บทที่ 7

1322 Words
หนังสือปริศนา สวีจินเยว่กลับจวนอย่างอารมณ์ดี เมื่อญาติผู้พี่ของนางยอมรับปากแล้วว่าจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่นางก็รู้สึกวางใจ ไหนจะซุนหมิงซวนผู้นั้นอีก เขาเป็นถึงหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรที่ฝ่าบาททรงวางพระทัย นางจะต้องสู้กับพระนางคู่นั้นได้เป็นแน่ เมื่อมาถึงจวนก็ตรงกลับไปที่เรือนของตนเองทันที เพราะของที่ได้มาวันนี้นางยังไม่ได้ตรวจดูอย่างละเอียด ไม่รู้ว่ามีอันใดบ้าง “เหล่านายท่านสกุลหลันใส่ใจคุณหนูยิ่งนัก” ถิงถิงเอ่ยกับผู้เป็นนายอย่างอารมณ์ดี ของมากมายและยังล้ำค่าเช่นนี้ไม่รู้ว่านอกจากผู้เป็นนายของนาง ในเมืองหลวงนี้จะมีผู้ใดที่มีของล้ำค่ามากมายเช่นนี้อีก “ใช่ พวกเขาช่างใส่ใจข้ายิ่งนัก” จินเยว่ยิ้มหวาน พลางตรวจดูของที่ได้มาอย่างมีความสุข “ของเทียนเอ๋อร์ส่งไปที่เรือนแล้วใช่หรือไม่” หญิงสาวถามถึงสวีหนิงเทียนผู้เป็นน้องชาย ตอนนี้น้องชายจำต้องร่ำเรียนกับอาจารย์ที่จวนจึงไม่ได้ออกไปกับนางด้วย ท่านตา ท่านลุงและญาติผู้พี่จึงได้ฝากของมากับนาง “เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” สวีจินเยว่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะเดินสำรวจของที่ได้มาอีกครั้ง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่หน้ากระจกที่ได้มา นางจ้องมองตนเองอยู่ครู่หนึ่งด้วยสายตาลุ่มลึก ใบหน้านี้เรียกได้ว่าหาที่ติมิได้ ทั้งงดงามและยั่วยวนในเวลาเดียวกัน ผู้ใดที่ได้เห็นก็ยากที่จะปฏิเสธ ไม่คิดเลยว่าเจ้าคนแซ่เกานั่นจะตาต่ำไปเลือกสตรีแซ่หยาง ไม่เห็นจะมีดีอันใดสักอย่าง งดงามสู้นางก็ไม่ได้ ยังจะกล้าเสนอหน้ามาแย่งคู่หมั้นของนางอีก แต่เป็นเช่นนี้ก็ดี คนเลว ๆ เช่นนั้นแต่งงานไปก็มีแต่ทำให้ทุกข์ใจเปล่า ๆ “พวกเจ้าจัดการเก็บของพวกนี้ให้เรียบร้อย” เมื่อตรวจดูทุกอย่างจนพอใจแล้วจึงปลีกตัวออกไป ปล่อยให้เหล่าสาวใช้จัดการเรื่องที่เหลือแทน “คุณหนู นี่หนังสืออันใดหรือเจ้าคะ” ถิงถิงเข้ามาหาผู้เป็นนายพร้อมกับหนังสือเล่มหนึ่งที่มิได้เขียนชื่อหนังสือเอาไว้ “เจ้าเอามาจากที่ใดหรือ” จินเยว่มองหนังสือในมือของสาวใช้ครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่สนใจอีกเพราะไม่คุ้นตากับหนังสือเล่มนี้เลย ในห้องของนางมีหนังสือแค่ไม่กี่เล่ม นางล้วนจดจำได้หมด “อยู่ในของที่ได้มาจากตระกูลหลันเจ้าค่ะ” “เช่นนั้นก็เอาวางรวมไว้กับหนังสือพวกนั้นเถิด” จินเยว่ไม่ได้สนใจหนังสือที่ได้มา เดิมทีนางก็ไม่ได้ชอบอ่านหนังสือหาความรู้ แต่เพราะต้องทำตนเองให้เหมาะสมคู่ควรกับคู่หมั้นนางจึงเพียรศึกษาในทุก ๆ ด้าน มาถึงตอนนี้นางก็ได้รู้แล้วว่าทุกอย่างที่ทำลงไปนั้นมันช่างไร้ประโยชน์ และไม่คิดที่จะทำเรื่องโง่งมเช่นนั้นอีก “เจ้าค่ะ” ตุบ!! ขณะที่สวีจินเยว่กำลังนอน จู่ ๆ ก็มีเสียงของตกดังขึ้นจนทำให้คนที่กำลังนอนหลับอย่างสบายถึงกับสะดุ้งตื่นกลางดึก นางจึงจุดตะเกียงแล้วลุกขึ้นไปดูว่าเกิดอันใดขึ้น ตั้งแต่ได้มาอยู่ที่นี่นางก็ไม่ได้ให้สาวใช้คอยดูแลตอนกลางคืนเพราะไม่คุ้นชิน หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ก็พบกับต้นตอที่ทำให้ต้องมายืนอยู่ตรงนี้ ซึ่งก็คือหนังสือเล่มใหม่ที่นางเพิ่งได้รับมาจากตระกูลหลัน นางก้มลงไปหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา เดิมทีก็ไม่ได้สนใจอันใด แต่เมื่อได้สัมผัสมันกลับดึงดูดความสนใจของนางอย่างน่าประหลาด ทว่านางก็ตัดสินใจเก็บหนังสือเล่มนั้นกลับไปไว้ที่เดิม ก่อนจะกลับมานอนตามเดิม รุ่งเช้าหญิงสาวก็ตื่นขึ้นมาอย่างไม่ค่อยสดชื่นนัก นางเอาแต่ฝันถึงหนังสือเล่มนั้นไม่หยุด ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นหนังสือเล่มนั้นจึงมีอิทธิพลต่อนางมากมายเพียงนี้ เมื่อสาวใช้จัดการปรนนิบัติทุกอย่างเรียบร้อย สวีจินเยว่ก็ไล่ให้คนทั้งหมดออกจากห้องไป ไม่เว้นแม้แต่ถิงถิงสาวใช้คนสนิท นางตัดสินใจที่จะดูหนังสือเล่มนั้น นางก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันเกิดเรื่องอันใดกับตนเองกันแน่ บางทีหนังสือปริศนาเล่มนั้นอาจจะให้ความกระจ่างแก่นางก็ได้ มิเช่นนั้นมันคงไม่มาวนเวียนในหัวของนางเช่นนี้ ทันทีที่เปิดหนังสือเล่มนั้นก็ทำให้หญิงสาวต้องตกตะลึง เพราะสิ่งที่นางได้อ่านช่างเหมือนกับนิยายที่นางเคยอ่านก่อนมาที่นี่ไม่ผิดเพี้ยน หัวใจที่นิ่งสงบก็สั่นไหวแรงขึ้นอย่างไม่อาจห้ามได้ นี่มันนิยายที่นางเคยอ่านจริง ๆ นางเปิดอ่านหนังสือเล่มนั้นด้วยมือที่สั่นเทา อยากจะรู้ว่าหลังจากที่ตัวละครสวีจินเยว่ตายไปแล้วจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง นางอ่านหนังสือเล่มนั้นอย่างละเอียด จนมาสะดุดที่ชื่อของตัวละครตัวหนึ่ง ซุนหมิงซวน ตัวร้ายของเรื่องที่โผล่มากลางเรื่อง เขาทั้งร้ายกาจและโหดเหี้ยมที่สุด กล้าลงมือกับพ่อพระเอกและแม่นางเอกอย่างไม่สนวิธี นะ นี่มันออกจะเกินความคาดหมายของนางไปมาก ชายหนุ่มแสนอบอุ่นในความทรงจำของนางจะกลายเป็นตัวร้ายในนิยายได้อย่างไร หญิงสาวพลิกอ่านหนังสือไปทีละหน้า ๆ ก็ต้องพบกับความประหลาดใจอีกครั้งเมื่อหน้าต่อไปเป็นเพียงกระดาษเปล่า นี่มันเรื่องบ้าบออันใดกันแน่ หากอยากจะให้นางรู้เรื่องราวในนิยายเหตุใดไม่ให้รู้จนจบ ทำไมต้องมารู้เรื่องราวครึ่ง ๆ กลาง ๆ เช่นนี้ด้วย หนังสือที่อยู่ในมือถูกเขวี้ยงออกไปด้วยความโมโห มาหลอกให้อยากรู้แล้วจากไปเช่นนี้เผาทิ้งเลยดีหรือไม่ “ถิงถิง เข้ามาหน่อย” “คุณหนูมีอันใดเจ้าคะ” ถิงถิงเข้ามาในห้องก็พบกับหนังสือที่ถูกโยนไว้บนพื้น “ข้าจะออกไปข้างนอก” นางไม่มีอารมณ์ที่จะอยู่ในจวนต่อ จึงจะออกไปผ่อนคลายให้อารมณ์ดีสักหน่อย “แล้วหนังสือเล่มนี้...” “เอาไปเก็บไว้ที่เดิม” จินเยว่บอกอย่างไม่สนใจ หนังสือเล่มนี้เก็บไว้อาจจะมีประโยชน์ในภายหลังก็ได้ “เจ้าค่ะ” ถิงถิงจัดการเอาหนังสือไปเก็บแล้วจึงมาช่วยผู้เป็นนายแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมออกไปข้างนอก สวีจินเยว่ยังคงนั่งครุ่นคิดกับเรื่องที่เพิ่งได้อ่าน แล้วปล่อยให้สาวใช้คอยแต่งตัวให้ มาถึงตอนนี้นางยังคิดไม่ตกเลยว่าพี่ชายที่อบอุ่นของนางไฉนจึงกลายเป็นตัวร้ายในนิยายไปได้ ในนิยายเขียนเอาไว้ว่าเขาหลงรักนางเอกของเรื่อง จึงทำทุกวิธีเพื่อที่จะได้อีกฝ่ายมาครอบครอง ทว่าเมื่อรู้แล้วว่าตนเองไม่อาจได้ครองคู่กับนางในดวงใจ จึงตัดสินใจลงมือสังหารอีกฝ่ายด้วยตนเอง เพราะถือว่าหากเขาไม่ได้ครอบครองก็อย่าหวังว่าผู้ใดจะได้ไป!! สวีจินเยว่ที่คิดถึงเรื่องนี้ก็ได้แต่ขนลุกขนชัน ตัวร้ายผู้นี้น่ากลัวเกินไปแล้ว คนผู้นี้จะเป็นศัตรูไม่ได้เด็ดขาด เมื่อสองนายบ่างเดินอกไปแล้วหนังสือเล่มนั้นก็เปล่งแสงออกมา พร้อมกับเนื้อหาต่าง ๆ ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามที่สวีจินเยว่กำลังประสบพบเจออยู่ในขณะนี้ และชื่อหนังสือก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ‘หนังสือชีวิต’
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD