เครื่องดื่มสีอำพันถูกหยิบยื่นมาตลอด พร้อมกับการชมดนตรีสดที่ทางโรงเรียนจัดไว้ บางวงคือความภูมิใจของโรงเรียน ด้วยความที่จบไปมีชื่อเสียงจนต้องเอามาอวดอ้างกันในโอกาสสำคัญ
“บอสร้องเพลงเพราะจังเลย ลี่เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าแอบซุ่มเป็นศิลปิน” สาลี่ชื่นชม ‘บอส’ เพื่อนร่วมชั้นที่หันไปจับไมค์ ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นเด็กไม่เอาไหน หรือไม่เอาอะไรสักอย่างเลย เพราะที่บ้านรวยมหาศาล
“ฟังแล้วฟินหู คิดเหมือนกันไหม” ตูมตามที่นั่งข้างๆส่งเรียวนิ้วมาสะกิดที่แขนถามพร้อมใบหน้าเพ้อฝัน เหมือนตูมตามกำลังอ่านกินเพื่อนร่วมชั้น
หรือฉันคิดไปเอง?
“อืม… เพราะดี” ฉันตอบโดยที่ไม่ได้ตั้งใจฟังเลย เมื่อมัวแต่ฟังเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของตัวเองอยู่ กับการที่ไม่รู้ว่าจูบครั้งใหม่กับคนรักเก่า ฉันควรจะรู้สึกอย่างไรดี
เสียใจที่เขาล่วงเกินไหม... ‘ก็ไม่นะ’
เสียใจที่ยอมเขาไหม... ‘ก็มีบ้าง’
หรือดีใจที่ได้จูบกันอีก?
“วีมีแฟนยัง”
“...” ฉันจ้องหน้าคนที่ถามอย่างสงสัย
ถามไปทำไม ถามเพื่ออะไรกัน?
“เฮ้ย! อย่ามองเราแบบนั้น ก็แค่สงสัยไง สวยขนาดนี้แต่ทำไมไม่มีคนมาคุม” บูมรีบอธิบายขณะทั้งโต๊ะกำลังจ้องมอง เนื่องจากจู่ๆก็โพล่งถาม
“วียังไม่มีแฟนเหรอ” พลันเพื่อนร่วมชั้นที่กำลังนั่งร่วมโต๊ะถามตรงๆจนฉันวางสีหน้าลำบาก
เกลียดการเข้าสังคมมากที่มันต้องเปลืองน้ำลาย ไม่แปลกใจที่ทำไมคนถึงหันไปจับปากกากัน
“ไม่มีหรอก” ฉันฝืนบอกทั้งที่ไม่พอใจ จากนั้นก็แอบชำเลืองสายตาไปที่คนนั่งใกล้ๆ ก่อนจะจงใจประชดประชัน
“เคยมี แต่มันไม่ดีเท่าไหร่”
“…” ดาราชายยอดนิยมขบกรามพลางมองฉันอย่างคาดโทษ
แต่หน้าอย่างเขาไม่มีสิทธิ์มาโกรธ เพราะฉันพูด ‘ความจริง’
“แต่วีเปลี่ยนไปมากเลยนะ” เพื่อนผู้หญิงอีกคนทักท้วงเมื่อบุคลิกของฉันในวันนี้ต่างจากเมื่อก่อนอยู่บ้าง หรืออาจจะแทบไม่เหลือเค้าเดิมเลย
ดีมากไป ใช่ว่าจะเอาใจใครได้…
เรียบร้อยมากๆ ใช่ว่าจะมัดใจใครอยู่…
“บูมชอบแบบนี้นะ สวย น่ารัก มีเสน่ห์” บูมรีบพูดชื่นชม ส่วนคนข้างๆฉันไม่รอช้าที่จะเหยียดยิ้มดูถูก
อยากจะรู้นักว่าใครจัดที่นั่งให้ฉันกับคนรักเก่า ‘ที่ไม่มีใครล่วงรู้ความสัมพันธ์มาก่อน’ ต้องมานั่งอยู่ข้างๆกัน
ความบังเอิญอย่างนั้นเหรอ?
