@S2C Club
นาเดียร์หลังจากที่แข่งขันเชียร์หลีดเดอร์จบลง ฉันและยัยอินนา ยัยปูเป้ เราก็ไปฉลองถ้วยรางวัลกันต่อที่ผับ เอสทูซีคลับ จากที่ตั้งใจจะกลับบ้านไม่เกิน 5 ทุ่ม ทว่ากับติดลม เที่ยวผับครั้งแรกทำฉันติดใจสุดๆไปเลยละ ที่พึ่งได้เที่ยวเพราะพึ่งจะผ่าน 20 มาหมาดๆ ไหนๆอายุอานามถึงแล้ว เอาสักหน่อยเถอะ
!! ตื้ด ตื้ด !! พวกเราทั้งสามจะออกจากผับมาแล้ว แต่นั้นอารมณ์ฉันยังค้างอยู่เลย ร่างบางในชุดกางเกงขาสั้นสีขาว เสื้อเอวลอยปาดไหล่สีดำ ก็ยังออกลีลาลวดลายบริเวณหน้าผับ
“ว้าย ว้าย...อิผี นี้ออกจากผับมาแล้ว มึงก็ยังดิ้นได้เนอะ” ยัยอินนาว่าให้กับฉัน
“ทำไงได้มึง อารมณ์กูยังค้างอยู่เลย” นาเดียร์ไม่พูดเปล่า ทว่าขณะที่ยืนโบกแท็กซี่จะกลับ เธอยังคงโยกตัวเบาๆ แต่นั้นกับสร้างความตื่นเต้น ตื่นตาตื่นใจให้กับหนุ่มๆที่พบเห็น
แม้ร่างบางของคนตัวเล็กจะสวมใส่กางเกงขาสั้น เสื้อเอวลอยปาดไหล่ราคาหลักร้อยแสนจะธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดา น่าจะเป็นรูปร่างอันสมส่วน ใบหน้าสวยแต่แต่งแต้มเครื่องสำอางนี้แหละ ที่ทำเอาหัวใจหนุ่มๆแถวนี้ ที่พบเห็นกระชุ่มกระชวย โดยเฉพาะพี่ๆการ์ดหน้าผับ ต่างจ้องสาวเสื้อสีดำหน้าหวาน ไม่ละสายตากันเลยทีเดียว
“ว้าว พี่เอก พี่ดูน้องเสื้อดำคนนั้นดิพี่” ปีเลอร์ การ์ดหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปีเอ่ยกับรุ่นพี่
“พวกกูเห็นละ แต่เสียดายน้องเขารีบกลับวะ กูยังเสพความน่ารักของน้องเขาไม่ทันจะอิ่ม”
“โสด ไหมพี่” ปีเลอร์ยังคงถามต่อ
“ไอ้ริน ไปสืบมาละ น้องเขาพึ่งจะยี่สิบ แถมโสดด้วย” หนุ่มๆยังคงซุบซิบกันต่อ ทว่าขณะที่ปีเลอร์ จะอาสาไปส่งสาวๆนั้น
“น้องๆ จะไปที่ไหนพี่ไปส่งไหมครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ พวกเรากลับเองได้ ขอบคุณนะคะ” ด้านนาเดียร์ถึงก่อนหน้านี้ ฉันจะดื่มไปเมาพอกรึบๆ แต่นั้นก็ไม่ลืม ขอบคุณคนมีน้ำใจที่อาสาไปส่ง ดูเหมือนว่าพี่เขาจะทำงานที่นี่นะ เพราะพี่เขาแนะนำตอนที่เราเข้าผับ จากนั้นไม่นานรถแท็กซี่ก็วิ่งมาจอดบริเวณตรงหน้าพวกเราทันเวลาพอดี
หลังจากออกมาจากเอสทูซีคลับมาได้สักพักใหญ่ๆ ยัยอินนาและยัยปูเป้ ก็นั่งแท็กซี่มาส่งฉันที่บ้าน
“เอออิผี นี้ลืมไป แกไม่ได้พักที่หอพักนักศึกษาแล้วเหรอ” ทว่าเมื่อรถแท็กซี่วิ่งมาจอดบริเวณหน้าบ้านอาจารย์คาร์เรน ทั้งสองนางก็ถามฉันทันที
นาเดียร์ฉันลืมไปเสียสนิท ยังไม่มีใครทราบเรื่องของเรา ให้ตายสิฉันได้แต่ภาวนาให้คืนนี้เขาไม่อยู่ที่บ้าน ถ้าสองนางนี้เจอเขาเป็นเรื่องใหญ่แน่ เอาไงดีฉัน
“อืม...ฉันย้ายออกมาอยู่บ้านป้านะ ป้าสายเป็นญาติห่างๆ พ่อฉันเอง” ก็แถต่อ ไปอีกสิฉัน โทษทีนะคะป้าสายที่หนูต้องโกหก
“อ้าวและไหนตอนปี 1 แกเคยบอกพวกฉันว่าไม่มีญาติที่กรุงเทพไงละ” ยัยปูเป้ถึงนางจะเมาๆมึนๆ แต่เรื่องใส่ใจของคนอื่นนางไม่ลืมนะ
“อ๋อ พ่อฉันพึ่งบอกเมื่อไม่นานนี้เอง” นาเดียร์ยังคงแถต่อ
“ว้าวแก ขนาดฉันมองข้างนอก บ้านหลังใหญ่มาก ป้าแกคงรวยมาก ต้องรวยระดับเศรษฐีมั้ยแก ถึงจะมีบ้านในทำเลทอง ย่านสุขุมวิทแบบนี้ได้” ยัยอินนายังคงสงสัยต่อ ไม่รู้ยัยนี้จะขี้สงสัยไปถึงไหน
“นั้นน่ะสิ” ปูเป้เอ่ยขึ้นอีกเสียง
ทว่าขณะที่นาเดียร์เปิดประตูลงจากรถนั้น สายตาทั้งสามคู่สะดุดเข้ากับรถพอร์ชที่จอดบริเวณหน้าบ้าน
“อึก...” นาเดียร์ที่เห็นรถคาร์เรน ร่างบางถึงกับสะอึก
“ป้ายทะเบียนรถคันนี้ ฉันคุ้นมากพวกแก เหมือนเคยเจอที่ไหน” ยัยอินนาเอ่ยขึ้นมาลอยๆ
“ใช่ไหมมึงอินนา กูคุ้นมาก ที่ไหน ที่มอ.เห้ย ไม่ใช่สิที่ไหนน๊า”
“ใช่ๆ ที่มอ.ไหมมึง” ปูเป้ อินนายังคงสงสัยต่อ
“รถ ใครอะมึง” ทั้งสองสาวยังคงถามต่อ ด้วยสีหน้าสงสัย ไม่อยากจะเชื่อ ญาติยัยนาเดียร์รวยมาก มีรถหรูจอดข้างในบ้านหลายสิบคัน นี้ฉันยังเห็นไม่หมดนะ
“รถเอ่อ รถพี่กูน่ะ”
“ว้าย นอกจากจะมีป้าที่รวยระดับมหาเศรษฐีแล้ว อิผีนี้มึงมีพี่ชายด้วยเหรอ กูหนิอยากเป็นพี่สะใภ้มึงขึ้นมาเลย ไหนๆ พวกกูก็มาส่งมึงแล้ว อิเดียร์ กูอยากเจอพี่ชายมึงวะ หล่อมั้ย อ๋อ หรือไม่ต้องหล่อ จะอ้วนตุ้ยยังไงก็ได้ ขอแค่รวย ไม่มีเมีย กูรับได้หมด มึงไม่คิดจะชวนพวกกูสองคนมาค้างที่บ้านมึงรึไง” อินนาที่พูดตรงๆมาเช่นนั้น นาเดียร์ถึงกับทำหน้าไม่ถูก ขืนให้ยัยผีสองตัวนี้เข้าบ้าน ก็งานเข้าเลยสิฉัน
“มึง กูยังพูดไม่จบเลย ป้ากูไม่ใช่เจ้าของบ้านอย่างที่พวกมึงเข้าใจนะ ป้ากูเป็นแค่แม่บ้าน” นาเดียร์ยังคงโกหกต่อ
“อ๋อ โทษทีวะ พวกกูคิดว่า ป้ามึงเป็นเจ้าของบ้าน” เมื่อสองสาวได้ยินเช่นนั้น จึงยอมกลับ
นาเดียร์พอคอยหลังทั้งสองสาวแล้วนั่น
!! ฟู่...!! โล่งอกไปที เกือบไปแล้วไหมฉัน
นาเดียร์เดินเข้าบ้านโซซัดโซเซ
“อ่า...ให้ตายสิ มึนหัวชะมัด มึนๆมาก ไม่เคยมึน เมาเท่านี้มาก่อน เอิ้ก...” น้ำเสียงของคนกึ่งเมาเอ่ย ขณะที่ถอดรองเท้าเดินเข้าในบ้าน
“ไง กลับมาได้แล้วเหรอ” เขาละใบหน้าจากแก้วบรั่นดีในมือขึ้นถาม
ด้านนาเดียร์ที่ย่องเข้าบ้านเงียบๆ ดวงตาเรียวเล็กสะดุุดเข้ากับร่างสูงในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้นสบายตัว นั่งดื่มคนเดียวบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ นาเดียร์ถึงกับเบื้องหน้าหนี
“นี้เขากลับมา ตั้งแต่เมื่อไหร่” ไม่คิดว่าจะอยู่ที่บ้านแฮะ
“ว่าไง ฉันถาม” เมื่อเธอไม่ตอบ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีน้ำโห ทว่าจู่ๆ เขาก็ขึ้นเสียงใส่ฉัน จากที่เมากรึบๆฉันถึงกับสร่างเมาทันที เสียงชัดแจ๋วขนาดนี้ เขาสินะ ตัวจริงเสียงจริง นาเดียร์พอรู้ว่าเขากลับมาจากจีน ถึงกับหมดสนุกไปเลยฉัน
“ค่ะ...” นาเดียร์พยักหน้ารับส่งๆ แต่นั้นกับยิ่งทำให้คาร์เรนรู้สึกหงุดหงิดไม่รู้ตัว
“เมา...” เขาถามย้ำ แต่นั้นนาเดียร์ไม่คิดจะตอบ
วันนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยๆเพลียๆ เนื่องจากแดนซ์สองรอบ รอบแรกแข่งหลีด รอบสองสนุกต่อที่ผับ นี้ฉันไม่มีเวลามาทะเลาะกับเขาหรอกนะ
ทว่าขณะที่ร่างบางจะเดินหนีคาร์เรนไปยังชั้นสองของบ้านนั้น
“ไม่ได้ยินที่ถามเหรอ หรือได้ยิน แต่ไม่คิดจะตอบ” เขาตะเบ่งเสียงถามฉันลั่นบ้าน จนคนตัวเล็กสะดุ้ง
“ได้ยินค่ะ แต่วันนี้ฉันเหนื่อย ขี้เกียจตอบ มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้ได้ไหม” นาเดียร์ทำสีหน้าเหนื่อยๆ เพลียๆ
!! หมับ !! แขนเรียวเล็กกับถูกคนตัวสูงกระชากด้วยความแรง อีกนิดร่างของฉันจะตกบันไดเป็นผีเฝ้าบ้านเขาไปแล้ว
“หึ...เหนื่อยงั้นเหรอ ไปทำไรมาละ เธอถึงได้ดูเหนื่อยมากขนาดนี้” คาร์เรนกดน้ำเสียงถามอย่างไม่น่าฟัง พร้อมกับกระชากคนตัวเล็กเข้าถึงตัว