บทที่ 1 เปิดตัวสองแฝด

1687 Words
ท่ามกลางบรรยากาศอันเข้มขลังของวันรับตำแหน่งผู้นำ ภีม เดินลงจากบันไดอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง ชุดสูทสีเบจขับเน้นออร่าความสง่างามให้โดดเด่น ใบหน้าที่สวรรค์ประทานมาทั้งสันกรามคมชัดและริมฝีปากหยักลึกสีชมพูระเรื่อตามธรรมชาติดูรับกันอย่างลงตัว หากภีมคือตัวแทนของความสุขุม ภาค ผู้เป็นน้องชายฝาแฝด ในชุดสูทสีดำสนิทก็คือขั้วตรงข้าม แม้ใบหน้าของทั้งสองจะเหมือนกันราวกับกระจกเงา แต่รัศมีและบุคลิกที่แผ่ออกมากลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจนแม้แต่คนที่ไม่รู้จักก็สามารถแยกพวกเขาได้อย่างง่ายดาย ภีมเดินลงมาจนถึงด้านล่าง เขาพยักศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการแสดงความเคารพ แขกเหรื่อในวันนี้ล้วนเป็นขั้วอำนาจจากสามตระกูลใหญ่แห่งเมืองมืด รวมทั้งกลุ่มอิทธิพลเล็กๆ ในฐานะทายาทตระกูลอันดับหนึ่ง ดังนั้นเขาจะไม่ก้มหัวให้พวกตระกูลที่ต่ำกว่าอย่างแน่นอน แต่การแสดงความอ่อนน้อมเพื่อตบตาศัตรูในวันรับตำแหน่งผู้นำนั้นสำคัญ ภีมวางแผนทุกอย่างมาอย่างดี ในขณะที่ ภาค กลับทำเพียงกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก เขาไม่แม้แต่จะแสร้งทำเป็นให้เกียรติใครในที่แห่งนี้ ภาคเดินตรงดิ่งไปหาพนักงานเสิร์ฟ คว้าแก้วแชมเปญขึ้นมาจิบพลางชูแก้วขึ้นเล็กน้อยเป็นการเชื้อเชิญแขกคนอื่นแบบไร้เสียง แทนการใช้คำพูดที่เจ้าตัวอยากจะพ่นออกมาใจจะขาด แต่ทำไม่ได้เพราะถูกพี่ชายขู่บังคับไว้ล่วงหน้า เหตุผลคือเขา 'ปากหมา' และวันนี้ห้ามปล่อยให้หมาหลุดออกมาจากปากเด็ดขาด ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบของแขกเหรื่อ เมื่อการปรากฏตัวของฝาแฝดที่บุคลิกต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขาเริ่มเปรียบเทียบกันอย่างสนุกปาก เสียงเหล่านั้นก็ถูกกลืนหายไปในอากาศทันที เมื่อภานุปรากฏตัวในชุดสูทสีดำสนิทจนทำให้ร่างกายของเขาดูสูงใหญ่และน่าเกรงขาม เขาก้าวลงมาอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ในมือหนาหนีบซิก้าร์มวนโตที่ปลายถ่านแดงระอุเข้ม บรรยากาศโดยรอบคล้ายกับถูกกำแพงอากาศบีบทับในทุกย่างก้าวของเขาจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อเท้าของเขาแตะพื้นห้องโถง แขกเหรื่อในงานต่างพากันโค้งคำนับให้ความเคารพ แม้แต่ในพื้นที่รับรองส่วนในสุด ซึ่งเป็นที่ประทับของผู้นำและทายาทจากตระกูลอันดับสองและสาม ต่างก็ต้องลุกขึ้นยืนเพื่อแสดงความเคารพต่อพยัคฆ์แห่งเมืองมืด ภานุก้าวนำหน้าไป แขกเหรื่อแหวกออกเป็นทางยาวคล้ายกับสายน้ำแหวกออกจากกัน โดยมีลูกชายฝาแฝดทั้งสองก้าวตามหลังมาอย่างติดๆ จนกระทั่งถึงหน้าผู้นำของสองตระกูลที่เหลือ เขาปรายตามองเล็กน้อย ก่อนจะส่งซิก้าร์ในมือให้ผู้ช่วยคนสนิท แล้วจึงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งอย่างทรงอำนาจ “ก่อนหน้ายังไม่มีโอกาสได้แนะนำอย่างเป็นทางการ นี่ภีมและภาคลูกชายของผม วันนี้พวกเขาอายุครบ 25 ปี เป็นเวลาเหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งสืบต่อไป” “อายุไม่น้อยไปหน่อยหรือครับ คุณภาณุ ซ้ำรูปร่างบอบบางอย่างกับหุ่นนายแบบ” เตโช หัวหน้าตระกูลลำดับสามแย้งขึ้น เขาส่ายหัวเบาๆ แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง เมื่อนึกภาพว่าในวันข้างหน้าตนต้องก้มหัวให้เด็กอายุคราวรุ่นลูกรุ่นหลาน “หึ ผมมันก็อายุปูนนี้แล้ว ถึงคราวที่ต้องให้เด็กรุ่นใหม่มันปกครองบ้าง แม้ลูกผมจะอายุเพียง 25 ปี รูปร่างไม่กำยำ มีกล้ามเหมือนพวกผู้ชายในเมืองมืดโดยทั่วไป แต่ความสามารถไม่แพ้ใคร หรืออาจจะมากกว่าใครแถวนี้ด้วยก็ได้” เสียงเรียบนิ่ง แต่ทรงอำนาจพูดขึ้นอย่างไม่สั่นคลอน ทำให้เตโช ผู้นำตะกูลคีรีเขตจำเป็นต้องสงบปากลง แม้สีหน้ายังคงแสดงถึงความไม่พอใจ แต่ด้วยอำนาจตระกูลลำดับที่สาม ซึ่งเป็นตระกูลที่เล็กที่สุดในเขตอำนาจของเมือง ด้วยเหตุผลนั้นเตโชจึงต้องหยุดการต่อต้านลงแม้จะไม่เต็มใจ “คุณตะวันฉายล่ะ ว่าอย่างไร” ภานุหันมาเอ่ยถามตะวันฉายซึ่งเป็นตระกูลอันดับสองเป็นการหยั่งเชิง “ผมเห็นฝีมือคุณชายทั้งสองมาบ้าง ไม่ติดใจในความสามารถ ดีเลยที่คุณภานุนำทาง ผมก็วางแผนไว้จะวางมือให้ลูกชายคนโตเป็นผู้นำ ผมจะได้มีเวลาให้กับภรรยาได้เต็มที่เสียที” ก่อนหัวเราะเล็กน้อย เพื่อลดความตึงเครียด “แล้วลูกสาวของคุณตะวันฉายไม่มาด้วยหรือวันนี้” “ลูกสาวผมยังเล็ก ยังร้องไห้กระจองอแง ผมเห็นว่าไม่เหมาะสมหากพาลูกสาวมาด้วย จึงให้ภรรยาอยู่บ้านดูแลลูก ต้องขอโทษคุณภานุและคุณชายทั้งสองด้วยครับที่วันนี้มากันไม่ครบ” “ไม่เป็นไร เรื่องนี้เข้าใจกันได้ อย่างไงเรื่องครอบครัวก็ต้องมาก่อน... เอาล่ะ เรามาทำอะไรแก้เบื่อ และสร้างความครึกครื้นกันหน่อยดีกว่า” ภานุเอ่ย เสียงในห้องโถงเงียบลง จดจ่อกับคำพูดของภานุทันที ในเวลาเดียวกันผู้ช่วยคนสนิทถือถาดสีเงิน ด้านบนวางไว้ด้วยปืน เดสเซิร์ท อีเกิล สีทองอร่าม ส่องแสงมันวาว ขนาดของมันใหญ่โตจนน่าสะพรึงกลัว ทุกคนในแวดวงต่างรู้ดีถึงพละกำลังของมัน ทั้งขนาดที่ใหญ่โตและน้ำหนักมากเหมาะสมกับฉายา "พญานกอินทรี" ที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกอย่างที่ขวางหน้าด้วยกระสุนขนาด จุดห้าศูนย์ “ในปืนนี้มีกระสุนเพียงหนึ่งนัด ก่อนหน้านี้มีหนูโสโครกตัวหนึ่งหลุดรอดเข้ามาในปราสาท มันกำลังหนีดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ด้านนอกนั่น” ภานุเค่นยิ้มในลำคอ “แต่ช่างโง่เง่า เข้าถ้ำพยัคฆ์มาแล้วจะออกไปอย่างเรียบง่ายได้อย่างไรล่ะ จริงไหม... ภีม ภาค เอามันไป ฉันให้โอกาสแค่หนึ่งครั้งเท่านั้น จับหนูโสโครกตัวนั้นกลับมาซะ จะจับเป็นหรือจับตายก็แล้วแต่พวกแก” “หึ ผมรอเวลานี้อยู่เลย” ภาคคว้าปืนมาไว้ในกำมือ เขาพยักหน้าให้พี่ชายก่อนจะกดเครื่องสื่อสารที่ถูกซ่อนไว้ในหู แล้วก้าวเดินออกไปอย่างไม่รีบร้อน “ถ้างั้นทุกคนมาดูฉากตื่นเต้นไปพร้อมผมกันดีกว่าครับ” ภีมโบกมือ โปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ถูกดึงลงมากลางห้องโถง ภีมกดบางอย่างในแท็บเล็ต ก่อนที่จอโปรเจกเตอร์จะแสดงภาพของกล้องวงจรปิดที่กำลังจับภาพเคลื่อนไหวของภาคที่เดินด้วยฝีเท้ามั่นคง