บทนำ 2

1641 Words
บ้านไม้สองชั้นหลังเก่าค่อนข้างทรุดโทรมตามกาลเวลาแถวชุมชนแออัดแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร เป็นที่ซุกหัวนอนของครอบครัว เพ็ญนีติ์ วราสินธุ์ หรือที่เพื่อน ๆ ชอบเรียกเธอว่า นุนีติ์ สาวสวยดวงตากลมโต นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่งดงามเป็นประกาย ขนตายาวเป็นแพหนา ความสวยของเธอได้จากแม่และพ่อมาอย่างละครึ่งจึงงดงามตรึงใจต่อผู้พบเห็น ผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำยาวสลวยเงางามถูกรวบเก็บอย่างลวก ๆ มัดเป็นจุกกลางศีรษะบางส่วนหลุดลุ่ยคลอเคลียต้นคอ ใบหน้าสวยที่ไร้สีสันดู อ่อนเยาว์ไร้เดียงสาในวัยสาวสะพรั่งดั่งดอกไม้แรกแย้ม กำลังนั่งช่วยย่าอำนวยห่อข้าวต้มมัดเพื่อขายในเช้าวันรุ่งขึ้น ชีวิตวนเวียนเฉกเช่นนี้ทุกวันเหมือนตารางชีวิตที่ซ้ำซากจำเจ “ย่าจ๋า เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูเอาไปขายที่ตลาดเองนะจ๊ะ ย่าไม่ต้องไปแล้วเดี๋ยวลื่นหกล้มจะยุ่งไปกันใหญ่” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยในสวัสดิภาพของผู้เป็นย่าหญิงชราวัยหกสิบปลาย ๆ “ไม่ไปได้ยังไง แกต้องไปเรียน ใกล้จบแล้วไม่เป็นไรหรอก ย่าไปได้ไอ้เชิดมันมารับทุกเช้า” “ปีสุดท้ายแล้วอาจารย์ไม่เคร่งครัดแล้วค่ะ ถ้าเรียนจบหนูจะหางานดี ๆ ทำอดทนหน่อยนะคะ ช่วงนี้ไปทำงานที่ศูนย์ฟื้นฟูผู้สูงอายุทุกวันหลังเลิกเรียนอยู่แล้ว ช่วงปิดเทอมก็ไปทำงานแทบไม่ขาดสักวัน ตอนเย็นค่ำ ๆ ก็ไปอยู่ร้านพี่แข” น้ำเสียงแจ่มใสเอ่ยขึ้นแม้บางช่วงอาจแฝงด้วยความเหน็ดเหนื่อย “ย่าไม่อยากให้เราไปทำงานที่ไนต์คง ไนต์คลับอะไรนั่นเลย มีแต่พวกกินเหล้าเมายา กลัวมันจะคิดไม่ดี ดูสิหลานฉันออกจะสวยขนาดนี้ เฮ้อ! ชีวิตมันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย แล้วพ่อเรามันหายหัวไปไหน เมาแอ๋กลับบ้านทุกวัน เมื่อไรมันจะตาย ๆ ไปเสียที” “ย่าคะพูดไม่เป็นมงคลเลย เดี๋ยวคงกลับมาแล้วละค่ะ หนูขี้เกียจพูดกับพ่อแล้ว ปล่อยเถอะหลัง ๆ อาจจะโชคดีหน่อยกินแล้วไม่ค่อยอาละวาด” “ลองมันอาละวาดสิ ย่าจะได้แพ่นกระบาลมัน งานการไม่ยอมทำดีแต่แบมือขอเงินกินเหล้าบุญแค่ไหนแล้วไม่ติดยา ไม่งั้นได้ลำบากกว่าที่เป็นอยู่แน่ ๆ บางทีแม่แกอาจตัดสินใจถูกก็ได้นะย่าว่า” นางอำนวยถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงวันที่ลูกสะใภ้จากไปตั้งแต่วันนั้น ไม่แม้แต่จะกลับมาให้เห็นหน้า จะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้ พลางเหลือบมองหน้าหลานสาวที่นางเลี้ยงมากับมือด้วยอาชีพขายข้าวต้มมัด แอบทอดถอนหายใจในโชคชะตา อาจจะโชคดีที่หลานทั้งสองต่างก็เป็นเด็กดีด้วยกันทั้งคู่ “ย่าขอโทษ” นางอำนวยรู้สึกผิดเมื่อเห็นสีหน้าสลดของหลานสาวคนสวย “ช่างเถอะค่ะย่า คนเห็นแก่ตัวแบบนั้น เขาไม่ใช่แม่ของหนูอีกต่อไป” ท่าทางเด็ดเดี่ยวน้ำเสียงที่ดูเหมือนหนักแน่น