"พูดไม่รู้เรื่องหรือไงวะ บอกว่าให้ออกไป!"
"ทำไมพี่พูดแบบนี้ วันก่อนเรายังรักกันดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ" ลูกศรเอ่ยถามเขาทั้งน้ำตา
"เหมือนเธอจะเข้าใจอะไรยากกว่าที่คิดนะลูกศร ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ระหว่างฉันกับพี่ชายเธออีกหรือไง เหอะ น่ารำคาญฉิบ!"
"แล้วเกือบสองปีที่ผ่านมาล่ะมันคืออะไร พี่คอยดูแล เทกแคร์ศรเป็นอย่างดี พี่ให้ศรทุกอย่างไม่ว่าจะต้องการอะไร และที่สำคัญพี่ก็รักศรมาก ตั้งแต่มีศรพี่ก็ไม่มีใครอีกเลย..."
"หึหึ ฮ่า ๆ ๆ เด็กน้อย นี่เธอเชื่อจริง ๆ เหรอว่าที่ฉันทำให้ทั้งหมดมันคือความรัก แล้วถามหน่อยนะ ฉันเคยไปบอกรักเธอตอนไหน" สิงหราชหัวเราะราวกับคนเจอหนังตลกฉากใหญ่
"พะ พี่พูดแบบนี้ได้ยังไง..." ลูกศรจุกมาก สมองชาเหมือนโดนไม้หน้าสามฟาดกลางแสกหน้า เธอเอ่ยเสียงแผ่วราวกับคนกำลังจะขาดอากาศหายใจและใกล้ตายในไม่ช้านี้ เมื่อคิดดูแล้วก็ใช่ เขาไม่เคยบอกรักเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว
"อ้อ... ที่สำคัญ ที่เธอบอกว่าตั้งแต่มีเธอแล้วฉันไม่เคยมีใคร จะบอกอะไรให้นะเด็กน้อย ฉันผูกปิ่นโตกับเธอแล้ว หมดกับเธอไปเยอะแล้ว จะไปซื้อกินข้างนอกอีกทำไม ในเมื่อเธอสนองความต้องการให้ฉันได้เป็นอย่างดีทุกวัน" สิงหราชพูดออกมาอย่างเต็มปาก เสียงทุ้มหนักเอ่ยบอกหญิงสาวเหมือนคนไม่ได้มีความรู้สึกผิดอะไร แววตาคมเข้มมองเธออย่างเฉยเมยเพียงชั่วครู่ แล้วเขาก็หันไปมองหญิงข้าง ๆ กายก่อนจะส่งยิ้มให้พวกหล่อน
สิงหราชยกวงแขนล่ำโอบไหล่บางของหญิงสาวสองคนที่นั่งขนาบข้างเอาไว้ก่อนจะก้มลงสูดดมขบเม้มซอกคอขาวของหนึ่งในสองสาวราวกับว่าทั่วบริเวณนี้ไม่มีใคร
เขาทำแบบนั้นกับพวกหล่อนทั้งสองคนสลับกันไปโดยไม่สนสายตาใคร อยากจูบก็จูบ อยากลูบตรงไหนก็ลูบ อยากดูดนมคนไหนก็ถลกเสื้อขึ้นมาดูดดุนต่อหน้าต่อตาลูกศร และเพื่อนสนิทที่นั่งร่วมโต๊ะไม่แยแสอะไร
ผู้หญิงสองคนที่ถูกเขาปรนเปรอร้องครางเสียงหวานอย่างไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์กระสันไว้ได้ เสียงหัวร่อต่อกระซิกสลับกับเสียงหวีดร้องหยอกเย้า
การกระทำของเขามันทุเรศเกินกว่าลูกศรจะรับไหว แต่แทนที่เธอจะวิ่งหนีสถานการณ์อันแสนเจ็บช้ำตรงหน้าออกไป เธอกลับทำไม่ได้ ลูกศรยืนนิ่งงันปล่อยให้หยาดน้ำตาสีใสไหลเอ่อนองหน้า
"อะไรนะ... ผะ ผูกปิ่นโตงั้นเหรอ" เธอยืนมองหน้าเขาอยู่อย่างนั้นนิ่งและนาน มองดูภาพบาดใจพวกนั้น มองสิงหราชผู้ชายที่เธอรักมากจนยอมมอบกายถวายชีวิตให้ พร้อมกับคำถามล้านแปดที่แล่นอยู่ในหัว คำถามที่เธอเองก็ตอบไม่ได้ว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไร
ความเจ็บปวดเสียใจที่กำลังเอ่อล้นจากก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายออกมาเป็นหยาดน้ำตาสีใส นานเท่าไรแล้วนะที่เธอไม่เคยร้องไห้ออกมามากมายขนาดนี้
เธอมองเขายกแก้วเหล้าขึ้นมากระดก แล้วหันไปจูบดูดดื่มกับหญิงสาวหลายคนที่รายล้อมรอบกาย มองผ่านเธอที่ยืนอยู่ข้างหน้าเป็นเหมือนอากาศธาตุอย่างไม่คิดสนใจ จนสุดท้ายเป็นดินเพื่อนของสิงหราชเองที่ทนมองความทุเรศทุรังพวกนั้นไม่ไหว
"ลูกศร กลับก่อนไหมเดี๋ยวพี่ไปส่ง" ดินลุกมาถามลูกศร นึกเสียใจที่เขาให้เธอมา เพราะไม่คิดว่าเพื่อนสนิทจะบ้าทำได้ถึงขนาดนี้ เห็นปกติมันแคร์ลูกศรจะตายไป วันนี้ไม่รู้ผีตัวไหนไปเข้าสิงมัน
เธอผละสายตาจากคนรักหันไปมองดินแล้วยิ้มบาง ๆ ให้เขาพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ บอกว่าเธอไม่เป็นไร
"ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ" และนั่นคือคำสุดท้ายที่ลูกศรเอ่ยทิ้งไว้ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินออกจากที่นั่นแล้วกลับไป ทั้งอายทั้งเสียใจจนไม่กล้ามองหน้าใครเลย...
"มึงทำเกินไปหรือเปล่าไอ้สิงห์" ดินถามสิงหราชทันทีที่ลูกศรเดินออกไป เพื่อนอีกสองคนก็มองมายังเขา รอฟังคำตอบว่าเขาจะพูดอะไรบ้างและจะทำอย่างไร
"นี่สรุปว่ามึงไม่ได้คิดอะไรกับน้องมัน แต่ทำเพื่อเอาคืนไอ้ยักษ์มันจริง ๆ ใช่ไหม" เวย์ถามตามตรง เพื่อนทุกคนรู้ว่าสิงหราชกับทศกัณฐ์เกลียดขี้หน้ากันขนาดไหน แต่กระนั้นก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าจะทำแบบนี้กับลูกศรทำไม เพราะหญิงสาวไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย
"มึงใจดำเกินไปไหมวะ อยู่ด้วยกันมาเป็นปี ๆ ไม่สงสารน้องมันบ้างเลยเหรอ" ไคเป็นฝ่ายพูดบ้าง
เขาเอ็นดูลูกศรเพราะเธอแสดงออกว่ารักสิงหราชมาก ตัวก็เล็กแค่นั้นดูอ่อนต่อโลก บอบบาง เจอเรื่องแบบนี้เข้าจะปวดใจขนาดไหน หากแต่ทุกคนเป็นแค่เพื่อน และนี่มันก็เรื่องส่วนตัวระหว่างลูกศรกับสิงหราชจะไปก้าวก่ายมากไม่ได้
"พวกมึงจะมาสนใจทำเหี้ยอะไร อยากได้? เอาไหมกูยกให้!" สิงหราชพูดออกมาอย่างไม่ยี่หระจนดินทนฟังแทบไม่ได้
"ปากดีจังนะมึง แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังล่ะไอ้ควาย!" ดินหยิบกุญแจรถแล้วเตรียมเดินออกจากห้อง
"นั่นมึงจะไปไหน" เวย์ถามดิน
"กูกลับละ เบื่อหน้าไอ้เหี้ยนี่" ดินตอบพร้อมบุ้ยหน้าไปทางสิงหราช อยากกลับบ้านเพราะหมั่นไส้คนหยิ่งปากดี ปากไม่ตรงกับใจผูกพันกันเป็นปี ๆ ขนาดนั้น ทำให้เขารักมาตั้งนานแล้วคิดจะมาทำเลวใส่แบบนี้ไม่ใจดำไปหน่อยหรือไง
"มันฝันอยู่รึไง" สิงหราชเอ่ย เขาไหวไล่ไม่สนใจแล้วหันไปหาสาว ๆ ข้างกายอีกครั้งจนเพื่อนอีกสองคนพากันหมั่นไส้ ก่อนไคเอ่ย...
"มึงร้องเหมือนหมามาวันไหนกูไม่ซื้อเพดดิกรีให้นะ ไอ้ควาย! ค่อยพาไปปล่อยวัดเลยทีเดียว!"