เขมจิราถูกคำถามของลุงเกริกพลถามเรื่องแฟน เธอได้แต่ยิ้มแหย อายุไม่ใช่น้อยๆ เพื่อนในกลุ่มนี่ก็มีลูกกันหมดแล้ว
“ยังค่ะ”
“เดี๋ยวก็ไม่ทันใช้”
“ยังนี่หมายถึง ยังไม่มีผัวจ๊ะลุงเกริก” พลอยไพลินเกรงว่าคนแก่จะเข้าใจผิดรีบชี้แจงทันที เขมจิรามองเพื่อนตาขวาง คนไม่มีแฟนนี่คือความผิดหรือไง
“เอ๊า! ลุงก็นึกว่าแต่งงานแล้ว แต่ยังไม่มีลูก จะสี่สิบแล้วนะเรา”
“อีกหลายปีค่ะกว่าจะสี่สิบ” เขมจิรานึกค่อนขอดในใจ อายุสี่สิบอะไรกันแค่สามสิบต้นๆ เอง ดาราบางคนสี่สิบกว่ายังไม่แต่งงาน เขายังไม่เป็นเดือดเป็นร้อน ลุงเกริกพลเป็นญาติฝ่ายไหนของเธอกันถึงมาเจ้ากี้เจ้าการ กลัวเธอไม่มีลูกทันใช้
“อืม… หากจะหาก็ต้องดูให้ดีๆ”
“ลุงเกริกพอจะรู้จักใครที่ดูเข้าตา แบบ หล่อ รวย นิสัยดี สายเปย์บ้างไหมคะ” พลอยไพลินถามแทน
“เพื่อนลุงน่ะหรือ”
“ขออ่อนกว่าลุงสักยี่สิบปีได้ไหมคะ” พลอยรีบบอกคุณสมบัติที่ควรค่าแก่เพื่อนสาว เอาแก่คราวลูก เบ่งตดยังไหวรึเปล่าหรอก ไม่ใช่แต่งปุ๊บเป็นหม้ายปั๊บ
“อืม…”
“ไม่ต้องคิดแล้วแหละค่ะลุง เขมหาเองดีกว่า” เกริกพลหัวเราะไม่พูดถึงเรื่องนี้ต่อ
พวกเธอคุยสัพเพเหระกันต่อทั้งที่จริงๆ แล้วไม่ค่อยมีเรื่องจะคุยกับเกริกพลมากนัก เขมจิราจำได้ว่าผู้ชายอายุมากคนนี้เคยมีข่าวเสียๆ หายๆ กับแม่ของเธออยู่พักหนึ่ง ส่วนแม่ก็ได้แต่นิ่ง ไม่ยอมรับหรือปฏิเสธใดๆ ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดไป
เขมจิรายอมรับว่าเธอไม่พอใจอยู่เหมือนกันที่พูดถึงแม่เธอกับลุงเกริกเสียๆ หายๆ แต่เธอก็ไม่กล้าถามและไม่กล้าทำกิริยาไม่งามต่อผู้ใหญ่ ยิ่งได้ยินจากปากแม่ว่าลุงเกริกให้แม่ยืมเงิน ส่วนเงินที่พ่อให้มาไม่พอใช้จ่าย เธอยิ่งไม่ควรเสียมารยาท ที่สำคัญขนมที่ลุงเกริกซื้อก็ไม่ใช่น้อยๆ ทั้งยังให้เงินเธอพิเศษตอบแทนค่าขยันขันแข็ง
เงินสำคัญเพราะซื้อของกินของใช้และสิ่งที่ต้องการได้ แต่ความไม่พอใจหากเปล่งเสียงตามใจออกไปทุกอย่างก็จบ ดังนั้นเธอจึงยึดตามคำแม่ว่าไม่ต้องไปสนใจผู้ใดหากจะมีใครนินทาว่าร้ายว่าแม่ของเธอมีความสัมพันธ์ลับกับเกริกพล
“แล้วพี่ทำงานทำการอะไรกันอยู่หรือ”
“เขมทำขนมขาย ไม่มีหน้าร้าน บางครั้งก็ไปวางขายในตลาดของพลอย ส่วนพลอยก็รวยเป็นลูกสาวเจ้าของตลาด วันๆ เก็บค่าที่ ยัยมัลนี่ก็เป็นครู ส่วนยัยกานต์ก็ทำงานบริษัท”
“ดีๆ มีงานทำกันทุกคน อยู่บ้านจะได้ไม่เหงา ลุงนี่เหงาจนต้องออกมาเดินเที่ยวบ่อยๆ”
“แล้วลูกลุงล่ะคะ”
อีกด้านหนึ่งในห้างสรรพสินค้าชายหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินเลือกซื้อสินค้าอยู่ ฝ่ายหญิงเลือกสินค้าอย่างพิถีพิถัน โดยมีฝ่ายชายคอยเข็นรถอยู่ข้างๆ และให้คำตอบหลังจากที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายขอแสดงความคิดเห็นกับบทสนทนา
ระหว่างที่พวกเขากำลังเลือกซื้อสินค้าอยู่นั้น สายตาของ ‘แอม’ เหลือบเห็นพ่อ ของตนยืนอยู่ในศูนย์อาหารแทนจะเป็นร้านของตนเองที่เปิดอยู่ชั้นสาม ใบหน้าของพ่อแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชื่นบาน เธอจึงสะกิดแฟนให้เดินไปหาเกริกพลผู้เป็นบิดา
“คุณพ่อ มาทำอะไรที่นี่คะ” เกริกพลเมื่อถูกสะกิดเรียกจากลูกสาว ที่บังเอิญเจอกันในห้างสรรพสินค้า เขาตอบอย่างปิดบังว่าออกมาเดินเที่ยวเล่น และแนะนำเขมจิราและเพื่อนของเธอให้รู้จัก
“นี่ลูกสาวของเพื่อนพ่อ” แอมยิ้มให้สาวๆ ทั้งสี่คนก่อนที่จะชวนพ่อเดินกลับไปที่ร้านด้วยกัน
“เขมยังอยู่ที่เดิมรึเปล่า”
“ค่ะ ที่เดิม”
“ถ้ายังงั้นลุงขอเบอร์หน่อยสิ ว่างๆ จะได้โทรไปคุยเล่น”
“ค่ะ” เขมจิราให้เบอร์ติดต่อของตนเองแก่ชายสูงวัยอย่างไม่คิดอะไร เกริกพลมองหญิงสาวด้วยแววตาเอ็นดูก่อนเอ่ยปากขอตัวและเดินกลับไปพร้อมลูกสาวที่วัยไล่เลี่ยกัน
“แฟนลูกสาวลุงเกริก มองไกลๆ นี่เหมือนแฟนเก่าแก” มัลลิกาพูดขึ้นมา ตอนแรกเธอใจเต้นแรงอยู่เหมือนกันแต่พอเดินมาใกล้ๆ เธอถึงได้หายใจโล่งอก
“ใช่ ตอนแรกนึกอยู่เหมือนกัน”
เขมจิรารู้สึกว่าตนเองคิดผิดอย่างร้ายแรงที่ให้เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวแก่เกริกพลไปเพราะนอกจากอีกฝ่ายจะโทรเข้ามาบ่อยจนตัวเองกระอึกกระอักยามสนทนาด้วยแล้วช่วงหลังๆ ก็เริ่มมาที่บ้านโดยใช้ข้ออ้างเรื่องขอซื้อขนมหวานจนสร้างความหนักใจให้กับตัวเอง
เธอต้องเดือดร้อนพลอยไพลินอยู่บ่อยๆ ที่ชวนอีกฝ่ายมาที่บ้านด้วย เธอไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดคิดว่าเกริกพลมีความคิดอกุศล แต่เธอนี่สิจะคิดเองก่อน
เพราะความไม่อยากให้เขามาอยู่ที่บ้านเธอนานๆ เพื่อหลีกเลี่ยงคำนินทารวมไปถึง ความคิดอกุศล บางครั้งเธอเองก็ต้องโกหกไปว่าตนเองไม่อยู่บ้านออกไปรับงานทำขนมข้างนอก ไม่ก็ออกไปซื้อของ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดเกิดคนใช้วิธีมาที่บ้านเธอตั้งแต่เช้า โดยไม่โทรมาบอกก่อน จนบางครั้งเธอรู้สึกอึดอัดถึงความไร้มารยาทของชายแก่คนนี้
ทุกวันหลังจากที่เจอกันเขมจิราเปิดประตูรับแขกหน้าใหม่ที่เริ่มจะกลายเป็นหน้าเก่าซึ่งมาเยือน ณ ตอนนี้เกริกพลกลายเป็นลูกค้าขาประจำที่มีออเดอร์นับร้อยกล่อง ทำให้เธอเหนื่อยแทบทุกวัน
“จริงๆ ลุงเกริกไม่ต้องสั่งทุกวันก็ได้นะ” เธอเหนื่อยจนไม่มีเวลาจะนอนอยู่แล้ว ไหนจะกวนแป้งจนแขนแทบจะยกไม่ขึ้น ต้องมาชิมของหวานๆ ทุกวันทั้งที่หมอสั่งห้ามว่าทานหวานให้น้อย
“ลูกสาว ลูกชายชอบน่ะ นี่ก็จะเอาไปเลี้ยงเบรกอีก ลุงว่างก็เลยมาเอาให้เองเสียเลย” เกริกพลพูดดวงตาเป็นประกายแต่อีกฝ่ายนี่สิยิ้มหน้าแหย เธออยากจะตะโกนใส่หน้าเหลือเกินว่า ‘ฉันเหนื่อยโว้ย!’
“อย่างนั้นเหรอ มีลูกนี่ลำบากพ่อแม่ดีนะคะ”
“ก็ไม่เท่าไหร่หรอก”
“นี่มีออเดอร์เพิ่มอีกนะ เพื่อนลูกชายเขาชอบกินมากเลยนะ ลุงเอากลับไปก็ได้เขานี่แหละที่แวะมาก็ได้ขนมติดไม้ติดมือไปด้วย อืม… เขมสะดวกไหมถ้าลุงจะสั่งของอาทิตย์และและอาทิตย์ต่อไปด้วย” เขมจิรามองหน้าลูกค้ารายใหญ่แล้วเธอจะตอบอย่างไรดีว่าตนเองทำขนมเหมือนกับว่าตนเองทำงานใช้หนี้เสียอย่างนั้น