บทที่ 8

1211 Words
พระรองไม่ตรงปก สวีจินเยว่ตัดสินใจที่จะออกไปดูงิ้วที่หอชิงเยียน นางไม่ค่อยมีสหายที่เมืองหลวงเพราะก่อนหน้านี้นางร้ายกาจเกินไป จึงไม่ค่อยมีคนอยากจะคบค้าสมาคมด้วยเท่าใด แต่คิดว่านางจะง้อหรือ ต้องคอยปั้นหน้าเข้าหากัน มีสหายเช่นนั้นนางขอไม่มีเสียดีกว่า “คุณหนูใหญ่สวี คุณหนูของเราให้มาเชิญไปนั่งด้วยกันเจ้าค่ะ” คนถูกเชิญมองหน้าคนที่เข้ามาทักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินตามอีกฝ่ายไป สาวใช้คนนี้เป็นคนสนิทของซุนซูอี๋ น้องสาวของซุนหมิงซวน “คารวะพี่ซูอี๋เจ้าค่ะ” นางเข้าไปทักทายคนที่นั่งอยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หากถามหาสหายก็นับว่าคนผู้นี้เป็นสหายได้กระมัง “เยว่เอ๋อร์นั่งด้วยกันสิ พี่ตั้งใจออกมาดูงิ้ว ไม่คิดว่าพวกเราสองคนจะบังเอิญใจตรงกัน” คำที่เอ่ยออกมานั้นดูสนิทสนมต่างจากใบหน้าที่เรียบนิ่งนั่นเสียเหลือเกิน “เจ้าค่ะ” จินเยว่ยิ้มรับ ก่อนจะนั่งลงตามคำชวน พี่สาวผู้นี้กับนางก็อาจจะถือว่าสนิทสนมได้อยู่กระมัง เพราะตอนยังเป็นเด็กก็เล่นด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง แต่อีกฝ่ายดูจะเฉยชาเกินไป นางจึงสนิทสนมกับผู้เป็นพี่ชายของอีกฝ่ายมากกว่า “พี่ซูอี๋จะกลับเลยหรือไม่เจ้าคะ” จินเยว่ถามขึ้นขณะที่กำลังเดินออกจากหอชิงเยียน “เยว่เอ๋อร์อยากจะเดินเล่นต่อหรือ” ซูอี๋เงยหน้ามองท้องฟ้าครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ “เช่นนั้นก็ไปเดินเล่นกันเถิด” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบรับหรือปฏิเสธก็จูงมือเดินตรงไปที่ตลาดทันที ตอนนี้ตลาดกำลังคลาคล่ำไปด้วยผู้คนดูครึกครื้นไม่เบา “พี่ซูอี๋ ปิ่นนี้ดูเหมาะสมกับท่านยิ่งนัก” ขณะที่ทั้งสองกำลังดูเครื่องประดับ จินเยว่ก็เห็นปิ่นหยกขาวอันหนึ่งซึ่งมันเหมาะสมกับซุนซูอี๋เป็นอย่างมาก “ปิ่นนี้แม้จะดูเรียบไปหน่อย แต่พออยู่บนตัวของพี่ซูอี๋ข้าว่าต้องงดงามมากแน่ ๆ” “งดงามมาก” ซูอี๋เผยแววตาพอใจออกมา ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเลือกของได้ถูกใจนางเช่นนี้ “ใช่หรือไม่เจ้าคะ” จินเยว่เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ พร้อมกับเข้าไปกอดแขนของอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน ซุนซูอี๋ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะทำตัวปกติ นางไม่เคยถูกผู้ใดออดอ้อนเช่นนี้ และไม่เคยออดอ้อนผู้ใดเช่นกัน นางรู้ว่านางเป็นคนเย็นชามาตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนเจ้าเด็กน้อยคนนี้ก็คงจะหวาดกลัวไม่น้อยเลยทีเดียวจึงไม่กล้าเข้าหา นางก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนนิสัยที่ออกจะเย็นชาของตนเองเช่นไรเหมือนกัน “นี่ก็เย็นแล้ว เราไปกินอาหารที่ร้านอาหารเจียวจูเถิด พี่ให้คนไปจองเอาไว้แล้ว และเชิญพี่ชายทั้งสองของเรามาด้วย” ซูอี๋บอกด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะยื่นปิ่นไปให้หลงจู๊จัดการห่อให้ “เจ้าค่ะ” จินเยว่ยิ้มจนตาหยี ทำให้คนที่มองอดนึกเอ็นดูไม่ได้ จึงยื่นมือไปหยิกเบา ๆ ที่แก้มของอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู ทว่าจู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ทำให้ทั้งสองต้องหันหน้าไปมองพร้อม ๆ กัน “ที่แท้คุณหนูรองซุนก็เป็นหมัวจิ้งนี่เอง” เถาเฟยหย่ามองไปที่หญิงสาวทั้งสองด้วยสายตายากจะคาดเดา ทว่ามุมปากของเขากลับยกขึ้นราวกับพบเจอเรื่องที่ทำให้ถูกใจ “คุณชายผู้นี้กล่าวเกินไปหรือไม่ เหตุใดจึงได้เอ่ยคำพูดที่ไร้มารยาทเช่นนี้ออกมา” เป็นจินเยว่ที่เอ่ยออกมาก่อน นางไม่รู้หรอกว่าบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เป็นผู้ใด แต่หากเป็นคนที่หยาบคายเช่นนี้นางก็ไม่คิดที่จะไว้หน้าเช่นกัน! “คุณชายเถา เหตุใดจึงเป็นคนที่หยาบคายเช่นนี้ ข้าและน้องสาวเพียงออกมาเดินเล่นด้วยกันก็ถูกมองว่าเป็นหมัวจิ้งแล้วหรือ ท่านออกจะใจแคบเกินไปกระมัง” ซูอี๋ยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง บุรุษผู้นี้ไม่ใช่คนดีเด่อันใด นางแค่ประลองธนูชนะเขาครั้งเดียว เขายังคงตามระรานนางมาถึงทุกวันนี้ ทุกคนต่างก็เชิดชูเขาว่าเป็นพยัคฆ์หน้าตาย พยัคฆ์หน้าตายอันใดนี่มันลูกหมาชัด ๆ “คนมีตาดูก็รู้ว่าเจ้าสองคนเป็นอันใดกัน” เฟยหย่ายังคงเอ่ยออกมาอย่างหน้าไม่อาย จะให้เขายอมแพ้หรือ ไม่มีทางเสียหรอก เขาเคยพ่ายแพ้นางในการประลองธนูมาแล้วครั้งหนึ่ง จากนี้เขาจะไม่มีทางพ่ายแพ้ให้นางอีกเป็นแน่ “ใช่ คนมีตาก็รู้เองว่าอันใดเป็นอันใด” พูดจบซูอี๋ก็จูงมือคนที่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ออกไปทันที เมื่อครู่ยังดี ๆ อยู่เลย เหตุใดมาตอนนี้จึงได้กลายเป็นเช่นนี้ไปได้ หรือจะหวาดกลัวเจ้าลูกหมาตัวนั้นกัน “พี่ซูอี๋ เมื่อครู่คือผู้ใดหรือจึงได้หยาบช้าเช่นนี้” จินเยว่ถามขึ้นเพื่อความแน่ใจว่าบุรุษผู้นั้นจะใช่คนเดียวกับคนที่นางคิดเอาไว้หรือไม่ “รองแม่ทัพเถา เถาเฟยหย่า” สวีจินเยว่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ตกตะลึง นี่มิใช่พระรองของเรื่องหรอกหรือ เหตุใดจึงกลายเป็นคนเช่นนี้ไปได้ เท่าที่นางอ่านมา เขาเป็นแม่ทัพที่สุขุมเยือกเย็นมิใช่หรือ แล้วเมื่อครู่มันคืออันใดกัน “เยว่เอ๋อร์ไม่ต้องกลัว เจ้านั่นก็เป็นเพียงลูกสุนัขในสายตาของข้าเท่านั้น หากเขารังแกเจ้าก็แค่มาบอกข้า เดี๋ยวที่เหลือพี่สาวผู้นี้จะจัดการให้เจ้าเอง” เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตะลึงนั้น ซูอี๋ก็แน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายหวาดกลัวที่ได้ล่วงเกินแม่ทัพผู้นั้น “เจ้าค่ะ” จินเยว่ยิ้มออกมาในที่สุด นางไม่ได้หวาดกลัวว่าจะถูกเขากลั่นแกล้ง นางแค่แปลกใจว่าเหตุใดพระรองจึงไม่ตรงปกเช่นนี้ “เหตุใดเจ้าชอบหาเรื่องคุณหนูซุนนัก” ฟางหรงจินได้แต่บ่นสหาย เพียงแค่เรื่องไม่เป็นเรื่องยังเก็บมาเคียดแค้นได้ “หึ ข้าก็แค่อยากเห็นสีหน้าอื่น ๆ ของนางเท่านั้น” วันที่นางชนะในการประลองธนู เขาไม่เห็นแม้แต่แววตาที่แสดงออกถึงความดีใจของนางเลย และวันนี้เขาก็ได้เห็นมันแล้ว รอยยิ้มนั่นช่างถูกใจเขายิ่งนัก “เฮ้อ เจ้านี่มันเข้าใจยากจริง ๆ เลย” หรงจินได้แต่ส่ายหัวให้กับความแปลกประหลาดของสหาย เขาไม่เคยเห็นอีกฝ่ายสนใจผู้ใดเท่านี้มาก่อนเลย เถาเฟยหย่ามองตามรถม้าที่แล่นออกไปด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทว่าแววตากลับแฝงไปด้วยความสนุก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD