เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านม่านหนาหนักเข้ามาในห้องนอนใหญ่ ชญาน์นุชตื่นขึ้นด้วยดวงตาบวมช้ำ เธอนอนขดตัวอยู่บนพื้นข้างเตียงทั้งคืน ไม่กล้าแม้แต่จะแตะเตียงนั้น เพราะรู้สึกว่าทุกอย่างในห้องนี้เป็นของ “เขา”
เสียงกลอนประตูดังคลิก เธอสะดุ้งตัวโยก ก่อนรีบลุกขึ้นยืนพิงกำแพง
ประตูเปิดออก ผู้หญิงวัยกลางคนสวมชุดเมดสีดำสนิทเดินเข้ามา ถือถาดอาหารเช้า ตามด้วยหญิงอีกสองคนที่ถือกล่องใหญ่และอุปกรณ์ต่าง ๆ
“สวัสดีค่ะ คุณนุช” หญิงคนแรกพูดเสียงนุ่มแต่เป็นทางการ “ฉันชื่อป้าสมศรี ดูแลบ้านนี้มานานแล้ว บอสสั่งให้ฉันนำอาหารเช้ามาให้ และเตรียมตัวคุณสำหรับวัดชุดเจ้าสาววันนี้ค่ะ”
นุชมองถาดอาหาร—ขนมปัง ไข่ดาว กาแฟ และผลไม้—แต่เธอไม่มีกระเพาะจะกิน
“ฉันไม่หิว” เธอพูดเสียงแหบ “แล้วฉันขออาบน้ำก่อนได้ไหม?”
ป้าสมศรีพยักหน้า “ได้ค่ะ ห้องน้ำอยู่ทางนั้น มีเสื้อผ้าใหม่เตรียมไว้ให้แล้ว หลังอาบน้ำเสร็จ เราจะเริ่มวัดตัวกันนะคะ”
นุชเดินเข้าห้องน้ำอย่างเงียบ ๆ ล็อกประตูแน่นหนา เธอเปิดน้ำฝักบัวแรง ๆ นั่งลงกับพื้นกระเบื้อง ร้องไห้ใต้สายน้ำอยู่นานจนผิวแดงช้ำ นึกถึงชีวิตเมื่อวาน—อ่านหนังสือเตรียมสอบ ความฝันที่จะเป็นศัลยแพทย์กระดูก ความสุขเล็ก ๆ ในคอนโดของตัวเอง—ทุกอย่างหายไปในพริบตา
เมื่อออกมา เธอสวมเดรสสีขาวเรียบที่เตรียมไว้ให้ ผมเปียกปอย ใบหน้ายังซีดเซียว
สองช่างตัดเสื้อชื่อดังจากร้าน haute couture ในกรุงเทพฯ กำลังรออยู่แล้ว พวกเธอเริ่มวัดตัวนุชอย่างละเอียด คุยกันเรื่องแบบชุด ผ้าไหมอิตาเลียน ลูกไม้ฝรั่งเศส ความยาวหางชุด แต่ทุกคำพูดฟังดูไกลแสนไกลสำหรับนุช
“ชุดจะเสร็จภายในสองวันค่ะ” ช่างคนหนึ่งบอก “บอสสั่งให้รีบที่สุด”
นุชกัดฟัน “ฉันไม่ได้อยากใส่ชุดนี้เลย”
ช่างทั้งสองมองหน้ากัน แต่ไม่พูดอะไรต่อ ป้าสมศรีรีบเปลี่ยนเรื่อง
“บ่ายนี้จะมีช่างทำผมกับช่างแต่งหน้ามาดูหน้าให้ค่ะ แล้วพรุ่งนี้มีพระมาทำพิธีหมั้นตามธรรมเนียมไทยก่อน”
นุชหันขวับ “พิธีหมั้น? ฉันยังไม่ได้ยอมเลยนะคะ!”
ป้าสมศรีถอนหายใจเบา ๆ “คุณนุชคะ... ป้าอยู่กับบอสมานาน ป้ารู้ว่าบอสไม่เคยเปลี่ยนใจเรื่องอะไรที่ตัดสินแล้ว ถ้าคุณขัดขืน... คนที่เจ็บคือคุณเท่านั้นแหละค่ะ”
นุชกำหมัดแน่น น้ำตาคลออีกครั้ง แต่เธอไม่ยอมร้องต่อหน้าใครอีก
บ่ายนั้น ธาวินกลับมาที่คฤหาสน์เป็นครั้งแรกหลังจากออกไปจัดการธุรกิจตั้งแต่เช้ามืด เขาเดินขึ้นมาที่ชั้นสองทันทีที่รู้ว่านุชตื่นแล้ว
ประตูห้องเปิดออกโดยไม่เคาะ นุชที่นั่งอยู่บนโซฟาหนังตัวแข็งทื่อ หันมามองเขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ธาวินสวมสูทสีดำสนิท เนกไทสีเดียวกัน ผมเรียบร้อยกว่าเมื่อคืน รอยแผลเป็นยังคงเด่นชัดบนใบหน้า เขาเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ตรงข้ามเธอ มองเธอจากหัวจรดเทา
“กินข้าวเช้าหรือยัง?” เขาถามเสียงเรียบ
“ไม่หิว” นุชตอบสั้น ตาไม่มองหน้าเขา
ธาวินยกมือขึ้น ป้าสมศรีที่ยืนรออยู่นอกประตูรีบยกถาดอาหารใหม่เข้ามาวางตรงหน้าเธอ
“กิน” เขาสั่ง “ฉันไม่อยากให้เจ้าสาวของฉันเป็นลมในวันแต่ง”
นุชยกจานขึ้นหมายจะโยนทิ้ง แต่ธาวินคว้ามือเธอไว้ได้ทัน
“อย่าทำให้ฉันต้องป้อนเอง” เสียงเขาต่ำลง แฝงคำขู่
นุชสะบัดมือออก กัดฟันกลืนน้ำตา แล้วหยิบช้อนขึ้นตักไข่เข้าปากช้า ๆ รสชาติเหมือนเคี้ยวกระดาษ
ธาวินมองเธอกินอยู่นาน ก่อนจะพูดต่อ
“พรุ่งนี้มีพิธีหมั้นเล็ก ๆ มีพระมาสวด มีแค่คนในบ้านและตัวแทนจากตระกูลเธอสองสามคน วันมะรืนเป็นพิธีจดทะเบียนและแลกแหวนตามกฎหมาย ไม่ต้องมีแขกเยอะ ไม่ต้องมีงานเลี้ยง”
“แล้วพ่อฉันล่ะคะ?” นุชถามเสียงสั่น “จะให้พ่อมาร่วมพิธีไหม?”
ธาวินหยุดนิด “จะให้มา แต่เขาจะถูกเฝ้าตลอด ไม่ต้องห่วง”
นุชวางช้อนลงดัง “คุณกำลังทำพิธีแต่งงานที่ไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้นเลยสักคน”
ธาวินยิ้มมุมปาก “ฉันอยากให้มันเกิดขึ้น”
นุชเงยหน้ามองตาเขาเป็นครั้งแรก “ทำไมต้องเป็นฉัน? คุณมีเงิน มีอำนาจ อยากได้ผู้หญิงคนไหนก็ได้ ทำไมต้องบังคับฉัน?”
ธาวินลุกขึ้น เดินมาใกล้จนเธอต้องเงยหน้ามอง เขาก้มลงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งวางบนพนักโซฟาข้างหัวเธอ
“เพราะฉันอยากได้เธอไง” เขาพูดช้า ๆ เสียงทุ้มนุ่มแต่เย็นเยียบ “และสิ่งที่ธาวิน ราชสีห์อยากได้... ฉันจะเอาให้ได้เสมอ”
นุชตัวสั่น แต่เธอไม่หลบตา “แล้วคุณจะเสียใจที่ได้ฉันมา เพราะฉันจะเกลียดคุณไปตลอดชีวิต”
ธาวินยกมือขึ้นลูบแก้มเธอเบา ๆ นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว
“ฉันไม่กลัวความเกลียดหรอก นุช” เขากระซิบ “ฉันเคยชินกับมันมานานแล้ว”
เขาลุกตรง เดินออกจากห้องไป ปิดประตูเบา ๆ ทิ้งให้นุชนั่งตัวสั่นอยู่คนเดียว
เธอกอดตัวเองแน่น นึกถึงคำพูดของเขาแล้วใจหาย
อีกแค่สองวัน เธอจะกลายเป็นภรรยาของฆาตกรที่เธอเกลียดที่สุดในโลก
และเธอยังหาทางออกไม่ได้เลยสักทาง