ขึ้นชั้นบนแล้วฉันก็แยกเข้าห้องตัวเอง ส่วนพี่ปายก็เดินแยกไปห้องนอนเขา ท่าทางไม่อะไรของเขาทำให้ฉันคิดว่าเราน่าจะแยกย้ายกันแค่นี้ แต่ฉันคิดผิด เพราะว่าคนที่บอกว่าง่วงนอนก่อนหน้านี้ พออาบน้ำเสร็จก็เดินมาเคาะประตูชวนกันไปดูหนังหน้าตาเฉย
02:34 น. ตอนนี้เนี่ยนะ
ฉันมองพี่ปายตาปริบๆ ก่อนจะเดินตามเขาลงไปด้านล่างอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะว่านี่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ แล้วพอเข้ามาในห้องดูหนัง พี่ปายก็ปรับไฟในห้องก่อนจะเดินไปหยิบรีโมทมาเลือกหนังที่จะดู
ดูหนังโคตรดึก ฉันละยอมใจจริงๆ
ฉันหยิบหมอนมากอดแล้วซุกเข้ามุมโซฟา จากนั้นตั้งหน้าตั้งตารอดูหนังที่พี่ปายกำลังเลือก
พอพี่ปายเลือกหนังได้แล้ว เขาก็หันมามองฉันแล้ววางรีโมท จากนั้นก็ขยับมานั่งชิดกันหน้าตาเฉย เขาทำให้ฉันใจเต้นแรงด้วยความแปลกใจ เพราะโซฟาตัวนี้กว้างมากนอนเบียดกันสิบคนก็ยังได้ แต่พี่ปายกลับจงใจเข้ามานั่งชิดกัน
“กอดหน่อย”
พี่ปายหันมาพูดแล้วสอดมือเข้ามาด้านหลัง ฉันมองเขาด้วยอาการหัวใจเต้นแรงกว่าเดิน แล้วขยับตัวเล็กน้อยเพื่อให้เขาสอดมือเข้ามากอดได้สะดวก แต่ว่าฉันคิดผิดอีกแล้ว เพราะแทนที่พี่ปายจะกอดเฉยๆ เขากลับยกตัวฉันขึ้นแล้วดึงไปนั่งในอ้อมกอดตัวเองซะงั้น
แบบนี้ไม่เรียกกอดหน่อยแล้วปะ เรียกกอดทั้งตัวเลยต่างหาก
“เกร็งทำไม นั่งตัวแข็งทื่อเลย” แล้วเขาก็ขำใส่ฉัน
“ชาตัวหนักนะ นั่งข้างๆ ดีกว่าไหม” ฉันมองพี่ปายตาปริบๆ ร่างกายยังคงไม่ผ่อนลง หัวใจก็เต้นแรงมาก
“อืม นั่งตรงนี้ไม่ดีเหรอ”
ไม่ดีค่ะ ไม่ชินด้วย ไม่สบายตัวอีกต่างหาก
“ไม่ชินอ่ะ”
“ยิ่งต้องนั่งบ่อยๆ จะได้ชิน”
แล้วพอเขาพูดแบบนี้ด้วยสีหน้าที่ยกยิ้มฉันก็พูดอะไรไม่ออก นึกอยากจะปฏิเสธไปอีกรอบแต่คิดว่าผลของมันก็คงเหมือนเดิม พี่ปายไม่ยอมปล่อยแน่นอน
“จูบหน่อยสิ”
แล้วพอดูหนังกันไปสักพักคนกอดก็เริ่มเรียกร้อง จากที่แค่ดมๆ หอมๆ อยู่แค่ผมและแก้ม มันก็เลื่อนมาที่ปาก แล้วพอฉันหันไปหาเขา พี่ปายก็จับคางล็อคแล้วแนบริมฝีปากลงมา แล้วจากที่แค่แตะเบาๆ ปัดไปมาเหมือนหยอกกันเล่นก็ค่อยๆ เพิ่มระดับความร้อนแรงขึ้นทีละนิด
หนังที่กำลังเล่นตรงหน้าเล่นไปถึงแล้วฉันไม่รู้ เพราะเรื่องที่ฉันรู้ในตอนนี้มีแค่เรื่องรสชาติของริมฝีปากและลมหายใจที่หนักหน่วงของพี่ปายเท่านั้น จากนั้นพอมือของเขาสอดเข้ามาในเสื้อ ฉันก็สะดุ้งเพราะถูกสัมผัสด้านในร่มผ้าเป็นครั้งแรก
“ได้ไหม” พี่ปายกระซิบถาม ฉันหอบหายใจแรงจ้องมองเขาอย่างลนลาน
“แค่ไหน” ตอนถามด้วยความหวั่นไหว เพราะตอนนี้อารมณ์เตลิดไปไกลมากแล้ว ให้กู่กลับฉันก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้อยู่ไหม
“จนสุด”
“ปฏิเสธได้ไหม”
ฉันถามด้วยความรู้สึกยับยั้งชั่งใจเส้นสุดท้ายที่ใกล้จะขาดผึง พอเป็นพี่ปายฉันก็รู้สึกว่าทุกอย่างง่ายไปหมด ในใจมันแทบไม่มีความรู้สึกต่อต้านเลยด้วยซ้ำ ความคิดถูกกดทับด้วยอารมณ์จนแทบดิ้นขยับไม่ได้ไปนานแล้ว
“ไม่ให้ทำวันนี้ พี่ก็จะทำพรุ่งนี้”
พี่ปายกระซิบตอบ แต่น้ำเสียงและคำพูดของเขาชัดเจนมากว่ายังไงฉันก็ไม่รอดจากเงื้อมมือของเขา ซึ่งฉันก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะต้องรอดอยู่แล้ว ก่อนจะเปิดประตูเดินตามเขาลงมา ในใจของฉันก็เหมือนจะเตรียมตัวมาแล้วระดับนึง อาจจะยังหวั่นใจเพราะไม่เคยอยู่บ้าง แต่ว่าฉันคิดว่าฉันพร้อมจะไปกับเขา
“อืม” ฉันเบนสายตาไปทางอื่นในขณะให้คำตอบ หายใจแรงขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ฮึ”
พี่ปายยกยิ้มมุมปากเหมือนสมใจ แล้วแนบริมฝีปากมาจูบกันอีกรอบอย่างดูดดื่มเร่าร้อน มือของเขาที่สอดอยู่ในเสื้อขยับขึ้นไปเกี่ยวตะขอเสื้อตัวในของฉันออก ก่อนจะวางมันลงบนหน้าอกเล็กแล้วขยับบีบเค้นอย่างเบามือ
ความรู้สึกเมื่อโดนสัมผัสของฉันคือสะดุ้งก่อนจะตามมาด้วยความรู้สึกวาบหวามแปลกๆ เหมือนไฟฟ้าไหลวิ่งไปทั่วร่าง แล้วพอเขาเขี่ยยอดของมันเบาๆ ฉันก็สะดุ้งด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน จนหลุดเสียงร้องออกมาเบาๆ
พี่ปายเล้าโลมร่างกายของฉันอย่างช่ำชอง เสื้อผ้าถูกเขาจับถอดออกทีละชิ้นจนไม่เหลืออะไรปิดบังอีกต่อไป จากนั้นพี่ปายก็ถอดของเขาออก แล้วกลับมาสัมผัสเล้าโลมให้กันอีกครั้ง จนกระทั่งฉันรู้สึกได้ถึงความเปียกแฉะของตัวเองพี่ปายก็สอดนิ้วของเขารุกรานเข้ามา
ฉันร้องครางออกมาด้วยกลั้นไม่ไหว มันเจ็บๆ แสบๆ เพราะความไม่คุ้นชิน แล้วพอเขาขยับมือเข้าออกสักพักร่างกายก็เหมือนจะเริ่มคุ้นชิน ไม่ค่อยเจ็บอีก
พี่ปายตวัดลิ้นไปทั่วยอดอกทั้งสองข้างในระหว่างที่ใช้นิ้วสร้างความคุ้นเคย จากนั้นเขาก็ขยับตัวเองมาแทรกลงตรงกลางแล้วดันขาของฉันแยกออกจากกัน
ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้ขยับยกตัวลุกขึ้นมาเล็กน้อยเพื่อมองดูการกระทำต่อจากนั้นของเขา แล้วพอเห็นเจ้าสิ่งนั้นของพี่ปายในสภาพสวมใส่ชุดกันฝนแล้วเต็มตา ฉันก็แทบอยากจะหุบขาวิ่งหนี
“อื้อ เจ็บ”
ฉันดันพี่ปายออก ต่อต้านการรุกรานของเขาด้วยความหวาดหวั่น พอถูกรุกเข้ามาความรู้สึกเจ็บก็แผ่ขยายไปทั่วร่างกาย ตรงนั้นมันก็ราวกับเกิดรอยร้าวแทบจะแตกสลาย ทั้งๆ ที่พี่ปายเพิ่งจะดันรุกเข้ามาได้แค่นิดเดียวเท่านั้น
ไม่ไหว ฉันว่ามันเข้าไม่ได้หรอก
“อื้อ”
แต่พอจะปฏิเสธ คำพูดของฉันก็ถูกพี่ปายดูดกลืนเข้าไปในปากตัวเอง เขาจูบฉันจนหัวหมุนอยู่พักหนึ่งถึงค่อยดันตัวเองเข้ามาต่อ ความเจ็บปวดแทรกเข้ามาจนทำให้ฉันน้ำตาเล็ด แต่พอมองสบตากับพี่ปายที่จ้องฉันนิ่งอยู่ตลอด ฉันก็ได้แต่กัดปากกัดฟันฝืนทนเอา
ในเมื่อครั้งแรกมันต้องเจ็บก่อน ฉันอดทนก็ได้
เห็นฉันอดทนพี่ปายก็ยกยิ้ม เขาดันเข้าช้าๆ สลับกับปลอบกันด้วยรสจูบอันดูดดื่มเร้าร้อนไปเรื่อยๆ สักพักร่างของฉันก็คับแน่นด้วยสิ่งมโหฬารที่รุกล้ำเข้ามาได้แล้วทั้งดุ้น
เจ็บเป็นบ้า ร่างกายรู้สึกร้าวระบมไปหมด
นิ่งอยู่พักหนึ่งสั้นๆ พี่ปายเริ่มขยับดึงออก ฉันก็รีบสูดปากระบายความเจ็บทันที แล้วพอเขาดันเข้ามาใหม่ฉันก็น้ำตาเล็ดอีกครั้ง รอบสองยังคงรู้สึกเจ็บไม่ต่างจากครั้งแรกเพียงแต่มันเหมือนจะเข้ามาง่ายกว่าเท่านั้น
ทนผ่านไปพักหนึ่งความคล่องตัวก็เหมือนจะดีขึ้นเรื่อยๆ พี่ปายขยับเข้าออกช้าๆ ทำไปเรื่อยๆ อย่างใจเย็นเพื่อรอปรับให้ร่างกายของฉันคุ้นชิน ซึ่งความเจ็บมันก็ลดระดับลงไปตามจำนวนครั้งที่ขยับเข้าออก
ครั้งแรกสำหรับฉันไม่มีคำว่า เสียว รู้สึกดีอะไรทั้งนั้น มีแต่คำว่าเจ็บ ปวดและแน่นจนอึดอัด ดังนั้นพอเขาทำเสร็จ พี่ปายก็ดึงมันออกมาแล้วรูดเอาชุดกันฝนที่เต็มไปด้วยของเหลวสีขุ่นข้างในออกไปโยนทิ้งลงถังขยะ
“ยังเจ็บมากไหม”
พี่ปายเดินมานั่งข้างๆ แล้วคลึงแก้มถามกันด้วยสีหน้าเป็นห่วง แต่รอยยิ้มตรงมุมปากที่ห้ามไม่อยู่ของเขาบ่งบอกว่าเจ้าตัวค่อนข้างพอใจกับครั้งแรกของเราอยู่พอสมควร
“ยังเจ็บๆ แสบๆ แต่ไม่มากแล้ว” ฉันตอบพี่ปายพร้อมกับติดกระดุมเสื้อที่เพิ่งสวมทีละเม็ด ส่วนเขายังคงนั่งโป๊มองกันอยู่
เทียบกับตอนที่โดนรุกรานเข้ามาครั้งแรก ความเจ็บในตอนนี้มันจิ๊บๆ ไปเลยจริงๆ ความรู้สึกส่วนใหญ่คือปวดและแสบมากกว่า
“ทำบ่อยๆ เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว เราจะชอบ” เขาพูดยิ้มๆ แล้วจูบฉันเบาๆ
เหรอ แต่ตอนนี้ฉันไม่ชอบเลย
“เปื้อนอ่ะ”
พอฉันลุกขึ้นมาสวมกางเกง ฉันก็พบว่าโซฟามีคราบของเหลวเปื้อนอยู่ จึงหันมาบอกพี่ปายด้วยความอายและทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่มันเป็นโซฟาหนังดังนั้นแค่ใช้ทิชชู่เปียกหลายๆ แผ่นมาเช็ด มันก็ไม่หลงเหลือคราบอะไรแล้ว แต่ทิชชู่เปียกที่เช็ดเสร็จกลับถูกย้อมด้วยสีแดงแทน
เลือดออกเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ฉันจะไม่เป็นโลหิตจางเพราะเสียเลือดมากเกินไปใช่ไหม
เฮ้อ ลาก่อนความซิง เจอกันใหม่ชาติหน้า
ฉันกับพี่ปายไม่ได้ดูหนังกันต่อ มันเหมือนเราก็รู้ๆ กันนั่นแหละว่าที่เขาชวนลงมาดูหนังมันก็แค่ข้ออ้างสำหรับทำเรื่องแบบนั้น แล้วพอทุกอย่างจบพี่ปายก็ปิดจอปิดไฟในห้อง บอกลาห้องดูหนังที่คืนนี้ถูกใช้ไปแบบไม่ถูกจุดประสงค์
ฉันอาบน้ำอีกรอบแล้วเข้านอนในตอนตีสามกว่าๆ ผ้าห่มอุ่นๆ ดูเหมือนจะช่วยบรรเทาความอ่อนเพลียได้ในระดับหนึ่ง นั่นจึงทำให้พอซุกเข้ามาในผ้าห่มแล้วฉันก็เคลิ้มจะหลับไปทันที
แอ๊ด
ประตูที่ถูกเปิดออกทำให้ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่พอพบว่าเป็นกลิ่นตัวของคนที่คุ้นเคยแทรกเข้ามาในผ้าห่ม ฉันก็หลับตาลงได้อย่างวางใจ จากนั้นใช้เวลาไม่ถึงนาทีฉันก็หลับสนิทไปแล้ว
_____________________________________________