินมันอีก ฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะหาคืนมันได้อีกทีเมื่อไหร่ [มีสองพันเนี่ย พี่หวานงกจะตาย แกก็รู้] หวายพูดด้วยความเซ็ง นั่นทำให้ฉันหัวเราะขำ “ก็เงินมันหายากนี่ พี่หวานงกหน่อยก็ถูกแล้ว ไม่งั้นแกก็เอาไปเปย์เด็กหมดน่ะสิ” [รู้ดีอีกล่ะ เออๆ แค่นี้ เดี๋ยวพี่หวานได้งานที่เหมาะกับแกแล้วฉันจะโทรบอกแกอีกที] แล้วหวายก็วางสายไป ฉันจึงหยิบผ้าขนหนูเตรียมจะเข้าห้องน้ำ แต่ตอนที่จะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ หน้าจอที่เพิ่งปิดไปก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความจากพี่ปายก็ปรากฏขึ้นมา ฉันไปมีไลน์พี่ปายตอนไหนวะ ฉันกดเปิดออกด้วยความงุนงง พออ่านข้อความของเขา ฉันก็โยนคำถามที่ว่าเขาไปได้ไลน์ฉันมาจากไหนทิ้งไปทันที [Pay Pariwat: หางานทำเพิ่มอีกไหม] [Pay Pariwat: พี่มีงานนึง กำลังหาคน สนใจหรือเปล่า] งานเหรอ แน่นอนว่าฉันสนใจสิ [Greentea: งานอะไรคะ] [Pay Pariwat: ดูหนัง] [Greentea:...] ยังไม่ล้มเลิกความคิดที่จะชวนฉันไปดูหนังสินะ ที่ปฏิเสธไป เขาคิดว่าฉันแค่พูดไปงั้นๆ หรือยังไง [Pay Pariwat: หาคนดูหนังเป็นเพื่อน] งานหาคนดูหนังเป็นเพื่อน เนี่ยนะ บ้าบอมาก ชวนไปตรงๆ ไม่ได้ก็เปลี่ยนมาจ้างกันแทนเหรอ เอิ่ม งานแบบนี้ไม่รวยจนเงินเหลือใช้ คงคิดออกมาไม่ได้จริงๆ ว่าแต่พี่ปายจริงจังกับการหาเพื่อนดูหนังขนาดนี้เลยเหรอ หรือว่าเขาแค่จริงจังกับการชวนฉันไปดูหนังเฉยๆ ถ้าเขาอยากได้เพื่อนดูหนังจริงๆ ฉันว่าอย่างพี่ปายหาคนดูด้วยกันไม่ยากเลยนะ เพราะถ้าเพื่อนเขาไม่ว่างอย่างที่เขาว่าจริงๆ ผู้หญิงที่พร้อมจะไปกับเขาก็น่าจะมีเป็นหลักสิบเลยแหละ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องมาชวนฉันแล้วชวนฉันอีกแบบนี้ด้วย [Greentea:แบบก่อนหน้านี้นะเหรอ] [Pay Pariwat: อืม] อืม ด้วย ตอบแบบนี้แปลว่ามีลูบๆ คลำ กอดๆ จูบๆ แบบนั้นด้วยใช่ไหม หรือว่าฉันคิดเยอะไป [Greentea:แค่ดูหนังด้วยเฉยๆ หรือมีมากกว่านั้น] เพื่อความเคลียร์ ฉันควรจะถามให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่างานดูหนังแต่พอไปถึงได้ดูหนังเขาแทนหน้าจออะไรแบบนั้น มันก็จะไม่คุ้ม แล้วฉันก็ยังไม่มีความคิดที่จะทำงานแนวนี้ ถึงเมื่อคืนจะปล่อยให้เขาทั้งกอดทั้งจูบไปแล้วก็เถอะ แต่ตอนนั้นอารมณ์มันพาไปจริงๆ บวกกับแอลกอฮอล์ที่กินเข้าไปนิดหน่อยและเรื่องของพัชชากับชินก็ช่วยเสริมอีกนิด มันเลยเลยเถิดไปซะไกลแบบนั้น