ไม่มีท่าทีกระวนกระวายแม้แต่น้อย “ป่าทางทิศตะวันตก” ภีมพูดเสียงเรียบเฉย ทันทีที่ภาคได้ตำแหน่ง ก็หันกลับมามองกล้องวงจรปิด พลางยกมือขึ้นสะบัดทักทายผู้ชมด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท ก่อนที่ภาคจะกระตุกยิ้มเย้ยหยัน เมื่อเห็นเป้าหมาย ก้มหมอบอยู่ในพงหญ้าตัวสั่นงก แม้จะห่างเกือบห้าสิบเมตร แต่ภาคกลับยื่นนิ่งไม่ก้าวเดินต่อ เขายกกระบอกปืนขนาดใหญ่ขึ้นมาในมือเดียว จ่อเล็งออกไปด้านหน้าอย่างมั่นใจ “ลูกชายคนเล็กของคุณภานุ มั่นใจในตัวเองไปหรือเปล่าครับ ระยะไกลขนาดนี้ ใช้มือเดียวกับปืนที่มีแรงถีบมหาศาล” เตโชหัวเราะพลางส่ายหน้า เป็นการดูแคลนเด็กเมื่อวานซืนในจอยักษ์ เปรี้ยง!! ภาคเหนียวไกส่งลูกกระสุน ทะลวงอากาศพุ่งไปด้วยความเร็ว เสียงปืนกองกำราม จนแขกในห้องโถงต่างพากันยกมือขึ้นอุดหู เพียงชั่วพริบตาเดียวลูกกระสุนก็เจาะทะลุกลางหน้าภาคของหนูโสโครกอย่างแม่นยำราวกับจับวาง บวกกับแรงอัดมหาศาลระเบิดออกทางด้านหลังทลายกะโหลกจนแหลกละเอียด ร่างนั้นล้มตึงลงกับพื้นหญ้าสิ้นใจตายโดยไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ บรรยากาศในห้องโถงเงียบสนิท ราวกับถูกหยุดเวลา ความตกตะลึงของผู้ชมแผ่ซ่านออกไปทั่วทุกอณู “เป็นอย่างไรครับ คุณเตโช ฝีมือลูกชายของผม” ภานุถามขึ้นทำลายความเงียบ ภาคเดินกลับเข้ามาในห้องโถง เขายกเพชรฆาตรสีทองขึ้นเหนือหัว ก่อนจะแสร้งโค้งคำนับ ทว่ามันไม่ใช่การเคารพแต่เป็นการเย้ยหยันและปั่นประสาท ภาคเดินไปหยุดหน้าเตโช ผู้นำตระกูลอันดับสาม พลางยืนกระบอกปืนที่กำลังร้อนระอุให้ดูใกล้ๆ “เป็นอย่างไรครับ พญาอินทรีของผมใช้ได้ไหม” ภาคถามก่อนโน้มตัวลงกระซิบข้างหูจนเตโชหน้าซีดเผือด “หนูโสโครกของคุณตายซะแล้ว...” ภาคส่งยิ้มเย็นเยือกราวกับน้ำแข็งให้คนเบื้องหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหันตัวหมุนกลับไปนั่งลงข้างพี่ชาย สองพี่น้องฝาแฝดกระตุกยิ้มขึ้นพร้อมกัน ทิ้งให้เตโชสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดกลัวที่ซ่อนแทบไม่มิด “เอาล่ะ... ถึงเวลาสำคัญเสียที วันนี้ผมขอประกาศวางมืออย่างเป็นทางการ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ลูกชายทั้งสองของผมจะขึ้นครองตำแหน่งผู้นำแห่ง ‘จักรภาคินทร์’ ร่วมกัน!” สิ้นคำประกาศก้อง ภานุยกแก้วแชมเปญขึ้นจรดริมฝีปากก่อนจะชูขึ้นสูงเพื่อเป็นสัญญาณ แขกเหรื่อทั่วทั้งโถงงานต่างพากันยกแก้วขึ้นดื่มโดยพร้อมเพรียง เสียงแก้วกระทบกันเบาๆ ดังระงมไปทั่วบริเวณ เป็นการทำสัตยาบันยอมรับในอำนาจของสองผู้นำหน้าใหม่ผู้แสนอันตรายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ภานุลดแก้วลง สายตาคมปรายมองผ่านความหรูหราของงานเลี้ยง เขาแอบสังเกตเห็นแววตาของผู้นำ ตระกูลคีรีเขต ที่ยังคงสั่นไหวด้วยความขุ่นเคือง สีหน้าของอีกฝ่ายดูทะมึนทึ้งราวกับพายุที่กำลังตั้งเค้า แม้จะเพิ่งเห็นความโหดเหี้ยมของภาคไปกับตา ทว่าทิฐิและหยิ่งยโสในสายเลือดผู้นำที่เก่าแก่กว่าก็ดูเหมือนจะยังไม่ยอมสยบลงง่ายๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD