กลิ่นน้ำหอมเจือจางกรุ่นกำจายอยู่ตรงปลายจมูก
กลิ่นแสนคุ้นเคย...กลิ่นกายของคนที่เขารัก
ชายหนุ่มกระชับอ้อมแขนที่กำลังกอดก่ายร่างนุ่มนิ่มให้แน่นขึ้น เมื่อคนตัวเล็กเริ่มขยับยุกยิกทำท่าจะลุกหนี เมื่อไม่ได้รับอนุญาตให้ลุกขึ้น หญิงสาวจึงถอนหายใจเบาๆ พลิกกายกลับมาหาร่างสูงซึ่งยังคงนอนหลับตาพริ้ม ความใกล้ชิดของทั้งคู่ทำให้เห็นรายละเอียดของโครงหน้าหล่อใสได้แจ่มชัด แพขนตาหนาราวกับผู้หญิงทาบทับพวงแก้มใสเชิญชวนให้เธอยกนิ้วขึ้นกรีดเล่น คิ้วเข้ม สันจมูกโด่งตรง ริมฝีปากได้รูปหนานิดๆ เป็นสีระเรื่ออย่างคนสุขภาพดี หากพอมองเรื่อยลงมาถึงรูปร่างค่อนข้างผอมบาง กล้ามเนื้อไม่ค่อยมี ผิวขาวผ่องเหมือนไม่เคยต้องแสงแดด หญิงสาวก็ถอนหายใจอีกรอบ
สำหรับใบหน้าหล่อใสของเขา เธอให้ผ่าน เขาดูน่ารัก ขี้อาย ไร้เดียงสา ทว่าติดเนิร์ดไปหน่อย
ไม่สิ...เนิร์ดมากเลยแหละ
ทั้งเฉิ่มเชย สวมแว่นตาหนาเตอะ ตัดผมหน้าม้าทรงกะลาครอบ แต่งกายด้วยชุดนักศึกษาถูกระเบียบเป๊ะ สะพายเป้ใบใหญ่อย่างที่หนุ่มๆ ไม่นิยมกันเพื่อแบกตำราเรียนให้ครบทุกวิชา เมื่อยืนข้างกันกับเธอที่แต่งกายผิดระเบียบตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ว่าจะสีผมแดงเพลิงปล่อยยาวสยายถึงช่วงเอว หรือกระโปรงนักศึกษาสั้นเพียงคืบ เวลาเดินขึ้นบันไดต้องเอากระเป๋าบังไว้ด้านหลัง กันคนเดินตามมองเห็นกกน.
คือเข้าใจป่ะว่าไม่ได้อยากโชว์กกน. แต่กระโปรงสั้นมันใส่แล้วดูสวยปราดเปรียวกว่ากระโปรงยาวๆ เป็นแม่ชีน่ะ
เธอกับเขาคือคู่ขนานกันอย่างชัดเจน
เธอรู้แต่แรกว่าไม่น่าไปกันรอด รสนิยมต่างคนละขั้ว ไลฟ์สไตล์ไปคนละทิศ ทัศนคติไปคนละทาง แต่เพราะเขาคือความแปลกใหม่ คือรสชาติที่ไม่เคยลิ้มลอง เขาเป็นหนุ่มรุ่นน้องหนึ่งปี เป็นน้องรหัสที่น่าเอ็นดู เป็นความบริสุทธิ์ที่เธออยากลองทำให้แปดเปื้อน
เพราะเหตุนั้น...เธอถึงได้ล่อลวงจนเขาตกหลุมรักอย่างง่ายดาย
เมื่อได้แล้ว...ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้
หนึ่งปีที่คบกันคือความยืดเยื้อที่เธอใจดีให้แก่เขาที่สุดแล้ว ถึงเวลาที่เธอต้องไปต่อเพื่อหาคนที่คู่ควรกว่านี้
“ปล่อยเถอะ” เสียงหวานกระซิบบอก ดันอกเปลือยเปล่าของชายหนุ่มให้ผละห่าง
“อือ...นอนต่ออีกนิดนะ เค้ายังอยากนอนกอดตะเอง”
คำเรียกแสนงุ้งงิ้งนี่ก็อีก...
เธอไม่ชอบ แต่ก็ปล่อยให้เขาเรียกอย่างตามใจ ทว่ายามนี้พอฟังแล้วกลับรู้สึกน่ารำคาญ อยู่มหาลัยแล้วแท้ๆ ทำไมยังชอบทำตัวเหมือนเด็กมัธยม เพราะแบบนี้ไงเพื่อนๆ ถึงชอบล้อเลียนว่าเธอกำลังเลี้ยงลูกไม่ใช่มีแฟน
“ปล่อย” แขนเรียวเล็กออกแรงดันมากขึ้นจนอีกฝ่ายยอมปล่อย
ร่างเล็กทว่ามีสัดส่วนโค้งเว้าเกินตัวลุกขึ้นนั่งห้อยขาตรงปลายเตียงด้วยสภาพไร้เครื่องนุ่งห่ม เธอรวมผมยาวสยายมัดไว้เป็นหางม้าลวกๆ เปิดเปลือยแผ่นหลังและบั้นท้ายเนียนขาว คนขี้เซาสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างจึงลุกขึ้นนั่งตาม
“ตะเองจะรีบไปไหนอ่ะ พรุ่งนี้ไม่มีเรียน ค้างกับเค้าไม่ได้เหรอ?”
คราวนี้หญิงสาวถึงกับพ่นลมหายใจแรงๆ ออกมาให้เขาได้ยินเพื่อระบายความหงุดหงิด ก่อนจะลงจากเตียงแล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาสวมทีละชิ้น อีกฝ่ายยังคงไม่รับรู้ว่าบทรักแสนเร่าร้อนที่เพิ่งจบไปไม่นานนั้นคือการทิ้งทวนก่อนจากลาถึงได้เอ่ยถาม
“มิริน...ตะเองเป็นอะไร ดูเงียบๆ แปลกๆ หรือเค้าทำอะไรให้ไม่พอใจรึเปล่า?”
เจ้าของชื่อกลอกตามองบน สาวแซ่บแบบเธอไม่มีทางคบกับหนุ่มจืดชืดอย่างเขาได้นานจริงๆ มันน่าเบื่อเกินไป ทุกอย่างซ้ำเดิม ไม่หวือหวา ไม่มีอะไรแปลกใหม่ และไม่มีใครยอมรับสักคน
เพื่อนๆ ของเธอต่างเบ้ปากทุกครั้งเวลาที่เขามาหา
เพื่อนๆ ของเขาขมวดคิ้วต้อนรับเธอทุกครั้งเมื่อเจอหน้า
เธอกลายเป็นรุ่นพี่หลอกเคลมรุ่นน้อง...ซึ่งก็จริง
เขาดีเกินไปสำหรับเธอ นั่นแหละเหตุผล
ก็ได้...ในเมื่อซื่อบื้อไม่เลิก งั้นเธอจะทำให้มันชัดเจนเอง
“เราเลิกกันเถอะ”
คำบอกเลิกเอ่ยผ่านริมฝีปากหยักสวยอย่างง่ายดาย เหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ สายตาเย็นชาที่ปรายมองมานั้นทำเอาคนถูกมองสะท้านเยือกในอก เขาพูดอะไรไม่ออกได้แต่นั่งอึ้งไร้คำตอบโต้
“...”
“ฉันเบื่อนายแล้ว” เธอตอกย้ำให้เขาจุกกว่าเดิม ร่างเล็กแสนเซ็กซี่เดินไปหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นพาดไหล่แล้วเดินไปเปิดประตูห้อง เธอหยุดชะงักเล็กน้อยเพื่อพูดดักสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต “ต่อไปนี้ไม่ต้องตามตอแยฉันอีก ไม่ต้องเสียเวลาง้อเพราะฉันไม่มีวันกลับมา”
------------
“ได้ยินข่าวมิรินฟันเด็กบริหารแล้วทิ้งรึยังวะ?”
“ใช่ไอ้แว่นผมทรงเดอะบิทเทิลนั่นป่ะ?”
“เออๆ นั่นแหละ เห็นว่าไม่มาเรียนเป็นอาทิตย์แล้วใช่ป่ะ”
“ใช่ เพื่อนกูลงเรียนวิชาเดียวกันเห็นบอกว่าไม่โผล่หัวมาพรีเซนต์รายงานกลุ่มด้วย เพื่อนๆ กลุ่มมันงี้เครียดกันใหญ่”
“จะมาได้ไงก็แม่งลาออกไปแล้ว”
“โห ถึงกะลาออกเลยเหรอวะ แสดงว่าแม่งคงหลงมิรินมากจนทำใจเห็นหน้าไม่ได้”
“ถ้าจะเฮิร์ทขนาดนั้น แม่งไม่คิดฆ่าตัวตายเลยเหรอวะ?”
“อีมิรินนี่แม่งร้ายว่ะ กะฟันผู้ชายทั้งมอเลยรึไง”
“แต่ปกติแฟนนางหล่อทุกคนนะ มีไอ้แว่นหน้าจืดนี่แหละที่หลงมาไงไม่รู้”
“อ้าว ไม่รู้เหรอว่าที่นางไปจีบไอ้แว่นนั่นน่ะเพราะพนันกับเพื่อนในวงเหล้า”
“จริงดิ งั้นแม่งเหี้ยกว่าเดิมอีก จิตใจทำด้วยอะไรถึงไปหลอกผู้ชายใสๆ อย่างไอ้แว่นได้ จากคนเรียนดีกลายเป็นทิ้งการเรียน ยอมซิ่วเพราะผู้หญิงคนเดียว”
“ที่เลวกว่านั้นคือ...เลิกกันแค่อาทิตย์เดียว ตอนนี้นางควงผู้คนใหม่แล้วจ้า”