วันต่อมา...
“บ่ายแล้วนะคะเจ้พักทานข้าวก่อนเถอะนะ” ฉันเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าที่ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำหนังสือสัญญามาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เธอแทบจะไม่ได้พักเลยด้วยซ้ำ
“อีกนิดเดียวจะเสร็จแล้วบัว”
“มีอะไรให้บัวช่วยไหมคะเจ้” ฉันเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าเสียงอ่อน
“งานที่บัวมีอยู่ตอนนี้ก็ล้มมืออยู่แล้ว พึ่งทำงานได้สองวันก็เจองานใหญ่ซะแล้ว”
“บัวไหวค่ะ” ฉันเอ่ยบอกกับร่างบางพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆให้กับเธอ ตอนเรียนฉันก็ทำงานที่อาจารย์สั่งลืมวันลืมคืนแบบนี้แหละ พอมาทำงานฉันก็เตรียมตัวมาบ้างแล้วล่ะ
“ขอบคุณนะบัว”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
“น่ารักที่สุดเลยน้องสาวของเจ้”
...
30 นาทีต่อมา...
“เย้! เสร็จแล้ว” ร่างบางข้างฉันร้องออกมาด้วยความดีใจ
“ทานข้าวเลยค่า” ฉันตะโกนบอกร่างบางกลับไปในขณะที่ตัวเองยังคงง่วนอยู่กับงานตรงหน้า
“รับทราบค่า”
“บัวเย็นนี้ไปเป็นเพื่อนเจ้หน่อยนะ” ร่างบางเอ่ยบอกกับฉัน
“ปะ ไป” ฉันชะงักทันทีที่เจ้ไอรีนพูดจบ...เรื่องที่เมื่อวานฉันไปปากเก่งกับเขาเอาไว้ยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่หายเลย ถ้าวันนี้ต้องไปเจอกันอีกฉันจะกล้าสู้หน้าเขาได้ไง
“ก็ไปเซ็นต์สัญญาไงคะ และน่าจะทานอาหารร่วมกันนิดหน่อย”
“เจ้ไม่ไปกับเฮียภูผาหรอคะ” ฉันเอ่ยถามร่างบางตรงหน้าเสียงอ่อน
“เดี๋ยวภูผาตามไปน่ะ บัวสะดวกไหม” ร่างบางเอ่ยถามฉันขึ้นเบาๆอย่างอ่อนๆ
“สะดวกค่ะหนูจะปล่อยให้เจ่เจ้ไปคนเดียวได้ไง” ฉันเอ่ยบอกกับร่างบางเสียงใส ก่อนจะส่งยิ้มไปให้กับเธอ
@AYA Hotel
“หนูต้องแต่งตัวแบบนี้จริงๆหรอเจ้ หนูว่าหนูไปเปลี่ยนดีกว่า” ฉันเอ่ยบอกร่างบางข้างๆ ก่อนจะหันหลังกลับไปที่รถอย่างทุลักทุเล เพราะชุดเดรสสีดำรัดรูปของเจ้ไอรีนที่ฉันกำลังสวมใส่มันรัดฉันจนแทบหายใจไม่ออก ไหนจะรองเท้าส้นสูงที่เธอซื้อมาให้ฉันใส่อีก
“เดี๋ยวๆบัวสวยมากเลยนะ” ร่างบางดึงฉันไว้เบาๆ ก่อนจะจับมือบางของฉันให้เดินคู่ไปกับเธอ พร้อมกับมองมาที่ฉันอย่างภาคภูมิใจในผลงานของตัวเอง
“มันจะไม่แน่นไปหรอเจ้” ฉันหันไปบอกกับร่างบางข้างๆ ส่งสายตาเรียกร้องความเห็นใจไปให้เธอ
“ก็ของหนูเยอะกว่าของเจ้มันก็จะดูล้นๆเป็นธรรมดา” เธอเอ่ยบอกกับฉันก่อนจะก้มมองที่หน้าอกของฉัน แล้วจึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมา
“เนี่ยเจ้...”
“เอาเป็นว่ามั่นใจในตัวเองหน่อย บัวสวยมากเลยสิรู้บ้างไหมว่าตัวเองสวยขนาดไหน”
“หนูรู้น่าว่าตัวเองก็สวยพอตัว ฮ่าๆๆ แต่มันไม่ชินไงเจ้” ฉันเอ่ยบอกกับร่างบางตรงหน้าเสียงอ่อน
“ไม่กี่ชั่วโมงเชื่อเจ้”
“ก็ได้ค่ะ”
“เด็กดีของเจ้ ไปกันเถอะเดี๋ยวลูกค้ารอนาน” เจ้ไอรีนเอ่ยบอกกับฉันอีกครั้ง พร้อมกับจับมือของฉันเดินไปข้างหน้า
“จองโต๊ะไว้รึป่าวคะ” ทันทีที่ฉันมาถึงรูฟท็อปชั้นบนสุดของโรงแรมแห่งนี้พี่พนักงานต้อนรับประจำห้องหารก็เดินเข้ามาตอนรับฉันทั้งสองคนอย่างนอบน้อมทันที
“มาพบคุณดีโอค่ะ”
“เชิญทางนี้ค่ะ” เธอเอ่ยบอกกับฉันเสียงอ่อน ก่อนจะเดินนำเราไปยังโต๊ะที่ลูกค้าของเจ้ไอรีนจองไว้ วิวยามค่ำคืนของที่นี้ไม่ต้องพูดถึงขึ้นชื่อว่ารูฟท็อปบาร์อันหนึ่งของประเทศ เรื่องความสวย ความโรแมนติกนี้ไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะที่นี่คือที่สุด ส่วนเรื่องราคาฉันขอข้ามไปเลยแล้วกันเพราะฉันเองก็พึ่งมาที่นี่ครั้งแรกเหมือนกัน ถ้าไม่ได้มากับเจ้ไอรีนฉันเองก็คงไม่มีโอกาสได้มาที่แบบนี้เหมือนกัน
ฉันมัวแต่ดื่มดำกับบรรยากาศตรงหน้าจรลืมเรื่องชุดรัดจนแทบหายใจไม่ออก กับรองเท้าส้นสูงที่ฉันไม่เคยใส่มาก่อนไปซะสนิทเลย จนกระทั่งฉันสะดุดเข้ากับตาคมที่กำลังจ้องมาที่ฉันอย่างไม่ละสายตา
“สวัสดีค่ะคุณดีโอ ขอโทษด้วยนะคะ” เจ้ไอรีนเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าก่อนจะยกมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม ฉันเองก็ไหว้ร่างสูงตรงหน้าด้วยเช่นกัน เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นลูกค้าของบริษัท
“ผมพึงมาถึงเหมือนกัน เชิญนั่งครับ” เขาเอ่ยบอกกับเจ้ไอรีนเสียงเรียบก่อนที่ร่างสูงในชุดสูดสีดำจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับฉันทั้งสองคน
“ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณค่ะ”
“ไอรีนต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ คุณภูผากำลังเดินทางมาที่นี่ค่ะ”
“ไม่เป็นไรครับผมเข้าใจ เชิญสั่งอาหารได้เลยครับ” ร่างสูงเอ่ยบอกกับพวกฉันเสียงเรียบ ก่อนที่พี่พนักงานจะวางเมนูอาหารลงตรงหน้าของฉันทั้งสองคน
“คุณดีโอไม่...”
“พวกคุณเชิญสั่งกันตามสบายเลยครับผมทานได้หมด”
ฉันเงยหน้ามองร่างสูงอีกครั้งก่อนจะพบว่าเขาเองก็มองมาที่ฉันเช่นกัน ทำไมฉันรู้สึกว่าสายตาคมคู่นั้นมองมาที่ฉันแปลกมันเหมือนกับว่าเขาไม่พอใจอะไรสักอย่าง อยู่ดีๆก็มีลมเย็นพัดมาทำให้ขนแขนของฉันลุกซู่เลย ฉันเลือกที่จะไม่สนใจเขาแล้วเปิดดูเมนูตรงหน้าต่อ
‘มายก็อด! นี่ราคาอาหารจริงดิ’ ฉันโวยวายกับตัวเองอยู่ภายในใจ ก่อนจะปิดเมนูลงอย่างทำใจไม่ได้ ให้เจ้ไอรีนเป็นเลือกดีกว่าแค่เห็นราคาฉันก็จะเป็นลมอยู่แล้ว
“ไม่มีอาหารที่ถูกใจหรอครับ” ร่างสูงหันมาถามฉันเสียงเรียบ พร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อยมรามุมปาก
“นั่นสิบัว” เจ้ไอรีนเอ่ยถามฉันขึ้นอีกคน
“เอ่อคือ...”
“เลือกตามสบายเลยครับ สั่งมาเผื่อผมด้วย” ร่างสูงเอ่ยบอกกับฉันนิ่งๆ แต่สีหน้าและแววตาของเขาไม่ใช่แบบนั้นเลยอะ
ฉันหันไปมองเจ้ไอรีนเล็กน้อยพอเห็นว่าเธอกำลังดูเมนูอยู่ ฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปถลึงตาใส่ร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามทันที เขาหัวเราะกับท่าทีของฉันเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นเรียกพนักงานที่อยู่ไปไกล
“ที่ฉันสั่งไว้”
“สักครู่นะคะ”
“Welcome Drink! จากผม” ฉันกับเจ้ไอรีนเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าอย่างงงๆ ก่อนที่พี่พนักงานจะนำแก้วช็อตซึ่งภายในนั้นเต็มไปด้วยน้ำสีใสสะอาดตาซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าในนั้นต้องเป็นแอลกอฮอล์แน่นอนแต่ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นแอลกอฮอล์ชนิดไหนเท่านั้นเอง
ฉันกับเจ้ไอรีนหันมามองกันอย่างไม่ได้นัดหมาย เพราะเราทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าเราสองคนคออ่อนแค่ไหน ดื่มที่ไรเฮียภูผาต้องหามฉันสองคนกลับเมื่อนั้น ฉันเคยนั่งคุยกับเจ้ไอรีนเรื่องนี้เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าพวกฉันกินไม่รู้ลิมิตตัวเองหรอกนะ แต่ประเด็นคือมันเมาก่อนจะถึงลิมิตของตัวเองทุกทีเลยอ่ะ ฉันเลยไม่รู้จะเริ่มยั้งมันตอนไหนดี ฉันเลยแก้ปัญหาสักที เพราะงั้นถ้าไม่มีเจ่เจ้กับเฮียภูผาไปด้วยฉันจะไม่กินมันเด็ดขาด
“ไม่กินไม่ได้ใช่ไหมเจ่เจ้” ฉันกระซิบถามร่างบางข้างๆ เสียงเบาเพื่อให้เราได้ยินกันสองคน
“เจ้ว่าไม่ได้นะ แก้วเดียวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”
“เจ่เจ้ว่าไหวหนูก็ว่าไหว”
“ขอบคุณค่ะ” เจ้ไอรีนเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้า ก่อนจะยกแก้วชนกับเขาเบาๆ
“คุณละครับ” ฉันหันมาถามฉันก่อนจะยื่นแก้วของตัวเองมาชนกับแก้วที่ฉันกำลังถืออยู่
“ขะ ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้าอย่างเกร็งๆ
“ผมแนะนำให้คุณดื่มซ็อตนี้ให้หมดภายในครั้งเดียว แล้วตามซานกริต้าแก้วนี้ครับ” ร่างสูงพูดขึ้นก่อนจะกระดกเหล้าในมือของเขาจนหมดแก้ว
“อืออ...” ฉันทำตามที่ร่างสูงบอกอย่างว่าง่าย ‘ซานกริต้า’ คืออะไรกันรสชาติใช้ได้เลย ทำให้แอลกอฮอล์ที่ฉันกินเข้าไปอร่อยขึ้นมาทันทีเลย เอาไปเลยสามผ่าน
“อร่อยจังค่ะ เหล้าอะไรหรอคะ” เจ้ไอรีนเอ่ยบอกกับร่างสูงตรงหน้า พร้อมกับส่งยิ้มไปให้เขา
“อันนี้เตกีล่า ส่วนซานกริต้านี้ไม่มีแอลกอฮอล์ครับ” ฉันฟังร่างสูงตรงหน้าอธิบายนิ่งๆ
“อ่อค่า”
“สั่งอาหารเถอะครับ”
“ค่า/...” ฉันหันไปบอกกับร่างบ้างข้างๆเล็กน้อย ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเตกีล่านี่มันแรงขนาดไหน แต่ที่ฉันรู้ตอนนี้คือฉันร้อนแก้ม และท้องมากมันเหมือนกับฉันพึ่งจะกินน้ำร้อนเข้าไป
“รออาหารสักครู่นะคะ” พี่พนักงานพูดขึ้นทันทีที่ทวนเมนูที่เราสั่งจบ
“ค่ะ”
“คุณดีโอนี้ไม่เห็นเหมือนกับที่เขาว่ากันเลยนะคะ”
“หืม เขาว่าผมเป็นยังไงหรอครับ”
“เจ้!” ฉันกระซิบเรียกร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆฉันเบาๆ เป็นแบบนี้ทุกทีที่แอลกอฮอล์เข้าปาก วิญญาณสาวช่างเม้าก็เข้าสิงเจ้แกขึ้นมาทันทีเลยล่ะเอนเตอร์เทนเก่งที่หนึ่ง
“ก็เขาพูดกันว่าคุณน่ากลัว ฉันยังไม่เห็นว่าคุณจะเป็นแบบนั้นเลยนี่ค่ะ”
“หึ แล้วคุณคิดว่าผมน่ากลัวรึป่าวครับ” เขาหันมาฉันนิ่งๆ แต่สายตาคู่นั้นมันยังไงกันนะ...
“...” ฉันมองสบตากับร่างสูงตรงหน้านิ่งๆ ฉันรู้สึกแปลก ๆ ยังไงไม่รู้นี่ฉันคงจะยังไม่เมาใช่ไหมกินไปแก้วเดียวเองนะ แก้วช็อตสะด้วยเมาตอนนี้เสียชื่อแย่เลย
“บัวเขาไม่ค่อยกลัวใครหรอกค่ะ เป็นผู้หญิงที่เก่งแล้วก็แกร่งเกินไปจนฉันกลัวว่าน้องสาวจะหาแฟนไม่ได้”
“เจ้! ไม่เอาไม่พูด” ฉันกระซิบบอกกับร่างบ้างข้างๆอีกครั้ง
“คุณบัวยังโสดอยู่หรอครับ” ร่างสูงเอ่ยถามเจ้ไอรีนเสียงเรียบ ก่อนจะหันมามองที่ฉัน
“โสดค่ะ โสดมากถ้าคุณดีโอมีใครแนะนำน้องของไอรีนได้นะคะ”
‘ตายๆ เจ้ฉัน เฮียผามาสักทีเถอะ พลีสสส’ ฉันบอกตัวเองอยู่ภายในใจ ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างทำตัวไม่ถูก
“หึ” ร่างสูงหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกระดกเหล้าในมือจนหมดแก้ว เขานี่ก็ดื่มเหล้าเก่งจังเลยเนอะ
“อึก อึก” ฉันดื่มค็อกเทลของตัวเองที่วางอยู่ไม่ไกลจนหมด ฉันรู้สึกร้อนที่แก้มแปลกๆ นี่ฉันคงจะไม่ได้เขินอะไรหรอนะ
“สวัสดีครับคุณดีโอ” เสียงสวรรค์ของฉันดังขึ้นมาจากทางด้านของฉันและเจ้ไอรีน ทำให้ฉันรีบหันกลับไปมองทันทีก่อนจะยิ้มกว้างออกมาทันทีที่เห็นร่างสูงอีกคนที่ฉันคุ้นเคยเดินเข้ามา
“สวัสดีครับคุณภูผา เชิญนั่งตรงนี้ดีกว่าครับ” ร่างสูงของนายดีโอขยับเล็กน้อยก่อนที่เฮียผาจะเข้าไปนั่งข้างเขาซึ่งมันก็ตรงข้ามกับเจ้ไอรีนพอดี ส่วนอีกคนก็ไม่ต้องพูดถึงเขานั่งตรงข้ามกับฉันพอดีเช่นกัน
“สุดหล่อที่รักของฉานนน...” ทันทีที่เจ้ไอรีนเห็นเฮียภูผาเธอก็ร้องเรียกออกมาเสียงดัง แต่โชคยังดีที่ตอนนี้มีนักดนตรีขึ้นมาบรรเลงเพลงแล้วทำให้ช่วยกลบเสียงเธอไปได้บ้าง
“ไอรีน” เฮียผาเอ็ดเจ้ไอรีนเล็กน้อย แต่เจ่เจ้ของฉันไม่ได้ใส่ใจเสียงนั่นเธอ เธอยังคงส่งยิ้มให้กับคนรักตรงหน้าราวกับโลกนี้มีเพียงเขาสองคน
“…” เฮียหันมามองฉันเล็กน้อย ฉันจึงส่งซิบบอกเขาไป ‘แก้วเดียวเองเฮีย’
“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ” เฮียภูหันไปบอกกับร่างสูงข้างๆ อย่างนอบน้อม เพราะถึงยังไงเค้าก็เป็นลูกค้าการที่มาเมาแบบนี้ต่อหน้าเขามันดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“ไม่เป็นไรครับเต็มที่เลย คืนนี้ผมเตรียมห้องให้พวกคุณทุกคนแล้ว” ร่างสูงเอ่ยบอกกับเฮียผาเสียงเรียบ
“ขอบคุณมาครับ”
“ขออนุญาตเสริฟอาหารค่ะ”
“งั้นไอรีนขอสั่งเพิ่มนะคะ” ร่างข้างฉันเอ่ยบอกกับคุณลูกค้าของเธอเสียงอ่อน
“เชิญตามสบายครับ”
“ไอรีน” เสียงเฮียผาเรียกเจ้แกเป็นระยะๆ
“ขอแบบเมื่อกี้ 2 ค่ะ” เจ้ไอรีนเอ่ยบอกกับพี่พนักงานเสียงอ่อน แต่เดี๋ยวนะสองเลยหรอ
“จะดื่ม 2 แก้วเลยหรอ” เป็นเฮียภูผาที่เอ่ยถามแฟนสาวของเขาด้วยความสงสัย
“คนละแก้วกับบัว”
“คะ?” ฉันอึ้งไปแป๊บนึ่งกับสิ่งที่เธอพูดออกมา ตอนนี้ฉันยังไม่มั่นใจเลยว่าตัวเองยังเดินตรงอยู่ไหมถ้าดื่มไปอีกแก้วคงไม่ต้องพูดถึง...
“หึ”
“…” เฮียผาหันไปมองร่างสูงข้างๆอีกครั้ง ทันทีที่ได้ยินเสียงหัวเราะจากเขา
“อย่าคิดมาคุณภูผา ผมแค่ไม่เคยนั่งกินเหล้ากับคนอื่นพึ่งรู้ว่ามันสนุกแบบนี้นี่เอง” ร่างสูงเอ่ยบอกกับเฮียเสียงเรียบ ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยพร้อมกับมองมาที่ฉัน
“ตอนนี้ไอรีนพึ่งกลึ่มๆถ้าเมาแล้วจะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเลยนะครับ ผมเกรงว่า...”
“ที่รักเธอว่าเค้าหรอ...” เจ้ไอรีนเอ่ยบอกกับแฟนหนุ่มของเธออย่างงอนๆ
“…”
“ไม่เป็นไรครับ เต็มที่เลย” เขาเอ่ยบอกกับเฮียภูผา ก่อนจะหันมาบอกกับเจ้ไอรีนเสียงเรียบตามแบบของเขา
“เนี่ยคุณดีโอใจดีที่สุด”
“เจ้แต่หนูพอก่อนนะคะ” ฉันเอ่ยบอกกับร่างบางที่นั่งข้างฉันเบาๆ แต่...
“ได้ไงกินด้วยกันกับเจ้...” เธอตะโกนบอกกับฉันเสียงดัง ได้ยินกันทั้งโต๊ะไปเลยทีนี่
“ไม่ไหวก็ไม่เป็นไรบัว” เฮียผาเอ่ยบอกกับฉันอย่างเหนื่อยใจกับแฟนสาวของตัวเอง เมาที่ไรเอาแต่ใจตัวเองทุกที
“ขออนุญาตเสริฟค่ะ” พี่พนักงานวางแก้วเตกีล่ากับซานกริต้าลงตรงหน้าของฉันทั้งสองก่อนที่...
“ชนค่ะทุกคน” เธอยกแก้วของตัวเองขึ้นก่อนจะยื่นไปชนกับทุกคนรวมถึงฉันด้วย ‘ถ้าฉันกินแก้วนี้คือ พลีชีพแล้วนะ’
“ดื่มสิบัวพร้อมกัน” เธอเอ่ยบอกกับฉันก่อนจะจ้องแก้วเหล้าที่ฉันกำลังถืออยู่
“ค่า อึกกก...”