ถ้าใครสังเกตจะรู้ว่ามันมีความหดหู่สมเพชแฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น ดวงตางดงามบางครั้งดูเศร้าหม่นหมอง “พศินล่ะ วันนี้ย่ายังไม่เห็นหน้าเลย แล้วค่าเทอมเจ้าศินจะเอายังไงล่ะลูก เราเลื่อนทางโรงเรียนมาหลายครั้งแล้วนะ” “ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูจะหาเงินมาจ่ายค่าเทอมน้องให้ได้ น้องต้องได้เรียนหนังสือค่ะ” เสียงหวานเอ่ยหนักแน่น “นังนีติ์ ลูกจ๋าอยู่ไหน นังเพ็ญนีติ์ นังนุนีติ์ลูกพ่อ มาหาพ่อหน่อยเร็ว เอาเหล้ามาให้พ่อหน่อย” เสียงอ้อแอ้ก่นเรียกบุตรสาว สภาพเมาแอ๋เดิน โซซัดโซเซแทบจะลงไปกลิ้งกับพื้นบ้าน ล้มตัวนอนแอ้งแม้งกอดขวดเหล้าอยู่กลางลานบ้านร้องเพลงเสียงดังลั่นแล้วหลับไปในทันที บางครั้งก็นอนกรนร้องครางสะอึกเป็นระยะ “นั่นไงพ่อแก ไปดูมันหน่อยเถอะ เมื่อไรมันจะพ้นเคราะห์พ้นกรรมเสียที เฮ้อ! ” นางอำนวยสบถออกมาด้วยความรำคาญเมื่อชำเลืองมองไปทางช่องประตูเห็นลูกชายนอนกรนครอก ๆ อย่างไม่รู้สติ เป็นเช่นนี้เกือบ ทุกวันจนชาชิน @ ศูนย์ฟื้นฟูและดูแลผู้สูงอายุเอกชนแห่งหนึ่ง เพ็ญนีติ์นั่งรับลมอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในศูนย์ฟื้นฟูฯ เธอทำงานที่นี่มาได้เกือบสองปีมีหน้าที่ทำความสะอาดและงานทั่วไป หรือแล้วแต่เจ้าหน้าที่จะเรียกใช้ ศูนย์ฟื้นฟูฯ แห่งนี้มีผู้สูงอายุทั้งชายและหญิงเป็นกลุ่มที่ครอบครัวเอามาฝากให้ดูแล มีทั้งขาประจำและขาจร นุนีติ์ทำงานทุกวันหลังเลิกเรียนและช่วงวันหยุดปิดเทอม พอตกค่ำเวลาประมาณหนึ่งทุ่มจะไปทำงานเป็นแคชเชียร์ที่ไนต์คลับหรู หรืองานที่เจ้าของไนต์คลับเรียกใช้ “เอานี่แซนด์วิช ป้าแพงหัวหน้าแม่ครัวเอามาแจกวันนี้วันเกิดแก ฉันอวยพรไปแล้ว” เสียงของมุกรดา ชีวาวินทร์ สาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาว รูปร่างมาตรฐานหญิงไทย เดินมายื่นแซนด์วิชให้นุนีติ์เพื่อนรักเพียงคนเดียวที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่เรียนอนุบาล แต่มุกรดาไม่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยโดยให้เหตุผลว่าไม่มีเงิน และเรียนไม่เก่งหัวสมองขี้เลื่อยจึงจบแค่มัธยมศึกษาปีที่หก “ขอบใจมากนะมุก” นุนีติ์สวมกอดเพื่อนรักทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างมาก มีอะไรก็ปรับทุกข์ช่วยเหลือกันตลอดเพราะบรรทัดฐานชีวิตใกล้เคียงกัน อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันทำให้ทั้งคู่ต่างเข้าอกเข้าใจกันในโชคชะตาของชีวิต แต่มีสิ่งหนึ่งที่เพ็ญนีติ์ไม่เห็นด้วยกับมุกรดา ก็คือเธอทำงานเป็นเด็กเอ็นฯ และรับงานพริตตี้ควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นอาชีพที่กำลังเป็นกระแสนิยมในตอนนี้ ด้วยความเป็นอยู่ที่อัตคัดและ แม่ของเธอต้องฟอกไตทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละสามวันจึงใช้เงินจำนวนมากถึงจะใช้สิทธิการรักษาของรัฐแต่ก็มีค่าใช้จ่ายบางส่วนจิปาถะ มุกรดาจึงเลือกอาชีพที่ทำให้ตัวเองมีเงินใช้อย่างรวดเร็วมากกว่าเรียนต่อ ส่วนเพ็ญนีติ์เลือกที่จะไม่ทำงานแบบมุกรดาเพราะเธอคิดว่าฐานะทางบ้านก็ยากจนอยู่แล้ว ถึงแม้อยากจะถีบชีวิตตัวเองให้สูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ก็ตาม ไม่อยากพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา อยากมีประวัติขาวสะอาด เผื่อโชคดีได้ทำงานในบริษัทใหญ่ ๆ กับเขาบ้าง “โอ๊ย! ทำไมมันง่วงอย่างนี้ ฉันอยากกลับไปนอน” มุกรดาทำตาปรือนั่งเอาศีรษะพิงไหล่เพื่อนรักหลับตาด้วยความอ่อนเพลีย เมื่อคืนรับงานเอ็นเตอร์เทนลูกค้าเกือบเช้า เธอรับงานเพียงแค่ชงเหล้านั่งดื่มเป็นเพื่อน คนว่าจ้าง อาจมีกิจกรรมเล็กน้อยตามแต่ผู้ว่าจ้างให้ทำ ไม่รับงานนอกเหนือจากนี้ อีกอย่างเพ็ญนีติ์ขอไว้และตัวเธอเองก็ไม่อยากให้ชีวิตตกต่ำมากไปกว่านี้ “บอกแล้วให้เลิกซะงานแบบนี้ มีอะไรดี” “มีสิ เงินดีจะตาย ถ้าได้ดริงก์ผู้ว่าจ้างมือเติบขาหนัก อย่าบอกเชียวเงินอู้ฟู่นะจะบอกให้ แบงก์สีเทาทั้งนั้นไม่เอาก็โง่สิ ยุคข้าวยากหมากแพง ไหนจะภาวะเงินฝืดเงินเฟ้ออีก จะเอาอะไรมากินจ๊ะแม่คุณทูนหัวของเพื่อน นี่ก็ซื้อลอตเตอรี่ทุกงวดไม่เข้าสักที ทำไมไม่มีเจ้าชายหรือผู้ชายรวย ๆ มาขายขนมจีบฉันบ้างนะ อุตส่าห์โปรยเสน่ห์แทบตายไม่ติดเบ็ดเลย อย่างว่าเนาะเรามันคนการศึกษาน้อย แถมทำงานที่คนส่วนใหญ่ดูถูกอีก เฮ้อ...ชีวิต น่าบัดซบเสียจริง พรุ่งนี้ฉันจะไปงานโชว์รถยนต์ ยืนยิ้มทั้งวันจนเหงือกแห้งแน่ เตรียมเมื่อยน่องไว้เลยงานนี้” “งานอื่นมีเยอะแยะไม่ทำ” นุนีติ์ปรายตามองเพื่อนรักก่อนจะส่ายหัว “เอาน่าขอเก็บเงินอีกสักสี่ห้าปีค่อยเลิก แต่งานที่ฉันรับมันไม่ได้มีพวกอย่างว่าเลยนะ” มุกรดาทำตาละห้อยมองหน้าเพื่อน นุนีติ์มองค้อนเพื่อนรักก่อนจะแกะแซนด์วิชกัดกินไปพลางอดไม่ได้แอบถอนหายใจ ชีวิตของเธอแทบไม่แตกต่างกับมุกรดาเลยเช่นกัน “แล้วป้าสังเวียนแม่แกเป็นยังไงบ้าง” “อือก็เรื่อย ๆ ตั้งแต่ฟอกเลือดมาได้เกือบปี ดูแข็งแรงขึ้นมาบ้าง” “ว่าแต่แกเถอะ ได้เงินมาจ่ายค่าเทอมพศินหรือยัง” “…” “เงียบแบบนี้คงไม่ได้ล่ะสิท่า หรือเราจะไปเบิกเงินล่วงหน้ามาใช้ก่อนดี” มุกรดาเสนอความคิดเห็น “เขาคงให้นะ” นุนีติ์รู้สึกหัวสมองหนักอึ้ง “เราทำดีมาตลอดคงมีสักวันที่เป็นของเราเนาะ เอาที่ฉันก่อนไหมถึงไม่มากแต่ก็จ่ายค่าเทอมได้อยู่นะ” มุกรดาปลอบเพื่อน “อย่าเลย เก็บไว้เถอะต้องใช้ระยะยาวไม่ใช่เหรอ” “สองสาวมัวแต่คุยกันอยู่นั่นแหละมาช่วยในครัวหน่อย” เสียงตะโกนอยู่ไกล ๆ หน้าตึกเรือนพักที่แบ่งเป็นห้อง ๆ เพื่อสะดวกต่อการดูแล “ไปเถอะ เดี๋ยวป้าแพงแกจะเอาแซนด์วิชคืน” มุกรดาเอ่ยติดตลก นุนีติ์ยิ้มให้กับความคิดของเพื่อนรัก “โอ๊ย! ฉันไม่ไหวแล้ว ทั้งเหนื่อยทั้งง่วง” มุกรดาเดินไปด้วยบ่นไปด้วย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD