เมียตัวแทน
ความรักที่ให้ไปไม่มีทางได้สิ่งเดียวกันกลับมา
เพราะสำหรับเขา เธอเป็นเพียง ‘ตัวแทน’ ที่ต้องจากไป
ในวันที่ ‘ตัวจริง’ ของเขากลับมา
‘ปาล’
ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นอยากเป็นตัวแทนของพี่สาวจนกล้าพาตัวเองมาหาเขาถึงนี่
เขาก็จะสนองให้อย่างถึงใจ...จนลืมไม่ลง
‘ภูพิงค์’
หากวันนี้ต้องเจ็บ เธอก็จะขอเจ็บให้ถึงที่สุด
เผื่อหัวใจจะได้ระลึกได้บ้างว่าปาลเป็นคนใจร้าย
----------------------------------------------------------------
สองข้างทางถนนลาดยางที่รถยนต์แล่นมาช้า ๆ เรียงรายด้วยต้นไม้ทรงพุ่มซึ่งเริ่มผลิดอกสีเหลืองอร่ามออกมาให้เห็นบ้างแล้ว ยามสายลมพัดมาก็พาให้เจ้าดอกไม้กลีบบางหลุดจากขั้ว หล่นร่วงปกคลุมพื้นถนนจนแทบมองไม่เห็นสีดั้งเดิม ทัศนียภาพสวยงามและธรรมชาติโดยรอบอาจเป็นดังมนตร์เสน่ห์ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนหลงใหล ทว่าไม่นับรวมคนที่นั่งกุมมือตัวเองอยู่บนเบาะที่นั่งด้านหลังได้เลย
ดวงตาคู่สวยหากแต่คลอหยาดน้ำมองออกนอกหน้าต่างรถยนต์ด้วยหัวใจที่รวดร้าว ถนนหนทางด้านหน้ายังคงเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้สวยงาม ตรงกันข้ามกับทางเดินในชีวิตเธอซึ่งเต็มไปด้วยขวากหนามคอยทิ่มตำให้เจ็บเจียนตาย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้ตัวเอง กระนั้นก็ยังไม่ช่วยมากเท่าไรนักเมื่อนึกถึงบทสนทนาระหว่างตนกับป้าสะใภ้ รวมทั้งสิ่งที่ท่านขอร้องแกมบังคับ
‘คุณปาลเขาอยากแต่งงานไว ๆ แต่โมยังเรียนไม่จบ’
‘พี่โมบอกว่าอีกปีก็น่าจะจบแล้ว มดว่าผู้ชายคนนั้นน่าจะรอได้นะคะ ไม่เห็นต้องให้มดไปทำงานกับเขาเพื่อเป็นไม้กันหมาเลยนี่คะป้าดา’
‘แต่ดอกเบี้ยจากเงินที่กู้จากธนาคารมาปรับปรุงร้านผ้าไหมโกโรโกโสของบรรพบุรุษแกมันไม่รอน่ะสิ ขึ้นเอา ๆ นี่ฉันก็ตะล่อมขอค่าสินสอดล่วงหน้ามาใช้หนี้ธนาคารทั้งต้นทั้งดอกไปหมดแล้ว แล้วคุณปาลเขาก็บอกว่าถ้าให้รอโมเป็นปี เขาไม่รับประกันว่าระหว่างนี้จะเปลี่ยนใจไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่าน่ะสิ บ่อเงินบ่อทองแบบนั้นฉันไม่ยอมให้ใครมาคาบไปหรอกนะ’
‘ป้าดาเลยจะให้มดไปดูพฤติกรรมเขาหรือคะ’
‘ไม่ใช่แค่นั้น แต่แกต้องทำหน้าที่ ‘เมีย’ แทนยายโมด้วย ฉันไม่ไว้ใจถ้าคุณปาลเขาไปคว้าผู้หญิงอื่นมานอนด้วย สะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้ เกิดเอาโรคร้ายแรงมาติดโมในอนาคตจะว่ายังไง’
คนฟังใจหายวาบ ป้าเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
‘ทำไมป้าดาทำกับมดแบบนี้ล่ะคะ ทำเหมือนมดไม่ใช่หลาน...’
‘ฉันเลี้ยงแกมาตั้งแต่แกห้าขวบนับจากพ่อแม่แกตาย เลี้ยงมาสิบเจ็ดปีเต็ม ๆ แกไม่คิดจะทดแทนบุญคุณฉันบ้างหรือไง อ้อ ! แล้วถ้าแกไม่ยอม เห็นทีฉันต้องขายร้านผ้าไหมที่แกรักนักรักหนามาใช้หนี้สินสอดคุณปาล เลือกเอาแล้วกันว่าจะอยู่กับเขาหนึ่งปีแล้วกลับมาดูแลร้านผ้าไหม หรือจะไม่ไปอยู่กับเขา แต่ต้องเสียร้านบ้า ๆ นั่นไปตลอดชีวิต และอาจจะไม่มีเงินส่งเสียโมให้เรียนจนจบด้วย’
ประโยคมากมายจากปากป้าวิดายังคงเล่นวนซ้ำไปซ้ำมา บุญคุณท่วมหัวแล้วหนึ่ง ร้านผ้าไหมที่เธอรักยิ่งกว่าชีวิตเพราะเป็นสิ่งที่ปู่ ลุง และพ่อรักอีกหนึ่ง แล้วไหนจะเรื่องการเรียนของวาริชานั่นอีกที่ท่านยกมาบีบให้เธอต้องยอมจำนน แม้การยอมครั้งนี้อาจเป็นวิถีของคนโง่ หากแต่ในตอนนั้นก็ไม่มีตัวเลือกใดให้เลือกมากนัก
ความเป็นคนของเธอหมดลงตั้งแต่นกยักษ์ทะยานจากดอนเมืองแล้วร่อนลงที่เชียงใหม่ ศักดิ์ศรีเลือนหายไปเมื่อก้าวขึ้นรถยนต์ที่มารอรับแล้วนั่งข้ามจังหวัดมาถึงที่นี่ ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เธอจะลองขอความเป็นคนและศักดิ์ศรีคืนจากชายหนุ่มดู หากโชคดีอยู่บ้าง เขาคงยอมให้เธอทำงานอย่างอื่น หรือกลับมาดูแลร้านผ้าไหมเพื่อหาเงินใช้หนี้เขาแทนการทำงานบนเตียงในฐานะตัวแทนพี่สาว
...แม้จะมีความหวังอยู่เพียงน้อยนิดก็ตาม
ภูพิงค์เพิ่งมาตระหนักได้ตอนนี้เองว่านอกจากป้าวิดาจะไม่เห็นเธอเป็นหลานแล้ว ท่านยังทำเหมือนเธอเป็นสิ่งของที่ไม่มีหัวจิตหัวใจ หญิงสาวปาดน้ำออกจากตา ยิ่งคิดหัวใจแสนอ่อนแอก็ยิ่งรวดร้าว เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ความเร็วของยานพาหนะถูกสารถีลดลงเรื่อย ๆ ก่อนจอดนิ่งสนิทหน้าบ้านไม้สักหลังใหญ่
“ถึงแล้วครับ”
คนขับรถบอกอย่างสุภาพ หลังจากเปิดประตูให้แล้วผละไปยกกระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่ไม่เล็กที่ท้ายรถ ทว่านำกระเป๋าไปวางไว้ตรงชานเรือนสักพักแล้ว หญิงสาวก็ไม่มีท่าทีว่าจะลงมา เขาจึงเดินเข้าไปบอกอีกครั้ง
“คุณภูพิงค์ครับ ถึงแล้วครับ นายสั่งไว้แล้วว่าให้คุณพักผ่อนในห้องก่อนเลยครับ”
ร่างเล็กลงจากรถมายืนบนผืนหญ้าเขียวชอุ่ม ไม่สนใจจะใคร่มองบรรยากาศรอบ ๆ มากไปกว่าปลอบใจตัวเอง
“ขอบคุณมากนะคะ” พูดไปแล้วก็ต้องนึกสะท้อนในอก นี่เธอขอบคุณที่เขาพามาสู่ปากเหวอย่างนั้นหรือ
“คุณเข้าไปในบ้านได้เลยนะครับ ป้านีคงจะรออยู่ที่ห้องรับแขกแล้ว”
“ค่ะ”
เมื่อรถยนต์คันที่มาส่งขับออกไปจนลับสายตา ภูพิงค์ก็ปิดเปลือกตาลงช้า ๆ ภาวนาให้สิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คือฝันร้าย พอลืมตาขึ้นมาเธอจะยังคงเป็นเพียงบัณฑิตที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี แต่ดูเหมือนคำภาวนาไม่เป็นผล เพราะเมื่อลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าคือความจริงอันแสนยากที่จะทำใจยอมรับ