Pudding

1380 Words
เย็นวันนั้น ชินสือนั่งท้อแท้อยู่ที่สนามเด็กเล่นใกล้บ้านเหมือนทุกครั้ง เขาย้อนนึกถึงสีหน้าของกรรมการทั้งสี่ เห็นชัดว่าการที่เขาจะได้งานมานั้นแทบไม่มีโอกาส พอยิ่งหดหู่ก็ยิ่งรู้สึกหิว จึงล้วงขนมปังถั่วแดงที่กินไปแล้วครึ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋ากางเกง เขามองมันอย่างอาลัย อาวรณ์ครู่หนึ่ง ก่อนจะแกะห่อพลาสติกออก แล้วกัดกินอย่างมูมมาม วันนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนทุกวัน พอตะวันคล้อยตก อากาศก็เริ่มเย็น ท้องฟ้าพลันเปลี่ยนสีทำทีท่าว่าฝนจะเทลงมาอีกแล้ว เปาะแปะ เปาะแปะ เพิ่งจะคิดได้ไม่ทันไร อา... ฝนตกซะแล้ว ชินสือก้มหน้ากินขนมปังจนหมด แต่จู่ ๆ ก็ชะงัก สักพักจึงลูบคลำเสื้อผ้าตัวเอง “...?!” ไม่เปียก? เขาเงยหน้าพร้อมกับเศษถั่วแดงที่ติดเต็มปาก กลับพบแต่ความว่างเปล่า แต่เมื่อแหงนหน้าขึ้น ก็สบกับร่มสีดำคันใหญ่เหมือนครั้งก่อน อีกฝ่ายยืนอยู่ข้างหลังเขา เป็นอีกครั้งที่มีใครบางคนกางร่มให้ชินสือ “เอ่อ...ขอบ...” “นายคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกในมิวสิกวิดีโอเพลงหรือไงกัน ถึงได้ชอบมานั่งตากฝนแบบนี้!” ชินสือยังไม่ทันยิ้มสีหน้าก็บึ้งตึงทันควัน แต่ด้วยเหนือศีรษะมีร่มคันใหญ่บดบัง กั้นสายตาระหว่างพวกเขาทั้งสองไว้ ทำให้ต่างฝ่ายต่างมองไม่เห็นกัน ซึ่งก็ดี เพราะขณะนี้ชินสือเองก็ไม่อยากฝืนยิ้มให้ใครแล้วเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ทันทีที่น้ำเสียงไม่ค่อยจะดี ประกอบกับกลิ่นโคโลญจน์หอมโชยอ่อนกระทบประสาทสัมผัสเข้าก็ทำให้ชินสือฟื้นความทรงจำได้ไม่ยาก หน้ากลม ๆ เบือนออก “คุณอีกแล้วเหรอครับ” เสียงเข้มจากอีกฝ่ายโพล่ง “ฉันต่างหากล่ะที่ต้องเป็นคนถาม... นายอีกแล้วงั้นเหรอ!” ชินสือถอนหายใจ “ถ้าคุณไม่ชอบผมแล้วทำไมต้องมายุ่งกับผมด้วยล่ะครับ เอาร่มของคุณออกไปเถอะครับ ครั้งที่แล้วผมก็ยังไม่ได้คืนร่มให้คุณเลย” “คิดว่าฉันอยากยุ่งกับนายมากหรือไง เพราะฉันเป็นคนจิตใจดีหรอกนะถึงได้ชอบแส่ไม่เข้าเรื่อง ฉันจะวางร่มไว้ ถ้านายไม่ใช้ก็ทิ้งมันไว้ตรงนี้แล้วกัน” สิ้นเสียงอีกฝ่าย ชินสือหันหลังฉับไว ด้วยรู้สึกว่าอยากเห็นหน้าเจ้าของเสียงให้ชัด ๆ สักที เมื่อเห็นแต่แผ่นหลังกว้างเหมือนนายแบบอินเตอร์ก็อดเสียดายเล็ก ๆ ไม่ได้ ด้านหลังน่ามองขนาดนี้ หน้าตาคงไม่ได้แย่เหมือนคำพูดคำจาหรอกนะ คิดไปคิดมาก็ห่อเหี่ยว หาก เปรียบเทียบกับตัวเองในตอนนี้แล้วล่ะก็... เฮ้อ... สามวันให้หลัง ชินสือจด ๆ จ้อง ๆ อยู่กับอีเมลทั้งวัน กระทั่งเสียง ติ้ง... ดังขึ้นหนหนึ่ง เขาค่อยทำใจก่อนเปิดอ่าน “เย้...! ได้งานแล้วโว้ยยย...!” เริ่มงานวันแรก ชินสือยืนละล้าละลังอยู่หน้าบริษัทไวทัล ไวบ์ เขาสูดลมหายใจลึกเข้าปอดหลายครั้ง ในใจท่องบทสวดบูชาสวรรค์ แต่พยายามอย่างไรก็ยับยั้งความประหม่าไม่ได้สักที ประตูกระจกด้านหน้าบริษัทปรากฏพนักงานหญิงชายเข้าออกหลายคน แต่ละคนมีสีหน้าสดใส ทั้งยังดูกระฉับกระเฉงเหมือนกินยาชูกำลังตลอดเวลา คงต้องยอมรับว่าพวกเขาดูดีกันทุกคนจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ทรวดทรง การแต่งกาย แม้กระทั่งหน้าตา เฮ้อ... จะไหวไหมนะ? “สวัสดีค่ะ คุณคงสนใจสินค้าของบริษัทเราสินะคะ” หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มทักทายชินสือ พลางชี้ไปที่คาเฟเล็ก ๆ ติดกับบริษัท “พอดีฉันมองคุณจากตรงนั้นมาสักพักแล้ว เห็นคุณดูกังวลยังไม่เข้าไปสักที ฉันเลยเดาว่าคุณคงกำลังลังเลกับสินค้าของเราอยู่ ฉันเป็นพนักงานประชาสัมพันธ์ของบริษัทไวทัล ไวบ์ค่ะ เชิญคุณเข้าไปข้างในก่อนสิคะ” ชินสือมองเธออย่างตกตะลึง สักพักถึงค่อยผุดรอยยิ้มหวาน พูดกันตามตรง เขาน่ะ...แพ้ใบหน้าน่ารัก ๆ ของหญิงสาวแบบนี้เป็นที่สุด “ผมไม่ใช่ลูกค้าหรอกครับ ผมเป็นพนักงานใหม่ เพิ่งจะทำงานที่นี่วันนี้เป็นวันแรกน่ะครับ” หญิงสาวปิดปากอุทานเสียงเบา “เอ๊ะ! จริงเหรอคะ” สีหน้าเธอตกใจอย่างเห็นได้ชัด ชินสือไม่แปลกใจ “จริงครับ ผมขอแนะนำตัวเองเลยแล้วกันนะครับ ผมชื่อตงชินสือ เป็นพนักงานฝึกหัดตำแหน่งประชาสัมพันธ์ แล้ว คุณ...?” หญิงสาวปรับสีหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ “ฉันชื่อพิงลี่ถิงค่ะ เรียกฉันว่า ลี่ ก็ได้ ฉันชอบแบบนั้นมากกว่า” สายตาชินสือหวานจนสามารถเรียกผึ้งมาตอมได้ “คุณลี่...” ในใจชายหนุ่มรู้สึกชื่นชมหญิงสาวไม่น้อย ตำแหน่งพนักงานประชาสัมพันธ์ช่างเหมาะกับเธอจริง ๆ หากเขามีความสัมพันธ์กับใครอีกครั้ง ก็หวังว่าเธอคนนั้นคงน่ารักแบบนี้ ...เพ้อเจ้อไปกันใหญ่ “เอ่อ หากคุณไม่ว่าอะไร ฉันขอเรียกคุณด้วยชื่อเหมือนกันได้หรือเปล่าคะ” “ยินดีครับ” “งั้นคุณชินสือ เราเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะค่ะ” สิ้นประโยค ขาเรียวยาวพลันก้าวนำอย่างมั่นใจ ชินสือถอนหายใจ หลุบตามองพุงที่ยื่นออกของตัวเอง ก่อนจะตีมัน ป้าบ ป้าบ ดังสองที แล้วเดินตามเธอเข้าไป ทั้งสองเดินห่างกันเล็กน้อย หญิงสาวนำหน้าชินสืออยู่หนึ่งก้าว ด้วยความที่ยังเหลือเวลาอีกหลายนาที หญิงสาวจึงพาชินสือไปแนะนำตัวยังแผนกต่าง ๆ ทุกชั้นจนครบ บรรดาพนักงานต่างตกตะลึงในหน้าตาที่ไม่เข้ากันกับรูปร่างของเขาอย่างชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้น พวกสาว ๆ กลับดูเหมือนจะชอบเขาเอามาก ๆ ทั้งไม่ได้มีระยะ ห่างอย่างที่ควรจะเป็น คาดว่าคงเพราะความเป็นมิตรที่มาพร้อมกับความสุภาพของชินสือที่ดึงดูดพวกเธอมากกว่าอย่างอื่น เมื่อทั้งสองลับตาคน ลี่ถิงพลันเล่าสัพเพเหระอะไรต่อมิอะไรมากมาย ซึ่งชินสือเองก็เก็บรายละเอียดพวกนั้นใส่ใจไว้เป็นอย่างดี ขณะกำลังกระซิบเสียงเบาอย่างออกรส จู่ ๆ เธอก็เม้มปากสนิท แล้วโค้งศีรษะเล็กน้อย กระตุกแขนเสื้อชินสือสองที ชินสือเป็นคน ประสาทสัมผัสไวยิ่ง ถึงจะยังงุนงง แต่ก็รีบทำตามเธอโดยไม่ถามสักคำ ทันใดนั้น รอบบริเวณที่ชินสือกับหลี่หลินยืนอยู่พลันเงียบกริบราวกับถูกเวลาหยุดไว้ ทั้งสองหลุบตามองพื้น ครู่หนึ่งรองเท้าสีดำเงาวับก็ปรากฏพร้อมกับกลิ่นโคโลญจน์หอมอ่อน “นายเป็นใคร!” เจ้าของรองเท้าสีดำถามเสียงเข้ม ทันทีที่สุ้มเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้น ระบบประสาทชินสือประมวลผลเดี๋ยวนั้น เสียงนี้?! โอ๊ยยย!! ซวยแล้วไง ๆ ๆ ๆ!! ชายหนุ่มยืนตัวเกร็ง ในใจภาวนาขออย่าให้เป็นคนที่เขาคิดเลย ลี่ถิงเงยหน้าเชื่องช้า ใบหน้าเธอไร้สีสันในพริบตา แถมยังดูประหม่าชอบกล ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอจึงผายมือออก “ขะ เขาคือพนักงาน ประชาสัมพันธ์คนใหม่ที่เพิ่งเริ่มงานวันนี้เป็นวันแรกค่ะท่านประธาน” เธอเอียงหน้าเล็กน้อยแนะนำอีกฝ่ายให้ชินสือ “เอ่อ...คุณชินสือคะ ท่านคือประธานบริษัทเราค่ะ” คำพูดเธอไม่ฉาดฉานดังเดิม ทำตัวงุ่มง่ามราวกับไม่คุ้นเคยคนที่ปรากฏตรงหน้าสักนิด ประธานบริษัท? ชินสือค่อย ๆ ทำใจ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ทันทีที่เห็นคนตรงหน้าก็ทำลมหายใจเขาติดขัดไปชั่วขณะ อีกฝ่ายมีรูปลักษณ์เกินต้านจริง ๆ ชุดสูทสีดำกระชับตัว ใบหน้าหล่อเหลาหมดจด คิ้วและดวงตาคมเข้ม ส่วนสูงกับสัดส่วนบาลานซ์กันอย่างลงตัว หากพินิจคร่าว ๆ คงสูงกว่าเขาเกือบยี่สิบเซนติเมตร ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็สะกดตาไร้ที่ติไปหมด หล่อสุด ๆ ไปเลยแฮะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD