บทที่ 33
อาร์เดินเข้ามาในห้องทำงานของอ้ายพลางยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
“สวัสดีครับคุณอ้าย” อาร์กล่าวทักทายอ้าย
“สวัสดีค่ะคุณอาร์ เชิญนั่งก่อนค่ะ” อ้ายกล่าวทักทายอาร์เช่นกันก่อนจะเชิญให้เขานั่ง
“อ๋อ...ครับ” อาร์เลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงข้ามกับอ้าย
“เห็นผึ้งบอกว่าคุณอาร์มีเรื่องงานจะคุยกับฉัน” อ้ายเอ่ยพูดขึ้น
“อ๋อ ใช่ครับ พอดีผมกับพ่อกำลังทำโปรเจครีโนเวทบ้านเก่าแก่ใจกลางเมืองให้เป็นสไตล์โมเดิร์นของคุณศันสนีย์ คิดว่าคุณอ้ายคงทราบแล้ว” อาร์เอ่ยพูดขึ้นถึงงานที่เขากับพ่อรับผิดชอบอยู่ ซึ่งเป็นโปรเจครีโนเวทบ้านเก่าแก่ใจกลางเมืองของศันสนีย์สาวใหญ่ไฮโซชื่อดังเจ้าของร้านเครื่องเพชร
“อ๋อค่ะ ฉันทราบแล้ว มีอะไรหรือเปล่าคะ” อ้ายเอ่ยถามขึ้น
“คือผมอยากจะปรึกษาคุณอ้ายถึงเรื่องแบบเฟอร์นิเจอร์น่ะครับว่าควรจะเป็นแบบไหนดี ผมไม่ค่อยถนัดสไตล์โมเดิร์นสักเท่าไร ลูกค้าเองก็อยากได้คำแนะนำประกอบการตัดสินใจ ตอนนี้ผมก็เอาแบบเฟอร์นิเจอร์ไปให้ลูกค้าเลือกดูอยู่ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะแนะนำลูกค้ายังไงดีครับ”
“เอ่อ....ก็ขึ้นอยู่กับโทนสีห้องด้วยค่ะว่าเป็นโทนสีไหน ปกติสไตล์โมเดิร์นก็มักจะใช้โทนสีขาว ดำ เทา หรือว่าน้ำตาล สลับกับโทนสีอ่อน ถ้าเป็นเฟอร์นิเจอร์ก็แนะนำลูกค้าก็ได้ค่ะว่าสไตล์เรียบง่ายน่าจะเหมาะสมกว่าค่ะ อาจเพิ่มความโดนเด่นโดยการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูแปลกตาแต่ก็ไม่ควรแปลกตามากจนเกินไป และถ้าเป็นไปได้ก็เลือกสีของเฟอร์นิเจอร์ให้เข้ากับโทนสีของห้อง แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบความพอใจและความต้องการของลูกค้าด้วยค่ะ” อ้ายให้คำปรึกษากับอาร์ไป ‘จริงๆเรื่องที่เธอให้คำปรึกษาก็เป็นเพียงความรู้พื้นฐานทั่วไปเท่านั้นแล้วเรื่องแค่นี้เขาสามารถถามกับอินทีเรียที่ทำงานร่วมกับเขาก็ได้ไม่จำเป็นต้องมาถามเธอหรือเขามีเรื่องอื่นอีก?’ อ้ายคิดในใจอย่างรู้สึกสงสัย
“อือ...ขอบคุณครับ” อาร์เอ่ยขอบคุณอ้ายพลางยกยิ้มมุมปาก ‘เมื่อกี้ที่เขาถามอ้ายเขาก็ถามออกไปอย่างงั้นแหละเพราะมันเป็นเรื่องง่ายที่เขาถามจากอินทีเรียที่ทำงานร่วมกับเขาก็ได้แต่ที่เขาถามอ้ายแบบนั้นเพราะเขาต้องการจะเกริ่นนำและเชื่อมโยงไปถึงงานโรงแรมที่ตั้งอยู่ย่านชานเมืองที่บริษัทเฮ้าส์ดีไซน์ของเขาเพิ่งรับมา เป็นงานรีโนเวทโรงแรมสไตล์คลาสสิกย้อนยุคให้เปลี่ยนเป็นสไตล์โมเดิร์นเหมือนกันกับโปรเจคที่เขากับพ่อรับผิดชอบอยู่ที่ทีพีบีดีไซน์ แต่มันก็มีความแตกต่างกันอยู่เพราะถ้าเป็นการรีโนเวทบ้านมันก็เป็นความต้องการของเจ้าของบ้านเพียงคนเดียวแต่ถ้าเป็นโรงแรมมันอาจจะต้องคิดให้มากหน่อยเพราะมันจำเป็นจะต้องคำนึงถึงความต้องการของแขกจำนวนมากที่มาใช้บริการ จำเป็นจะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อตอบสนองความต้องการของแขกที่มาพักและยังต้องคงความเป็นตัวเองมีเอกลักษณ์และมีสไตล์เฉพาะตัวของโรงแรมนั้นๆ เขาจบบริหารธุรกิจอาจจะไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้มากนักและเขาก็ต้องการไอเดียเพิ่มเติม อินทีเรียที่เขามีอยู่ก็ยังออกแบบได้ไม่ค่อยถูกใจเขาและเจ้าของโรงแรมสักเท่าไรเขาไม่อยากพลาดงานนี้ไปฉะนั้นเขาจะลองถามกับอ้ายดูอาจจะได้ไอเดียอะไรดีๆเด็ดๆมาไว้ใช้บ้าง’ อาร์คิดในใจ
“เอ่อ...แล้วถ้าเป็นโรงแรมล่ะครับ โรงแรมสไตล์โมเดิร์น?” อาร์เอ่ยถามขึ้น
“เอ่อ...คุณอาร์ทำโปรเจคโรงแรมด้วยเหรอคะ” อ้ายเอ่ยถามขึ้นด้วยความรู้สึกสงสัยเพราะเท่าที่เธอรู้ ‘คุณอาร์กับคุณณวัฒน์พ่อของเขายังไม่ได้มีงานโปรเจคโรงแรมนี่’ อ้ายคิดในใจ
“อ๋อ ผมถามเผื่อเอาไว้น่ะครับ ไว้เป็นความรู้” อาร์ตอบกลับพลางส่งยิ้มให้อ้าย
“อ๋อค่ะ อือ....ถ้าเป็นโรงแรมก็อาจจะต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางมากหน่อย เริ่มจากล็อบบี้ของโรงแรมเพราะเป็นส่วนที่แขกที่มาพักจะสังเกตเห็นก่อนเป็นอันดับแรกดังนั้นเราควรทำให้ล็อบบี้ของโรงแรมดูน่าสนใจและสะดุดตาที่สุดเท่าที่จะทำได้และล็อบบี้ของโรงแรมก็ต้องสามารถนำมาใช้ได้ในทุกเวลาเพื่อจุดประสงค์ใหญ่ๆและเพื่อสร้างความประทับใจให้กับแขกที่เข้ามาพัก เราอาจจะเพิ่มน้ำตก ต้นไม้ หรือ บาร์เพื่อเพิ่มความประทับใจให้กับแขกของโรงแรมในขณะที่พวกเขากำลังพักผ่อนหรือแม้แต่ในขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่ แสงสว่างก็เป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของการออกแบบโดยเฉพาะทางเข้าโรงแรมอันนี้ต้องไม่ลืม และสำหรับสไตล์โมเดิร์นอินทีเรียส่วนใหญ่จะให้ความสนใจกับภาพศิลปะหรือจิตกรรมฝาผนังเพราะสามารถทำให้แขกที่เข้ามาพักเห็นแล้วดูตื่นตาตื่นใจและให้แสงมู้ดแอนด์โทนและบรรยากาศที่ดีได้ ส่วนเรื่องห้องพัก