บทที่ 2 ดินแดนไททัน

1171 Words
บทที่ 2 ดินแดนไททัน นางไม่สามารถกลับไปที่แคว้นนาโปลีได้อีกแล้ว สโนวไวท์หนีเตลิดเข้าสู่ป่ารกชัฏไร้ร้างผู้คน สองขาของนางวิ่ง วิ่งไปสุดฝีเท้าโดยไม่รู้จุดหมาย เสียงสรรพสิ่งในป่าและเงาไม้ดูเหมือนภูตผีตามหลอกหลอน เจ้าหญิงผู้น่าสงสารจึงยิ่งตื่นผวา สุดท้ายก็หมดเรี่ยวแรงและล้มตัวลงที่เชิงเขา ริมฝีปากของนางแห้งผากด้วยเพราะอดน้ำมาหลายวัน ดวงตาพร่ามัวไปหมด สโนวไวท์ได้ยินเสียงหมาป่าเห่าหอนอยู่ไม่ไกล คิดว่าอีกไม่นานพวกมันคงจะมารุมกัดกินนางเป็นอาหาร ขณะที่กำลังคิดว่าจะต้องตายแน่แล้ว ในใจเด็กสาวจึงนึกถึงคู่หมั้นที่ยังไม่เคยพบหน้า แต่เขาอยู่แห่งหนใดกัน นางเองก็ไม่รู้ ร่างบอบบางร้องไห้สะอึกสะอื้น ก่อนจะสลบไปด้วยความอ่อนล้าและหิวโหย --------------------- ขณะเดียวกันนั้นแสงตะวันที่กำลังสาดแสงแผดเผาใส่เรือนร่างขาวผ่อง จู่ๆ ก็บังเกิดเงาดำทะมึนสูงใหญ่บดบังแสง บนบ่าของชายฉกรรจ์แบกกวางที่เพิ่งล่ามาได้ ตอนแรกเขาคิดว่าร่างเล็กๆ ที่นอนหมดสติอยู่นี้เป็นลูกกวางจึงติดตามมาดู แต่ปรากฏว่าเป็นมนุษย์เสียนี่ “แฮปปี้ มาดูนี่สิ เด็กบ้านไหนกันเข้ามาในป่าลึกขนาดนี้” “นางไม่ใช่เด็ก ดูรูปร่างก็รู้ พี่มีน้ำเหลือบ้างหรือไม่” “น้ำหมดแล้ว” “แถวนี้ไม่มีแหล่งน้ำเสียด้วย นางกำลังจะขาดน้ำตาย ตรวจดูซิว่านางบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่” คนที่พูดชื่อดอค เป็นพี่ชายคนโต แววตาจึงอบอุ่นใจดีและเป็นที่พึ่งให้น้องๆ ได้เสมอ เขาถามพลางมองสองเต้ากลมกลึงน่าบีบเคล้น เอวคอด สะโพกผายลามไปจนถึงเรียวขาขาวผ่องของเด็กสาว “นางตัวเล็กเหมือนเด็กก็จริง แต่สำหรับมนุษย์แล้วถือว่าโตแล้ว” แฮปปี้เป็นชายหนุ่มนิสัยร่าเริงตามชื่อ เขาเริ่มลูบไล้ผิวขาวนวลเนียน สำรวจแข้งขาของเด็กสาวว่ามิได้แตกหักตรงไหน จะมีก็แต่แผลขีดข่วนเนื่องจากโดนกิ่งไม้เกี่ยว พวงเต้าอวบอิ่มที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจเข้าออก สุดแสนจะดึงดูดสายตาอย่างยิ่ง แฮปปี้จึงอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปคลึงเคล้น จับจะงอยห***มเด็กสาวทั้งสองข้าง ดึงแล้วปล่อย ดึงแล้วปล่อย “อึ่กก... อา...” “ตัวเล็กไปหน่อยก็จริง แต่นางสวยน่าฟัดมาก” แฮปปี้กลืนน้ำลายดังเอื้อก ปากคอแห้งผากอยากดูด ยิ่งดรุณีน้อยแสนสวยบิดกายแอ่นโค้ง ลำหอกใหญ่ยาวของแฮปปี้ก็ตั้งชันสู้ทันที ใครจะไปคิดว่าเข้าป่ามาล่าสัตว์แล้วจะเจอสาวน้อยตัวเล็กๆ สวยใสน่าขย่มเช่นนี้ “ตั้งแต่ข้าเข้ามาอยู่ในป่าก็ไม่ได้ปลดปล่อยเลย... บางทีนางอาจเป็นตัวช่วยที่ดี” เขาทั้งลูบทั้งคลำเต้าอวบ ใช้นิ้วสะกิดห***มจนมันแข็งชันตอบสนอง ยิ่งสโนวไวท์หอบหายใจเบาๆ ห***มสีชมพูใสก็ขยับไหวดูน่าลูบชม “นมสวยจริงๆ” แล้วเขาก็ก้มลงดูดเลียห***มเด็กสาวอย่างเอร็ดอร่อย “อูวว... ทั้งอวบทั้งนุ่ม ตั้งเต้าสวยมาก” จ๊วบ... จ๊วบบ... เขาแหย่ลิ้นไปที่เต้าอีกข้าง เอาลิ้นห่อรอบห***มชูชันแล้วตวัดรัวๆ จนเต้ากระเด้งดึ๋งๆ “อ๊ะ... อ๊า... อ๊า...” เด็กสาวเผยอริมฝีปากร้องครวญคราง แฮปปี้สะกิดห***มถี่ๆ ดูดกลืนห***มกลมกลึงสลับข้างไปมาซ้ำๆ และทวีความหนักหน่วง ใช้ปลายลิ้นสะกิดแล้วดูดรัวแรงจนไหล่บอบบางสะดุ้งโหยง “ตัวนางเล็กเสียจริง แต่นมอวบใช่เล่น นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้เจอนางมนุษย์นมอวบอัดขนาดนี้ ดูสิพี่” “อย่ามัวแต่ทะลึ่ง ตามทุกคนมาก่อนดีกว่า” ดอค พี่ชายคนโตเป่านกหวีดส่งสัญญาณ เหล่าชายร่างกำยำเริ่มเดินออกมาจากราวป่า ตามมาสมทบรวมกันทั้งหมดเจ็ดตน แต่ไม่มีใครเลยที่มีน้ำสะอาด “นางเป็นเด็กหลงป่ารึ” “ตัวเล็กเท่าเด็กสิบขวบเลย แต่ทำไมนมโต” บรรดาชายหนุ่มยืนล้อมรอบร่างบอบบาง ก่อนจะเริ่มถกเถียงกัน “นางเป็นมนุษย์ ข้าเคยเห็นหญิงมนุษย์ที่ผมขาวโพลนแล้วแต่ก็ตัวเล็กแค่นี้นั่นแหละ” ดวงตาคมกริบทุกคู่กวาดมองเรือนร่างอวบอัด ใบหน้าของนางช่างน่ารักจิ้มลิ้ม ริมฝีปากแม้จะแห้งแตกด้วยอาการขาดน้ำ แต่ก็ช่างงดงามจนไม่อาจละสายตา ปกติแล้วเขตแดนของพวกเขาจะกำหนดด้วยแนวป่าอาถรรพ์ มนุษย์จะไม่ล่วงล้ำเข้ามาเพราะไม่เพียงแต่มีภยันตรายมากมายในป่า แต่เพราะที่นี่คือเขตแดนของเผ่าพันธุ์ยักษ์ ทุกคนจึงแปลกใจที่เด็กสาวตัวเล็กแค่นี้สามารถรอดชีวิตมาได้ขนาดนี้ “มนุษย์กับไททันไม่ข้องแวะกัน พานางไปส่งที่ชายป่าก็แล้วกัน” “นางจะตายก่อนไปถึงที่นั่น เราต้องช่วยหาน้ำและอาหารให้นางกินฟื้นกำลังก่อน” แม้จะไม่มีใครกล่าวอะไร แต่ในใจล้วนร้อนผ่าวไปด้วยแรงกลัดมันลุ่มลึก ร่างบอบบางที่นอนสลบตรงหน้าตัวเล็กนิดเดียว แต่กลิ่นอายเย้ายวน นางเป็นสาวงามสะพรั่ง รูปร่างเต่งตึงเป็นสาวเต็มตัวน่าเคล้าคลึง ยิ่งมองก็ยิ่งน่ากิน “ข้าจะไปหาน้ำ กรัมปี้ เจ้าช่วยย่างเนื้อไว้ให้นางที” “เฮอะ! พวกมนุษย์ น่ารำคาญ ไว้ใจไม่ได้ นางมนุษย์ตัวเล็กใกล้จะตายเต็มทนแล้ว หากนางมาพร้อมมนุษย์คนอื่น ขี้คร้านจะโทษพวกเราว่าทำให้นางตาย” คนที่บ่นชื่อกรัมปี้ เป็นชายนิสัยขี้หงุดหงิด น้องชายอีกคนที่ชื่อสนีซซี่ก็เลยแหย่เล่น “งั้นก็ไม่ต้องช่วยนางก็แล้วกัน ดูสิ เสื้อผ้าขาดวิ่นไปหมด สงสัยคงจะถูกทำร้ายมา ไหนๆ นางก็จะตายแล้ว เราไปกันเหอะ” “ฮึ่ม! เห็นแล้วรำคาญลูกตา พวกเจ้าก็ปล่อยให้นางมนุษย์นี่นอนตากแดดร้อนๆ อยู่ได้” กรัมปี้พูดพลางอุ้มร่างบอบบางขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว พาหลบแดดร้อนไปใต้ร่มไม้ ก่อนจะหันไปบอกน้องชายคนสุดท้องให้รีบหาน้ำมาโดยด่วน “ดอว์ปี้ ถ้าเจ้ารีบลงเขาไปก็อาจจะหาน้ำให้นางได้ทัน” “อย่าเสี่ยงเลยดีกว่า” พี่ใหญ่อย่างดอคเอ่ยปากเตือน “เส้นทางลงเขาต้องใช้เวลาอย่างน้อยเกือบชั่วโมง กว่าจะนำน้ำกลับขึ้นมาที่นี่ นางคงจะยิ่งทรุดหนัก” “แล้วจะทำไงล่ะพี่” “ข้าคิดวิธีดีๆ ออกแล้ว” ดอคยิ้มมุมปาก “สิ่งที่พวกเราชาวไททันชื่นชอบที่สุดคืออะไร พวกเจ้าน่าจะรู้ดีไม่ใช่หรือ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD