“อ้อ ข้าขออภัยด้วย... พวกเราทำเพื่อช่วยชีวิตเจ้า”
ดอควางถาดอาหารร้อนๆ หอมกรุ่นลง ชามซุปใหญ่ราวกับอ่าง ทุกสิ่งรอบตัวทั้งโต๊ะ เก้าอี้ จานชามล้วนใหญ่โตจนสโนวไวท์รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนแคระ
“ไม่ต้องกลัว กินซะสิ ข้าทำอาหารพวกนี้เอง”
“พวกเจ้าเป็นใครหรือ แล้วที่นี่ที่ไหน” สโนวไวท์ค่อยๆ ละเลียดกินขนมปัง ก้อนมันใหญ่มากจนต้องบิเป็นชิ้นเล็กๆ มากิน
“ที่นี่คือดินแดนแอชเมียร์ ดินแดนของเผ่าไททัน”
“ไททัน?”
“ใช่แล้ว เจ้าไม่รู้จักรึ”
สโนวไวท์ส่ายหน้าและยิ่งกลัวจนตัวสั่นเข้าไปอีกเมื่อดอคเอื้อมมืออันใหญ่โตเข้ามาช่วยกระชับผ้าห่มให้
“ไททัน... กินมนุษย์รึเปล่า”
“แล้วแต่คน บางคนก็ล่ามนุษย์เป็นอาหาร แต่พวกข้าไม่กินมนุษย์”
“แล้ว...” สโนวไวท์สับสน ไม่คิดเลยว่าตนจะหนีเตลิดมาจนถึงดินแดนน่ากลัวแห่งนี้ แต่ดูเหมือนว่ายักษ์ที่ชื่อดอคจะเป็นไททันใจดีและอ่อนโยน สโนวไวท์จึงกุมมือเขาไว้แทนคำขอบคุณ
“มือเจ้าใหญ่มากเลย”
“มือเจ้าเล็กต่างหาก ปกติแล้วไม่มีมนุษย์กล้าล่วงล้ำเข้ามาในเขตแอชเมียร์หรอกนะ” ดอคช่วยป้อนซุปให้เพราะดูเหมือนว่าแขนเล็กๆ ของนางจึงยกช้อนคันใหญ่ไม่ขึ้น เขาพยักพเยิดให้นางหันไปทางหน้าต่าง ถึงได้เห็นพวกชายหนุ่มยืนชะเง้อมองเข้ามา
“ข้าชื่อแฮปปี้ เจ้าชื่ออะไรหรือ”
“สะ...สโนวไวท์จ้ะ”
“ชื่อน่ารักจังเลย นี่พี่ชายข้า คนนี้พี่สนีซซี่ ส่วนนี่พี่สลีปปี้ คนที่สักลายกะโหลกนั่นชื่อแบคฟูลเป็นน้องชายของข้า เขาตัวใหญ่ที่สุด ส่วนคนนี้ชื่อดอว์ปี้ เป็นน้องคนเล็ก”
แฮปปี้แนะนำตัวอย่างร่าเริง ทุกคนสบตาสโนวไวท์แล้วก็ส่งยิ้มให้
“คนที่กำลังป้อนซุปให้เจ้าคือพี่ชายคนโตชื่อพี่ดอค เขากลัวว่าเจ้าจะกลัวเลยไม่ให้พวกเราเข้าไปอ่ะ”
สโนวไวท์หัวเราะ และนางถึงได้สังเกตว่าชุดขาดวิ่นของตนถูกเย็บซ่อมแซมเป็นอย่างดี มีแค่ชายกระโปรงซึ่งเดิมยาวกรอมข้อเท้า ตอนนี้เหลือความยาวแค่เหนือเข่า เห็นถุงน่องกับสายรัดดูวาบหวิว
ชุดท่อนบนเดิมทีนั้นเป็นชุดแขนตุ๊กตาแขนยาว พอซ่อมแซมส่วนที่ขาดแล้วจึงกลายเป็นชุดเปิดไหล่ขาวเนียน ตอนแรกสโนวไวท์ก็ขัดเขินจนหน้าแดง แต่พอคลานลงจากเตียงซึ่งทั้งสูงทั้งใหญ่แล้วเดินผ่านกระจก ชุดใหม่ที่ผ่านการซ่อมแซมนี้ก็ดูสวยงาม ตัดเย็บอย่างประณีต แม้แต่ลายปักรูปดอกไม้ก็กระจุ๋มกระจิ๋มน่ารัก บ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของคนที่ทำเป็นอย่างดี
จู่ๆ ชายหน้าตาถมึงทึงก็ผลักประตูโครมเข้ามา
“นั่น กรัมปี้ พี่ชายคนรอง เขาดูเถื่อนๆ ก็จริงแต่เป็นคนใจดีนะ ไม่ต้องกลัวเขาหรอก”
กรัมปี้ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงเหมือนมีโทสะตลอดเวลา ทำเอาสโนวไวท์กลัวจนตัวสั่น
“ฟื้นได้สักทีนะนางมนุษย์ ทำข้าวุ่นวายไปหมด น่ารำคาญซะจริง” พูดจบก็โยนช่อดอกไม้ป่าให้ “กินซุปเข้าไปอีกสิ กินแค่นั้นจะไปแข็งแรงได้ไง”
“ขะ...ขอโทษค่ะ”
“ฮุๆ ชุดของเจ้า เขาเป็นคนซ่อมให้นะ”
“อะไรเล่าพี่ดอค! จะไปบอกนางทำไม” กรัมปี้หน้าแดงจนถึงลำคอ รีบเดินกระแทกเท้าตึงๆ ออกไป สโนวไวท์จึงร้องไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ แต่เหล่าไททันทั้งเจ็ดต่างกระวนกระวายนึกว่านางยังโกรธเรื่องเร่าร้อนที่เกิดขึ้นในป่า
“ยะ...อย่าร้องไห้เลย พวกข้าผิดไปแล้วที่ล่วงเกินเจ้า”
“เปล่า เปล่าจ้ะ ไม่ใช่เรื่องนั้น... ข้าเพียงแต่นึกเศร้าใจที่...” สโนวไวท์เช็ดน้ำตาป้อยๆ เมื่อเล่าถึงเสด็จพ่อที่คิดข่มขืนนางกับแม่เลี้ยงที่พยายามไล่ฆ่า คนที่ฟังแล้วโกรธที่สุดก็คือกรัมปี้
“แม่เลี้ยงของเจ้าอยู่ที่ไหน ข้าจะไปฆ่านางให้เอง”
“อย่า... อย่าทำเช่นนั้น ข้าเองต่างหากที่สมควรถูกลงโทษ”
“เลิกโทษตัวเองเถอะ คนที่ต้องขอโทษคือพ่อกับแม่เลี้ยงของเจ้าต่างหาก! ถ้าข้าอยู่ตรงนั้นกับเจ้า ข้าสาบานว่าจะบีบคอมันให้ตายคามือ” สโนวไวท์เห็นกรัมปี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแทนนางเช่นนั้น นางก็ยิ่งไม่รู้สึกว่าโลกนี้โดดเดี่ยวอีกแล้ว
“หากเจ้าไม่มีที่ไปก็มาอยู่ที่นี่กับพวกเราสิ” แฮปปี้เอ่ยปากชวนด้วยแววตากระตือรือร้น
สโนวไวท์กวาดตามองพวกเขาทีละคน ไททันทั้งเจ็ดมีนิสัยแตกต่างกัน บุคลิกของพี่ใหญ่อย่างดอคเฉียบขาดผึ่งผาย กรัมปี้ดุดันเหมือนโกรธใครตลอดเวลา แฮปปี้สดใสร่าเริง สนีซซี่สวมแว่นและมีบุคลิกสง่างาม คอดบอกว่าสนีซซี่เป็นหมอ เชี่ยวชาญการปรุงยารักษา ส่วนสลีปปี้ท่าทางดูง่วงๆ สมชื่อแต่ล่าสัตว์จับปลาเก่งที่สุด ส่วนแบคฟูลดูน่ากลัวเพราะมีรอยสักรูปหัวกะโหลก คิ้วของเขาคมเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน หล่อเหลาแบบร้ายๆ แต่ก็มีรอยยิ้มใจดี และคนสุดท้องก็คือดอว์ปี้ซึ่งเป็นคนเงียบๆ พวกเขาทุกคนล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำและพร้อมจะปกป้องนาง
“เจ้าหญิง...”
“ข้าไม่ใช่เจ้าหญิงหรอก... ในเมื่อราชาวิลเลียมบอกข้าเองว่า...”
“เจ้าเป็นเจ้าหญิงของพวกเราไง” แบคฟูลพูดโพล่งขึ้นมาทันที พริบตาเดียวห้องนั้นก็คับแคบไปถนัดใจเพราะไททันทั้งเจ็ดแออัดกันเข้ามา ผลัดกันจับมือให้กำลังใจนาง จนในที่สุดสโนวไวท์ก็ยิ้มออก
“ข้าอยู่ที่นี่กับพวกเจ้าได้จริงๆ เหรอ”
“ได้สิ” พวกเขาตอบพร้อมกันทันที ทำเอาสโนวไวท์น้ำตารื้น “พวกเราจะปกป้องเจ้าเอง ไม่ว่าจะทำอาหาร ซักผ้า ปูที่นอนหรือเย็บเสื้อผ้าและดูแลบ้าน พวกเราจะทำเอง เพียงแต่...”
“เพียงแต่อะไรหรือจ๊ะ”
“เจ้าจะว่าพวกเราเห็นแก่ตัวก็ได้นะ แต่พวกเราไม่อยากฝืนใจเจ้าแบบตอนนั้นอีก ก็เลยจะขอเจ้าตรงๆ อย่างหนึ่ง”
“บอกมาเถิด หากข้าตอบสนองพวกเจ้าได้ ข้ายินดีทำ”
“พวกเราเจ็ดพี่น้องไม่ได้ลิ้มรสสวาทมานานมากแล้ว หากเจ้าอยู่ที่นี่ พวกเราคงอยากจะข่มใจ... เพราะฉะนั้นแล้ว... พวกเราจะขอให้เจ้ามีเซ็กซ์กับพวกเราเป็นการแลกเปลี่ยน”
“เซ็กซ์?... หมายถึง... เอา... ดุ้นใหญ่ๆ อวบๆ นั้นมาเย่อหอยใช่มั้ย”
“ใช่แล้ว”
สโนวไวท์สบตาพวกเขาทีละคน พวกเขาไม่พูดอะไร แต่รูดซิปลงมาปลดปล่อยให้แท่งเนื้อดีดผึงออกมาอวด มันชูชันมีหัวบานเหมือนเห็ด แข็งโด่เป็นท่อนตะบองยักษ์ ร่างกายของสโนวไวท์พลันเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง แค่ลองจินตนาการว่าท่อนเอ็นมหึมาเหล่านี้สอดใส่เข้ามาอร่อยๆ สโนวไวท์ก็แฉะแล้ว
สติของสโนวไวท์ร้องเตือนแผ่วๆ แม้ว่าจะตกยากอยู่กับเหล่าไททันก็ตาม แต่นางก็มีคู่หมั้นแล้ว ต้องบอกปฏิเสธพวกเขาไปซะ ถอยห่างจากที่แห่งนี้เดี๋ยวนี้
“ขอโทษด้วยนะ... ข้า... อ่ะ อื้ออ...”
จู่ๆ ร่างสูงใหญ่กำยำซึ่งเต็มไปด้วยแรงกระหายอยากเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พวกเขาเลียลิ้นรอบริมฝีปาก แววตาวาววับอยากจะดูดนม เลียให้น้ำแตก เจ้าหญิงยังไม่ทันร้องออกมา เขาก็ทำให้นางตื่นเพริดเพราะใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาควานจูบแลกลิ้น
“อึ่กก... อื้อๆ”
“เฮ้ย เจ้าดอว์ปี้ใจเย็นก่อน”
คนที่กำลังจูบนางชื่อดอว์ปี้นี่เอง เขาเป็นน้องชายคนสุดท้องแต่รูปร่างใหญ่โตบึกบึนกว่าพี่ชายบางคนเสียอีก ถึงเขาจะเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่พี่ๆ ทุกคนรู้ดีว่าดอว์ปี้มีความต้องการสูงมาก และอาการหวั่นผวาแถมทำตาแดงๆ จะร้องไห้นี่แหละที่กระตุ้นอารมณ์ดิบเถื่อนของบรรดาไททันวัยกลัดมันอย่างยิ่ง
“อึ่ก... อูวว...”
เด็กสาวถูกบังคับจูบ สโนวไวท์เบิกตากว้างและพยายามทุบกำปั้นใส่ แต่ร่างกำยำก็ไม่สะเทือนแต่อย่างใด ยิ่งเวลาผ่านไปมาเท่าไหร่ ลิ้นของดอว์ปี้ก็ยิ่งสอดลึกเข้ามาเกี่ยวรัดลิ้นของนางอย่างอุกอาจ จนเมื่อเขายอมถอนริมฝีปาก ร่างบอบบางถึงได้สูดอากาศหายใจเข้าปอด
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
“ดอว์ปี้อย่าเพิ่งรีบร้อน ฟังคำตอบของนางก่อน” ดอคผู้เป็นพี่ใหญ่ดุน้องคนเล็ก ลมหายใจของทุกคนหนักหน่วง แลบลิ้นเลียริมฝีปาก สายตาจ้องมองรอยห***มที่นูนโผล่ออกมาตรงอกเสื้อ รวมทั้งเจ้าหญิงน้อยเองก็รู้สึกหวิววาบไปทั้งตัว
“คำตอบของเจ้าล่ะ”