สายตาเรียวของภีมจับจ้องบนตัวเลขในหน้าจอคอมพิวเตอร์ สลับกับกวาดมองเอกสารในมือ รายละเอียดเกี่ยวกับรายการนำเข้ารถล็อตพิเศษถูกระบุไว้อย่างครบถ้วน ประกอบไปด้วยรถคลาสสิคเลียงภาษี รถสปอร์ตหายากที่นักสะสมทั่วโลกต่างปรารถนา และที่พิเศษสุดในล็อตนี้ก็คงหนีไม่พ้นรถยนต์หุ้มเกราะ สมรรถนะสูงลิ่ว
ริมฝีปากเรียวสีชมพูกลีบกุหลาบโดยธรรมชาติหยักยิ้มขึ้นอย่างพึงใจ ในหัวของเขาคำนวณตัวเลขกำไรมหาศาลไว้อย่างเสร็จสรรพ การประมูลในครั้ง นอกจากจะเกิดเม็ดเงินแพร่สะพัดแล้ว ยังสามารถเป็นเหยื่อล่อพวกกลัวตายให้เข้ามาติดกับดัก เพื่อให้เขาได้สังเกตุและเก็บรวบรวมข้อมูล ใครคือมิตร และใครคือศัตรู
นิ้วเรียวยกหูโทรศัพท์วางลงบนโต๊ะ กระดิกนิ้วลงเป็นจังหวะ เพียงอึดใจปลายสายก็ตอบรับ
“เป็นอย่างไร ราบรื่นดีไหม”
“ราบรื่นครับนายใหญ่ นายน้อยข่มขวัญจนพวกมันบางตัวกลัวหัวหด บางตัวก็เริ่มเผยหางออกมาให้เห็นบ้างแล้วครับ”
“ดี! ปล่อยให้ภาคจัดการทางนั้นต่อไป นายรีบกลับมาหาฉัน ฉันจะลงไปตรวจสอบรถล็อตพิเศษด้วยตัวเอง”
“ครับนายใหญ่”
ภีมเดินออกไปหยุดยืนหน้าประตูนิรภัยสีขาวนวลตา ฝั่งตรงข้ามกับห้องทำงาน ประตูถูกออกแบบซ่อนไว้ในผนังเหมือนกับเป็นแผ่นเดียวกัน ด้านหน้ามีแผงควบคุมสำหรับกดรหัสประตู
เมื่อประตูชั้นแรกถูกเปิดออก กลับพบประตูอีกชั้นหนึ่งข้างประตูนิรภัยที่ดูแน่นหนากว่าชั้นแรกและพบกับลิฟท์อีกตัวที่ถูกซ่อนไว้ ลิฟท์ลึกลับพาภีมดิ่งลงถึงชั้นใต้ดินสำหรับเก็บรักษารถหรูโดยตรง ร่างสูงโปร่งของภีมก้าวเดินออกมาอยากเชื่องช้า สายตากวาดมองไปทั่วบริเวณ เหล่าบรรดาลูกน้องที่กำลังตรวจสอบรถ ต่างพากันหยุดชะงักรีบหันมาทำความเคารพให้ผู้เป็นนายในทันที
“ไม่ต้องมากพิธี”
เสียงเรียบนิ่งดังก้องอย่างทรงอำนาจ อีกด้านหนึ่งผู้จัดการโรงประมูล ซึ่งกำลังจัดการงานในส่วนของเขา รีบลนลานกึ่งเดินกึ่งวิ่งมายืนต่อหน้าของภีม ก่อนโค้งคำนับ
“ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ทราบว่านายใหญ่จะลงมา”
“ช่างเถอะ” ภีมเว้นจังหวะก่อนเอ่ยถาม
“ดาวเด่นของคืนนี้ ฉันอยากเห็นมัน”
“เชิญทางนี้ครับ”
ผู้จัดการโรงประมูลเดินนำภีมไปหยุดยืนอยู่หน้าห้องกระจกนิรภัยขนาดใหญ่ ภาพด้านหน้าปรากฏวัตถุมหึมา ถูกผ้าคลุมไว้จนไม่เห็นแม้แต่เศษเสี้ยวของมัน เมื่อผู้จัดการโรงประมูลกดรีโมท ผ้าคลุมถูกดึงสูงจนเผยให้เห็นเจ้ายักษ์สีดำเมี่ยมตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง แสงไฟสปอร์ตไลท์สาดส่องเข้าหามันในทุกทิศทาง ยิ่งทำให้เจ้ายักษ์ดูโดดเด่น แม้รูปร่างจะใหญ่ตามสไตล์รถยนต์หุ้มเกราะ แต่สำหรับคันนี้กลับถูกออกแบบมาให้มีรูปทรงปราดเปรียว สง่างาม
ประตูห้องนิรภัยถูกเปิดออก ภีมก้าวเท้าเดินลึกเข้าไปด้านใน ก่อนหยุดยิ่งนิ่ง พลางยกมือเรียวขึ้นสูงทั้งสองข้าง ผู้จัดการโรงประมูลเดินเข้ามาสวมถุงมือหนังให้อย่างเบามือ แต่รวดเร็วอย่างชำนาญ สายตาเรียวจับจ้องที่กระจกสีดำสนิท ข้อมือเคาะลงเบาๆ บนกระจกที่หนาเกือบสองนิ้ว เสียงสะท้อนกลับหนักแน่นบ่งบอกว่า เป็นกระจกนิรภัยที่พร้อมจะปกป้องชีวิตผู้เป็นเจ้านายอย่างดี
“กันกระสุนได้ระดับไหน?”
“คันนี้ แม้แต่แรงระเบิดจากระเบิดแสวงเครื่องก็ต้านทานได้อย่างง่ายได้ครับ”
สายตาเรียวปราดมองเหล็กหุ้มที่ถูกล้อมไว้ทั่วลำตัวของรถ ปราการเหล็กกล้าด่านแรก แม้แต่กระสุนขนาด 7.62 มม ก็ไม่สามารถแหวกว่ายผ่านมันเข้าด้านในตัวรถเพื่อสัมผัสกระจกนิรภัยได้เลย
“แล้วภายในเป็นอย่างไร ระบบกรองอัจฉริยะและระบบยิงตอบโต้?”
“ทุกอย่างครบถ้วนตามสเปกครับ” ผู้จัดการโรงประมูลยืนยันหนักแน่น พร้อมเปิดรายละเอียดในแท็บเล็ตให้ผู้เป็นนายตรวจทาน
นิ้วเรียวกระดิกขึ้นกลางอากาศ เป็นสัญญาณสั่งให้ผู้จัดการโรงประมูลขยับตัวเข้ามาใกล้ ก่อนโน้มศีรษะเอียงใบหูประชิดริมฝีปากของผู้เป็นนายอย่างรู้งาน ภีมกระซิบบางอย่างก่อนที่ผู้จัดการจะเอ่ยอย่างหนักแน่น
“ตามที่นายใหญ่สั่งไว้ เรียบร้อย ไม่ผิดพลาดครับ”
“ดี! เอาล่ะ ฉันให้เวลาตรวจสอบอีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมง จากนั้นประกาศเปิดฉากประมูล ในเวลาห้าทุ่มของคืนนี้”
เขาหันกลับไปมองเจ้ายักษ์ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง สายตาเรียวจับจ้องไปที่รถยนต์หุ้มเกราะตรงหน้า ปากบางยกยิ้ม
“ใช้มัน เป็นตัวเรียกแขก”
“ผมจะรีบจัดการครับ”
ภีมก้าวเท้ายาวเดินตรงไปยังลิฟท์ ฝีเท้าหนักหนัก แต่ทว่าแววตาฉายแววซับซ้อนจนเกินจะคาดเดา ในจังหวะเดียวกันตฤณ เดินตรงเข้ามาหาผู้เป็นนาย สายตาเรียวมองคนตรงหน้าอย่างตำหนิ ด้วยเหตุผลที่เขาปรากฏตัวได้เชื่องช้า
“ภาคให้นายไปส่งที่ไหนมาล่ะ”
“ที่เดิมครับ”
“หึ ผสมพันธ์ได้แทบทุกเวลา” เขาพูดเสียงเรียบ แฝงด้วยท่าทีระอาเล็กน้อย
“ช่างเถอะ ฉันอยากเตรียมการอะไรสักหน่อยไปกับฉัน”
ตฤณโค้งคำนับรับคำสั่ง ขยับหมุนตัวเดินตามภีมไปติดๆ
22.00 โรงประมูลใต้ดินของ Shadow Track (สนามแข่งรถ)
ภีมยืนกอดอก ปรายตามองคนเบื้องล่างอยู่ด้านบนห้องทำงานหลังกระจกสีชา บันทึกรายละเอียดของผู้คนที่เดินทางมาร่วมงานประมูลในครั้งนี้ เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลสรุปในตอนสุดท้ายว่า คนของตระกูลไหนที่ก้าวเท้าเข้ามาเยอะที่สุด และกลุ่มอิทธิพลไร้สังกัดปรากฏกายเข้ามามากแค่ไหน สายตาที่ปราดมองเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว พลันชะงักลง
หัวคิ้วก็เริ่มขมวดเข้ากันจนแทบผูกเป็นโบว์ เมื่อรถ Armored SUV สีดำมันวาว มันเป็นหนึ่งเดียวในเมืองมืดแห่งนี้ แน่นอนเจ้าของของมันก็ คือ น้องชายฝาแฝดของเขา ตัวรถขับปราดพุ่งเข้ามาอย่างไม่เกรงใจใคร ด้วยรูปทรงที่ดุดันของมัน สามารถข่มขวัญแขกเหรื่อ รวมทั้งผู้มีอำนาจและไม่มีอำนาจถอยร่นแตกกระเจิงออกไปตามกัน
เมื่อประตูรถถูกเปิดออก ภาคก้าวเท้าลงจากรถ พร้อมชุดสูทสีดำสนิท หากภีมเป็นโดเบอร์แมนสีเผือก ภาคก็คงเป็นโดเบอร์แมนสีดำสนิท เช่นกันเขาไม่ได้อยากเป็นราชสีห์ ไม่อยากวางท่าอย่างจ่าฝูงเหมือนที่พ่อทำ เอกลักษณ์เด่นของภาคคือ ความสง่าที่มีหมาอยู่ในปาก ควรคู่กับฉายาโดเบอร์แมนสีดำสนิท... ดำยันหัวใจ
ภาคแสร้งทำท่าทางสง่าเลียนแบบพี่ชาย ยกปรายนิ้วหนาแตะลงบนริมฝีปากหยักลึกสีกุหลาบ ก่อนส่งจูบโปรยไปโดยรอบให้กับสาวๆ ที่กำลังพากันจ้องชายหนุ่มตรงหน้าจนตาเป็นมันวาว แม้เขาจะมีนิสัยที่มุทะลุ ปากหมา อารมณ์ร้อน พร้อมภาพลักษณ์ที่ชอบปั่นประสาทผู้คน แต่เรื่องของการผสมพันธ์ดุ พร้อมกับลำรักยาวใหญ่ ลื่อกระฉ่อนไปทั่ว จนสาวๆ ต่างพากันอยากลิ้มรสลองสักครั้งก่อนตาย ยินดีพร้อมพลีกายเป็นคู่นอนชั่วคราว แลกกับประสบการณ์เซ็กส์อันตราตรึง และเงินตอบแทนก้อนโตที่ภาคมักให้หลังเสร็จกิจกรรมอันเร่าร้อน
ภาคไม่เดินไปที่อาคารสำหรับผ่านเข้าประตูที่เชื่อมต่อกับเข้าโรงประมูลชั้นใต้ดิน เขาเลือกเดินสวนทางกับแขกเหรื่อ และผู้มีอิทธิพล สาวเท้ายาวก้าวเข้าภายในอาคารหินอ่อน ก่อนกดลิฟท์แก้วมุ่งตรงเข้าหาพี่ชายที่ชั้นบนสุด
“ผู้หญิงพวกนั้นสาปส่งไล่จนแกยอมโผล่หัวมาหาฉันได้แล้วหรือไง”
“สาปส่งที่ไหนกันพี่...พวกสาวๆ เอาแต่กรีดร้องอ้อนวอนผมแทบตาย เอาแต่พูดว่า พี่ภาคเอาฉันอีก เอาฉันแรงๆ กันระงมไปหมด จนกว่าผมจะปลีกตัวมาได้เนี่ย เอวแทบเคล็ดเลยนะครับ ก็อย่างว่า รูปก็หล่อ เอ็นก็เลี่ยมทอง...” เขายักคิ้วยียวน พลางทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังกลางห้อง
“ทุเรศ”
“โธ่ พี่ นี่ผมน้องชายพี่นะครับ”
“แกนี่มันเหลือเกินจริงๆ จำไว้ป้องกันด้วย อย่ามามีปัญหาเรื่องไข่ที่ติดแบบไม่ได้ตั้งใจ ตอนนี้แกเป็นนายน้อย ครองตำแหน่งผู้นำใหญ่แห่งจักรภาคินทร์เคียงคู่ฉันอย่างเป็นทางการแล้ว... อย่าให้มีปัญหาที่ปวดหัวตามมา”
“ผมใส่ถุงทุกดอกอยู่แล้วครับคุณพี่ชาย กลัวติดโรคเหมือนกัน เดี๋ยวความหล่อจะลดลง แย่เลย” ปากหนาหยักยิ้ม
ภีมโบกมือสะบัดไปมาอย่างรู้สึกรำคาญ ในขณะที่ภาคหัวเราะร่วนอย่างชอบใจที่ได้แกล้งพี่ชายเหมือนกับทุกที
“ว่าแต่ มีคนที่พี่คาดไม่ถึงมาบ้างไหม” ภาคเริ่มลดการหยอกล้อ เปลี่ยนเป็นโหมดจริงจังอย่างรวดเร็ว
“มี” ภีมตอบเสียงเรียบ
“คุณตะวันฉาย”
“หา ถามจริง?”
ภาคยันตัวลุกยืน ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น นิ้วมือหนาแกร่งวางลงเคาะเป็นจังหวะบนริมฝีปาก
“นี่เป็นครั้งแรกเลยหรือเปล่าที่คุณตะวันฉายมางานประมูลมืดแบบคืนนี้”
“เท่าที่ฉันจำได้ ก็อย่างที่แกพูด แต่ฉันคิดว่า คงไม่ได้มาเพราะรถหุ้มเกราะ แต่มาเพราะรถคลาสสิคมากกว่า”
“เออก็จริง… พี่คิดอย่างไง”
“เดี๋ยวได้รู้กัน” ภีมพูดเสียงเรียบนิ่ง วางแท็บเล็ตในมือลงกับโต๊ะกระจกหน้าโซฟาอย่างแผ่วเบา ก่อนเอ่ยคุยกับน้องชายตรงหน้า เป็นการอนุญาตแกมการสั่ง
“วันนี้แกสนุกได้ อยากปากหมาแค่ไหน ก็เชิญ แต่…”
“แต่?”
“สอดส่องช่วยฉันสักนิด ฉันรู้ว่ามีกล้องวงจรปิด แต่มองด้วยตาเนื้อมักเห็นรายละเอียดได้ดีกว่า”
“ได้ครับผม รับรองจะไม่ทำให้ผิดหวัง”
“ไปที่โถงประมูลเถอะ ใกล้เริ่มแล้ว”