ยังดีที่ไม่ได้ปล่อยให้ไปไกลจนกู่ไม่กลับ ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ตัวเองจะยังลังเลที่จะรับงานนี้อยู่อีกไหม ถามว่าฉันแรดไหม คำตอบที่ฉันมีให้ตัวเองคือไม่ ไม่ใช่ไม่แรด แต่หมายถึงไม่มีเวลามาคิดเรื่องแบบนี้ จนกระทั่งมาคบกับชินฉันก็ยังไม่เคยยอมให้เขาทำมากกว่าจูบ เพราะแอบกังวลผลระยะยาวและกลัวพลาดมาตลอด นี่เลยกลายเป็นเหตุผลที่ชินนอกใจฉันและถูกพัชชาหักหลัง ฉันยอมรับเลยว่าแอบเฟลนิดหน่อยที่ชินใช้เหตุผลนี้ในการนอกใจไปเอากับคนอื่น แต่ถามว่าเสียใจไหม ฉันตอบได้เลยว่าไม่เสียใจ เพราะเขาไม่ได้มีค่าต่อความรู้สึกของฉันมากขนาดนั้น ดีซะอีกที่เรื่องนี้ช่วยตัดคนเหี้ยๆ กินไม่เลือกแบบเขาออกไปจากชีวิตของฉันได้ ส่วนกับพี่ปาย หลังจากคืนนั้นที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปกับเขาแบบนั้นแล้ว ฉันพบว่าเขาอันตรายมาก ยังคงอันตรายไม่น้อยไปกว่าเมื่อก่อนเลย หรือบางทีอาจจะอันตรายมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ถ้าหากให้กลับไปเผชิญกับสถานการณ์แบบนั้นอีก ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะหยุดตัวเองได้อีกหรือเปล่า ดังนั้นถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงไปไกลๆ จะดีกว่า [Pay Pariwat: ไม่มากไปกว่านั้น] เชื่อได้ไหมคำนี้ [Pay Pariwat: จะปฏิเสธก็ได้] แน่ล่ะ ถ้าฉันปฏิเสธ เขาก็ยังสามารถไปหาคนอื่นได้อยู่ดี งานง่ายๆ แบบนี้มีใครไม่อยากทำล่ะ ดูหนังกับเขาสองต่อสอง ถ้าเป็นคนที่ชอบหรืออยากได้เขาอยู่แล้ว ต้องตอบตกลงทันทีแน่นอน แต่ ฉันไม่เสี่ยงหรอก อีกอย่างไม่ได้สนิทและรู้จักกับเขามากขนาดนั้นด้วย [Greentea: งั้นปฏิเสธค่ะ] [Pay Pariwat: พี่ให้คืนละ 500] เยอะกว่าค่าจ้างงานพาร์ทไทม์ทุกวันของฉันอีก ไงดีล่ะ พอเห็นตัวเลขจำนวนเงินฉันก็เริ่มลังเล [Pay Pariwat: เบิกเงินล่วงหน้าได้ด้วย] เบิกล่วงหน้าได้? อันนี้น่าสนใจ เพราะว่ามันหมายถึงว่าฉันไม่ต้องดิ้นรนหาค่าเทอมจะเป็นจะตายแล้ว แต่ทุกอย่างมันดูง่ายไปปะ งานง่ายๆ ที่แค่ไปนั่งดูหนังด้วยกันแล้วได้ตังมาห้าร้อย แบบนี้มีด้วยหรอ? รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกล่อซื้อเลยอ่ะ [Greentea: วงเงินเท่าไหร่] [Pay Pariwat: ห้าหมื่น] พี่ปายตอบเร็วมาก เหมือนเขารู้เลยว่าฉันต้องหาเงินอีกสามหมื่นกว่า เพื่อนำมารวมกับเงินที่มีเอาไปจ่ายค่าเทอม ซึ่งค่าเทอมของฉันก็ไม่ได้แพงอะไรมาก เนื่องจากเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ แม้ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาล แต่ค่าเทอมคณะเศรษฐศาสตร์ก็ยังคงเกือบจะครึ่งแสนต่อเทอมอยู่ดี [Greentea: ทำไมพี่ปายถึงอยากได้คนดูหนังด้วยล่ะ] [Greentea: ดูคนเดียวไม่ได้เหรอ] [Greentea: หรือชวนเพื่อนมาดูด้วยกันก็ได้นี่] [Pay Pariwat: ไม่ชอบดูคนเดียว] [Pay Pariwat: เพื่อนไม่ว่าง] [Pay Pariwat: ต้องทำงาน] [Greentea: แล้วพี่ปายไม่ทำงานเหรอ] [Pay Pariwat: ทำ แต่ไม่ได้ทำตอนค่ำ] [Greentea: แปลว่าแค่ดูหนังช่วงค่ำๆ ใช่ไหม] [Pay Pariwat: ใช่] [Pay Pariwat: ประมาณทุ่มถึงเที่ยงคืน] [Pay Pariwat: หรือไม่ก็ตีหนึ่ง] [Greentea: ดึกเกินไป] [Greentea: กลับถึงหอก็ตีหนึ่งตีสองแล้ว] ฉันต่อรองเหมือนตัวเองมีสิทธิมากมาย [Pay Pariwat: มานอนบ้านพี่] [Pay Pariwat: พี่อยู่คนเดียว] นอนที่บ้านเขา? จริงๆ ก็ได้อยู่นะ ในเมื่อฉันเคยไปนอนมาแล้ว เฮ้ย ไม่ใช่สิ ฉันยังไม่ได้คิดที่จะตอบตกลงสักหน่อย ยังไงงานที่ได้เงินมาง่ายๆ แบบนี้มันก็.. ไม่ค่อยน่าเชื่อสักเท่าไหร่ [Greentea: ทำอาทิตย์ละกี่วัน] [Pay Pariwat: อันนี้ไม่แน่นอน] [Pay Pariwat:คิดให้ทั้งสัปดาห์ไปเลยละกัน] [Pay Pariwat: วันไหนพี่ไม่ว่าง] [Pay Pariwat: เราก็พักผ่อน] [Greentea: อันนี้จริงจังใช่ไหมคะ] [Pay Pariwat: อืม จะเอาสัญญาจ้างงานด้วยไหมล่ะ] [Greentea: ไม่ต้องๆ] [Pay Pariwat: ตกลงว่ารับ?] [Greentea: ขอคิดก่อน] [Pay Pariwat: งั้นเริ่มพรุ่งนี้นะ] เดี๋ยวสิ ฉันบอกว่าขอคิดก่อนไง [Greentea: พรุ่งนี้ให้คำตอบนะคะ] [Pay Pariwat: ....] [Pay Pariwat: โอเค] หลังจากคิดทบทวนมาทั้งคืนตื่นเช้ามาฉันก็ส่งข้อความปฏิเสธข้อเสนอของพี่ปายไป โดยมีเหตุผลง่ายๆ นั่นก็คือ ไม่มีเวลา ทุกวันนี้ฉันทำงานพิเศษตอนเย็นทุกวัน ดังนั้นถ้าหากจะให้เอาเวลาช่วงนี้ไปรับงานดูหนังกับเขา นั่นแปลว่าฉันจะต้องลาออกจากงานพาร์ทไทม์ตอนเย็น ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ถึงงานพาร์ไทม์จะได้เงินเยอะไม่เท่ากับไปนั่งดูหนังกับพี่ปาย แต่มันดูมั่นคงกว่า ทำไปเรื่อยๆ ได้นานกว่า ส่วนงานของพี่ปายนั้น ถ้าอยู่ๆ เขายกเลิกขึ้นมาหลังจากที่ฉันรับงานไปเพียงอาทิตย์เดียวล่ะ แบบนั้นฉันก็ต้องหางานใหม่อีกนะสิ วิ่งหางานมันเหนื่อยนะ ไหนจะเวลาที่เสียไปอีก ________________________________________________________________
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD