@19.00 น.
คฤหาสน์หรูตระกูลอัครโยธินในค่ำคืนนี้ดูจะตึงเครียดกว่าปกติเมื่อร่างสูงของ อคิณ เดินเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าบูดบึ้ง สายตาคมกริบกวาดมองไปที่โต๊ะอาหารยาวเหยียด ซึ่งมีมารดาของเขานั่งเคียงข้างกับ ‘ยัยตัวแสบ’ ที่เพิ่งจะส่งกระดูกผูกโบว์ไปให้เขาประจานตัวเองต่อหน้าเพื่อนทั้งคณะ
“มาแล้วเหรอตาคิณ มานั่งข้างหนูเอวานี่มา”
คุณหญิงพิมพากานต์เอ่ยเสียงเข้มแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่ทำให้อคิณรู้ว่าวันนี้เขาหนีไม่พ้นแน่ อคิณขบกรามแน่น เดินไปนั่งลงข้างเอวาอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอที่เขาเคยบอกว่าน่ารำคาญ บัดนี้มันกลับทำให้นึกถึงคำว่า ‘เสนียด’ ที่เขาเพิ่งด่าเธอไป
“พี่คิณ... สวัสดีค่ะ”
เอวาพนมมือไหว้ด้วยท่าทางอ่อนช้อยกิริยามารยาทดูเป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว แต่พออคิณเหลือบมองเพียงเสี้ยววินาที เขาก็เห็นเอวาแอบยักคิ้วให้ข้างหนึ่ง พร้อมกับทำปากขมุบขมิบว่า "สม~น้ำ~หน้า"
"นี่เธอ!!"
“ตาคิณ... แม่ได้ยินเรื่องที่คณะมาหมดแล้วนะ”
คุณหญิงเปิดประเด็นทันทีโดยไม่รอให้ตักข้าว
“แกทำแบบนั้นกับหนูเอวาได้ยังไง! เทข้าวกล่องที่น้องตั้งใจทำไปให้ทิ้งลงถังขยะ แถมยังไปว่าน้องว่าเป็นเสนียดอีก!”
“คุณแม่ครับ... ยัยเด็กนี่มาวอแวผมที่คณะก่อน” อคิณพยายามจะแย้ง
“ไม่ต้องมาเถียง! หนูเอวาเขารักแก เขาถึงได้ดูแลแกขนาดนี้ แต่แกมันคนใจดำ ปากเสียไม่มีที่ติ ไม่รู้ตอนเกิดพบหมามาด้วยกี่ตัว ขอโทษน้องเดี๋ยวนี้!”
อคิณนิ่งเงียบ ดวงตาคมจ้องมองเอวาที่ตอนนี้แสร้งก้มหน้างุดไหล่สั่นเหมือนคนกำลังร้องไห้ แต่เขารู้ดีว่าเธอกำลังกลั้นขำจนตัวโยนอยู่ต่างหาก
“ผมไม่ขอโทษ”
“ตาคิณ!” คุณหญิงขึ้นเสียงสูง สายตาดุดันจ้องมองไอ้ลูกชายตัวดี
“ถ้าแกไม่ขอโทษ อย่าหวังว่าแม่จะอนุมัติงบซื้อรถคันใหม่ที่แกอยากได้ และแม่จะตัดบัตรเครดิตแกทุกใบ!”
คำประกาศิตนั้นทำให้อคิณหยุดชะงัก เขาหันไปมองเอวาที่แอบเงยหน้ามาทำตาปริบๆ ใส่ แล้วแลบลิ้นให้เขานิดเดียวแบบที่แม่เขาไม่มีทางเห็น
“ขอโทษ...” อคิณพูดลอดไรฟัน เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“พูดให้มันดีๆ สบตาน้องด้วย!”
อคิณหันไปหาเอวาเต็มตัว จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉายแววผู้ชนะ
“ขอโทษ... ที่พูดแรงไปเมื่อวันก่อน”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่คิณ หนูให้อภัย... หนูรู้ว่าพี่คิณไม่ได้ตั้งใจ พี่คิณแค่ปากไวไปหน่อยแค่นั้นเอง”
เอวาพูดเสียงหวานพลางเอื้อมมือไปลูบแขนเสื้อเชิ้ตของเขาเบาๆ อย่างเอาใจ
“ดีมาก... งั้นทานข้าวกันเถอะ”
คุณหญิงยิ้มออกเมื่อเห็นภาพที่คิดว่ารักกัน เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว เห็นแบบนี้ก็สบายใจขึ้น
@5 นาทีต่อมา
ระหว่างทานข้าว อคิณนั่งนิ่งเงียบไม่พูดไม่จา ในหัวเขามีแต่แผนการเอาคืนยัยเด็กจอมมารยาคนนี้ เขาจำได้แม่น... ข้อมูลจากประวัติคู่หมั้นที่เขาเคยอ่านผ่านๆ ยัยนี่ ‘แพ้มะม่วง’
อคิณเหลือบมองเหยือกน้ำส้มคั้นสดบนโต๊ะ แล้วมองไปยังถ้วยข้าวเหนียวมะม่วงของโปรดคุณแม่ที่วางอยู่ใกล้ๆ มือ เขาอาศัยจังหวะที่คุณแม่หันไปสั่งงานสาวใช้ แอบใช้ช้อนกลางตักน้ำมะม่วงสุกข้นๆ ผสมลงไปในแก้วน้ำส้มของเอวาแล้วใช้หลอดคนเบาๆ อย่างรวดเร็ว
“เอวา... ทานแต่ข้าว เดี๋ยวจะติดคอนะ” อคิณเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แสร้ง นุ่มนวลที่สุดเท่าที่เคยทำมา
"คะ?"
“ดื่มน้ำส้มหน่อยสิ ฉันให้ป้าจันคั้นให้... แทนคำขอโทษที่จริงใจของฉัน”
เอวาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะเพราะไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน เป็นครั้งแรกที่เขาพูดจาดี นุ่มนวลกับเธอ หรือเขาจะคิดได้แล้วว่าคำพูดและการกระทำของเขาในวันนั้น มันออกจะใจร้ายเกินไปจริงๆ อคิณยื่นแก้วน้ำส้มมาให้ถึงมือ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก... รอยยิ้มที่ดู หล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยภัยอันตราย
“ขอบคุณค่ะพี่คิณ... พี่คิณใจดีจังเลย”
เอวารับแก้วมาด้วยความประหลาดใจเธอคิดว่าเขาคงใจอ่อนลงบ้างแล้วจริงๆ จึงยกแก้วขึ้นดื่มไปอึกใหญ่ รสชาติหวานอมเปรี้ยวของน้ำส้มกลบกลิ่นมะม่วงไปจนมิด แต่เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากน้ำส้มไหลลงคอ...
“ค่อก! แค่กๆ!”
เอวาเริ่มไอออกมาอย่างแรง มือเรียวคว้าคอตัวเองไว้แน่น ใบหน้าที่เคยขาวเนียนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำและลามไปถึงลำคอ
“อึก... พะ...พะ..พี่คิณ”
เสียงของเอวาเริ่มขาดห้วงลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเหมือนมีอะไรมาอุดกั้นหลอดลม ดวงตาที่เคยขี้เล่นบัดนี้ฉายแววตื่นตระหนกและทรมานอย่างแสนสาหัส
“หนูเอวา! เป็นอะไรลูก!”
คุณหญิงพิมพากานต์ร้องลั่นด้วยความตกใจ อคิณที่ตอนแรกนั่งยิ้มมุมปากเริ่มหน้าเสีย เมื่อเห็นว่าปฏิกิริยาของเอวามันรุนแรงกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก ร่างบางเริ่มชักกระตุกเล็กน้อย ผิวหนังตามแขนเริ่มมีผื่นแดงเห่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เอวา... เอวา!”
อคิณลุกขึ้นคว้าตัวเธอไว้ เมื่อร่างของเอวาเริ่มโอนเอนจะตกจากเก้าอี้
“เธอเป็นอะไร!”
“หาย...หะ..หายใจ... ไม่ออก...”
เอวาพยายามเค้นเสียงออกมา แต่มันแผ่วเบาจนน่าใจหาย มือของเธอกำเสื้อเชิ้ตของอคิณแน่นจนยับยู่ยี่ ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเริ่มลอยล่องและปิดลงในที่สุด
“ตาคิณ! แกเอาอะไรใส่ในน้ำส้มหนูเอวา!"
"แม่.."
“มะม่วงเหรอ?”
“………”
"ตาคิณ แกทำอะไรลงไป!” คุณหญิงตะโกนเสียงสั่น
อคิณหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพุ่งเข้าชนกลางอกอย่างจัง เขาไม่คิดว่าการกลั่นแกล้งเล็กๆ น้อยๆ ในความคิดของเขา จะทำร้ายเธอได้ปางตายขนาดนี้
“เอวา! ลืมตาสิเอวา! อย่าเป็นอะไรนะ!”
อคิณไม่รอช้า เขาช้อนร่างบางของเอวาขึ้นแนบอกอย่างรวดเร็ว ความเย็นชาที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงความร้อนรนและหวาดกลัวอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน เขาวิ่งออกไปที่รถสปอร์ตคันหรูของตัวเองโดยไม่สนคำสั่งใดๆของใครทั้งสิ้น
“โธ่เว้ย! อย่าเป็นอะไรนะยัยเด็กโง่! แข็งใจไว้!”
อคิณวางเอวาลงบนเบาะข้างคนขับ พลางสตาร์ทรถแล้วเหยียบคันเร่งมิดไมล์มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปกุมมือที่เริ่มเย็นเฉียบของเอวาเอาไว้แน่น
“เก่งนักไม่ใช่หรือไง จะมาตายง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย!”