ถ้าเป็นไปได้ควรใช้สีและพื้นผิวสัมผัสแทนการใช้ลวดลายเพราะลวดลายไม่ใช่ตัวเลือกที่ทันสมัยตามสไตล์โมเดิร์นที่สุด เราควรให้ความสำคัญไปที่พื้นผิวที่ไม่จำเจและสีที่สามารถทำให้พื้นที่นั้นสว่างขึ้นและทำให้ห้องดูน่าสนใจมากกว่าใช้แบบลวดลาย การออกแบบห้องพักในโรงแรมนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญมากเพราะมันจะทำให้แขกที่มาพักสามารถรู้สึกอบอุ่นสบายใจเหมือนกับอยู่ที่บ้าน ปราศจากความกังวลและมีอิสระในการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกของโรงแรม โทนสีภายในที่เรียบง่ายจะสามารถทำให้รูปลักษณ์ของห้องดูหรูหราตามสไตล์โมเดิร์นทำให้แขกที่มาพักรู้สึกพอใจและรู้สึกว่าได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น การออกแบบพื้นนั้นก็เป็นส่วนที่มีความสำคัญที่จะทำให้สไตล์โมเดิร์นออกมาสมบูรณ์แบบได้ ถ้าเป็นไปได้เราควรเลือกใช้พื้นไม้ที่ดูทันสมัยเหมาะสมกับทุกสภาวะแทนการใช้พรมที่ดูจะล้าสมัย ส่วนผนังควรจะมืดกว่าเพดานแต่สว่างกว่าพื้นเพื่อสร้างบรรยากาศและสร้างภาพลวงตาของพื้นที่ภายในห้องให้ดูกว้างขึ้นและทำให้ห้องดูใหญ่ขึ้นและดูสดชื่นขึ้นได้ ส่วนพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆของโรงแรมสไตล์โมเดิร์นที่ทันสมัยจะมีพื้นที่ส่วนกลางสำหรับให้แขกได้สังสรรค์และใช้เวลานอกห้องพัก เพื่อเพิ่มการติดต่อสื่อสาร เราสามารถเพิ่มพื้นที่นี้ด้วยการใส่ที่นั่งสบายๆ บาร์แบบบริการตัวเองหรือมุมอาหารเช้า แนวคิดเรื่องการออกแบบตกแต่งโรงแรมที่ทันสมัยควรเน้นไปที่ความสมดุลและการมองเห็นระหว่างห้องต่างๆด้วย โทนสีและพื้นผิวที่คล้ายคลึงกัน จริงๆที่ฉันพูดก็เป็นแค่ไอเดียหนึ่งเล็กๆน้อยๆเท่านั้นยังมีไอเดียและแนวคิดที่ดีกว่านี้อีกมากมาย คุณอาร์ลองถามจากคนอื่นๆหรือหาไอเดียจากที่อื่นๆดูก็ได้ค่ะแล้วอย่างที่บอกทั้งนี้และทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบความพอใจและความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ”
อาร์ได้ฟังคำตอบของอ้ายแล้วก็เกิดความรู้สึกประทับใจในคำตอบและไอเดียของเธอ ‘หึ ถ้าได้นังอ้ายมันมาเป็นเมียหรืออย่างน้อยก็นางบำเรอหรืออยู่ภายใต้การกำกับของเขาก็คงจะดี’ อาร์คิดในใจพลางยกยิ้มมุมปาก
“ไอเดียของคุณอ้ายน่าสนใจแล้วก็ประทับใจผมมากๆครับ ผมจะลองนำไปปรับใช้กับงานต่อๆไปดู ขอบคุณนะครับ”
“ค่ะ” อ้ายตอบกลับอาร์ด้วยรอยยิ้ม
ส่วนอาร์เขาก็ส่งยิ้มที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ตอบกลับไปให้อ้ายเช่นกันพลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นการ์ดเชิญงานเปิดตัวโรงแรมพีเคที่วางอยู่บนโต๊ะ
“งานเปิดตัวโรงแรมพีเค คุณอ้ายก็ได้การ์ดเชิญเหมือนกันเหรอครับ” อาร์เอ่ยถามขึ้น
“อ๋อค่ะ ก็เป็นการ์ดที่ทางนั้นเขาฝากมาเชิญคุณลุงแล้วก็ครอบครัวด้วยค่ะ” อ้ายคิดว่าเดี๋ยวหลังจากที่เธอคุยกับอาร์เสร็จเธอจะเอาการ์ดเชิญงานเปิดตัวโรงแรมพีเคไปให้ลุงของเธอ
“อ๋อ...” ‘ใช่ พ่อของเขาเคยบอกว่าสองครอบครัวนี้สนิทกันพอสมควรเพราะคุณหญิงกัลยากับคุณหญิงปรียารู้จักกัน’ อาร์นึกในใจถึงสิ่งที่พ่อของเขาเคยบอก
“จริงๆคุณพ่อของผมก็ได้รับการ์ดเชิญไปงานนี้เหมือนกัน งานโรงแรมของคุณพิชญ์ลูกค้าบริษัทเรา เอ่อ...แล้วคุณอ้ายจะไปไหมครับ” ที่อาร์ถามเพราะเขาไม่ค่อยจะเห็นอ้ายไปงานสังคมอะไรสักเท่าไร ‘ไม่รู้ว่าทำไมน่าเสียดายโอกาสที่จะได้สร้างคอนเน็คชั่น’ อาร์คิดในใจ
“เอ่อ... ฉันคงไม่ไปค่ะ” อ้ายตอบอาร์กลับไป
“เหรอครับ...เฮ้อ น่าเสียดาย ผมกับพ่อว่าจะไปงานนี้ซะหน่อย ผมคงอดเจอคุณอ้ายในงานนี้เลย” อาร์แสร้งพูดพลางทำหน้าเสียดาย ‘ถึงอ้ายมันจะไม่ไปงานนี้ก็เรื่องของมัน แต่เขากับพ่อต้องไปงานนี้อยู่แล้วเผื่อว่าจะได้สร้างคอนเน็คชั่นเพิ่มเติมต่อยอดไปที่งานบริษัทของเขา’ อาร์คิดในใจ
“ค่ะ” อ้ายเอ่ยตอบกลับไปพลางยิ้มแห้งๆออกมา
“เออ...เรื่องงานผมคงมีเท่านี้ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว คุณอ้ายอุตส่าห์สละเวลามาพูดคุยให้คำปรึกษาเรื่องงานกับผม ผมก็เลยอยากจะชวนคุณอ้ายไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน”
“เอ่อ...คือ...ฉัน...”
“อย่าปฏิเสธเลยนะครับ ถือว่าเป็นการตอบแทนที่คุณอ้ายให้คำแนะนำและคำปรึกษากับผม” อาร์เอ่ยพูดตัดบทอ้ายขึ้นเพราะเขาดูท่าทางของอ้ายแล้วเหมือนกำลังจะปฏิเสธเขา ‘เล่นตัวนักนะมึง’ อาร์คิดในใจ
อ้ายสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วตัดสินใจเอ่ยพูดปฏิเสธอาร์ออกไปเพราะว่าเธอกำลังยุ่งอยู่กับงานตรงหน้าและเธอก็ไม่อยากไปกับเขาด้วย
“ไม่เป็นไรค่ะคุณอาร์ เรื่องแค่นี้ ไม่ต้องตอบแทนฉันหรอกค่ะ อีกอย่างฉันกำลังยุ่งอยู่กับงานด้วย”
“อ๋อครับ” อาร์เอ่ยตอบกลับไปด้วยสีหน้าไม่พอใจนิดๆ
“งั้นถ้าคุณอาร์ไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอทำงาน........”
“มีครับ มี ผมมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะบอกกับคุณอ้ายครับ” อาร์เอ่ยพูดตัดบทอ้ายขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจัง ‘ไหนๆก็ไหนๆแล้ว นานๆทีเขาจะได้มีโอกาสคุยกับมันสองต่อสอง ถ้าลองบอกมันตรงๆว่าชอบ เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะตอบเขาว่าอะไร’ อาร์คิดในใจ
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” อ้ายเอ่ยถามขึ้น เธอเห็นว่าอาร์พูดและมองจ้องหน้าเธอพลางทำสีหน้าจริงจัง มันทำให้เธอแอบรู้สึกหวั่นใจอยู่ลึกๆ ‘มันมีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรหรือเปล่า’ อ้ายคิดในใจ
“ผมชอบคุณอ้ายครับ” อาร์เอ่ยพูดออกไปพลางมองจ้องหน้าอ้ายด้วยสีหน้าจริงจังพลางกระตุกยิ้มมุมปาก ‘เขายอมรับว่าเขาก็ชอบมันอยู่ มันทั้งสวย ทั้งฉลาดแต่เขาก็เบื่อที่มันเยอะ เล่นตัว ยากเย็นจนน่ารำคาญ ครั้งนี้ลองบอกมันไปตรงๆดู ดูสิว่ามันจะทำยังไง หึ’ อาร์คิดในใจพลางยิ้มมุมปาก
อ้ายที่นั่งฟังอยู่เธอรู้สึกอึ้งรู้สึกตกใจกับสิ่งที่อาร์พูดออกมาอยู่ไม่น้อย เธอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าอาร์จะมาพูดแบบนี้กับเธอ
“ให้โอกาสผมได้ไหมครับ คุณอ้าย ผมชอบคุณ ผมชอบคุณจริงๆนะครับ ให้โอกาสผมได้ไหมครับ นะครับ” อาร์พูดรบเร้าด้วยสีหน้าจริงจังเพื่อให้อ้ายยอมตอบตกลง
อ้ายสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆอีกครั้งพลางตัดสินใจพูดออกไป
“คือ..ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นกับคุณแล้วก็คงไม่มีวันที่จะคิดแบบนั้นกับคุณด้วยค่ะ ฉัน...ขอโทษจริงๆนะคะ” อ้ายตัดสินใจพูดออกไปพลางมองสีหน้าจริงจังของอาร์ ก่อนที่เธอจะก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่วางอยู่บนตัก เธอไม่กล้าสบตาของอาร์ในตอนนี้เพราะเธอแอบรู้สึกกลัว กลัวกับสีหน้าจริงจังแบบนั้นของเขา มันเหมือนกับว่าเขาอยากจะฉีกเธอให้เป็นชิ้นๆ
อาร์มองจ้องหน้าอ้ายด้วยความรู้สึกไม่พอใจพลางกำหมัดแน่น ‘เขาก็พอจะรู้แหละว่ามันจะปฏิเสธ แต่พอเขาได้ยินมันพูดปฏิเสธเขาจริงๆ เขากลับรู้สึกเจ็บ เจ็บใจ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธเขาแบบนี้ อยากจะกระชากมันมาลงโทษให้มันแหลกคามือเขาไปเลย เล่นตัวลีลาเข้าไปเถอะมึง สักวันเถอะกูจะเอามึงมานอนร้องครวญครางใต้ร่างกูให้ได้’ อาร์คิดในใจด้วยความรู้สึกโมโห
“ครับ ผมเข้าใจ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” อาร์เอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นก่อนที่เขาจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของอ้ายทันที
ส่วนอ้ายเมื่อเห็นว่าอาร์เดินออกไปจากห้องทำงานของเธอแล้ว เธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งอก ‘เธอนึกว่าเธอจะโดนอาร์ฆ่าตายซะแล้ว แต่อย่างน้อยวันนี้เธอก็ได้บอกความรู้สึกของเธอที่มีต่อเขาออกไป หวังว่าเขาจะเข้าใจและหลังจากนี้เขาจะไม่มายุ่งกับเธออีก ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือเรื่องงานจริงๆ’อ้ายคิดในใจอย่างรู้สึกโล่งอก