บทที่ 3

1192 Words
แค้นที่ไม่อาจปล่อยวาง เมื่อพิธีการต่าง ๆ ผ่านไปทุกคนต่างพากันลุกขึ้นไปแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับคุณูปการในครั้งนี้ ส่วนเหล่าหนุ่มสาวก็พากันออกไปเดินเล่นที่ด้านนอกเพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ถูกตาต้องใจได้ทำความรู้จัก เพราะผู้ที่ถูกเชิญมาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้มีชาติตระกูลและฐานะที่ดี ล้วนช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งและเชิดหน้าชูตาให้แกกันและกันได้ ส่วนสวีจินเยว่ก็ออกมาตามการนัดแนะของญาติผู้พี่ นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหน้าตาของนางเอกจะเป็นเช่นไร เพราะหน้าตาของพระเอกนั้นนางเคยเห็นในฝันแล้ว ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดภาพเหล่านั้นจึงเข้ามาอยู่ในหัวของนางได้ เมื่อมาถึงที่นัดหมายนางก็เข้าไปนั่งรอญาติผู้พี่ในศาลา แต่นางเลือกที่จะเปลี่ยนเป็นศาลาหลังอื่น ที่อยู่ใกล้บริเวณที่คู่พระนางพลอดรักกันมากกว่าเดิม นางอยากเห็นให้เต็มตาว่าสองคนนั้นรักกันหวานชื่นเพียงใด ทันทีที่เห็นสองคนนั้นเดินออกมาจากงานเลี้ยง ก็ได้แต่นั่งมองเฉย ๆ ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนกับภาพตรงหน้า แต่ภายในใจก็อดรู้สึกเจ็บแปลบไม่ได้ อยากจะเข้าไปจัดการสองคนนั้นให้รู้แล้วรู้รอด เห็นทีว่านางคงวางความแค้นนี้ไม่ลงจริง ๆ แล้วนางควรจัดการกับความรู้สึกนี้อย่างไรดี “เยว่เอ๋อร์ รอนานหรือไม่” ฉางเย่เอ่ยถามน้องสาวพร้อมกับมองสีหน้าที่ไม่สู้ดีของญาติผู้น้อง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “เป็นอันใดไปหรือ” “พี่ฉางเย่ ท่านว่าข้าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี” จินเยว่ถามญาติผู้พี่พร้อมกับชี้ให้ดูคู่ยวนยางที่กำลังพูดคุยกันอย่างมีความสุข ทั้งสองไม่คิดที่จะไว้หน้านางสักนิดเลยจริง ๆ หลันฉางเย่มองตามสายตาของญาติผู้น้องก็พบกับภาพที่ทำให้ไม่ค่อยพอใจนัก “นั่นมันคู่หมั้นของเจ้ามิใช่หรือ” เขาจำได้ว่าบุรุษที่ยืนอยู่กับสตรีผู้นั้นคือคู่หมั้นที่หมั้นกับญาติผู้น้องของเขาตั้งแต่ยังเด็ก แล้วเหตุใดจึงได้ไปยืนทำท่าหวานชื่นกับสตรีอื่นเช่นนั้นเล่า หลายปีที่ผ่านมาเขาพลาดอันใดไป “พี่ฉางเย่ออกไปทำศึกเสียนาน ท่านคงไม่รู้ว่าเขาใจร้ายกับข้าเพียงใด เขาไม่สนใจความรู้สึกของข้าเลยแม้แต่น้อย” จินเยว่เอ่ยเสียงเศร้าเรียกความสงสารจากคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ได้ไม่น้อย นางมีคนหนุนหลังที่รักและเอ็นดูนางเช่นนี้จะไม่ใช้ได้หรือ “หยามหน้ากันเกินไปแล้ว คิดว่าเราคนสกุลหลันคนสกุลสวีรังแกกันได้ง่าย ๆ หรือ” ฉางเย่เอ่ยออกมาอย่างมีโทสะ ท่ามกลางผู้คนมากมายกล้าทำให้ญาติผู้น้องของเขาเสียหน้าถึงเพียงนี้เลยหรือ “ไป ไปกับพี่ พี่จะไปทวงความยุติธรรมให้เยว่เอ๋อร์เอง” พูดจบก็ลากแขนญาติผู้น้องตรงไปยังบริเวณที่สองคนนั้นยืนอยู่ เขาไม่มีทางมองสองคนนั้นเคียงคู่กันอย่างมีความสุขแล้วปล่อยให้น้องสาวที่เติบโตมาด้วยกันเจ็บปวดอยู่เพียงผู้เดียวอย่างแน่นอน เรื่องนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ “คุณชายเกา ไม่อยู่กับคู่หมั้นของตนเองแต่กลับมายืนอยู่กับสตรีอื่นเช่นนี้หรือ” ฉางเย่เอ่ยขึ้นเสียงดัง ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็มองไปที่ต้นเสียงเป็นตาเดียว สองคนที่กำลังยืนคุยกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เมื่อได้ยินประโยคทักทายเช่นนั้นก็ได้แต่ใบหน้าแข็งค้าง ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาเอ่ยด้วยประโยคเหล่านี้ “คุณชายหลันกล่าวเช่นนี้ก็ออกจะเกินไปกระมัง แม่นางหยางจะเสียหายเอาได้” เฉิงอู่เอ่ยด้วยท่าทีที่ไม่พอใจ เหตุใดจึงกล้าเอ่ยวาจาที่หยาบคายเช่นนี้ออกมา “หรือที่พี่ชายของข้าเอ่ยออกมามิใช่ความจริง พวกท่านสองคนลอบคบหากันทั้งที่มีข้าเป็นคู่หมั้นอยู่แล้ว คำที่เอ่ยเมื่อครู่ก็ไม่เกินจริงเลยสักนิด” จินเยว่เข้ามาร่วมสนุกกับเรื่องนี้ด้วย นางจะยืนมองสองคนนั้นอับอายเฉย ๆ ได้อย่างไร นางก็ต้องลงไปร่วมผสมโรงด้วยอยู่แล้ว “คุณหนูสวี เราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน เหตุใดจึงมาเอ่ยวาจาใส่ร้ายกันเช่นนี้” หยางอิ่งลี่ยกยิ้มน้อย ๆ พยายามรักษารอยยิ้มบนใบหน้าเอาไว้ และเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน จะให้นางยอมรับข้อกล่าวหาเช่นนี้ได้อย่างไร ชื่อเสียงดีงามที่นางเก็บสะสมมาทั้งชีวิต จะมาเสื่อมเสียเพราะเรื่องนี้มิได้ “น้องสาวข้ามิได้ใส่ร้ายพวกเจ้าสองคน ที่นางเอ่ยมาล้วนเป็นความจริงทั้งหมด เจ้ายุ่งเกี่ยวกับคู่หมั้นผู้อื่น คนทั่วทั้งเมืองหลวงล้วนรู้เรื่องเหล่านี้ดี” ฉางเย่เปิดโปงทุกอย่างอย่างไม่คิดที่จะไว้หน้าผู้ใด กล้ามาทำให้ญาติผู้น้องของเขาเจ็บปวดใจ ก็ต้องเตรียมรับผลที่จะตามมาด้วย หลายคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็พากันพูดคุยถึงเรื่องนี้กันอย่างสนุกปาก หลายคนต่างรู้เรื่องนี้ดี แต่ที่ไม่ค่อยให้ความสนใจเพราะมีหลายคนที่ไม่ค่อยชอบสวีจินเยว่จึงได้มองข้ามเรื่องนี้ไป และหันไปให้ความสนใจกับนิสัยที่ร้ายกาจของนางแทน “ข้าไม่เคยคิดแย่งคู่หมั้นของผู้ใด เจ้าอย่ามาใส่ร้ายกันเช่นนี้” อิ่งลี่เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี ในใจคิดเคียดแค้นสองคนพี่น้องที่กล้ามาทำให้นางอับอาย ‘รักมากใช่หรือไม่ ข้าจะแย่งบุรุษผู้นี้มาให้ได้ ข้าไม่มีทางยอมแพ้สตรีผู้นี้เด็ดขาด คนที่ได้แต่งงานกับเขาต้องเป็นข้าคนเดียว’ หญิงสาวได้แต่คิดในใจ “แต่การกระทำของเจ้าช่างสวนทางกันยิ่งนัก ออกไปถามที่ตลาดดูก็ได้ ทุกคนล้วนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ้าสองคนนั้นรักกันหวานชื่นเพียงใด ข้าจะบอกอันใดให้ การหมั้นหมายนี้ข้าไม่มีทางปล่อยมือเด็ดขาด พวกเจ้าอย่าหวังว่าจะได้ครองคู่กันอย่างมีความสุขเลยตราบใดที่ยังมีข้าอยู่” จินเยว่ยื่นคำขาด ตอนแรกนางก็รู้สึกเฉย ๆ แต่มาบัดนี้นางรู้แล้วจริง ๆ ว่าความแค้นที่มีในใจไม่อาจปล่อยวางได้ง่าย ๆ ราวกับความแค้นนั้นได้ฝังลึกลงใจของนางไปแล้ว แต่สิ่งเดียวที่นางจะไม่ทำคือเอาบุรุษเช่นนี้ทำพันธุ์เด็ดขาด แต่เรื่องถอนหมั้นค่อยว่ากันทีหลัง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD