ยอมรับชะตากรรม
สวีจินเยว่ลืมตาขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่พร่ามัวก็ค่อย ๆ ปรับเข้ากับแสงที่สาดส่องเข้ามา ก่อนจะนึกถึงเรื่องที่ผ่านมาเมื่อครู่ ไม่ใช่ว่านางถูกรถชนหรอกหรือเหตุใดจึงยังมีชีวิตอยู่เช่นนี้
“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ถิงถิงที่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวหลังม่านจึงเอ่ยถามพร้อมกับเปิดม่านเพื่อเข้ามาปรนนิบัติผู้เป็นนาย
“คะ คุณหนูหรือ” นี่มันเรื่องอันใดกัน คุณหนูอันใดไม่เห็นจะเข้าใจ นางเป็นเพียงคนธรรมดาจะมีสาวใช้ได้อย่างไร
“ใช่เจ้าค่ะ คุณหนูเป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ” ถิงถิงถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ พร้อมกับปรนนิบัติผู้เป็นนายอย่างคล่องแคล่ว ไม่ได้สนใจท่าทีแปลกไปของเจ้านายเลยแม้แต่น้อย
“ข้ามีนามว่าอันใด” ตอนนี้นางยังไม่เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในหัวของนางว่างเปล่าไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่ไหน
“คุณหนูล้อเล่นหรือเจ้าคะ คุณหนูคือบุตรสาวคนโตของจวนสกุลสวี สวีจินเยว่อย่างไรเจ้าคะ” ถิงถิงยิ้มน้อย ๆ คุณหนูเป็นอันใดไป เหตุใดจึงได้ถามเช่นนี้
“ถิงถิง” หากคำตอบที่ได้รับนั้นตรงกับสิ่งที่นางคิดเอาไว้ นางก็พอจะเดาออกแล้วว่าตอนนี้ตนเองนั้นอยู่ที่ใด บุตรสาวคนโตของจวนสกุลสวี เป็นใครไปไม่ได้นอกจากนางร้ายตัวประกอบในนิยายที่นางอ่านก่อนจะถูกรถชน
“คุณหนูมีอันใดหรือเจ้าคะ” ถิงถิงขานรับพลางทำหน้าที่ของตนเอง
สวีจินเยว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งไป นี่นางหลุดมาอยู่ในนิยายจริง ๆ หรือ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือนางยังอ่านนิยายเรื่องนั้นไม่จบ!!
หญิงสาวที่เพิ่งรับรู้ว่าตนเองต้องใช้ชีวิตตามบทบาทในนิยายก็ได้แต่นอนเหม่อมองเพดานอย่างหมดอาลัยตายอยาก ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาใช้ชีวิตในยุคโบราณเช่นนี้ แต่ยังดีหน่อยที่ได้มาอยู่ในตระกูลผู้ดี ไม่ต้องไปตกระกำลำบากที่ใด
“วันนี้เราจะไปที่ใดกันหรือ” สวีจินเยว่เอ่ยถามอย่างหมดกำลัง นางอยากจะรู้ว่าเหลือเวลาอีกนานเท่าใดกว่าจะไปอยู่ในจุดต่ำสุดเช่นนั้น
“วันนี้ตอนเย็นจะต้องไปร่วมงานเลี้ยงที่วังหลวงเจ้าค่ะ คุณหนูลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ” ถิงถิงได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจ คุณหนูลืมเรื่องสำคัญเช่นนี้ไปได้อย่างไร
“งานเลี้ยงต้อนรับกองทัพสกุลหลันเจ้าค่ะ”
ตอนนี้สกุลหลันรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ใช้เวลาหลายปีกว่าจะเอาชนะแคว้นศัตรูได้ แล้วมีหรือที่หลานสาวเพียงคนเดียวเช่นสวีจินเยว่จะไม่ได้หน้า
“ท่านตากับท่านลุงกลับมาแล้วหรือ” วันนี้นางจำได้ว่าสวีจินเยว่สร้างเรื่องเอาไว้ไม่น้อย และนี่ก็เป็นชนวนที่ทำให้เกาเฉิงอู่เกลียดคู่หมั้นจนเข้าไส้เพราะไปผลักนางเอกของเรื่องตกน้ำ
“เจ้าค่ะ” ถิงถิงลุกขึ้นไปจัดเตรียมสิ่งอื่นต่อ เพราะวันนี้ต้องเตรียมอะไรอีกมากมาย
“แล้วข้าจะทำอย่างไรต่อไป” สวีจินเยว่เอ่ยออกมาก่อนทอดถอนใจ ตอนนี้นางรู้เพียงอย่างเดียวว่านางไม่ยอมรับชะตากรรมต่อจากนี้อย่างแน่นอน นางจะสู้เพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอดต่อไป นางตายมาแล้วหนึ่งครั้ง จะไม่มีทางยอมตายเป็นครั้งที่สอง
สวีจินเยว่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไปดี ในใจก็อยากใช้ชีวิตอย่างสงบสุข ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของตัวหลักในนิยายอีก ทว่าอีกใจหนึ่งก็วางเรื่องที่เพิ่งอ่านไปไม่ลง ไม่รู้ว่าตัวละครนี้ทำอันใดผิดจึงต้องรับกรรมเช่นนั้น คนที่ผิดคือคนที่แย่งคู่หมั้นของคนอื่นมิใช่หรือ แล้วเหตุใดอีกฝ่ายจึงได้ใช้ชีวิตคู่กันอย่างมีความสุขเล่า
เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนางก็คิดได้ว่า ไม่ว่าจะอย่างไรเรื่องราวทุกอย่างต้องเป็นไปตามในนิยาย นางจะขอสู้สักตั้งว่าจะเอาชนะตัวเอกพวกนั้นได้หรือไม่ แต่เสียอย่างเดียวก็คือ นิยายเรื่องนี้นางยังอ่านไม่จบ...
สวีจินเยว่นอนไปนอนมาก็เผลอหลับไปในที่สุด เพราะยังคิดไม่ตกว่าจะรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนเช่นไร
‘คุณหนู หนีไปก่อนเถิดขอรับ ทางนี้เดี๋ยวข้าน้อยจัดการเอง’ จางหย่งเอ่ย ตอนนี้เขาได้รับบาดเจ็บไม่น้อย และเกรงว่าจะไม่สามารถปกป้องผู้เป็นนายได้อีกต่อไป
‘ไม่ ๆ จางหย่งเราต้องไปด้วยกัน’ จินเยว่เอ่ยออกมาอย่างไม่ยอม นางไม่มีทางทิ้งเขาเอาตัวรอดเพียงคนเดียว เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะนาง นางไม่มีทางปล่อยให้เขารับกรรมแทนนาง
‘หยุดนะ’ เสียงเข้มตะโกนมาแต่ไกลพร้อมกับร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น
‘เกาเฉิงอู่’ จินเยว่เอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา นางไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องราวจะมาถึงวันนี้ วันที่นางต้องมาเผชิญหน้ากับเขาในสถานการณ์เช่นนี้
‘จินเยว่ เจ้ากลับไปกับข้าเสียเถิด เจ้าสร้างเรื่องใหญ่โตเพียงนี้อย่าคิดหนีอีกเลย’ เฉิงอู่เอ่ยเสียงเข้ม เขาไม่คิดเลยว่าคนที่เขาเอ็นดูมาตั้งแต่เด็กจะทำเรื่องที่เลวร้ายเช่นนี้ได้ สั่งให้คนมาสังหารหยางอิ่งลี่อย่างไม่กลัวความผิด ไม่ได้รับรู้ถึงผลที่จะตามมาเลยแม้แต่น้อย
‘หึ ที่ข้าทำไปเช่นนี้ก็เพราะท่านมิใช่หรือ ท่านเป็นคู่หมั้นของข้าแต่ท่านกลับมีใจให้สตรีอื่น ท่านว่าเช่นนี้ถูกต้องแล้วหรือ เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านยังจะกล้าเรียกตนเองว่าเป็นสุภาพชนอีกหรือไม่’ จินเยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น แม้วันนี้นางจะต้องตายนางก็ไม่เสียดายชีวิต
‘ขะ ข้า’ เฉิงอู่ได้แต่นิ่งกับคำที่นางเอ่ยออกมา เพราะที่นางเอ่ยออกมาทุกอย่างล้วนเป็นความจริง ‘เรื่องนี้ข้าเป็นคนผิด แล้วเหตุใดเจ้าถึงต้องส่งคนมาสังหารนาง หากโกรธแค้นเหตุใดจึงไม่มาลงที่ข้า’
‘ข้าทำได้มากกว่านี้ สิ่งที่เป็นของข้า ข้าไม่มีทางยกให้ผู้ใดง่าย ๆ’ ไม่ว่านางจะถูกตราหน้าอย่างไรนางไม่สนใจ เรื่องนี้นางไม่ผิด คนที่ผิดก็คือหญิงร้ายชายชั่วที่ไม่สนใจความถูกต้องนี่ต่างหาก นางจึงตัดสินใจเลือกทำเช่นนี้
‘คุณหนูไม่ต้องเอ่ยอันใดกับเขา รีบหนีไปให้ไกลที่สุด เดี๋ยวข้าน้อยจะจัดการเรื่องทางนี้เองขอรับ’ หากมีกำลังเสริมมาเพิ่มเขาเกรงว่าจะไม่สามารถปกป้องผู้เป็นนายได้
‘ไม่ ๆ เราต้องไปด้วยกัน’ จินเยว่ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก นางทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเพราะความไม่รอบคอบของนาง แต่หากย้อนกลับไปได้นางก็เลือกที่จะทำเช่นนี้เหมือนเดิม
‘ไป ข้าน้อยบอกให้ไป’ จางหย่งร้องออกมาสุดเสียงพร้อมกับผลักให้ผู้เป็นนายออกไปจากบริเวณนี้
ทว่าก็ช้ากว่าดาบของเกาเฉิงอู่ที่พุ่งตรงไปยังร่างบางและปักเข้าที่ท้องของนางอย่างไม่อาจหลบหลีก เขาได้แต่มองภาพที่เกิดขึ้นอย่างตกตะลึง เดิมทีเขาต้องการเพียงสกัดนางเอาไว้เท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะทำให้นางบาดเจ็บ
สวีจินเยว่ได้แต่มองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความเจ็บปวด เขากล้าทำร้ายนางเช่นนี้เลยหรือ น้ำตาค่อย ๆ ไหลรินออกจากดวงตาทั้งสอง แววตาของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวดกับสิ่งที่เขากระทำในวันนี้
‘คุณหนู!!’