“จองนะๆ ขอจองตัวบอสไปร้องเพลงวันแต่งงานลี่นะ” สาลี่เอ่ยบอกในตอนที่เจ้าตัวเดินกลับเข้ามานั่งกับกลุ่มเพื่อนหลังจากที่ร้องเพลงเสร็จ
“ไม่ค่อยว่างเลยสาลี่” บอสปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย แม้จะมีการอ้างในเรื่องของเวลาก็ตาม ก่อนจะตามด้วยบทสนทนาที่ทีเล่นทีจริง
“งั้นช่วยหานางเอกมิวสิคเพลงใหม่ให้หน่อยดิ บอสจะได้ตัดตรงนี้ออกจากหัว จะได้มีเวลาไปช่วยสาลี่”
“หายากขนาดนั้นเลยเหรอ มันต้องมีคนไปแคสอยู่แล้วไหม ค่ายเพลงใหญ่ขนาดนั้น” ตูมตามถามด้วยความสงสัย ซึ่งฉันก็แอบคิดตามเหมือนกัน
ก็แค่นางเอกเอ็มวี...
“มันยากเพราะไอ้นี่เนี่ยแหละ! ” บอสชี้นิ้วไปที่คนรักเก่าของฉัน ที่นั่งไม่พูดไม่จากับใคร ตั้งแต่ที่เห็นหน้าฉันในงาน
“คนนั้นก็ไม่เอา คนนี้ก็ไม่เหมาะ คัดกันจนงานไม่เดิน” บอสบ่นแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม
“เปลี่ยนพระเอกดิง่ายดี” ปลาบปลื้มผู้ชายที่เคยดี พูดอย่างไม่รักษาน้ำใจ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ถือโทษเลย
“แค่มีมึงอยู่ในเพลง ยอดวิวกูก็แหลกลาญแล้ว มึงห้ามทิ้งกูนะเว้ยไอ้ปลื้ม! ” บอสชนแก้วกับเขา จากนั้นก็ได้หันมากระทบแก้วกับฉันด้วย
“นี่เหล้าเหรอ?” บอสถามและมองเหมือนเป็นของประหลาดกับการที่มันวางอยู่ตรงหน้าฉัน ทันใดนั้นคนข้างๆฉันก็ตอบออกไป
“เหยี่ยวกูมั้ง”
“วีคงรักมึงมากเลยเนอะ”
“…” ฉันชะงัก เมื่อบอสพูดถึงเรื่องความรู้สึก
หรือว่าบอสจะรู้อะไร?
“รักมากถึงยอมกินเหยี่ยวมึงอะ” บอสหัวเราะออกมา
ฉันจึงคลายความสงสัย ที่แท้ก็แค่เรื่องตลก ‘ที่ฉันขำแทบไม่ออก’
“ว่าไงสาลี่! มีนางเอกมาเสนอป้ะ บอสจะไปช่วยงานสาลี่เลย ฟรีด้วย” บอสวกเข้าเรื่องเก่าด้วยการหันไปร้องถามสาลี่และมีข้อเสนอที่น่าสนใจ
“ปรารถนาไง” ตูมตามเสนอชื่อจริงของฉันโดยที่ไม่ถามความคิดเห็นใดๆ
“ได้ไหมวี ถือว่าช่วยๆเพื่อน” สาลี่แสดงสีหน้าเว้าวอน
“บอสมีค่าตัวให้ด้วยนะ แถมยังประกบพระเอกดังอีกด้วย” นักร้องหน้าใหม่อย่างบอสนำเสนอ
“คนกันเองทั้งนั้น น่าจะทำงานกันง่าย” เพื่อนร่วมห้องอีกคนก็เห็นดีเห็นงาม
“วีคงสวยน่าดู” บูมชื่นชม
“ถ้าวีช่วยบอส บอสก็ช่วยสาลี่” บอสย้ำจริงจัง ในขณะที่อีกคนกำลังไม่พอใจ
“ถามกูบ้างก็ดี”
“มึงไม่เอาวีเหรอวะ?” บอสร้องถามด้วยความแปลกใจ
ส่วนตัวเขาตอบอย่างไม่สนใจใคร…
“อืม กูไม่เอา”