EP.10

1803 Words
ทำไมฉันถึงรู้สึกดีกับสิ่งเหล่านี้นะ กับชินฉันยังไม่เคยรู้สึกดีเพราะแค่โดนกอดแบบนี้มาก่อนเลย “พี่ปาย” ฉันลองเรียกคนที่เหมือนจะหลับไปรอบเบาๆ “หื้อ” เขาตอบอยู่ในลำคอเบาๆ ตายังคงหลับไม่ได้ลืมขึ้น ฉันเลยไม่แน่ใจว่าเขาหลับหรือตื่นกันแน่ “ปล่อยชาก่อนได้ไหม” “ขอแป๊บนึง” แล้วพี่ปายก็ยังคงไม่ขยับ มีแต่ปากของเขาที่ขยับเล็กน้อยเพื่อพูด แล้วพอมองริมฝีปากของเขาขยับแบบนี้ฉันก็กลืนน้ำลายลงคอตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ฉันเงียบไปพักหนึ่ง แต่จังหวะหัวใจยังคงไม่แผ่วลง “พี่ปาย” “ว่า” “ทำไมพี่มานอนตรงนี้กับชาล่ะ” ฉันแอบหวังว่าเขาจะลืมตาขึ้นมาตอบกัน แล้วยอมยกแขนออกไป “อยากนอน” แต่พี่ปายยังคงไม่ยอมลืมตา เขาแค่ขยับปากตอบเหมือนเดิมเท่านั้น “ทำไมพี่ไม่ขึ้นไปนอนบนห้องตัวเอง” “ก็เรานอนอยู่นี่” “ปล่อยชานอนคนเดียวก็ได้” “อือ” “ชาคิดว่า พี่ไม่ควรมานอนกอดชาแบบนี้นะ” ใช่ ไม่ควรที่สุด เพราะว่ามันไม่สมควรเลย เขามีสิทธิ์อะไรมานอนกอดฉันแบบนี้ แล้วฉันมีสิทธิ์อะไรไปรู้สึกดีกับอ้อมกอดของเขา ความสัมพันธ์แปลกๆ แบบนี้ มันโคตรยุ่งเหยิงเลย ฉันงงจริงๆ นะว่าฉันกับพี่ปายกำลังทำอะไรกันอยู่ คราวก่อนก็หนหนึ่งแล้ว เขาอยากจูบก็จูบ ส่วนฉันก็ปล่อยให้เขาจูบไม่สนใจอะไรเลย พอมาครั้งนี้เขายังมากอดฉันไม่ยอมปล่อยอีก ส่วนฉันก็รู้สึกดีไม่มีแม้เสี้ยวความคิดที่อยากจะผลักเขาออก นี่มันความสัมพันธ์แบบไหนกัน แล้วฉันเป็นอะไรไปถึงได้ไม่ต่อต้านผู้ชายคนนี้เลย คิดๆ ไปแล้วก็อยากจะบ้า ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ถึงได้เป็นแบบนี้กับเขา “ทำไมล่ะ” พี่ปายถามด้วยสภาพเดิม “...” แล้วฉันต้องตอบยังไงวะ “ก็มันไม่สมควรไง ชาไม่ได้เป็นอะไรกับพี่สักหน่อย พี่ปายมากอดกันแบบนี้ พี่ไม่คิด ชาคิดนะ” “อืม คิดอะไร” ฉันพูดขนาดนี้แล้ว แต่พี่ปายก็ยังคงหลับตาถามกันอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “คิดว่า... พี่ชอบชาหรือเปล่าถึงได้ทำแบบนี้ หรือว่าพี่แค่มักง่าย” พูดออกไปแล้วหัวใจของฉันก็เต้นแรงมากกว่าเดิม ในขณะที่พี่ปายนั้นยังคงนอนนิ่งไม่มีปฏิกิริยาเหมือนเดิมเช่นเคย ท่าทีไม่มีการตอบสนองแบบนี้ของเขาทำให้ฉันอดหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ได้ เพราะมันหมายความว่าฉันมโนคิดไปไกลคนเดียว “แล้วแต่สิ ชาอยากคิดยังไงก็ได้” อ้าว แบบนี้ก็ได้เหรอ “หื้อ งั้นชาจะคิดว่าพี่ชอบชาแล้วนะ” เจอการตอบสนองที่โคตรน่ามั่นไส้แบบนี้ของเขา ฉันก็นึกว่าข่วนใบหน้าใสๆ ของใครบางคนขึ้นมา พูดง่ายแม้กระทั่งคำตอบที่ให้กับฉัน ไอ้พี่ปายบ้านี่ ตกลงว่าที่มานอนกอดเพราะเห็นเป็นของใกล้มือตอนนั้นใช่ไหมเนี่ย ถึงได้บอกให้ฉันเชิญมโนได้ตามสบายแบบนี้ “อืม ก็ยังชอบอยู่นะ” หา? อ๋อ ยังไงวะ ฉันงงไปหมดแล้วนะ อะไรของพี่ปายเนี่ย เจอเขาพูดแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นที่ชอบโวยวาย ฉันว่าไอ้พี่ปายคงได้ตกโซฟากลิ้งไปนอนบนพื้นแล้ว แต่โชคดีที่เขามาเจอฉัน ใบชาผู้ไม่ชอบโวยไปก่อนค่อยว่ากันทีหลัง เขาถึงยังได้นอนอยู่ในสภาพเหมือนเดิมไม่กลิ้งไปไหน “ชาว่า ชาคิดว่าพี่ปายมักง่ายดีกว่า” ฉันไม่อยากคิดประเด็นที่ว่าเขาชอบฉัน ฉันชอบเขาแล้ว มันเปลืองพื้นที่ความคิดมากเกินไป โดยเฉพาะกับพี่ปายคนไม่ชอบอธิบายและพูดอะไรมากมายคนนี้ ขืนให้ฉันมโนว่าเขาชอบฉันจริงๆ ฉันได้อกแตกตายเพราะเขาไม่ยอมอธิบายให้ฉันหายค้างคาแน่ๆ ดังนั้นเราจึงควรไปยังประเด็นที่น่าปวดหัวน้อยกว่าดีกว่า นี่จึงจะเป็นวิธีการจัดการความคิดที่ดีและชาญฉลาด “อืม ยังไง” พี่ปายขยับใบหน้ามาใกล้กัน แต่ตายังคงไม่ยอมลืม ทำไมฉันถึงได้มาคุยกับเขาในสภาพนี้ไปแล้วล่ะ “ช่างเถอะ เอาเป็นว่าพี่ปายปล่อยชาได้แล้วค่ะ” ฉันไม่แน่ใจว่าพี่ปายอยากคุยเรื่องพวกนี้จริงๆ หรือเปล่า หรือว่าเขาแค่พูดๆ ไปอย่างนั้น เพื่อไม่ให้ฉันพูดเองเออเองอยู่คนเดียว แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนฉันก็ไม่อยากจะมาคิดเรื่องนี้แล้ว แล้วชีวิตของฉันไม่ค่อยมีพื้นที่ให้ความรู้สึกส่วนนี้สักเท่าไหร่ ฉันยังต้องไปคิดเรื่องทำงานหาเงินอยู่อีกนะ งานพริตตี้เมื่อวานก็ได้เงินมาไม่กี่พันเอง ยังขาดค่าเทอมไปอีกเกือบสองหมื่น ซึ่งฉันต้องกลับไปคิดหาทางต่อว่าจะไปเอาเงินส่วนนี้มาจากไหนดี อีกสองวันก็หมดเขตจ่ายค่าเทอมแล้ว “จะรีบไปไหน” “ไปทำงานค่ะ ชามีงานช่วงเช้า” “ทำงานอีกแล้ว ตัวก็แค่นี้ ทำไมทำงานเยอะจัง” แล้วพี่ปายก็ยอมลืมตาขึ้นมาจ้องมองกัน “ก็คนมันต้องใช้เงินนี่คะ ใช่ว่าชาไม่อยากนอนโง่ๆ ตื่นตอนเที่ยงสักหน่อย แต่มันทำไม่ได้นี่” ฉันพูดแล้วหัวเราะ หัวเราะที่ตัวเองต้องมาคุยเรื่องนี้กับพี่ปาย มันน่าขำมากเลยนะที่ฉันดิ้นรนทำงานขนาดนี้เพื่อหาเงินจ่ายค่าเทอม ในขณะที่เขามีเงินเยอะจนไม่รู้จะเอาไปใช้กับอะไร คนสองคนที่แตกต่างกันสุดขั้ว กลับมานอนกอดกันอยู่บนโซฟาตัวหนึ่งเพื่อคุยกันเรื่องนี้ “ต้องหาอีกเท่าไหร่” พี่ปายจ้องฉันนิ่งแล้วถามออกมา ท่าทางแบบนี้ของเขาทำเอาฉันหวั่นไหว แต่ฉันก็ยังฝืนยิ้มแกล้งขำเหมือนไม่เป็นอะไร “สองหมื่นกว่า” ฉันตอบด้วยสีหน้าที่ไม่เปลี่ยน เหมือนเงินจำนวนนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับฉันเลย ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันตรงกันข้าม แค่คิดว่าต้องหาอีกสองหมื่นให้ได้ภายในสองวัน ฉันก็แทบจะร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด แม่ง ขอดราม่าคิดถึงแม่หน่อยเถอะ ทำไมฉันต้องเจออะไรยากๆ แบบนี้ด้วยนะ “พี่จ่ายให้” พี่ปายพูดออกมาเหมือนไม่ต้องคิด แต่คนฟังแบบฉันนิ่งไปทันทีด้วยความคิดร้อยแปด “ไม่เอา จะมาจ่ายให้ชาทำไม” ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย เขาจะมาเสียเงินกับฉันเพื่ออะไร แล้วฉันก็ไม่ได้ต้องการความสงสารจากใคร ถึงแม้ว่าชีวิตของฉันตอนนี้มันจะโคตรน่าสงสารเลยก็เถอะ “ก็เราเดือดร้อนเงินไม่ใช่เหรอ” พี่ปายพูดได้หน้าตาเฉย แต่นี่กลับทำให้ฉันต้องเม้มปาก “ไม่เป็นไรค่ะ ชาไม่อยากรบกวนพี่ปาย” ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ควรปฏิเสธเขา เพราะตอนนี้นอกจากดรอปไปสักเทอมแล้ว ความเป็นไปได้ที่ฉันจะหาเงินจ่ายค่าเทอมให้ได้ในสองวันแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าในใจฉันก็ยังดื้อรั้นไม่อยากจะยอมรับการช่วยเหลือนี้ เพราะลึกๆ ลงไปในใจฉันก็แอบมีความคิดที่ยังอยากจะหลงเหลือศักดิ์ศรีเอาไว้เพื่อชอบเขาโดยไม่มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องบ้าง เมื่อก่อนระหว่างฉันกับเขา คือมีเพื่อนสนิทที่คั่นตรงกลางเอาไว้ ทำให้ฉันไม่อาจจะข้ามไป มาตอนนี้ระหว่างฉันกับเขาก็คือเงิน ถ้าฉันรับเงินของเขามา ฉันก็คงจะไม่มีความกล้าที่จะก้าวข้ามไปเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองได้ตรงๆ อีกครั้ง ดังนั้นฉันจึงไม่อยากรับการช่วยเหลือจากเขา แม้ว่านี่จะเป็นช่องทางสุดท้ายที่ฉันสามารถคว้าเงินมาทันจ่ายค่าเทอมก็ตาม “แต่พี่อยากให้ชารบกวน” พี่ปายพูดด้วยสีหน้าดื้อดึงแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน “พี่ปาย” “หรือกลัวจะคืนเงินพี่ไม่ไหว” คำถามของเขาทำให้ฉันต้องเม้มปากตัวเองอีกครั้ง “เปล่า” อย่างน้อยสองเดือน ฉันคิดว่าตัวเองน่าจะสามารถหาเงินสองหมื่นมาคืนเขาได้แน่นอน แต่ฉันก็ยังคงไม่อยากจะยืมเงินพี่ปายอยู่ดี “ถ้างั้นเอาที่พี่ แล้วก็เลิกทำงานงกๆ ได้แล้ว จะเปิดเทอมแล้วนี่ ทำงานเยอะขนาดนี้จะเอาเวลาไหนไปเรียน” “เลิกได้ที่ไหนล่ะ เลิกทำงานแล้วชาจะเอาเงินที่ไหนไปกินข้าว พี่ก็พูดง่ายสิ พี่ปายมีเงินเยอะนี่” ฉันไม่อยากจะด่าว่าเพราะเขารวยเขาก็พูดได้ไปตรงๆ เลยนะ แต่มันอดไม่อยู่จริงๆ ฉันทำงานของฉันมาตลอด เกรดก็ไม่เคยต่ำกว่าสามจุดห้า อยู่ๆ กลับมาโดนเขาดุและบอกให้เลิกทำงานเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้าไม่ให้ทำงาน ต่อให้เป็นแค่มาม่าฉันก็ยังไม่มีปัญญาซื้อกินเลย “ขอโทษนะ พ่อกับแม่เราล่ะ พวกท่านไม่ส่งเงินให้บ้างเหรอ” แล้วพี่ปายก็ถามได้จี้จุดเจ็บในอกของฉัน “แม่เสียแล้ว พ่อก็มีลูกเมียต้องเลี้ยง ชาเลยต้องดูแลตัวเอง” ฉันตอบด้วยสีหน้าปกติ พูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่อารมณ์ข้างในตัวเองโคตรไม่ปกติ เวลาพูดถึงเรื่องนี้ทีไร ฉันก็ยังคงรู้สึกจุกๆ เจ็บๆ อยู่ดี ต่อให้ทำเหมือนไม่รู้สึก มันก็ยังคงรู้สึกอยู่ดี “ที่ผ่านมาใครส่งเรียน” พี่ปายมองฉันนิ่ง ถามต่อเหมือนไม่คิดอะไร “พ่อ แต่เทอมนี้น้องเข้ามัธยม พ่อเลยไม่มีเงินให้” พี่ปายจ้องฉันนิ่ง สายตาของเขาทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย ฉันจึงต้องหันไปมองทางอื่นเพราะสู้สายตาแบบนั้นไม่ไหว ความจริงฉันก็อ่านไม่ออกหรอกนะว่าเขามองกันด้วยความรู้สึกยังไง แต่คิดไปเองว่าน่าจะไม่พ้นคำว่า สงสาร แม่ง ฉันไม่ชอบให้ใครมาสงสารฉันเลย ______________________________________________________
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD