Cookie

1621 Words
รุ่งเช้าวันถัดมา 80.30 AM ชินสือแต่งกายเฉกเช่นทุกวัน ชุดสูทสีดำสุภาพรีดเรียบไร้รอย ผมสีอ่อนเซตทรงอย่างดี ฉีดน้ำหอมเล็กน้อย รองเท้าขัดมันเงา แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับมีท่าทีกระสับกระส่าย เหลือบมองนาฬิกาอยู่บ่อยครั้ง 8.50 AM เม็ดเหงื่อผุดซึมเต็มแผ่นหลังจนทำท่าจะส่งกลิ่น แม้หญิงสาวข้างกายจะยังไร้ท่าที แต่ด้วยความร้อนตัว ชินสือพลันกระซิบ “คุณลี่ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” ลี่ถิงบอก “แต่นี่ใกล้ถึงเวลาที่บริษัท X จะมาแล้วนะคะ” ชินสือหน้าซีด ลูบท้องกลม ๆ “ผมจะรีบไปรีบมานะครับ” ลี่ถิงเห็นสีหน้าเขาไม่ดีก็เกิดความลังเล เรื่องแบบนี้ใช่ว่าใครจะอั้นกันได้ง่าย ๆ จึงหันซ้ายแลขวา หัวหน้าแผนกฝ่ายการตลาดกับคนอื่นเริ่มเตรียมพร้อมกันแล้ว เธอกระซิบบอก “เหลือเวลาอีกสิบนาที รีบไปเถอะค่ะ แล้วรีบ ๆ กลับมานะคะ” ชินสือยิ้มเล็กน้อย พลางตอบ “ครับ” ก่อนจะหายตัวไปเงียบ ๆ ในห้องน้ำชายด้านหลังไม่มีคน 8.55 AM ชินสือเปิดประตูเข้าไป นั่งลงบนฝาชักโครก กดน้ำทิ้งเสียงดัง ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ แค่เขาเดินย่องหลบสายตาผู้คนมาจนถึงห้องน้ำก็เกือบห้านาทีแล้ว ใครจะใช้เวลาถ่ายหนักได้ในห้านาทีกัน ยิ่งคนอ้วนอย่างเขาด้วยแล้ว อย่างต่ำก็คงไม่พ้นสิบห้าถึงยี่สิบนาทีนั่นแหละ 9.10 AM ผ่านไปสิบห้านาที ชินสือยังเอ้อระเหย ไม่มีทีท่าจะลุกออกจากห้องน้ำ เขาตระหนักได้แล้วว่าตัวเองคงไม่เหมาะกับสถานที่แห่งนี้จริง ๆ แต่เวลานี้จะด้วยเหตุผลใดก็ช่าง ยังไงเดือนนี้เขาก็ต้องอดทนจนกว่าจะได้เงินเดือนเสียก่อน ขณะคิดเรื่อยเปื่อย จู่ ๆ พลันได้ยินเสียงฝีเท้าด้านนอก ด้วยความที่ซ่อนตัวอยู่ จึงเกิดความรู้สึกระแวง แต่อีกใจก็อยากรู้เช่นกัน ช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ใครจะกล้าแกว่งเท้าหาเสี้ยนเหมือนกับเขา หากไม่ใช่คนโง่ก็คงเป็นพวกท้าทายระบบบริษัทแล้ว สุดท้ายก็ได้แต่หักห้ามใจไว้ ครู่หนึ่งคนด้านนอกก็เปิดก๊อกน้ำดังซ่า ชินสือคิด เดี๋ยวอีกฝ่ายก็คงไป อาจไม่ทันสังเกตเห็นประตูที่ปิดไว้หนึ่งบานด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายเสียงน้ำก็ดังซ่าไม่หยุดสักที อีกฝ่ายปล่อยน้ำไหลทิ้งจนชินสือไม่อาจห้ามใจอีก ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจก้มตัวลง แต่ก็ชะงักติดพุง จึงเห็นแค่เงาเลือนรางผ่านช่องว่างล่างประตู เขาจ้องมองมัน เงาร่างนั้นไร้การเคลื่อนไหว สักพักรูปทรงเงาพร่าเลือนดูแปลกไป ตามมาด้วยเสียง ตึง! ดังขึ้นหนึ่งหน เขาไม่รีรออีกแล้ว รีบลุกพรวดเปิดประตูออกจากห้องน้ำ ตะโกนเสียงดัง “คุณ! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?!” อีกฝ่ายนั่งคุกเข่า มือหนึ่งกุมใบหน้า อีกมือจับเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเหมือนกำลังพยุงตัวเองไว้ ชินสือยอบตัวลงประคองคนตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น กลิ่นหอมจำเพาะของอีกฝ่ายก็กระทบจมูก “ท่านประธาน?! เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” อีกฝ่ายไม่ตอบ ร่างกายโอนเอนไปมา ชินสือจึงใช้มือข้างหนึ่งลูบหลังเขาเบา ๆ พลางพูดว่า “เดี๋ยวผมจะไปตามคนมาช่วยนะครับ” ฝ่ายตรงข้ามปล่อยมือจากเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า แล้วจับเสื้อสูทชินสือไว้แน่นจนยับยี่ยู่ พูดเสียงเบา “ไม่! ไม่ต้อง! ขอฉันอยู่แบบนี้อีกสักพัก” ชินสือมองบรรยากาศรอบข้าง อย่างไรก็ไม่ได้ คนระดับเขาจะมาหมกตัวอยู่ในห้องน้ำสกปรก ๆ ของพนักงานได้ยังไงกัน คิดได้ดังนั้นก็ชันเข่าข้างหนึ่ง ช้อนอุ้มตัวอีกฝ่ายด้วยท่าเจ้าหญิงยืนขึ้นอย่างสบาย ๆ “เดี๋ยวผมพาท่านประธานไปนอนพักที่อื่นดีกว่านะครับ” น้ำเสียงชินสือนุ่มเป็นทุนเดิม ยิ่งเขาพูดเสียงเบาด้วยแล้ว ราวกับเป็นยากล่อมประสาทชั้นดี ฝ่ายตรงข้ามไม่ตอบ เปลือกตาปิดสนิท สีหน้าเคลิบเคลิ้มซบอกนุ่มนิ่ม ชินสืออุ้มเขาลับ ๆ ล่อ ๆ ประหนึ่งขโมยขโจรลักพาตัว คิดแล้วก็อยากให้เป็นอย่างนั้นเสียจริง หากทำได้คงดี มูลค่าประธานบริษัทคงทำให้เขามีกินมีใช้ไปตลอดทั้งชาติ ผ่านไปสักพัก เวลาช่างประจวบเหมาะ ชินสือเห็นประตูหนีไฟเปิดอ้าไว้พอดี จึงรีบพุ่งพรวดเข้าไป แล้วใช้แผ่นหลังดันประตูปิดอย่างรวดเร็ว ภายในสะอาดสะอ้าน คาดว่าแม่บ้านคงเพิ่งทำความสะอาดแล้วลืมปิดประตูนั่นเอง ชินสือวางอีกฝ่ายนั่งพิงผนังตรงทางเดิน ส่วนตัวเองนั่งลงข้าง ๆ ไร้คำพูด พอหลังเอริคชนผนังแข็ง ๆ ก็มุ่นหัวคิ้ว สองมือปัดป่ายราวกับกำลังควานหาอะไรสักอย่างทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา ชินสือถามเบา ๆ “ท่านประธาน? ต้องการอะไรหรือเปล่าครับ” เสียงนุ่มทุ้มข้างหูบอกตำแหน่งได้เป็นอย่างดี สักพักมือข้างหนึ่งก็สัมผัสโดนสิ่งที่ต้องการเข้า จึงเอนตัวนอนลงอย่างไร้สติ ชินสือ “...?” เมื่อมองจากมุมชินสือแล้วก็ตลกดี พุงโต ๆ ของเขาบดบังวิสัยทัศน์เกือบสิ้น ภาพสะท้อนเห็นเพียงจอนผมกับใบหูขาวเนียนข้างหนึ่ง ความจริงชินสือไม่ใช่คนพูดมาก พอตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็ได้แต่เงียบคำ รอให้เวลาผ่านไป กลิ่นหอมโชยอ่อนจากอีกฝ่ายอบอวลที่ปลายจมูก พาชินสือจิตใจสงบอย่างบอกไม่ถูก อยู่แบบนี้ก็ผ่อนคลายเหมือนกัน 12.30 PM เอริคลืมตาโพลง สะดุ้งเฮือกเด้งตัวขึ้น จังหวะเด้งตัวใบหน้าดันไปกระแทกเข้ากับพุงนุ่มนิ่มจนต้องกลับไปหนุนตักดังเดิม นัยน์ตาสีดำมองก้อนกลม ๆ ที่ยื่นออกมา ครู่หนึ่งหลังจากตระหนักได้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ตะแคงตัวลุกนั่ง เขาหน้านิ่วมองชินสือ “นายทำอะไรกับฉัน?!” ชินสือบอกหน้าตาย “ผมเปล่าทำอะไรสักหน่อยนะครับ อยู่ดี ๆ ท่านประธานก็เป็นลมไป ผมเลยพามาพักตรงนี้เท่านั้นเอง...” เอริคลุกขึ้นพรวด ปัดเสื้อผ้าสงวนท่าที ทำหน้าเคร่งขรึม พูดเสียงเข้ม “นายอยากอู้งานล่ะสิไม่ว่า ถึงได้ทำอะไรไม่เข้าเรื่องแบบนี้ รีบกลับไปทำงานงานได้แล้ว” ชินสือหลุบตาลง มองขาตัวเอง “ผมขอเวลาอีกห้านาทีนะครับ” เอริคมองเขาปราดหนึ่ง เอ่ยเสียงเย็น “ไม่อยากทำงานก็ลาออกไปซะ ฉันจะได้หาคนใหม่มาแทนนาย” สิ้นประโยคก็หุนหันก้าวขาเปิดประตูจากไป ชินสือถอนหายใจ อีกฝ่ายหนุนเขาเป็นหมอนนานนับชั่วโมงจนเหน็บกินขยับตัวไม่ได้ แต่กลับถูกกล่าวหาว่าขี้เกียจเสียอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม โดนตำหนิขนาดนี้ ชินสือกลับไม่เคืองโกรธอีกฝ่ายแม้แต่น้อย อดคิดไม่ได้ว่าตนเองช่างเป็นพ่อพระผู้ประเสริฐเหลือเกิน สิบนาทีผ่านไป ชินสืองอขาข้างหนึ่งได้แล้ว เขาพยุงตัวเองโดยใช้ผนังค่อย ๆ ยันร่างอวบอ้วนขึ้น เดิมน้ำหนักที่มีก็ทำให้ปวดเข่าบ่อย ๆ อยู่แล้ว มาตอนนี้ต้องอยู่ท่าเดิมนาน ๆ ซ้ำยังโดนทับจนเลือดไม่ไหลเวียนก็ยิ่งแต่ทำให้ปวดเข้าไปใหญ่ กว่าเหน็บจะหาย เดินได้เป็นปกติก็ใช้เวลาพอสมควร 12.55 PM ชินสือเดินรวดเร็ว เตรียมคำพูดแก้ตัวไว้ต่าง ๆ นานา แต่ยังไม่ทันอ้าปาก พลันมีเสียงสูงโพล่งขึ้นซะก่อน "คุณชินสือ... คุณไปทำงานให้ท่านประธานมางั้นเหรอคะ อยู่ ๆ หายไปเลยฉันล่ะตกใจแทบแย่” ลี่ถิงตัดพ้อ บนใบหน้าชินสือปรากฏเครื่องหมายคำถาม เขาหย่อนก้นลงประจำที่หลังเคาน์เตอร์ “คุณลี่พูดว่าอะไรนะครับ” ลี่ถิงบอก “ก็เมื่อกี้ท่านประธานโทรมาที่เคาน์เตอร์ บอกว่ามอบหมายงานชิ้นหนึ่งให้คุณไปทำ อีกสักพักคงกลับมา ฉันก็นึกว่าคุณเกิดเรื่องในห้องน้ำแล้วซะอีก” ชินสือยิ้มกลบเกลื่อน คิดในใจว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว คนแบบนั้นก็มีมุมน่ารักที่ต้องชมเชยอยู่บ้างเหมือนกัน “ผมไปทำงานให้ท่านประธานจริง ๆ ครับ” เธอว่า “ฉันเดาไว้แล้วเชียว ว่าวันนี้บริษัท X คงไม่ได้พบกับท่านประธานอีกแน่ ๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้... ท่านติดงานเร่งด่วนสำคัญจริง ๆ นี่นา เพราะถึงกับเรียกคุณไปด้วยเลยนี่คะ แล้วยังอุตส่าห์โทร.มาบอกฉันด้วยตัวเองอีก ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่เคยโทร.มาเลยสักครั้ง” “แล้วใครเป็นคนรับหน้าแทนเหรอครับ” “คุณโหย่วหยางน่ะค่ะ ทุกทีก็เป็นเธอตลอดอยู่แล้ว เธอทำแทนท่านประธานได้หมดทุกอย่างเลยนะคะ ทั้งดีลงาน ออกสื่อ พบปะผู้คน เหมือนเธอเป็นประธาน... อุ๊บ!” หญิงสาวรีบปิดปากไว้ก่อนจะพล่ามเลยเถิดไปมากกว่านี้ ชินสือไม่ได้เอาประเด็นนั้นมาใส่ใจ “คุณโหย่วหยางงั้นเหรอครับ” ลี่ถิงมองซ้ายแลขวา พอไม่เห็นใครก็โล่งอก “รองประธานหญิงคนนั้นไงล่ะคะ ที่เคยชมว่าคุณน่ารักเมื่ออาทิตย์ก่อนนั่นไง” ชินสือย้อนนึกครู่หนึ่ง ก่อนรับคำยิ้ม ๆ “อ๋อ...ผมจำได้แล้วครับ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD