ชีวิตแลกชีวิต

1934 Words
แสงไฟสลัวภายในห้องพักฟื้นวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ร่างบางของเอวานอนหลับสนิทอยู่บนเตียงคนไข้ ใบหน้าที่เคยสดใสบัดนี้ซีดเซียวจนเกือบเป็นสีเดียวกับหมอน มีเพียงสายน้ำเกลือและท่อออกซิเจนที่ช่วยยืนยันว่าเธอยังอยู่ตรงนี้ ข้างเตียงนั้น... ร่างสูงของ อคิณ นั่งจมอยู่บนเก้าอี้โซฟา ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยของความรู้สึกผิด เขาจ้องมองใบหน้าคนป่วยสลับกับฝ่ามือตัวเองที่ยังสั่นไม่หาย เขารู้ดีว่ามะม่วงนั่นคือฝีมือเขา... ความคึกคะนองที่อยากจะเอาชนะยัยเด็กแสบ เกือบกลายเป็นโศกนาฏกรรมที่เขาไม่มีวันให้อภัยตัวเองได้ @เช้าวันต่อมา! "ปัง" ประตูห้องพักฟื้นถูกผลักออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มเพื่อนที่ยกโขยงกันมาประหนึ่งจะมาวางมวยมากกว่าเยี่ยมไข้ “อีน้องเอวา!!” ลูลู่พุ่งถลาเข้าไปที่ข้างเตียงเป็นคนแรก ตามด้วย น้ำขิง ที่มีใบหน้าบูดบึ้งขั้นสุด “ไอ้คิณ... มึงทำเหี้ยอะไรลงไปวะ” ธามเดินเข้ามาผลักไหล่เพื่อนแรงๆจนอคิณเซไปข้างหน้า “แม่มึงโทรมาเมื่อคืน กูแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่ามึงจะเล่นแรงขนาดนี้” “กูไม่ได้ตั้งใจให้มันแรงขนาดนั้น...” อคิณตอบเสียงแผ่ว ก็รู้ตัวดีว่าเขาทำผิดจริงๆ จะเถียงมันก็ไม่ได้ “ไม่ได้ตั้งใจเหรอ? แต่พี่ก็รู้นิว่าเอวามันแพ้มะม่วง โตมาด้วยกันขนาดนี้ รู้ทั้งรู้ แต่พี่ก็ยังเอาให้มันกิน” น้ำขิง หันมาตวาดใส่หน้าอคิณทันที เขาเห็นชีวิตเพื่อนของเธอเป็นเรื่งตลกหรือไงกัน “นี่พี่เกลียดมันมากขนาดนั้นเลยเหรอ? ถ้าเกลียดมากก็แค่บอกถอนหมั้นไปสิ ไม่ใช่พยายามฆ่ามันแบบนี้!” “เออ! ปากหมาไม่พอ ยังใจคออำมหิตอีก” ลูลู่จิกตาใส่ปกติก็ว่าร้ายแล้วแต่นี้เกือบจะฆ่ากันให้ตาย ไม่เลวจริงๆทำไม่ได้น่ะเนี้ย “เพื่อนหนูมันชอบพี่มากขนาดนั้น มันชอบพี่มาตั้งกี่ปี ที่ผ่านมาพี่ทำเหมือนมันเป็นหมาเป็นเป็นแมวก็ช่างเถอะ แต่นี่พี่เกือบจะฆ่ากันให้ตาย ไม่แรงไปหน่อยเหรอ” “ฉัน..…” อคิณน้ำท่วมปาก จะเถียงยังไงก็ในเมื่อคนผิดมันคือเขาจริงๆ ได้แต่ยืนนิ่งยอมรับทุกคำด่าที่พวกเธอพ่นออกมา “เอาน่าน้อง.. ไอ้คิณมันก็สำนึกผิดแล้ว อย่าไปซ้ำเติมมันนักเลย ดูตามันสิ แดงก่ำอย่างกับคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน” "ใช่สิ พี่มันก็พวกเดียวกันนิ พูดได้หมดนั่นแหละ เพราะคนจะตายมันไม่ใช่พวกพี่! แต่มันคือเพื่อนหนู" น้ำขิงทำหน้าบึ้งกว่าเดิม ทำกันขนาดนี้ยังจะมีหน้ามาบอกให้ใจเย็น ไม่จระเข้ฟาดหางใส่หน้าก็บุญเท่าไหร่แล้ว ในขณะที่ทุกคนกำลังทะเลาะกัน เสียงไอแห้งๆ จากบนเตียงก็ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก “แค่ก... แค่ก...” เอวาค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่ลำคอ ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาด ก่อนจะเลื่อนสายตาไปสบเข้ากับร่างสูงของคนที่เธอทั้งรักทั้งแค้น... อคิณ นั่งอยู่ข้างเตียง มือหนากุมมือเล็กของเธอไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเนี้ยบกริบบัดนี้ดูโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด เอวาพยายามจะขยับตัวแต่ความเจ็บปวดจากการไออย่างรุนแรงเมื่อวานยังคงทิ้งร่องรอยไว้ “อย่าเพิ่งขยับ” อคิณรีบกดไหล่เธอไว้เบาๆน้ำเสียงที่เคยตวาดใส่บัดนี้กลับนุ่มนวลจนคนฟังใจสั่น “หมอบอกว่าคอเธอยังอักเสบมาก ดื่มน้ำก่อนนะ” “ออกไป... หนูไม่อยากเห็นหน้าพี่” เอวาเบือนหน้าหนีทันทีที่สติกลับมาครบถ้วน ความเสียใจที่เขาตั้งใจจะฆ่าเธอด้วยน้ำส้มแก้วนั้นยังฝังลึก “เอวา...ฉันขอโทษ” อคิณถอนหายใจยาว ความซึนที่เคยมีดูจะลดน้อยลงเพราะความรู้สึกผิดมันค้ำคอ “ฉันไม่คิดว่าเธอจะบ้าดื่มมันเข้าไปจริงๆ แค่อยากแกล้งให้เธอสำลักเฉยๆ ไม่คิดว่าอาการมันจะหนักขนาดนี้” “แกล้งเหรอคะ?” เอวาหันกลับมามองเขาด้วยแววตาสั่นระริก น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ความจริงไม่อยากร้องเลย แต่สิ่งที่เขาทำนั้นเกือบเอาชีวิตน้อยๆของเธอไปแล้ว เกิดมาจนอายุ 19 ปี ยังไม่เคยมีผัวด้วยซ้ำ จะให้เธอตายเพราะน้ำส้มแก้วเดียวจากเขาเนี้ยนะ “พี่รู้ทั้งรู้ว่าหนูแพ้มะม่วง พี่รู้ว่าหนูอาจจะตายได้... แต่พี่ก็ยังทำ หนูโง่เองที่ยอมดื่ม เพราะหนูแค่อยากได้ยินคำขอโทษจริงๆ จากพี่สักครั้ง แต่สิ่งที่พี่ให้หนูมา... มันคือความตาย อคิณพี่ใจร้ายเกินไปแล้ว” “ฉันรู้ว่าฉันเลว... ฉันปากหมา ฉันใจร้ายอย่างที่เธอว่าจริงๆ แต่หลังจากนี้ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว เธอยกโทษให้ฉันได้ไหม ฉันไม่อยากรู้สึดผิดกับเธอไปตลอดชีวิต” ไม่ใช่ว่าแคร์อะไรเธอหรอกนะ แต่ชีวิตคนมันเอามาล่อกันเล่นแบบนี้ไม่ได้ เรื่องนี้เขาเข้าใจดี ครั้งนี้เขาทำเกินไปจริงๆ “ยกโทษงั้นเหรอ? หึ...ได้สิ ถ้ามีข้อเสนอดีๆมาแลก หนูจะยอมยกโทษให้ก็ได้" อคิณโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากแทบจะชนกัน เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยแววตาที่จริงจังกว่าครั้งไหนๆ “ถ้าเธอยอมยกโทษให้ เธอหายดี... ฉันจะยอมให้คีย์การ์ดคอนโด เธอจะเข้าจะออกตอนไหนก็ได้ภายในระยะเวลาสามเดือน” “...พี่ว่าอะไรนะ?” คำพูดนั้นทำให้เอวาชะงักกึก วงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น คอนโดงั้นเหรอ สถานที่ที่เขาไม่เคยแม้แต่จะให้เธอก้าวเท้าเข้าไปเยียบ ขอไปกี่ครั้งก็ไม่เคยให้ไป เพราะนั้นเป็นที่ส่วนตัวที่ใครก็เข้าออกได้ ยกเว้นเธอคนเดียว ตลกไหมล่ะ เธอเป็นคู่หมั้นแต่ไม่มีสิทธิ์ แต่ผู้หญิงคนอื่นเขาพาเข้าออกตลอดเวลา ข้อเสนอที่เขาให้มาฟังดูแล้วก็เข้าท่าดีนะ จะได้ไปจัดการผู้หญิงที่มาเกาะแกะเขาได้สะดวก "ฉันบอกว่า จะอนุญาตให้เธอไปที่คอนโดฉันได้...แต่สิทธิ์นี้ฉันให้แค่สามเดือน หลังจากนั้นเธอต้องคืนคีย์การ์ดมาให้ฉัน" "สามเดือน? ไม่เอาอ่ะ ข้อเสนอนี้ยังไม่ตรงใจหนู" "แล้วเธอจะเอายังไง" "ตลอดเวลาที่หนูต้องการ ถ้าพี่ไม่ตกลง ก็ไม่ต้องมาขอโทษหนูให้เสียเวลา ถ้าคุณป้ามาหนูจะฟ้องคุณป้าให้ปิดคลับพี่” "เกินไปแล้วนะเอวา" "ไม่เกินไปหรอก ทีพี่ยังเกือบเอาชีวิตหนูไป ชีวิตพี่ก็ต้องเป็นของหนูสิ ถึงจะหายกัน" "เฮ้อ! ก็ได้" อคิณพูดขึ้นพร้อมถอนหายใจราวกับเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก “ที่นั่นคือพื้นที่ส่วนตัวที่ฉันไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามายุ่มย่าม ยกเว้นอีกที่ที่ฉันพาไปนอนเล่นชั่วคราว... แต่สำหรับเธอ จะเข้าจะออกตอนไหนก็เชิญ" ใจของเอวาที่เคยห่อเหี่ยวกลับพองโตขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ คอนโดของอคิณคือสถานที่ต้องห้ามที่เธอฝันอยากจะไปเหยียบมาตลอดหลายปี แต่เขาไม่เคยอนุญาต แม้แต่หน้าตึกเขาก็ยังสั่งรปภ.ไม่ให้เธอเข้า แต่วันนี้เธอมีสิทธิ์นั้นแล้ว “จริงนะ? พี่ไม่ได้หลอกหนูให้ดีใจเล่นใช่ไหม?” เอวาถามเสียงอ่อย ความโกรธที่มีอยู่เต็มอกมลายหายไปเกือบหมดเพียงเพราะคำสัญญาเดียว “ฉันเป็นเป็นเด็กสองขวบหรือไง ที่จะเอาคำพูดมาล่อเล่นกับเธอ” "งั้นก็ดี" “แต่มีข้อแม้ว่าห้ามไปอาละวาดตบคนของฉัน เข้าใจไหม?” “ถ้าพี่ไม่พาใครมา หนูจะตบใครล่ะ!" ก็ไม่ได้รับปากว่าจะไม่ตบใคร ถ้าไม่มาให้เห็นก็รอดไป แต่ถ้ามาเมื่อไหร่ แม่จะตบให้ความจำเสื่อมเลยคอยดู "งั้นหนูจะขออะไรพี่อีกสักอย่าง" "อะไร ได้คืบจะเอาศอก" "ข้อนี้สำคัญมาก ถ้าพี่ไม่ตกลง แม้แต่คีย์การ์ดห้องพี่หนูก็ไม่เอา" "อืม ว่ามา" “อีดาวตกนั้น พี่ห้ามอยู่ใกล้กับมันอีก ห้ามพามันไปคอนโดพี่ เห็นมันอยู่ใกล้พี่แล้วหนูไม่โอเค" "เขาชื่อดาวเหนือ ไม่ได้ชื่อดาวตก เรียกให้มันดีๆหน่อย" "หึ...แค่เรียกชื่อพี่ยังปกป้องมัน ชอบมันมากหรือไง" เอวาทำหน้างอ เมินออกไปนอกหน้าต่าง "แล้วถ้าชอบ มันเกี่ยวอะไรกับเธอ หนักหัวเธอมากเลยหรือไง" "ไม่ได้!!! พี่ห้ามชอบมันเด็ดขาด ผู้หญิงคนอื่นก็เหมือนกัน ห้ามชอบ ห้ามชอบใครทั้งนั้นนอกจากหนู" "แต่ฉันไม่ได้ชอบเธอ" "พี่คิณ!!!" "ก็ฉันพูดความจริง ไม่ชอบคือไม่ชอบ จะให้โกหกอะไร" "วันนี้ไม่ชอบ ไม่ได้แปลว่าอนาคตจะชอบไม่ได้นิคะ รอหนูก่อน อย่าพึ่งมีใครในใจเลยนะ" อคิณมองหน้ายัยเด็กแสบที่ตอนนี้มองตาเขาหน้าละห้อย เวลาไม่ร้ายไม่วีนก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร "ดาวเหนือเป็นแค่น้องรหัส ฉันบอกกี่ครั้งแล้ว ทำไมยังหาเรื่องเขาไม่หยุด” “แค่น้องรหัสแต่พี่ซื้อขนมให้มันบ่อยกว่าซื้อให้หนูอีกนะ!" “ก็เขาไม่น่ารำคาญเหมือนเธอนี่...ไม่ขี้โวยวาย หาเรื่องคนอื่นไปทั่ว” "มันแกล้งแอ๊บแบ๊วใส่พี่ พี่ดูไม่ออกหรือไง ให้ตายเถอะ ในหัวของพี่ยังมีสมองอยู่ไหมเนี้ย" "เขามันคนอ่อนหวาน ส่วนเธอมัน..." "พี่คิณ!" อคิณเกือบจะหลุดปากพูดออกไป แต่พอเห็นสายตาเขียวปัดของเอวา เขาก็รีบเปลี่ยนคำพูดทันที “เออๆ ต่อไปนี้จะอยู่ให้ห่าง โอเคไหม? นอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้ออกจากโรงพยาบาล" "ออกจากโรงพยาบาลแล้วไปห้องพี่เลยได้ไหม" "ก็แล้วแต่เธอ ฉันไม่ได้ล่ามโซ่เธอไว้นิ" เอวายิ้มแก้มปริ ความโกรธแค้นเรื่องมะม่วงเมื่อวานถูกแทนที่ด้วยแผนการยึดครองคอนโดอคิณ แผนนั้นมันอยู่ในหัวเรียบร้อยแล้ว “พี่คิณ พี่เตรียมตัวไว้เลยนะคะ... หนูจะเข้าไปจัดห้องพี่ใหม่ เอาให้เป็นสีชมพูทั้งห้องเลย!” “เอวา! ถ้าเธอทำแบบนั้น ฉันจะโยนเธอออกจากห้องจริงๆ ด้วย!” เสียงเถียงกันของทั้งคู่ดังเล็ดลอดออกไปข้างนอก แม้จะยังดูร้ายใส่กัน แต่แววตาของอคิณที่มองยัยตัวเล็กในตอนนี้... มันเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด โดยที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่ทันรู้ตัว ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เขาใจอ่อน คงจะไม่ใช่ ในสายตามองเธอเป็นแค่น้องสาวเท่านั้น หรือจะเป็นเพราะความรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD