@1 ชั่วโมงต่อมา ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์
"ไอ้เหี้ย กูแม่ง! เกือบขิตคาห้องสอบ วิชาอาจารย์ชวิลยากชะมัด" : ภีม
"แค่นั้นน่ะเหรอ ที่มึงบอกว่ายาก?" :ธาม
"ก็เออดิ กูไม่ได้ฉลาดหัวไวอย่างพวกมึงนิ"
"มึงฉลาด แต่มึงแค่ขี้เกียจ มึงติดหญิงไง มัวแต่คุยเล่นไปทั่ว หนังสือไม่ยอมอ่าน มึงคงจะสอบได้คะแนนเต็มอยู่หรอก" :ธาม
"ไอ้เชี้ยคิณก็เหมือนกันแหละ กูไม่เคยเห็นมันจะอ่านอะไรเลย แต่ทำไมเวลาสอบมันได้เต็มทุกครั้งเลยวะ?"
"มึงก็ 29/30 ไม่ใช่หรือไง ห่างกันแค่คะแนนเดียวมึงบอกมึงสอบไม่ได้?" : ธาม
"ก็กูอยากเท่าเทียมกับพวกมึงไง แม่งได้เต็มกันอยู่สองคน กูเลยรู้สึกเหมือนกูโง่อยู่คนเดียว"
"เออมึงโง่...ไอ้โง่! มึงพอใจยัง"
"ไอ้เหี้ย! เถียงกันอย่างกับเด็กสองขวบ ตัวโตเท่าควายกันหมดแล้ว สมองเท่ามดหรือไงพวกมึงอ่ะ"
อคิณหันมาว่าเพื่อนรัก ความเคร่งขรึม เย็นชา ในสามหนุ่มยมบาลหน้าตายที่ทุกคนเห็นนั้น มันเป็นแค่เปลือกนอกเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น นิสัยเย็นชา ปากร้ายมันมาโดยอัตโนมัติ แต่พออยู่กันสามคนเท่านั้นแหละ มันทำตัวเหมือนเด็กสองขวบเข้าไปทุกที
@10 นาทีต่อมา
บรรยากาศใต้ตึกวิศวะคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อมีพนักงานส่งของในชุดสีชมพูแปร๊ดเดินถือกล่องของขวัญผูกโบว์หรูหราตรงดิ่งเข้าไปหา แก๊งยมบาลหน้าตาย ที่นั่งอยู่ที่เดิมตั้งแต่หมดเรียนคาบเช้า
“ขอโทษนะครับ คุณอคิณหรือเปล่าครับ? มีของมาส่งครับ”
อคิณขมวดคิ้ว มองกล่องของขวัญใบโตด้วยสายตาระแวง
“จากใคร?”
“คุณเอวาครับ เธอกำชับว่าต้องเปิดตอนนี้ต่อหน้าเพื่อนๆ ของคุณด้วยนะครับ เป็นเซอร์ไพรส์จากเธอมอบให้คุณ”
“เฮ้ย! น้องเอวาส่งของขวัญมาง้อเหรอวะ ดีจังเลยขนาดโดนมึงสาดน้ำลายใส่ขนาดนั้น ยังจะยอมเป็นฝ่ายง้อมึงอีก" : ภีม
"หึ...ชอบกูมากขนาดนั้น เด็กนั่น จะไปไหนรอด ต่อให้โกรธจะเป็นจะตาย สุดท้ายก็ต้องมาซบหน้าตักกูอยู่ดี"
"ซบหน้าตัก? หึ อย่างมึงอ่ะนะจะยอมให้น้องเขาซบ" : ภีม
"กูแค่เปรียบเปรย ใครจะยอมให้เด็กนั่นมาซบกูจริงๆ"
"มึงไม่ให้ซบ ระวังเขาจะไปซบคนอื่นแทนน่ะเว้ย" : ธาม
"ไม่มีทาง"
"อืม..ไอ้พญามั่น กูขี้เกียจจะเถียงกับมึง มึงเปิดดิ..เผื่อเป็นจะน้ำหอมหรือนาฬิกาหรู” :ธาม
อคิณแค่นยิ้มในใจ คิดว่าสุดท้ายยัยเด็กนั่นก็คงไม่พ้นต้องมาอ้อนวอนขอร้องเขาเหมือนทุกที มือหนากระชากโบว์สีหวานออกแล้วเปิดฝากล่อง แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาชะงัก ใบหน้าแดงจัดขึ้นมาทันที
"เชี้ย!! ไอ้คิณ!!"
ในกล่องนั้นไม่มีนาฬิกา ไม่มีน้ำหอม แต่มันคือ ‘กระดูกวัว’ ชิ้นโตสดๆ ที่ถูกผูกด้วยโบว์สีแดงอย่างประณีต พร้อมการ์ดใบเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือบรรจงว่า...
"เมื่อวานเห็นพี่คิณเห่าเก่ง ปากดีกว่าคนทั่วไป หนูเลยเอาอาหารที่คู่ควรมาฝากค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ... โฮ่ง โฮ่ง!"
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"ไอ้สัดคิณ!! เซอร์ไพรส์จริงๆ ด้วยว่ะ”
ภีมเป็นคนแรกที่หลุดหัวเราะออกมาจนแทบตกม้านั่งหินอ่อน ส่วนธามถึงกับเอามือกุมหน้าท้อง ขำจนตัวโยน สายตาทุกคู่ใต้ตึกวิศวะเริ่มหันมามองที่โต๊ะเป็นจุดเดียวกัน
“หึ..กระดูกผูกโบว์! น้องเอวานี่มันสุดยอดจริงๆว่ะ มึงดูดิไอ้คิณ โบว์สีแดงซะด้วย เข้ากับหน้ามึงตอนนี้เลย! โกรธจนหน้าดำหน้าแดงไปหมดแล้ว”
คนเคร่งขรึมอย่างธามถึงกับหลุดเสียงหัวเราะออกมา รุ่นน้องคนนี้ แม่ง! ได้ใจจริงๆ
“เอวา... ยัยตัวแสบ!”
อคิณขบกรามจนเป็นสันนูนเส้นเลือดที่ขมับปูดโป้ง เขาขยำการ์ดใบนั้นจนยับยู่ยี่ แววตาคมกริบฉายแววอาฆาต
ในขณะที่อคิณกำลังควันออกหูนั้น ด้านของเอวากลับนั่งจิบชาเก๋ๆ อยู่ในร้านอาหารหรูใจกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เธอนั้งเคียงข้างกับ ‘คุณหญิงพิมพากานต์’ มารดาของอคิณที่รักและเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวแท้ๆ
“หนูเอวาเป็นอะไรลูก ทำไมวันนี้ดูซึมๆ ข้าวปลาก็ทานน้อยกว่าปกติ”
คุณหญิงถามด้วยความเอ็นดู เอวาแกล้งทำหน้าเศร้า นัยน์ตาสวยรื้นไปด้วยน้ำตาที่สั่งได้ดั่งใจ
“เปล่าค่ะคุณป้า... หนูแค่เสียใจนิดหน่อยที่เมื่อวานอุตส่าห์ตั้งใจทำกับข้าวไปให้พี่อคิณที่คณะ แต่พี่คิณเขา... ฮึก! เขาน่าจะยุ่งมากจนเผลอเททิ้งลงถังขยะต่อหน้าคนอื่นน่ะค่ะ”
“อะไรนะ! ตาคิณทำแบบนั้นเหรอ!” คุณหญิงพิมพากานต์วางช้อนทันที
“ทำไมลูกชายป้ามันถึงได้ป่าเถื่อนขนาดนี้นะ!”
“อย่าไปโทษพี่คิณเลยค่ะคุณป้า พี่คิณเขาคงรำคาญที่หนูตามตื๊อเขาบ่อยๆ หนูผิดเองค่ะที่หน้าด้านอยากเป็นคู่หมั้นพี่เขาต่อ ทั้งที่พี่เขาบอกว่าหนูเป็น ..."
"เป็นอะไรลูก ไอ้ลูกทรพีมันพูดว่าอะไรหนูอีก"
"พี่คิณบอกว่าหนูเป็น..เออ..เป็นเสนียด..ฮือ ฮือ คุณป้าขา หนูมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอคะ อึก อึก”
เอวาบีบน้ำตาหนึ่งหยดให้ไหลผ่านแก้มเนียนพอดีเป๊ะ
“เสนียดงั้นเหรอ! หนอย... ไอ้ลูกเวร อคิณ! กล้าดียังไงมาว่าหนูเอวาของป้า” คุณหญิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที
“ไม่ต้องห่วงนะลูก เดี๋ยวป้าจะจัดการให้เอง วันนี้ป้าจะสั่งให้เขามากินข้าวเย็นที่บ้าน และเขาต้องมาขอโทษหนูต่อหน้าป้าด้วย!”
"ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นหรอกค่ะคุณป้า หนูไม่เป็นอะไร ก็แค่อายคนทั้งคณะวิศวะเอง คนก็ไม่เยอะเท่าไหร่หรอกค่ะ แค่สองสามร้อยคนเอง อึก อึก"
"ไม่ได้!!! สองสามร้อยคนนั่นมันเยอะมากเลยนะลูก หนูเอวาอย่ายอมตาคิณนักเลย เรื่องแบบนี้ต้องจัดการให้ถึงที่สุด จะได้ไม่กล้าทำแบบนั้นกับหนูอีก เชื่อป้าเดี๋ยวป้าจัดการเอง"
"ค่ะคุณป้า อึก อึก"
เอวาก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มร้ายกาจไว้ภายใต้ท่าทางอ่อนแอนั้น
"หึ... ปากดีนักใช่ไหมพี่คิณ คืนนี้เตรียมตัวหอนให้คุณป้าฟังได้เลย!"
เมื่อแผนเอาคืนสำเร็จเธอกดส่งข้อความเข้ากลุ่มเพื่อนรักทันที
💬 เอวา : แผนที่ 1 สำเร็จ อีพี่อคิณโดนเรียกตัวเข้ากรงเย็นนี้แน่ เตรียมดูหมาหอนได้เลยจ้าาา
💬 ลูลู่ : อีเอวา! มึงมันนางมารในคราบชะนีเด็ก กูกราบในความตอแหลของมึงเลยจริงๆ!
💬 น้ำขิง : เบาได้เบานะมึง เดี๋ยวพี่เขาขาดใจตายก่อนได้แต่งกันพอดี"
เอวายิ้มกริ่ม พลางเงยหน้าตอบคุณหญิงเสียงหวาน
“ขอบคุณนะคะคุณป้า หนูโชคดีจังเลยค่ะที่มีคุณป้าที่เข้าใจ...”
"จ้าลูก ทานข้าวกันต่อดีกว่า ทานเยอะๆ จะได้มีแรงช็อปปิ้ง วันนี้ป้าจะเปย์หนูเอง"
“ไม่เป็นไรค่ะหนูเกรงใจ”
“ไม่ต้องเกรงใจ ป้าจะใช้บัตรของตาคิณ เปย์หนูแทนมันเอง”
"ขอบคุณนะคะ รักคุณป้าที่สุดเลยค่ะ"
"ป้าก็รักหนู ทานเยอะๆนะลูก"
เอวายิ้มหวานไปให้ผู้เป็นป้า รอยยิ้มนั้นมันแฝงไปด้วยความสะใจที่สุดท้ายก็สามารถเอาคนคืนปากเสียได้อีกครั้ง