บทที่ 16 เดินเกม

1655 Words
ณ ตระกูลจักรภาคินทร์ ก๊อก... ก๊อก… ก๊อก… เพียงตะวันลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเคาะประตูดังรัวไม่ยอมหยุด เธอชันตัวลุกขึ้นเดินงัวเงียไปเปิดประตู ทันทีที่บานประตูถูกเปิดออก ร่างสูงของภาคกำลังยืนกอดอกส่งยิ้มกวนประสาทรอคนหลังประตูไว้ก่อนแล้ว “อรุณสวัสดิ์ครับ น้องเพียงของพี่” สายตาซุกซนของภาคจ้องมองร่างเล็ก ก่อนไล่สำรวจร่างเล็กในชุดนอนลูกไม้สีขาวสะอาดตาตัดกับผิวพรรณเนียนละเอียด จนหยุดมองรอยนูนเล็กๆ สองรอยตรงกลางอกอวบอิ่ม “น้องเพียง ไม่ได้ใส่บราหรอครับ” “อย่ามองสิ! ว่าแต่พี่มีอะไรมาแต่เช้า” เธอนิ่วหน้าใส่เขา ยกสองมือขึ้นปิดจุดอ่อนไหวของตัวเองจากสายตารุกรานของคนตรงหน้า “คิดถึงน้องเพียง อยากเห็นหน้า” “ถามจริง? พี่จริงจังหรอคะ” เพียงตะวันยกมือขยี้หัวอย่างหงุดหงิด เธอเดินกลับเข้าในห้องโดยที่ยังไม่ปิดประตู เปิดทางให้ภาคเดินเข้ามาข้างในอย่างถือวิสาสะ “พี่ปลุกเพียงเพราะเรื่องแค่นี้อ่ะหรอ ให้ตายสิ...” เธอเริ่มบ่นอุบอิบ เมื่อถูกปลุกขึ้นเพราะเรื่องไร้สาระ “ทำไมขี้บ่นจังครับ” “แล้วมีใครบ้างที่ถูกปลุกในตอนที่กำลังหลับฝันดีแล้วไม่หงุดหงิดบ้างคะ” เพียงทรุดตัวนั่งลงบนเตียง คว้าผ้าห่มขึ้นมาห่อตัว เพื่อปิดกั้นสายตาเจ้าชู้ของภาคที่กำลังแทะโลมไม่หยุดหย่อน ภาคมองใบหน้าสวยตรงหน้า แววตาฉายแววความลุ่มหลง เขามองริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังมุ้ยเพราะอารมณ์เสีย ยิ่งเย้ายวนจนเขาอยากจะพุ่งกระโจนเข้าไปบดขยี้เสียให้ได้ เขานึกตำหนิตัวเองในใจที่รับปากจะไม่แตะต้องตัวของเธอตามพี่ชายโดยไม่คิดให้รอบคอบ ถือเป็นข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแกเลยไอ้ภาค ขณะที่สายตายังคงจับจ้องร่างเล็กในก้อนผ้าห่มอย่างหิวกระหาย “อย่าทำหน้างอไปหน่อยเลย พี่ล้อเล่น... เมื่อวานเห็นน้องเพียงซื้อโทรศัพท์มา พี่คิดว่าคงยังไม่มีซิมใช่ไหมครับ” “ใช่ค่ะ เพราะต้องลงทะเบียนซิม” “พี่ก็เลยเปิดซิมใหม่เอามาให้” ภาคหยิบซิมออกมาจากกระเป๋าเสื้อ วางลงบนโต๊ะกระจก “ขอบคุณค่ะ” “น้องเพียงนี่... ปล่อยใจสบายกว่าที่พี่คิดเยอะเลยนะครับ” “คะ?” เพียงตะวันเอียงคอมอง เธองุนงงในคำพูดของภาค “หลังจากที่ผ่านคืนนั้นมา พี่คิดว่าน้องเพียงจะหมกตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่กล้าสู้หน้าพี่สองคนซะอีก แต่ผิดคาดจริงๆ” “พวกพี่สองคน เหมาะกับเป็นพี่น้องกันจริงๆ ทำไมต้องคิดว่า เพียงจะต้องหมกตัวกันล่ะคะ ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงก็แค่ต้องเดินหน้า อย่างไงเพียงก็ต้องแต่งงานกับพี่ทั้งสองอยู่แล้ว สู้สานสัมพันธ์เอาไว้ไม่ดีกว่าหรอคะ” เธอตอบ พร้อมรอยยิ้มบางๆ “ดีจริงๆ ไม่เคยเจอผู้หญิงที่ไหนใจเด็ดขนาดนี้มาก่อน” “พี่ผ่านผู้หญิงมาเยอะหรอคะ” “แน่อยู่แล้ว เอ็นพี่เลี่ยมทองนะครับ น้องเพียงก็รู้ถึงอานุภาพของไม่ใช่หรอครับ...” ภาคตอบอย่างยียวนพลางหัวเราะในลำคอ “หยุดพูดเลย ถ้าพี่ไม่มีอะไรแล้ว เพียงขอนอนต่ออีกนิดได้ไหมคะ เพิ่งเจ็ดโมงกว่าเอง… กว่าจะได้นอนหลับสนิทแบบไม่ต้องระแวงทั้งที” “ได้สิ” เสียงนุ่มลึกของภีมดังแทรกมาจากหน้าประตู จากนั้นเขาจึงเดินเข้ามายืนข้างกายของน้องชาย “วันนี้ตอนเก้าโมง ฉันสั่งให้ช่างเข้ามาวัดตัวเธอ เธอต้องการชุดแต่งงานแบบไหน เธอเลือกได้ตามใจ” “แล้วพี่กับพี่ภาคไม่อยู่ด้วยหรอคะ” “พี่มีเรื่องต้องจัดการจ้ะ” ภาคเอ่ยเสียงหวานตอบแทนพี่ชาย “ชุดของฉันกับภาค เธอเลือกให้ได้เลย ตามใจเธอ ฉันจะให้ตฤณอยู่เป็นเพื่อน” “ค่ะ งั้นพวกพี่ออกไปได้แล้ว ขอเพียงนอนต่อสักหน่อยนะคะ” แม้คำพูดของเพียงตะวันจะฉะฉาน แต่ภีมกลับสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า เธอไม่กล้าสบตาเขาโดยตรง แม้แต่วินาทีเดียว ร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มนั้นคงกำลังขัดเขินกับภาพเหตุการณ์ที่อ่างน้ำเมื่อวานวนเวียนอยู่ในหัวอย่างแน่นอน ณ ตระกูลคีรีเขต ภายใต้เงาของคฤหาสน์สีดำทมิฬ เสียงฝีเท้าลงน้ำหนักสม่ำเสมอดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงกว้าง ชายฉกรรจ์ร่างกำยำหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเก้าอี้หนังตัวใหญ่ที่หันหลังให้ “มีความเคลื่อนไหวแปลกๆ ที่ตระกูลจักรภาคินทร์ครับนายท่าน” “ว่ามา” น้ำเสียงแหบพร่าถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจมากนัก “มีรถตู้เข้าไปในตัวคฤหาสน์ของพวกมันนานหลายชั่วโมงถึงกลับออกมาครับ ผมส่งคนตามไปติดๆ ดูเหมือนจะเป็นรถตู้ของร้านพรีเวดดิ้งชื่อดัง” “พรีเวดดิ้ง?” เก้าอี้ตัวใหญ่ค่อยๆ หมุนกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าสูงวัยของเตโชที่ดวงตาเต็มไปด้วยความสังสัยและเหยียดหยาม “คนบ้าผู้หญิงอย่างพวกมันน่ะเหรอจะแต่งงาน? หึ ถ้าเป็นจริงฟ้าคงถล่มลงมาแล้ว ไอ้ฝาแฝดหยิ่งทะนงตนสองตัวนั่นมันจะยอมเอาตัวเองเข้าไปผูกมัดกับใครได้กัน นอกเสียจาก... ผลประโยชน์” เตโชเคาะนิ้วลงบนหน้าขาของตัวเองช้าๆ แววตาของเขาวาวโรจน์ “ไปตามสืบมา ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนของกลุ่มอิทธิพลไหน หรืออีตัวที่ไหน” “ครับนายใหญ่” ณ Shadow Track (สนามแข่งรถ) เสียงเครื่องยนต์ซุปเปอร์คาร์แผดคำรามกึกก้องไปทั่วสนามแข่ง ก่อนที่เสียงจะเงียบสนิทลง ประตูรถถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของภาคก้าวเท้าลงมา เขาเดินตรงไปหยุดต่อหน้าพี่ชายที่กำลังยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาคาดเดายาก “ผมกำลังสนุกเลย พี่ไม่สนุกหรอครับ” เขาส่งเสียงเย้าพี่ชายเล็กน้อย “ผมไม่เล่นแล้ว... ไม่สนุกเลย ดูหน้าพี่สิ” “มีอะไรจะพูดก็รีบพูด ถ้าไม่พูดฉันจะกลับไปข้างบน” ภีมส่งเสียงด้วยความรู้สึกรำคาญ “จริงอย่างที่พี่บอก ไอ้แก่เตโชนั่นมันส่งคนเข้าไปสืบข่าวในร้านพรีเวดดิ้งจริงๆ ด้วย แต่พี่ไม่ต้องรู้สึกกังวลไป ผมจัดการให้กระดูกหมาล่าเนื้อไปเรียบร้อยแล้ว” คิ้วเข้มของภีมขมวดเข้าหากัน พร้อมด้วยสายตาตั้งคำถาม “ผมหลอกให้ร้านพรีเวดดิ้งเชื่อว่า เจ้าสาวของเรากำลังท้อง ป่านนี้หมาของมันคงรีบคาบข่าวไปบอกนายมันแล้วล่ะ” มุมปากของภาคยกยิ้มด้วยความรู้สึกสนุก “ให้พวกมันคิดว่า เรากำลังจะมีทายาทงั้นหรอ... แผนของแกไม่เลวจริงๆ ฉันเพิ่งเคยเห็นแกใช้สมองก็วันนี้เอง” “โธ่พี่... ผมก็ฉลาดมานานละปะ ก็แค่... ปกติใช้สมองส่วนอื่นทำงานก็เท่านั้นเอง” ภาคส่งเสียงโวยวาย “พอๆ หยุดพูด ฉันรำคาญ แล้วแกจะไปไหนต่อ?” “ไปในสถานที่ที่ผมสามารถทำให้ข่าวลือกระพือปีกมากกว่านี้ไงครับ” หลังจากภาคเดินออกไป ภีมเลือกเดินมุ่งตรงไปยังโซนที่ถูกจัดไว้สำหรับรับรองในโอกาสพิเศษ เขานั่งลงบนโซฟาหนังในห้องนอนขนาดใหญ่ ไม่นานหลังจากที่เขาเข้าไปในห้องรับรองพิเศษ หญิงสาวในชุดวาบหวิวก็ถูกพาเข้ามาในห้อง “นายใหญ่ขา…” เธอส่งเสียงออดอ้อน พลางคลานเข่าเข้าไปหา ไต่ปลายนิ้วลงบนหน้าขาแกร่งเป็นการยั่วยวน “หนูคิดว่านายใหญ่จะเบื่อหนูแล้ว ไม่เรียกหาหนูมาตั้งนาน” ภีมยังคงนั่งนิ่ง เขายกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ ก่อนวางแก้วลงจนเกิดเสียงดังแทรกออกมาในความเงียบ แววตาเรียวคมจ้องมองหญิงสาวเบื้องหน้า เขาไม่มีความเสน่หาหญิงสาวตรงหน้าแม้แต่น้อย มีเพียงความต้องการที่รอการปลดปล่อยเท่านั้น “ใช้ปาก… ทำให้ฉันเสร็จ” หญิงสาวไม่รอช้า เธอรีบปลดกระดุมกางเกงของภีมออกอย่างรวดเร็ว ควักลำเอ็นแข็งออกมา ส่งปลายลิ้นตวัดเลียปลายหัว อ้าปากดูดดึงลำแข็งเข้าออกระรัว ภีมขบกรามแน่น ฝ่ามือคว้าจับศีรษะของหญิงสาวออกแรงกดดันลำแข็งชนลึกถึงช่องคอ จนเธอส่งเสียงอ่อกแอ่กจากการสำลัก แท่งร้อนในปากขยายตัวพ่นฉีดน้ำกามสีขาวขุ่นพุ่งกระฉูดจนล้นปากของหญิงสาว “กลืนมันลงให้หมดทุกหยด” ภีมเอ่ยสั่งเสียงแหบพร่า แม้จะได้รับการปรนเปรอจนปลดปล่อยไปถึงสองครั้ง ทั้งจากเรียวปากและหน้าอกอุ่น ทว่าความกระหายในส่วนลึกกลับยังไม่สิ้นสุด แต่เขาไม่มีความปรารถนาที่จะทำกิจกรรมอันเร่าร้อน “ออกไป” “นายใหญ่ หนู…” “ออกไป!” ภีมตวาดไล่ พลางควักเงินก้อนโตโยนใส่หน้าหญิงสาวอย่างไม่ใยดี เขาเอนตัวพิงโซฟาอย่างไม่สบอารมณ์ แม้ว่าความกระหายที่มีจะยังไม่สิ้นสุดลง ทว่าภายในหัวของเขากลับนึกถึงเพียงตะวัน ระหว่างเขากับเธอเป็นเพียงการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ แต่เพราะคำสั่งเสียของผู้เป็นพ่อที่กล่าวย้ำให้เขาและน้องชายดูแลเพียงตะวันให้ดี หลังจากเสร็จสิ้นพิธีผูกดวง จนเพียงตะวันเสียครั้งแรกของเธอให้เขากับน้องชายและในอีกสองเดือนข้างหน้าพวกเขาก็ต้องแต่งงานกันอย่างเปิดเผย เขาคิดไม่ตกเลยว่า ตัวของเขายังสามารถมีอิสระได้อีกหรือไม่ เขายังสามารถมีผู้หญิงคนอื่นไว้ระบายอารมณ์เหมือนที่ผ่านมาได้หรือไม่ “ฉันต้องคุยเงื่อนไขกับเพียงตะวันให้ชัดเจน” เขาบ่นพึมพำกับตัวเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD