@เช้าวันต่อมา หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์
บรรยากาศใต้ตึกวิศวะที่ควรจะสงบในช่วงเช้า กลับกลายเป็นจุดสนใจของนักศึกษาที่เดินผ่านไปมา เมื่อ 'ดาวเหนือ' ดาวรุ่งดวงใหม่ของคณะ นั่งสะอึกสะอื้นจนตาบวมช้ำอยู่ท่ามกลางกลุ่มพี่ว้ากวิศวะ โดยมี พี่ธาม และ พี่ภีม นั่งประกบซ้ายขวา
“ฮึก... พี่ภีม พี่ธามคะ เหนือไม่คิดเลยว่าเอวาจะร้ายกับเหนือขนาดนี้ เหนือก็แค่หวังดี เห็นพี่คิณปั่นงานหนักเลยอยากเอาขนมไปให้เองนะคะ”
ดาวเหนือพูดเสียงสั่นเครือ พลางแกล้งซบหน้าลงกับลำแขนที่สวมเสื้อช็อปของพี่ภีม บีบน้ำตาให้ไหลหยดแหมะลงบนเนื้อผ้าอย่างพอดิบพอดี ประหนึ่งนางเอกละครหลังข่าวที่กำลังโดนรังแก
“ใจเย็นๆ นะเหนือ ไอ้คิณมันก็... เอ่อ มันคงไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้หรอก”
ภีมตอบแบบกล้าๆ กลัวๆ เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม เพราะสายตาเจ้ากรรมดันไปปะทะเข้ากับร่างระหงของ น้ำขิง ที่เดินตรงดิ่งมาทางนี้พร้อมกับ ลูลู่
“อุ๊ย! กลิ่นความตอแหลโชยมาแต่ไกลเลยว่ะอีขิง กลิ่นมันแรงจนกูอยากจะอ้วก!”
ลูลู่เปิดฉากด้วยเสียงอันดังฟังชัดพลางเอามือปัดจมูกไปมา ขณะก้าวเข้ามาร่วมวงสนทนาแบบไม่ได้รับเชิญ ทำเอาพวกหนุ่มๆ วิศวะที่นั่งอยู่แถวนั้นถึงกับสะดุ้ง
“แสดงเก่งยิ่งกว่าดาราฮอลลิวู๊ด แต่ขอโทษทีเถอะ มีแต่ควายเท่านั้นแหละที่เชื่อ?” น้ำขิงเบ้ะปากใส่ ส่วนหนุ่มวิศวะที่นั่งฟังดาวเหนืออยู่ถึงกับสะดุ้ง
"แรงงงงงง!! ถึงว่าล่ะนะ โดนเขาไล่ออกมาจากห้อง ทำอะไรไม่ได้ เลยได้แต่มานั่งบีบน้ำตาให้คนอื่นสงสาร"
ลูลู่จิกตาใส่ดาวเหนืออย่างเปิดเผย ด้านของดาวเหนือชะงักกึก ใบหน้าสวยได้รูปตึงขึ้นมาทันควันก่อนจะรีบปรับเป็นโหมดน่าสงสารตามเดิม
“ลูลู่คะ! เหนือไม่ได้บีบน้ำตานะคะ เอวาเขาด่าเหนือแรงมากจริงๆ เขาว่าเหนือเป็นคนส่งของ...”
“แรงแค่ไหนก็ยังไม่เท่าความหน้าด้านของเธอหรอกจ๊ะ...รู้ทั้งรู้ว่าเขามีเจ้าของก็ยังจะเสนอตัวไปประเคนให้เขาถึงที่ หน้าด้าน!” น้ำขิง กระแทกเสียงพลางจ้องหน้าภีมด้วยสายตาเย็นเฉียบ
“พี่ก็เหมือนกันนะพี่ภีม ในสมองมันนิ่มเกินไปหรือมันไม่มีอะไรเลย ถึงได้ดูคนไม่ออก”
“ขิง... ฟังพี่ก่อนนะ คือพี่...” ภีมพยายามจะลุกขึ้นอธิบาย
“ไม่ต้องพูดค่ะ! ถ้าพี่ยังอยากจะนั่งรับบทพระเอกปลอบโยนน้องรหัสคนเก่งต่อ ก็เชิญตามสบายเลยนะคะ แต่จำไว้ว่าไม่ต้องเสนอหน้าไปหาหนูที่คณะบริหารอีก หนูรำคาญพวกผู้ชายหูเบาที่แยกไม่ออกระหว่าง 'ความอ่อนหวาน' กับ 'ความตอแหล'!”
“ขิง! พี่กับเหนือไม่ได้เกี่ยวอะไรกันเลยนะ..พี่กับเขาแค่...” ภีมรีบสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของดาวเหนือทันทีเหมือนโดนของร้อน จนดาวเหนือหน้าเสีย
“ไม่ต้องแก้ตัวให้เสียเวลาค่ะ! คนอย่างพวกพี่มันก็ชอบแต่ของหวานปลอมๆที่ชอบแสดงความอ่อนหวานต่อหน้าอยู่แล้วนิ” น้ำขิงเหยียดยิ้มร้าย พลางหันไปพยักหน้ากับเพื่อน
“ไปเหอะลูลู่ อยู่ตรงนี้นานๆ กูคันไม้คันมือ อยากจะตบ 'อีดาวตก' ให้มันร่วงลงดินจริงๆ เสียเวลาคุยกับพวกบัวใต้น้ำ!”
“ไปสิยะ มลพิษทางสายตาชะมัด!” ลูลู่จิกตามองดาวเหนือทิ้งท้าย ก่อนที่ทั้งคู่จะสะบัดบ๊อบเดินจากไปอย่างผู้ชนะ
ดาวเหนือกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าไปในเนื้อ ความเจ็บใจแล่นพล่านจนลืมแกล้งร้องไห้ เธอมองตามหลังสองสาวไปด้วยสายตาอาฆาต
"ฝากไว้ก่อนเถอะอีเอวา... อย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกัน กุญแจดอกเดียวมันซื้อใจพี่คิณไม่ได้ตลอดไปหรอก!"
@ช่วงบ่ายของวัน
รถสปอร์ตคันหรูของอคิณแล่นเข้ามาจอดที่หน้าตึกวิศวกรรมศาสตร์ ทันทีที่ประตูฝั่งคนขับเปิดออก ร่างสูงสง่าในชุดนักศึกษาพับแขนเสื้อเชิ้ตอย่างลวกๆ ก็ก้าวลงมาด้วยใบหน้าเรียบเฉียบตามสไตล์ แต่ที่ทำเอาหนุ่มๆ วิศวะแถวนั้นถึงกับผิวปากแซว คือร่างบางของ ‘เอวา’ ที่เดินอ้อมมาเกาะแขนอคิณไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ
"ปล่อย"
"ไม่ปล่อยค่ะ"
"อยากจะให้คนอื่นรู้มากหรือไงว่าเธอพึ่งไปนอนกับฉันมา"
"อยากสิคะ อยากมากด้วย ถ้าไม่ติดว่าพี่คิณห้ามหนูพูด หนูจะประกาศลงโซเซียลทุกแพตฟอร์มเลย"
"อืม ฉันลืมไปว่าคนอย่างเธอมันหน้าหนาจนลืมอาย"
"อีกล่ะ ปล่อยสุนัขออกมาจากปากอีกแหละ ทีเมื่อคืน ไม่เห็นตึงแบบนี้เลยนิ"
"หยุดพูดเรื่องนั้น ถ้าเธอพูดโดนดีแน่..."
"ขู่เก่ง"
"ถึงปากของฉันจะหมาแค่ไหน... มันก็ยังไม่เท่าความ ‘หน้าด้าน’ ของเธอหรอก””
"พี่คิณ ! "
คำพูดร้ายกาจนั้นทำเอาเอวาหน้าร้อนผ่าวจนถึงใบหู เธอเผลอคลายแรงที่กอดรัดแขนเขาออกด้วยความโมโห อคิณเห็นจังหวะที่ยัยตัวแสบเสียอาการจึงสะบัดแขนออกอย่างไม่ใยดี เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดรอยที่เอวาเคยสัมผัสประหนึ่งรังเกียจเต็มทน ก่อนจะหมุนตัวเตรียมที่จะเดินตรงไปยังกลุ่มเพื่อนที่ยืนรอดูสถานการณ์อยู่ใต้ตึกวิศวะ
"เวอร์เกินไปไหมคะ มือหนูสะอาดจะตาย ทำรังเกียจอะไรขนาดนั้น"
“อย่างเธอต่อให้อาบน้ำวันละสิบรอบก็ไม่สะอาดในสายตาฉันหรอก"
"แรงมากกกก สะอาดไม่สะอาด พี่คิณก็ชิมไปหลายจุดแล้วนะคะ”"
"เอวา!!" เสียงดุดังขึ้นชัดเจน
"ขาาาา" คนตัวเล็กยิ้มกริ่มไปให้เขา
"จำไว้นะเอวา ต่อให้เธอจะนอนค้างที่คอนโดฉันอีกกี่คืน หรือพยายามจะแสดงตัวเป็นเจ้าของขนาดไหน เธอก็เป็นได้แค่ ‘ความน่ารำคาญ’ ที่ฉันจำใจต้องทนเห็นหน้าเพราะคำสั่งจากผู้ใหญ่ก็เท่านั้นแหละ”
"ใจร้ายชะมัด ไอ้มนุษย์หุ่นยนต์ คนไร้หัวใจ เมื่อคืนทั้งจับทั้งล้วง จูบจนวิญญาณแทบหลุด แล้วมาบอกว่าน่ารำคาญ ชิ!"
ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคที่เชือดเฉือนถึงขั้วหัวใจ อคิณก้าวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองร่างบางที่ยืนนิ่งค้างอยู่เบื้องหลัง ท่ามกลางเสียงซุบซิบของเหล่านักศึกษารอบข้างที่เริ่มมองมายัง คู่หมั้นกำมะลอ ด้วยสายตาหลากหลายความหมาย แต่สำหรับอคิณ... เขารู้เพียงว่ายิ่งเห็นเธอมั่นใจในชัยชนะมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งอยากจะทำลายความมั่นใจนั้นให้ย่อยยับลงกับมือ
“เชี้ยคิณ... อะไรดลใจให้มึงหอบน้องเอวามาด้วยวะ ปกติไม่เห็นจะเคยให้เขานั่งรถมาด้วยเลยสักครั้ง" ธามเอ่ยขึ้นเมื่อเพื่อนรักเดินหน้าตึงเข้ามา
"หรือว่าข่าวลือเรื่องกุญแจสำรองเป็นเรื่องจริง? ที่น้องเหนือมาเล่าให้ฟัง มึงให้คีย์การ์ดกับน้องเอวาจริงเหรอวะ?”
ภีมเองก็อดที่จะถามคำถามที่คับข้องใจออกมาไม่ได้ กุญแจห้องที่อยู่กับดาวเหนือ ไอ้คิณมันไม่ได้ให้ไว้แน่ๆ แต่เธอได้มายังไงนั้น ยังไม่รู้ แต่คีย์การ์ดที่มันให้เอวานี่สิ แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง
“เออไอ้คิณ ดาวเหนือร้องไห้ขี้มูกโป่งบอกว่ามึงยึดกุญแจคืน แล้วเอาคีย์การ์ดคอนโดส่วนตัวให้เอวาจริงเหรอวะ?” ธาม เสริมขึ้นพลางมองเพื่อนด้วยสายตาจับผิด
“เรื่องกุญแจ... กูไม่รู้ว่าไปอยู่กับดาวเหนือได้ยังไง แถมในห้องนอนกูยังมีของผู้หญิงตกอยู่ด้วย"
"เชี้ย! มึงกำลังคิดว่าน้องเหนือแอบเข้าไปทำอะไรในห้องมึงงั้นเหรอ" ภีม
"ก็มีแต่เธอที่ถือกุญแจสำรองไว้"
"แล้วเรื่องคีย์การ์ดล่ะ มึงตั้งใจให้น้องเอวาหรือว่ามึงโดนบังคับ"
ธามถามออกไป เพราะนิสัยของไอ้คิณมันคงไม่ยอมให้ใครเข้าออกพื้นที่ส่วนตัวของมันได้ตลอดเวลาแบบนั้นแน่ๆ
"เป็นข้อตกลงระหว่างกูกับยัยตัวแสบนั่น"
"ข้อตกลง??" : ภีม
"อืม ก็เรื่องที่กูแกล้งยัยนั่นเกือบตายนั่นแหละ ยัยนั่นขู่จะฟ้องแม่กู ให้ปิดคลับกู กูเลยเสนอเงื่อนไขเรื่องคีย์การ์ดออกไป"
"แล้วทำไมต้องเป็นเรื่องคีย์การ์ดวะ เรื่องอื่นก็ได้นิ ไอ้เชี้ย! ป่านนี่ห้องมึงไม่โดนรื้อเกือบหมดแล้วเหรอ"
"อือ...ห้องกูกลายเป็นห้องคุณหนูไปเรียบร้อยแล้ว"
"เชี้ย!! แล้วแบบนี้ต่อไปใครจะกล้าไปนอนห้องมึงวะ" ภีมเอ่ย
"กูเคยพาใครไปหรือไงกัน"
"ฮะ! มึงอย่าบอกนะว่าคอนโดที่อยู่รังสิต"
ที่นั่นเป็นคอนโดส่วนตัวที่มันไม่เคยพาใครไปเลย ขนาดพวกเขาที่เป็นเพื่อนรัก จะเข้าจะออกแต่ละทีต้องมีมันไปด้วย และมันต้องอนุญาตเท่านั้น ส่วนอีกที่ที่เห็นมันพาผู้หญิงไปบ่อยๆจนพวกเขาชอบล่อมันว่าพาไปห้องเชือด เป็นเพียงคอนโดชั่วคราวที่มันเอาไว้พาสาวๆไปวันไนท์แสตน
"อืม"
"ไอ้คิณ มึงคิดอะไรกับเอวาหรือเปล่าวะ? ไหนบอกว่าไม่ชอบหน้า เกลียดเขาที่ถูกบังคับให้หมั้น แล้วนี่ให้คีย์การ์ดคอนโดส่วนตัวไป กูว่าไม่ธรรมดา"
ธามเอ่ยถามต่อ คำถามที่ทำเอาคนเป็นเพื่อนเงียบไปพักใหญ่ "คิดอะไรไหม" ในหัวของเขากลับมีภาพเหตุการณ์เมื่อคืนซ้อนทับขึ้นมาเป็นระลอก... ภาพของเอวาที่นั่งอยู่บนตักเขา ผิวเนียนละเอียดที่เขาสัมผัสผ่านมือ และที่ร้ายกาจที่สุดคือกลิ่นหอมอ่อนๆ ราวกับดอกกุหลาบแรกแย้มที่ผสมกับกลิ่นกายสาว มันลอยวนเวียนอยู่ในมโนนึกจนเขาเผลอสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับจะไขว่คว้ากลิ่นนั้นไว้อีกครั้ง
"ซี๊ดดด..." เสียงตัวเองที่หลุดครางออกมาเมื่อคืนดังก้องขึ้นมาในหู อคิณเผลอขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เมื่อนึกถึงตอนที่มือเล็กๆ นั่นซุกซนลูบไล้ลงมาที่เป้ากางเกง สัมผัสที่บีบเค้นจนใจแทบขาดแต่ยัยตัวดีกลับหยุดทิ้งไว้กลางทางเสียดื้อๆ
“ไอ้คิณ... ไอ้คิณ!” เสียงของภีมดังขึ้นข้างหู ทำให้อคิณสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งตามเดิม
“อะไรของมึง” เขาตอบเสียงเรียบ พยายามปัดภาพร่างบางที่บิดเร้าอยู่บนตักให้ออกไปจากหัว
“กูเรียกมึงตั้งนาน มึงเหม่ออะไรวะเนี่ย?” ภีม
"เออ..มึงว่าไงนะ"
"กูถามว่ามึงให้คีย์การ์ดคอนโดส่วนตัวน้องเอวาไป มึงคิดอะไรกับเขาไปแล้วหรือเปล่า"
"คิดเหี้ยอะไรกันล่ะ ยัยนั่นรู้ดีว่าคอนโดนั้นกูโคตรหวง ถึงได้อยากไปนักหนา ถ้าไม่เอาคอนโดมาล่อ เด็กนั่นคงจะวิ่งแจ่นไปฟ้องแม่กูแล้ว"
"อืม...ทำไปเพราะจำเป็นสินะ งั้นกูขอสักดอกดิ เผื่ออยากไปนั่งเล่นที่ห้องมึงบ้าง" : ภีม
"ห้องกูไม่ใช่สถานที่นั่งเล่นของมึง พื้นที่ส่วนตัว คนนอกไม่มีสิทธิ์"
"ไอ้เชี้ย แต่กูเป็นเพื่อนมึงนะ เพื่อนรักเลยนะเว้ย" : ภีม
"ใครรักมึง"
"ไอ้คิณ!" : ภีม
"ไอ้เชี้ยภีม ไอ้คิณมันหวงขนาดนั้น มึงยังจะอยากไปอีกเหรอวะ" ธามเอ่ยขึ้น
"ก็กูอยากไป เคยไปแค่ครั้งสองครั้งเอง ทำไมวะ ขนาดเอวายังมีคีย์การ์ดได้เลย แล้วทำไมกูจะมีบ้างไม่ได้" : ภีม
"ก็เพราะมึงไม่ใช่เมียมันไง" : ธาม
"แต่เอวาก็ไม่ใช่" : ภีม
"ก็เขาเป็นคู่หมั้นกัน" : ธาม
"แต่กูเป็นเพื่อน" : ภีม
"ไอ้เหี้ย อย่ามางอแง งี่เง่า มึงไม่ได้น่ารักขนาดนั้น" อคิณพูดขึ้น มันสองตัวเถียงกันอย่างกับเด็กอนุบาล