คำถามกระแทกใจ

1354 Words
“แกจะเรียนหรือว่าจะหาผัว” เขมจิรามองแม่อย่างไม่เชื่อสายตาว่าแม่มาได้อย่างไร มิหนำซ้ำในมือยังมีก้านมะยมที่เคยถูกตีเข้ากับผิวเนื้อแล้วแสบไปถึงทรวง พลอยไพลิน มัลลิกาและกานต์พิชชาต่างหันหน้าเลิ่กลั่กมองกันทั้งแอบสะกิดกันไปมารู้ว่าแม่ของเขมจิรานั้นดุเกินใคร พวกเธอทั้งสี่คนไม่กล้าคาดเดาว่าหญิงเจ้าระเบียบทุกระเบียบนิ้วนี้รู้เรื่องที่พวกเธอแอบมาส่องผู้ชายโรงเรียนชายล้วนได้อย่างไรแต่ที่แน่ๆ งานนี้เขมจิราต้องมีจิตรกรรมบนน่องขาแน่ๆ เขมจิรากลืนน้ำลายแล้วตอบอย่างมาดมั่นแต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “เรียน” “เรียนก็ต้องตั้งใจเรียนให้จบๆ แล้วอยากจะหาแฟนเมื่อไหร่ก็หาได้ ไม่ใช่มาหาตอนนี้” เขมจิราสูดลมหายใจเข้าลึก แย้งเสียงแข็งอยู่ในใจว่าตนเองก็สามารถที่จะมีแฟนในเวลาเรียนได้แต่ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งที่เธอนึกแม่ของเธอจะได้ยินชัดเจนจนแว้ดเสียงขึ้นมา “มีแฟนก็เรียนไม่จบไม่ต่างกับมีผัวหรอก” เธอขมวดคิ้วมุ่นบุ้ยปากเถียงกลับ “แต่แม่ดูสิหนูอายุเท่านี้แล้วยังไม่มีผัว จนจะตายตามแม่อยู่แล้วยังไม่มีสามีสักคน แม้แต่จิ้มยังไม่เคยโดนเลยแล้วดูพวกมันสามคนสิอีกไม่กี่ปีก็อุ้มหลานแล้ว” มารดาผู้ล่วงลับพิจารณาบุตรสาวที่ใบหน้าและผิวกายไม่ได้เต่งตึง เป็นสาวแก่แร้งทึ้งอยู่บนคานทองก็พยักหน้า “แล้วพวกเธอเป็นเพื่อนภาษาอะไรไม่คิดที่จะหาสามีให้เพื่อนสักคน” ทั้งสามมองหน้ากันยังไม่ได้นัดหมายแต่ไม่กล้าเถียง เขมจิรานึกแปลกใจแม่ของเธอตายไปนานแล้วนี่นา หรือว่าเธอตายตามแม่แล้ว ไม่ใช่สินี่มันจะต้องเป็นความฝันแน่ๆ ครั้นจะเปิดปากถามคนเป็นมารดาก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน “อยากทำอะไรก็ทำ โตขนาดนี้แล้ว จะมีสามีหรือไม่มีนั่นมันเรื่องของแกอย่ามาโทษคนอื่นเขา ตัวเองไม่มีปัญหาหาเองยังมีหน้ามาโทษคนอื่น” “เอ๊า! แม่ ทำไม…” เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นไล่วิญญาณของแม่ในความฝันให้สลายให้ไป หลงเหลือเพียงแต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังต่อเนื่อง เขมจิราที่อ่อนเพลียแรงสะลึมสะลือลืมตาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาและกดรับทันที สนทนากันไปไม่กี่ประโยคกับกานต์พิชชา เธอก็วางสายและอ่านข้อความพร้อมตอบกลับไปก่อนจะลุกขึ้นอาบน้ำล้างหน้าเพื่อให้ตนเองรู้สึกสดชื่นขึ้นมา เธอตื่นขึ้นมาพร้อมด้วยอาการที่ดีขึ้นแม้จะรู้สึกว่ายังอ่อนเพลียอยู่เล็กน้อย เขมจิรามารู้ตัวว่าตัวเองนอนสลบไสลไปถึงหนึ่งคืนและยังฝันถึงแม่ที่เสียไปซึ่งไม่เคยได้ฝันถึงมานานมากแล้วอีกด้วย “กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องดังด้วยความตกใจ เสียงนั้นเต็มไปด้วยตื่นกลัว เขมจิราที่เพิ่งลืมตาจากพิษไข้เห็นสภาพหน้าของตัวเองที่บวมเป่งราวกับโดนต่อต่อย เธอทำอะไรไม่ถูกจึงต่อสายหาเพื่อน ไม่เพียงกานต์พิชชาที่มาบ้านเขมจิรา ยังมีพลอยไพลินและมัลลิกาซึ่งเดินทางมาด้วย “ทำไมสภาพหน้าแกเป็นแบบนี้เล่า” พลอยไพลินถาม สีหน้าเคร่งเครียดแทนเพื่อน “ไม่รู้สิ ตื่นขึ้นมาก็เป็นแบบนี้แล้วฉัน…” ความร้อนรนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแสดงเด่นชัดบนใบหน้า ไม่ต่างอะไรกับถูกแม่จับได้เมื่อทำความผิดแต่นี่มัน… เรื่องดีหรือเรื่องแย่กันนะ “แล้วปวดไหม?” กานต์พิชชาเอ่ยถาม เขมจิรายกมือกดๆ แล้วส่ายหน้า “ไม่ปวดอ่ะ แต่แกหน้าฉันบวมจนตาปิดแล้วเนี่ย มันน่าเกลียดมากเลยนะ” มัลลิกามองสีหน้าท่าทางของคนตรงหน้านานแล้ว จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นทำหน้าเขมจิราสตั้นไปทันที “ขอโทษนะ แกยังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหม?” “เอ่อ…ก็อยู่คนเดียวและฉันก็ป่วย” “ถ้าอย่างนั้นแกไปอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน ให้รู้สึกสดชื่นก่อนดีไหม ฉันไม่อยากคุยกับคนหน้ามัน” มัลลิกาเอ่ยเสียงเรียบทำให้อีกสองคนที่เหลือเริ่มพิจารณาสิ่งที่เพื่อนพูดเมื่อครู่นี้ เขมจิราเองก็เผลอยกแขนดมตามเนื้อตัวกลิ่นที่สัมผัสได้คือเหม็นเหงื่อไคลตนเอง “แกจะมาโวยวายเรื่องที่ฉันไม่อาบน้ำทำไม” “วันนี้แกนัดพวกฉันไปเป็นเพื่อนเพื่อ คุยเรื่องที่ดินของพ่อแกไม่ใช่เหรอ” “เออจริงว่ะ แต่หน้าเป็นแบบนี้จะให้ทำไง ไปทั้งแบบนี้เหรอ” “ก็ต้องแบบนี้ แต่ยังไงก็ไปหาหมอก่อน” “เออๆ” หลังพ้นร่างของเขมจิราแล้วพลอยไพลินก็เอ่ยเหน็บ “แกเลิกเป็นสตรีติดสะอาดเสียทีได้ไหม” มัลลิกาตวัดสายตาไม่พอใจก่อนจะย้ายร่างลงไปนั่งบนโซฟาแล้วตอบ “ฉันกำลังให้มันไปตั้งสติ ดูผมเผ้าของมันสิกระเซอะกระเซิงเสียขนาดนั้นหน้าก็มันแผล็บแล้วยังบวมเป่งน่าเกลียด ” “จริงด้วย แต่ว่ามันแพ้เกินไปไหม ลามขึ้นหน้า” “ไม่เกี่ยวหรอกมั้ง คงโดนอะไรกัดรึเปล่า โดนแมงมุมต่อยมือจะบวมหน้าได้ยังไง” มัลลิกาแย้ง หลังจากสามสาวพาเพื่อนไปหาหมอที่โรงพยาบาล เขมจิราก็เล่าความฝันเมื่อคืนให้ฟัง “นี่ เมื่อคืนฝันถึงแม่ด้วย” “ฝันว่า?” “แม่อนุญาตให้มีแฟน” จบประโยคทุกสายตาที่มองก็เบือนหนีอย่างไม่ใส่ใจ พลอยไพลินเบะปากพูดเหน็บสักประโยค “ให้มีตอนมดลูกใกล้เสื่อมอายุนี่นะ ดีนะที่มาเข้าฝันตอนนี้ ถ้าแกนอนติดเตียงหรือแรงเบ่งตดไม่มี ไม่รู้จะโกรธแทนดีไหม” “พวกแกว่าหน้าฉันจะหายไหม” เขมจิราถาม “แม่แกมีอิทธิฤทธิ์? คิดอะไรบ้าๆ” “ทำไมถึงคิดว่ามันจะไม่หาย” มัลลิกาย้อนถาม “ฉันกลัวเสียโฉมอ่ะแก” “ค่อยหาหมอทำศัลยกรรมเอา” พลอยไพรินแนะหนทางสว่างให้ “เออจะว่าไป แกไปฉีดนี่ดูเด็กลงมากเลย” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา เขมจิรารับสายตอบด้วยแววตาตื่นเต้นดีใจ “แก มีคนมาขอดูที่แล้ว” กานต์พิชชาตบที่หน้าขาของตนเองและเอ่ยอย่างใส่อารมณ์เมื่อได้ยินประโยคของเขมจิรา “ฉันว่าแล้วไงว่าที่นั่นต้องศักดิ์สิทธิ์แล้วเป็นไงเล่า คำอธิษฐานของแกเลยสัมฤทธิ์ผล” “ยังไง?” “ก็แกลองคิดดูสิ แกประกาศขายที่ตั้งนานไม่ได้ พอไปที่วัดนั้นครั้งเดียว เรื่องนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ไม่แน่ว่าที่แกโดนแมงมุมกัดอาจจะมีเรื่องอะไรดีๆ เข้ามาบ้างเหมือนสไปเดอร์แมนก็ได้” “ความคิดของแกท่าทางจะบ้า ดูหนังมากไปรึเปล่า” พลอยไพลินแย้งขึ้นมา “แล้วแกจะให้ฉันคิดยังไง? นึกว่าไอ้เขมจะเป็นสไปเดอร์เกิร์ลหรือยังไง พอถูกแมงมุมกัดเข้าหน่อยก็สามารถพิทักษ์โลกได้ ไหนแกลองปล่อยใยแมงมุมออกมาสิ” “แกอย่าบ้านะกานต์” “อะไรเรียกว่าบ้า บนโลกนี้มีเรื่องแปลกมากมายนั่นแหละ” “แล้วนี่เขานัดแกไปดูที่เมื่อไหร่เหรอ” มัลลิกาถาม “ก็อีกสองวัน จริงๆ ก็ไม่ได้อยากขายหรอก แต่ฉันตัวคนเดียวจะเอาปัญญาที่ไหนไปดูแลและคนที่ไปอยู่นี่ก็คงคิดฮุบที่พ่อฉันฟรีๆ ขายๆ ไปก็สิ้นเรื่อง ตัดปัญหา” “ก็ดี อยู่ตัวคนเดียว ” “หาหมอเสร็จก็ไปเลยแล้วกัน” เขมจิราเอ่ย หน้าบวมเจ่อแบบนี้ เธอยังไม่เข้าใจว่าโดนอะไรต่อยมา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD