หันหน้ามาคุยกัน

1025 Words
"ไปถามพี่ชายเธอเอาเอง!" สิงหราชเค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาที่เขามองเธอตอนนี้นั้นมันไม่เหมือนเดิมเลยสักนิดจนลูกศรถอนใจหาย ทำไมคนที่แสนดีกับเธอมาตลอดเกือบสองปีถึงได้แข็งกระด้างและเย็นชาใส่เธอได้ถึงขนาดนี้ 'เธอทำผิดอะไร' ลูกศรได้แต่เฝ้าถามตัวเองอยู่ในใจ แล้วยืนมองเขาเดินออกจากห้องไปไม่เหลียวหลังมามองเธออีกเลย เย็นวันนั้นลูกศรมาดักรอทศกัณฐ์ที่หน้างานสัมมนาเพราะว่าเธอโทรหาแล้วเขาไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่อ่าน สงสัยคงยังโกรธเธอที่เมื่อวานไม่เชื่อฟังขัดคำสั่งเขาไป ลูกศรรู้ว่าพี่ชายเป็นคนมีความรับผิดชอบกับงานมากขนาดไหน เขาคงไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาทำให้เสียงานแน่ เพราะฉะนั้นวันนี้ทศกัณฐ์ต้องอยู่ในงานสัมมนา และผ่านไปไม่กี่นาทีลูกศรก็รู้ว่าเธอรู้จักพี่ชายตัวเองดีจริง ๆ ทศกัณฐ์เดินออกมาท่ามกลางผู้มาร่วมสัมมนาหลายคน เธอจึงรีบเข้าไปดักเขาไว้ เขาจะได้ชิ่งหนีเธอไม่ได้ ปกติทศกัณฐ์เป็นพวกวางฟอร์ม กลัวเสียหน้าจะตาย มีแค่เมื่อวานนั่นแหละที่เขาสติหลุดต่อยคนกลางห้าง ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเจอ และหวังว่าวันนี้เขาจะไม่ไล่เธอกลับไปให้อายคนหรอกนะ "พี่ยักษ์..." ลูกศรเรียก แต่ทศกัณฐ์กลับหลบเลี่ยงเหมือนมองไม่เห็นแล้วเดินผ่านไป สัมผัสได้ว่าตอนนี้เธอได้กลายเป็นอากาศธาตุสำหรับพี่ชายไปเรียบร้อยแล้ว แต่เธอไม่ยอมแพ้หรอก เพราะที่ผ่านมาก็ใช่ว่าพี่ชายไม่เคยโกรธเธอเสียเมื่อไหร่ ง้อนิดง้อหน่อยแค่นี้ลูกศรรับมือได้สบาย "พี่ยักษ์อย่าเมินศรแบบนี้สิ" ลูกศรพูดเสียงดังลั่นจนคนเริ่มหันมามอง จากที่มองอยู่แล้วตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอเดินเข้ามา เพราะว่าวันนี้ลูกศรแต่งตัวแต่งหน้ามาสวยมาก สวยชนิดที่ว่าตั้งแต่เธอเดินเข้าโรงแรมมายังหน้าห้องประชุมไม่มีใครที่ไม่มอง กะว่าจบธุระจากพี่ชายจะตรงไปง้อสิงหราชต่อเลย รายนั้นไม่รู้จะเรียกว่าง้อได้ไหม เพราะเธอค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำผิดอะไร นอกจากเรื่องที่พี่ชายเธอไปต่อยเขาเสียยับเรื่องอื่นก็ไม่มีอะไร ทศกัณฐ์ที่รู้ว่าน้องสาวกำลังจะมาไม้ไหนได้แต่ถอนหายใจ แบบนี้เขาไม่ได้เรียกง้อ แต่เรียกว่าเอาแต่ใจ และกำลังเรียกร้องความสนใจให้เขาอายคน ใบหน้าคมคายได้แต่กลอกตามองบนเอือมระอาก่อนจะรีบหันไปหาน้องสาวตัวดีที่ตอนนี้กำลังยกยิ้มพอใจ เพราะเอาชนะเขาได้ ว่าจะดัดนิสัยไม่คุยด้วยสักเดือนให้หายดื้อรั้น แล้วนี่เป็นไง สุดท้ายเขาก็แพ้ให้น้องสาวอยู่ดี "มีอะไร" ทันทีที่พาลูกศรเดินมาหามุมสงบ ทศกัณฐ์จึงเอ่ยถามเสียงขุ่นวางฟอร์มใส่ "พี่ยักษ์ช่วยบอกลูกศรหน่อยได้ไหมว่าพี่กับพี่สิงห์มีปัญหาอะไรกัน" "เหอะ!" คิดว่าจะมาง้อพี่ แต่ที่ไหนได้ตามมาถามเรื่องผู้ชาย มันน่าดีใจฉิบหาย! หากมีไม้เรียวอยู่ใกล้ ๆ จะฟาดให้หลังลายเลย! "พี่ยักษ์.. เราหันหน้ามาคุยกันดี ๆ ได้ไหม" ลูกศรพยายามตะล่อมพี่ชาย ปกติเขาเป็นคนมีเหตุผลจะตาย ไม่เคยเห็นพี่ชายโมโหจนไม่ยอมฟังอะไรและเสียการควบคุมได้ขนาดนี้ "อืม มีอะไรก็ว่ามา!" ทศกัณฐ์ตอบรับคำแต่โดยดีถึงจะมีเหวี่ยงบ้างก็ตามที เพราะเพิ่งสำนึกได้ว่าเขาอาจจะใช้อารมณ์มากเกินไป ลูกศรเป็นคนมีเหตุผล และปกติเธอไม่ชอบคนใช้อารมณ์เป็นใหญ่ เมื่อวานหัวร้อนใช้อารมณ์นำทางทุกอย่างจนลืมไป สุดท้ายเรื่องเลยกลายเป็นแบบนี้ ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้น้องเอาเสียเลย สองพี่น้องมาหาที่นั่งเพื่อคุยกัน ลูกศรตั้งใจคุยจริงจังเผื่อว่าจะทำให้พี่และคนรักใจอ่อนหันมาผูกมิตรกันได้ การที่มีผู้ชายสองคนที่เธอรักจนสุดหัวใจอยู่ในชีวิตและเขาก็ญาติดีกัน มันจะมีความสุขขนาดไหน หญิงสาววาดฝันไปทั้งที่ยังไม่รู้อะไรเอาเสียเลย "พี่ยักษ์เคยมีเรื่องอะไรกับพี่สิงห์เหรอคะ ช่วยบอกศรหน่อยได้ไหม" เขายังไม่ตอบแต่ถามเธอกลับ "เรารู้จักกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วรู้จักกันได้ยังไง?" ทศกัณฐ์เลือกที่จะไม่ถามว่าสถานะของทั้งสองคนเป็นแบบไหน เพราะจากรูปการณ์ที่เห็นเมื่อวานเขารับรู้ได้ และกลัวว่าคำตอบจากปากน้องสาวจะยิ่งทำให้เขาปวดใจที่ดูแลน้องได้ไม่ดีพอจนเธอไปเจอกับคนแบบนั้น ทศกัณฐ์เลยเลือกที่จะถามคำนี้ ก่อนที่จะได้เล่าอะไรบางอย่างให้เธอฟัง ส่วนลูกศรที่ได้ยินคำถามพี่ชายเธอชะงักไปพักใหญ่ คำตอบของเธอนั้นเท่ากับคำสารภาพผิดว่าตัวเองเกเร ปิดบังเรื่องมีแฟนกับพี่ชายมานานขนาดไหน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกพูดออกไป ในเมื่อเรื่องมันมาไกลขนาดนี้แล้ว "สองปีค่ะ" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบาราวกับไม่อยากให้เขาได้ยิน ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากคนเป็นพี่ชาย ทศกัณฐ์ปวดใจบอกไม่ถูกว่าตัวเองกำลังโมโหระดับไหน "ที่พี่เคยถามว่ามีแฟนหรือยัง แล้วเราก็บอกว่ายังไม่มี สรุปว่าโกหกกันมาตลอดเลยใช่ไหม?!" ลูกศรพยักหน้าเป็นคำตอบว่า ใช่ แล้วสารภาพต่อว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ แต่คนรักอย่างสิงหราชบอกยังไม่พร้อมจะเปิดเผยสถานะให้ใครรู้แค่นั้นเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD