Crepe

1883 Words
เข้าสู่สัปดาห์ที่สอง บรรดาสาว ๆ ในบริษัทต่างแวะเวียนมาหาชินสือไม่หยุด เพียงเขานั่งนิ่ง ๆ อยู่หลังเคาน์เตอร์ก็เป็นอาหารตาชั้นเลิศให้พวกเธอได้เป็นอย่างดี แต่ถึงอย่างนั้น พวกเธอกลับยืนห่างออกไป มองชินสือระยะที่ไม่เห็นรูปร่างเขา “วันนี้คุณก็หล่ออีกแล้วนะคะคุณชินสือ” ประโยคนี้ช่างอ้อร้อเหมือนหมาหยอกไก่ แม้ชินสือจะขบขันกับท่าทีของพวกเธอ แต่ก็อดเจียมตัวเองไม่ได้ “พวกคุณก็สวยเหมือนเดิมเลยนะครับ” พวกเธอหน้าแดงเขินอาย ก่อนจะพูดหยอกล้อกับชินสืออีกสองสามประโยคแล้วบอกลี่ถิง “มาเถอะคุณลี่ เราไปกินข้าวกัน” ลี่ถิงลุกขึ้นสะพายกระเป๋า เอ่ยชวนเสียงหวาน “คุณชินสือ วันนี้คุณไปกินมื้อเที่ยงกับพวกเราเถอะนะคะ ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาฉันยังไม่เคยกินข้าวกับคุณสักมื้อเลย” ชินสือยกห่อผ้าขึ้น แกว่งไปมาเบา ๆ ยิ้มพูด “วันนี้ผมเอากล่องข้าวมาด้วยครับ ขอเป็นโอกาสหน้าแล้วกันนะครับ” ลี่ถิงมองเขาเหมือนกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง สักพักจึงพูดด้วยน้ำเสียงไร้เจตนาแฝง “มื้อนี้ฉันเลี้ยงคุณเอง ไปด้วยกันเถอะนะคะ” ชินสืออึ้งงัน หญิงสาวคนไม่เพียงแค่หน้าตาสะสวย แต่จิตใจยังดีอีกด้วย คงมองออกแล้วว่าเขาอยู่ในสถานการณ์ไหน “คุณไปเถอะครับ ผมชอบแบบนี้มากกว่า ทานให้อร่อยนะครับ” ลี่ถิงไม่เซ้าซี้อีก เธอถอนหายใจ พลางเอ่ย “งั้นฉันไปก่อนนะคะ” สิ้นเสียง เธอก้าวขาไปกับกลุ่มสาว ๆ ที่ยืนรออยู่ ชินสือมองตามหลังเธอ ได้แต่ทอดถอนใจกับตัวเอง เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากเลี้ยงข้าวแล้วเหรอเนี่ย ครู่หนึ่งก็หิ้วห่อผ้าไปสวนหย่อมหลังบริษัทคนเดียว บริษัทไวทัล ไวบ์ก็เหมือนกับบริษัทเอกชนชั้นนำทั่วไป ตึกสูงเสียดฟ้า ห้องประธานอยู่ชั้นบนสุด แต่ละชั้นมีสวนหย่อมไว้สำหรับให้พนักงานได้พักหายใจ ชินสือแกะห่อผ้า เปิดกล่องอาหาร อันที่จริงภายในไม่ได้มีอะไรมากมายเลย ก็แค่ขนมปังถั่วแดงที่เขาชื่นชอบมากที่สุดหนึ่งชิ้นเท่านั้น ด้วยสาเหตุที่ข้าวหนึ่งมื้อต้องใช้เงินมากกว่าขนมปังถึงสองเท่า เขาจึงเลือกที่จะกินขนมปังกับน้ำมากกว่า แต่ก็ด้วยสาเหตุนี้อีกเช่นกัน ที่ทำให้น้ำหนักเขามีแต่เพิ่มไม่ลดลงสักที ชินสือลูบพุงตัวเอง พูดเสียงเบา “ฉันกินแต่ขนมปังกับลูกอมทั้งวันแบบนี้ ถ้าไปออกกำลังกายอีกมีหวังได้ตายกันพอดี” จังหวะนั้นพลันมีเงาคนเดินผ่าน ชินสือผุดความรู้สึกเขินอายจากจิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว เขาขยับหลบอยู่ในมุมลับตาคน สักพักก็ได้ยินเสียงแว่วลอยมา เสียงชายคนหนึ่งพูด “ได้ยินว่าพรุ่งนี้บริษัท X ที่เป็นคู่ค้าธุรกิจรายใหญ่จะมาหาท่านประธานนี่นา” เสียงชายคนที่สองตอบ “ก็ใช่น่ะสิ! ดันมาวันที่ไอ้อ้วนเข้ามาทำงานบริษัทเราซะได้ ทางนั้นเป็นถึงคู่ค้าธุรกิจรายสำคัญ มีหวังได้ผิดหวังกับฝ่ายต้อนรับแน่ ๆ ” เสียงชายอีกคนเสริม “ฉันล่ะอายแทนบริษัทจริง ๆ อุตส่าห์รักษาชื่อเสียงอย่างดีมาตั้งนาน กลับมาตกม้าตายเพราะรับไอ้อ้วนเข้ามาทำงานซะได้” ได้ยินแบบนั้น ความคิดชินสือพลันว่างเปล่าไปชั่วขณะ ตั้งแต่มีรูปร่างแบบนี้ก็เพิ่งจะรู้สึกว่ามันทำให้คนอื่นเดือดร้อน เขามันแกะดำแท้ ๆ เป็นอีกากลางฝูงหงส์ไม่มีผิด ท่ามกลางเสียงนินทา จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือส่งเสียงขึ้น Rrr Rrr Rrr ชินสือรับโทรศัพท์เสียงเบา “ครับแม่” จังหวะนั้นรอบข้างพลันเงียบสนิท คาดว่าพอได้ยินเสียงโทรศัพท์ พวกเขาคงแยกย้ายทันที เสียงในสาย “อาชิน! เมื่อไหร่แกจะกลับบ้านสักที ถ้าฉันไม่โทรหาแกก่อนก็คงไม่รู้สินะว่าแกยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า” ชินสือกระซิบ “ตอนนี้ผมได้งานแล้วนะแม่ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ผมดูแลตัวเองได้ แล้วผมก็ยังไม่อยากกลับไปตอนนี้” เสียงในสาย “เงินเดือนไม่กี่แดงแกจะพอกินพอใช้อะไร ถ้าแกไม่รีบมาฉันจะขายบ้านที่แกอยู่ทุกวันนั่นทิ้งซะ!” ชินสือตัดบท “แค่นี้ก่อนนะแม่ ผมต้องไปทำงานแล้ว แม่อย่าขายบ้านผมเชียวนะ” เสียงในสาย “เดี๋ยวสิ อาชิน...” ตื้ด... ชินสือกดตัดสาย จากนั้นก็นั่งนิ่ง ในใจเริ่มท้อบ้างแล้ว บ้านใจกลางเมืองที่เขาอยู่ตอนนี้เป็นมรดกตกทอดเพียงอย่างเดียวที่ยายเหลือไว้ให้ อย่างน้อยก็ยังดีที่เขามีที่อยู่อาศัยโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ต้องจ่ายค่าแก๊สกับค่าหุงต้มที่แพงหูฉี่ในแต่ละเดือนจนแทบไม่เหลือเงินใช้ เดิมครอบครัวเขาเคยอาศัยอยู่กลางเมืองหลวง แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ต้องย้ายกลับไปอยู่ชนบทที่ต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม ชินสือกลับชินกับการอยู่ท่ามกลางสังคมมากกว่า เขาชอบแสงสีสว่างไสว การสัญจรสะดวกสบาย ผู้คนขวักไขว่ ถึงจะอดอยากปากแห้ง แต่ก็รั้นต้องการจะอยู่คนเดียวให้ได้ แม้ว่าพักหลัง ๆ เขามักจะเก็บตัวก็ตามที ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้พ่อกับแม่โกรธจนยื่นคำขาด หากเขาไม่กลับไป ทั้งสองจะไม่ส่งเงินให้ ตัดขาดความช่วยเหลือทั้งสิ้น แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เดิมเขาก็ไม่เคยคิดจะให้ครอบครัวเห็นใจอยู่แล้ว กลับกัน เขาอยากทำให้พ่อกับแม่เห็นมากกว่า ว่าเขาสามารถอยู่ได้โดยลำพังโดยไม่ต้องพึ่งพิงใคร แม้สุดท้ายจะต้องพยุงตัวเองให้อยู่รอดไปได้วันต่อวันก็เถอะ แต่เหมือนแม่จะไม่เข้าใจ จู่ ๆ ก็ขู่จะขายบ้านเพียงหลังเดียวที่เขาอยู่เสียอย่างนั้น ในที่สุด น้ำใส ๆ ก็รื้นดวงตาสีน้ำตาล เขาพยายามแล้ว พยายามประคับประคองตัวเองไม่ให้ตกอยู่ในจุดต่ำสุด แต่นี่มันสุดจะทนแล้วจริง ๆ เขาก็แค่อยากระบายมันออกมา ไม่อยากเก็บความอัดอั้นนี้ไว้กับตัวอีกแล้วก็เท่านั้น ชินสือหลับตา เขาไม่อยากกลับไปอยู่ในชนบท สาเหตุเพราะที่นั่นห่างไกลความเจริญ ไร้สีสัน มีแต่ความเงียบและน่าเบื่อ คิดแล้วก็สะท้อนใจ ที่ชีวิตเขาตกต่ำขนาดนี้ก็เพราะทำตัวเองทั้งนั้น ...เป็นเพราะตัวเขาเองที่สนุกกับการกินจนลืมดูแลตัวเอง พอนานเข้าก็กลายเป็นกู่ไม่กลับ พลอยไม่อยากออกไปไหน ด้วยรูปลักษณ์น่าเกลียดแบบนี้ ผู้หญิงสวย ๆ ที่ไหนจะเหลียวแลคนอย่างเขากัน ดวงตาชินสือชุ่มฉ่ำ ได้แต่ตัดพ้อตัวเองอยู่ในใจ ชีวิตฉันนี่มันทุเรศจริง ๆ คิดวนเวียนแบบนั้นได้ครู่หนึ่งก็เริ่มปรับอารมณ์ ก่อนจะยิ้มเล็ก ๆ และเข้าไปทำงาน ผ่านไปไม่ทันไรก็จะครบหนึ่งเดือนที่ชินสือเป็นพนักงานฝึกหัดแล้ว ขณะนี้เขานั่งเหม่อลอย ภายนอกกระจกใสผู้คนขวักไขว่ ข้างนอกแสงแดดอ่อน ๆ ผ่านไปสักพักร่างอ้อนแอ้นก็ปรากฏสู่สายตา เขาถึงค่อยยิ้มอย่างมีหวังขึ้นมาได้บ้าง หญิงสาวเดินอ้อมเข้าเคาน์เตอร์ นั่งลงด้วยใบหน้าพราวเสน่ห์ “คุณกินข้าวเสร็จเร็วจัง มานานแล้วเหรอคะ” ชินสือส่ายหน้าเล็กน้อย มองเธอยิ้ม ๆ “ผมก็เพิ่งมาเหมือนกันครับ” ลี่ถิงเป็นเด็กสาววัยยี่สิบสี่ ความน่ารักเจื้อยแจ้วของเธอทำชินสือกระชุ่มกระชวยไม่น้อย บรรยากาศราวกับอบอวลไปด้วยดอกไม้หอมหวาน ลี่ถิงหน้าแดง “คุณมองฉันแบบนี้ทำไมกันคะ” ชินสือเอ่ยยิ้ม ๆ “แบบไหนเหรอครับ” ลี่ถิงเขินอาย “ไม่รู้สิคะ ถึงคุณจะอ้วน แต่คุณก็หล่อนี่นา มองแบบนี้ฉันก็มีหวั่นไหวบ้างนะคะ” ชินสือได้ใจ ดวงตาสีน้ำตาลเจ้าชู้ ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบผู้หญิงสวย เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ลี่ถิงอายุพอเหมาะพอเจาะ หากจะคิดลึกซึ้งกับเธอ... ในดวงตากระจ่างใสของหญิงสาวปรากฏภาพสะท้อนของซาลาเปาลูกหนึ่ง จู่ ๆ ชินสือพลันรู้สึกท้อแท้ในอก รีบเปลี่ยนเรื่องพูด “ผมได้ยินว่าพรุ่งนี้จะมีคู่ค้าธุรกิจรายใหญ่มาพบท่านประธานเหรอครับ” ลี่ถิงตอบกลับทันควัน “ตายจริง! ฉันลืมบอกคุณเหรอคะ ใช่ค่ะ พรุ่งนี้เก้าโมงเช้าบริษัท x จะมาพบท่านประธาน คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมเข้าไว้นะคะ เราต้องทำให้ทางนั้นประทับใจค่ะ” จู่ ๆ เธอก็ถอนหายใจ “เฮ้อ... แต่ครั้งนี้ไม่รู้ว่าท่านประธานจะหายตัวไปอีกเหมือนกับครั้งที่แล้วหรือเปล่านี่สิคะ” “...? หายไปเหรอครับ?” “ฉันก็ไม่รู้เหตุผลแน่ชัดค่ะ ตั้งแต่ฉันทำงานมา น้อยครั้งมากที่คู่ค้าธุรกิจจะได้พบกับท่านประธานโดยตรง เพราะอยู่ดี ๆ ท่านก็ติดงานกะทันหันทุกครั้งเลยน่ะสิคะ” สิ้นประโยค เธอเอียงหน้ามองชินสือ แววตาเคลือบไปด้วยความสงสัย “ครับ? มีอะไรหรือเปล่าครับ” “แต่พอคุณเข้ามาทำงาน ดูเหมือนว่าฉันจะได้พบกับท่านประธานบ่อยขึ้นจนน่าแปลกเลยนะคะ” ชินสือหัวเราะเสียงเบาราวกับสิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ หญิงสาวบอก “ถ้าครั้งนี้บริษัท x ได้พบกับท่านประธานล่ะก็... บางทีเขาอาจจะสั่งสินค้ากับเรามากกว่าเดิมก็ได้ค่ะ” ชินสือรู้สึกกดดันโดยไม่รู้ตัว “เราต้องเตรียมพร้อมให้ดีสินะครับ” ลี่ถิงพยักหน้า “ใช่ค่ะ” ด้วยความที่ชินสือยังไม่ผ่านช่วงทดลองงาน จึงไม่มีสิทธิ์เข้าใช้ระบบเว็บไซต์ซึ่งเป็นความลับของบริษัท ดังนั้น งานที่ได้รับมอบหมายทั้งหมดจึงต้องล้วนผ่านจากลี่ถิงเท่านั้น ชินสือถาม แล้วพวกเขาจะกลับตอนไหนเหรอครับ” ลี่ถิงตอบลังเล “เอ... ในประกาศไม่มีบอกไว้นะคะ คิดว่าดีลกันเรียบร้อยแล้วก็คงกลับเหมือนทุกทีมั้งคะ” ชินสือ “ยังงั้นเหรอครับ...” วันนี้ชินสือกลับบ้านด้วยความคิดฟุ้งซ่าน เขาเป็นพนักงานประชาสัมพันธ์ เป็นด่านแรกของบริษัท กระจ่างดีว่าความประทับใจแรกย่อมต้องมาจากรูปลักษณ์ภายนอกก่อนเสมอ อาหารมื้อเย็นยิ่งทำให้สมองเขาตื้อมึน ตรงหน้ามีข้าวขาวจานใหญ่ เต้าหู้ทอด เต้าหู้ผัดน้ำมัน และไข่ต้ม เขาไม่สามารถข่มตานอนขณะที่ท้องยังหิวได้ นี่จึงเป็นอาหารเพียงมื้อเดียวที่เขาได้กินอย่างเต็มอิ่มตลอดทั้งวัน แต่แคลอรีก็ล้นหลามเหลือเกิน ชินสือตักข้าวเข้าปาก ช่างเถอะ.
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD