บทนำ

1005 Words
เเชะ เเชะ!! เสียงตากล้องกดชัตเตอร์ดังเป็นระยะในงานเปิดตัวกระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่ของลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาลสุดหรู หญิงสาวในชุดราตรีตามคอนเซ็ปต์งานได้เข้ามาต้อนรับแขกของตัวเองและญาติผู้ใหญ่ที่พ่อแม่เธอได้เชิญมาร่วมแสดงความยินดี  "พิมพ์ มานี่สิจ๊ะ" ร่างบางผิวขาวอมชมพูบ่งบอกถึงชาติตระกูลเป็นอย่างดีก้าวเท้าผ่านแขกมากหน้าหลายตา ไม่วางใครก็ต่างจับจ้องเป็นตาเดียวเพราะเธอไม่ได้มีดีแค่ชาติตระกูล ทว่ารูปร่างหน้าตาที่โดนเด่นทำให้ใครต่อใครก็อยากหมายปองกันทั้งนั้น ร่างบางเดินเข้าไปประกบข้างผู้เป็นแม่ก่อนที่คนข้างๆ จะเอ่ยแนะนำใครบางคน "แม่จะแนะนำให้รู้จักกับคุณหมอคนใหม่ของโรงพยาบาลเรา"  "..." พิมพ์มาดาเงยหน้ามองไปยังผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนข้างๆ พ่อตัวเอง ก่อนที่เขาจะหันมาสบตากับเธอเพียงเล็กน้อยแล้วหันไปทางอื่น ท่าทีที่ดูหยิ่งทำให้ร่างบางรู้สึกไม่ถูกชะตาขึ้นมา แถมบุคคลภายนอกดูยังไงก็ไม่เหมือนหมอเอาซะเลย  "คุณหมอชาร์ล แอนด์วินเป็นศัลยแพทย์ทางด้านหัวใจที่เก่งที่สุดของโรงพยาบาลเราเลยน่ะ"  "..." พิมพ์มาดาได้แต่ยิ้มจางๆ ก่อนจะครุ่นคิดเรื่องบางอย่าง ตึกตึก ตึกตึก... "วันนี้ฉันต้องอยู่เคลียร์งานอะไรอีกไหม" "ไม่มีแล้วค่ะคุณพิมพ์ แอนนี่เคลียร์คิวว่างให้คุณพิมพ์เรียบร้อยแล้วจ้า~" แอนนี่เอ่ยบอกพิมพ์มาดาที่เป็นทั้งเจ้านายและรุ่นพี่มหา'ลัย  "ดี! เบื่อจะตายอยู่แล้วที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้" กรี๊ดดด~ กรี๊ดดด~ "พยาบาลกรี๊ดไรกันอ่ะ" "นั่นสิคะ ไม่มีมารยาทเอาซะเลยเวลางานแท้ๆ" ทว่า... ตึก! ตึก! "อึก! หล่อจัง" เสียงแอนนี่พึมพำออกมาเมื่อคุณหมอหนุ่มลูกครึ่งเดินผ่านหน้าระหว่างพิมพ์มาดาและเธอ "แอนนี่!!" พิมพ์มาดาหันไปดุด้วยสายตาใส่เลขาสาวทันที "เอ่อ...ขอโทษค่ะ" "ใคร!?" "คุณพิมพ์หมายถึงคุณหมอเมื่อกี้ใช่ไหมคะ" "..." สายตาเฉียบแหลมจ้องหน้าเลขาสาว "เอ่อ..ค่ะๆ คุณหมอชาร์ล เป็นคุณหมอศัลยกรรมหัวใจคนใหม่ของโรงพยาบาลเราค่ะ..." "...แต่เสียดาย~" "เสียดาย!?" "หยิ่งไปหน่อย ตั้งแต่มาประจำตำแหน่งที่โรงพยาบาลแอนยังไม่เคยเห็นคุณหมอสุงสิงกับใครเลยนะคะ ท่าทางน่าจะเข้าถึงยากพอสมควร" เธอบ่นออกมาด้วยท่าทีจริงจัง  "เหรอ" พิมพ์มาดาเอ่ยเพียงสั้นๆ ก่อนจะบอกต่อ "ไปตักเตือนพยาบาลด้วย..ฉันไม่อยากมานั่งแก้ข่าวพยาบาลโรงพยาบาลหรูคลั่งรักหมอ!!" พูดจบก็เดินไปยังลิฟต์ทันที "ยัยพิมพ์!!" "หะ...คะ!?" "เป็นไรไปแม่เรียกตั้งนาน" "อ๋อเปล่าค่ะ" เธอบอกออกไป ก่อนจะยิ้มสดใสให้แม่ตัวเอง  "คุณหมอชาร์ล นี่พิมพ์มาดา ลูกสาวผมครับ" สมบูรณ์พ่อพิมพ์มาดาหันไปแนะนำลูกสาวตัวเองกับคนข้างๆ  "สวัสดีค่ะ" พิมพ์มาดาจึงเอ่ยทักทายก่อนตามมารยาท "..." ทว่าร่างสูงตรงหน้ากลับนิ่งเฉยพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ การกระทำของเขาทำให้ร่างบางรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างบอกไม่ถูก...เขาเป็นคนแรกที่กล้าเมินเฉยต่อเธอ!! … “อีกสิบนาทีงานจะเริ่มแล้ว พิมพ์ว่าเราไปนั่งกันดีกว่า” พิมพ์มาดาเอ่ยชวนเพื่อน ๆ และผู้ใหญ่ทุก ๆ คน ก่อนที่เธอจะเดินนำเข้าไปในงานโดยมีอาร์เธอร์เดินตามเข้ามาติด ๆ ส่วน เอเดน คลาส และพายุตามเข้ามาทีหลัง  แชะ! และภาพอาร์เธอร์และพิมพ์มาดาก็ถูกกดชัตเตอร์รัว ๆ พร้อมเสียงซุบซิบไปไหนทิศทางเดียวกัน ‘เหมาะกันเนอะ คู่นี้’ “หึ” พิมพ์มาดาถึงกับหลุดหัวเราะออกมากับประโยคเชียร์เธอกับเพื่อนสนิทที่ไม่มีวันเป็นไปได้ “หัวเราะอะไร” เสียงเรียบถามขึ้น “ขำน่ะ มีแต่คนเชียร์พิมพ์กับเธอร์” “ไร้สาระ” “พิมพ์ก็ว่างั้น…” ก่อนที่พิมพ์มาดาจะหันมามองอาร์เธอร์ “ไม่เห็นจะเหมาะกันตรงไหน ฝังใจกะรักเก่างี้ พิมพ์ไม่เอาหรอก”  ฟึ่บ! “เฮ้ย! พิมพ์ขอโทษ เผลอพูดอีกแล้ว” พิมพ์มาดารีบเข้าไปคล้องแขนอาร์เธอร์อย่างขอโทษพร้อมซบไหล่อย่างสำนึกผิด แต่ภาพที่นักข่าวได้กลับเป็นภาพคู่รักกำลังออดอ้อนกัน “อย่าเผลอพูดบ่อยล่ะ เดี๋ยวจะหนีกลับบ้านซะเลย” อาร์เธอร์ตบไหล่เตือน ๆ แล้วทั้งคู่พากันไปนั่งลงในที่ที่จัดเตรียมไว้  “ชิ!” พิมพ์มาดาหลุดเสียงไม่พอใจ “เป็นไรพิมพ์!?” อาร์เธอร์ที่นั่งข้าง ๆ ถามขึ้นมาเพราะมั่นใจว่าเสียงนั่นไม่ใช่ทำใส่เขาแน่ ๆ  “เปล่า แค่รู้สึกไม่ถูกชะตากับใครบางคนน่ะ” “ใคร!?” อาร์เธอร์มองหาคนที่ทำให้พิมพ์มาดาคนที่อารมณ์ดีสามารถหงุดหงิดได้  ทว่า... อาร์เธอร์ต้องหันกลับมาสนใจพิมพ์มาดาแทนเพราะเธอกลับออดอ้อนหนักกว่าเดิม จากที่ปล่อยแขนเขาไปนานแล้ว แต่กลับสอดแขนกอดเขาใหม่  “อย่าสนใจเลยเธอร์ รอดูกระเป๋าที่พิมพ์ออกแบบดีกว่า” พูดจบเธอก็เอาหน้าถูไถไปตามแขนหนาของเพื่อน “ยัยพิมพ์!! คิดว่าอยู่กันสองคนรึไง” คลาสเอ่ยแทรกขัดท่าทางออเซาะ “ขี้อิจฉา” “โอ้ หลงตัวเองชะมัด ให้เธอถูแขนแบบนั้น เรียกน้อง ๆ เด็กเสิร์ฟมาแทนยังดีเสียกว่า” คลาสหยอกล้อพิมพ์มาดา ยิ่งเห็นสีหน้าเอาเรื่องของเพื่อนสาวก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ “นี่!! ไอ้เพื่อนบ้า” “พอ ๆ ไอ้คลาส มึงอย่าแกล้งเจ้าของงานดิวะ” เป็นเอเดนที่พูดขึ้นปราม ไม่อย่างนั้นคู่นี้ไม่สงบศึกให้กันง่าย ๆ แน่  “ฮ่า ๆ แกล้งยัยนี่สนุกจะตายไป”  “หึ” อาร์เธอร์ที่นั่งฟังเพื่อนเถียงกัน ก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ อายุจะเข้าเลขสามกันอยู่แล้วยังทำตัวเหมือนเด็กสามขวบกันอยู่เลย 
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD